บทที่ 3 ทวยเทพลงโทษ
"เซียนกู พระสูตรเหล่านี้ใช้ได้หรือไม่ ถ้าไม่ได้ ข้าก็สามารถท่อง ‘คัมภีร์ตรีอักษร’*[1] กับ ‘ปารมิตาหฤทัยสูตร’*[2] ได้"
เหอเซียนกูกัดฟันแน่น "ทั้งหมดนั่นใช้ไม่ได้ เ้าต้องท่อง ‘เต้าเต๋อจิง’*[3] จึงจะดีที่สุด!"
โชคดีที่ครั้งก่อนนางไปทำพิธีให้ครอบครัวของเ้าของที่ดินเหอ แล้วจึงได้ยินว่าฮูหยินของเ้าของที่ดินขอให้คนคัดลอก ‘เต้าเต๋อจิง’ โดยบอกว่าตนจะประดิษฐานมันไว้ที่แท่นบูชาสามมหาเทพลัทธิเต๋า นางไม่เชื่อว่าสาวน้อยคนนี้จะท่องคัมภีร์เต้าเต๋อจิงได้ทั้งหมดเพราะมันมีถึงแปดสิบเอ็ดบท!
เหอเซียนกูกัดฟันและพนันว่าเด็กหญิงคนนี้ไม่มีทางที่จะเคยได้ยินเกี่ยวกับเต้าเต๋อจิงเป็แน่ นางบอกว่าเคยได้ยินพระท่องบทสวดในวัด แต่คัมภีร์เต้าเต๋อจิงนี้ประดิษฐานไว้บนแท่นบูชาอยู่บนูเาซานซิง
“เต้าเต๋อจิง?” เหยียนซีพึมพำด้วยความงุนงง
ในที่สุดเมื่อเห็นสีหน้างุนงงของเด็กหญิง เหอเซียนกูก็ฉวยโอกาสโยนหม้อลงไปที่เท้าของอีกฝ่ายทันที นางพยักหน้าอย่างภาคภูมิใจ "ใช่ ต้องท่องเต้าเต๋อจิงในขณะปรุงยา"
"แต่...เต้าเต๋อจิง ...เซียนกู ท่านแน่ใจหรือว่าการท่องสิ่งนี้มันจะมีผลกับการปรุงยา? ข้าได้ยินคนพูดว่าปารมิตาหฤทัยสูตรก็ดีมากเช่นกัน”
“แน่นอนว่าปารมิตาหฤทัยสูตรนั้นดี แต่เพื่อขับไล่ิญญาชั่วร้ายออกไปในตอนนี้ เต้าเต๋อจิงคือบทสวดที่ใช้ได้ผลมากที่สุด ลวี่ต้งปิน พระพุทธเ้าตถาคต นักรบวัชระ... ทั้งหมดนี้จะลงมาจากฟากฟ้า และเวลานั้นจะไม่มีิญญาร้ายตนใดกล้าเข้าใกล้พวกเ้าอีก" แม่หมอพูดด้วยใบหน้าเรียบนิ่ง "ข้าเชิญเทพยดาผู้ยิ่งใหญ่เหอเซียนกูจากองค์แปดเซียนะ เทพธิดาผู้ยิ่งใหญ่กล่าวว่าเมื่อนางไปทางทิศตะวันตก เพื่อฟังพระคัมภีร์พระพุทธเ้าตถาคตจะสามารถสอนเต้าเต๋อจิงได้"
ยุ่งเหยิงอะไรเช่นนี้?
เหยียนซีขบกรามแน่น กลัวจะอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง
"แต่...เต้าเต๋อจิง... ข้า..." เสียงของเหยียนซีเบาลงเล็กน้อย
เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังสูญเสียความมั่นใจ ผู้เป็แม่หมอก็รู้สึกโล่งใจ
นางหวังมองไปที่เหยียนซีอย่างมีความหวัง นางเคยได้ยินเกี่ยวกับเต้าเต๋อจิงมาบ้าง แต่คนในชนบทมีไม่มากนักที่รู้ตัวอักษร อย่าว่าแต่ท่องบทคัมภีร์ที่ยาวเช่นนั้นได้เลย แค่อ่านก็คงทำไม่ได้
คนส่วนใหญ่ไปวัดเพื่อฟังพระสวดคัมภีร์ในวันที่สิบห้าของปีใหม่ตามปฏิทินจันทรคติแค่เท่านั้น เมื่อเห็นว่าเหยียนซีไม่พูดอันใด เห็นได้ชัดว่าเด็กหญิงไม่สามารถท่องพระคัมภีร์ได้แน่ และเมื่อนางได้ยินเสียงไอจากในห้องอีกรอบ นางหวังก็ทำได้แต่กัดฟันและพูดว่า "เซียนกู ถ้าข้าขอเชิญท่านไปท่องเต้าเต๋อจิงในบ้านได้หรือไม่"
เงินในครอบครัวเกือบจะไม่เหลือแล้ว แต่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับนางคือเอ้อร์หลางเท่านั้น! ตราบใดที่ยังมีเศษเสี้ยวแห่งความหวัง แม้ว่าจะต้องขายทุกสิ่งทุกอย่าง นางก็ยินดีจะทำมัน
“ท่านแม่...” มีเสียงะโออกมาจากภายในห้อง แต่หลังจากพูดได้คำเดียว ก็มีเสียงไอดังสนั่นหวั่นไหว และคำที่เหลือก็ถูกกลบหายไป
"ไม่! คนอื่นทำไม่ได้ มีเพียงเด็กนี้คนเดียวเท่านั้นที่สามารถท่องเพื่อแสดงความจริงใจได้!"
“ถ้าข้าท่องเต้าเต๋อจิงได้จริง เขาจะรอดได้จริง ๆ หรือ?" เหยียนซีแสดงสีหน้ามืดมนอย่างเห็นได้ชัด "แต่เต้าเต๋อจิงนั้นยาวมาก ข้า..."
แน่นอนว่าเหอเซียนกูไม่ฟังอีกฝ่ายเลย "ถูกต้อง ตราบใดที่เ้าสามารถท่องมันได้สักหนึ่งจบขณะปรุงยา!"
เมื่อเห็นเหยียนซีเป็เช่นนี้ เหอเซียนกูรู้สึกโล่งใจ
"เอาล่ะ มันสายมากแล้ว เทพธิดากำลังจะกลับ์" แม่หมอเชิดหน้าขึ้น จมูกของนางเกือบขนานกับท้องฟ้า และร่างของนางก็สั่นสะท้าน "เร็วเข้า เ้าพวกมนุษย์ ไม่เช่นนั้นเราจะไปแล้ว!"
"อันที่จริงข้าสามารถท่องเต้าเต๋อจิงได้!" เสียงร่าเริงของเหยียนซีดังขึ้น "หากให้ข้าท่องมันในขณะที่ปรุงยา ข้าทำมันได้อย่างแน่นอน แต่ท่านเองก็ต้องช่วยบอกมหาเทพเพื่อให้ผู้คนรู้สึกดีขึ้นด้วยเช่นกัน!"
เหอเซียนกูที่กำลังทำร่างกายสั่นให้เหมือนกับกำลังส่งเทพเ้าออกไป ทันใดนั้นก็ก้มศีรษะลงมาอย่างแข็งค้างด้วยความตกตะลึง "เ้า...เ้าท่องได้อย่างนั้นหรือ?"
นางแค่กำลังหลอกผู้คนเท่านั้น!
“แล้วเหตุใดเมื่อครู่เ้า…” เมื่อนึกถึงการถูกหลอกด้วยสีหน้ามืดมนของเด็กหญิงเมื่อครู่ เสียงของเหอเซียนกูก็แหลมเล็ก
"ข้าไม่เพียงท่องจำมันได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเขียนมันได้อีกด้วย หากท่านพูดถึง ‘เต้าเต๋อจิง’ เมื่อครู่นี้ ข้าก็นึกถึงแม่ที่จากไปของข้า ท่านเชื่อในเทพธิดามากเลยล่ะเ้าค่ะ!" เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายกำลังจะโกรธ เหยียนซีจึงพูดเสริมขึ้นทันทีว่า "ท่านแม่ของข้าพูดไว้เสมอว่า ในบรรดาเทพเ้าทั้งหลาย เหอเซียนกูนั้นงดงามและจิตใจดีที่สุด ใครก็ตามที่สามารถเชิญนางลงมายังโลกมนุษย์ได้ จะต้องเป็คนที่มีโอกาสทำความดีเพื่อสั่งสมบุญบารมีอย่างแน่นอน”
มองขาดเื่นับหมื่นพัน เว้นแต่เพียงการประจบสอพลอ
เมื่อเหอเซียนกูถูกครอบงำด้วยคำพูดดี ๆ คำที่นาง้าสาปแช่งก็ติดอยู่ในลำคอ และนางไม่รู้ว่าจะอาเจียนต่อไปได้เช่นไร
"ท่านแม่ของข้าพูดไว้เสมอว่า การวางแผนขึ้นอยู่กับผู้คน ์ขึ้นอยู่กับการทำให้สิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้น ทวยเทพรักษาโรคภัยได้ แต่รักษาชีวิตไม่ได้! เมื่อท่านพูดถึงเต้าเต๋อจิง ข้าก็นึกถึงคำเหล่านี้ที่ท่านแม่เคยกล่าวไว้ ข้าไม่เคยเข้าใจคำพูดพวกนี้เลย ท่านเป็คนที่ศึกษาเต๋าจนลึกซึ้ง ดังนั้นท่านช่วยบอกข้าทีได้หรือไม่ว่ามันหมายความว่าเช่นไร"
ปกติแล้วเหยียนซีไม่้ากดใครให้จมดินจนถึงตาย แม้ว่าแม่หมอฉ้อฉลประเภทนี้จะน่ารังเกียจเป็ที่สุด แต่ถ้าเธอล่วงเกินอีกฝ่ายมากเกินไป เธอจะใช้ชีวิตลำบากแน่นอน
ในยุคโบราณนี้มี ‘ร่างทรง’ มากมาย หญิงสาวเพียง้ากำจัดความผิดให้พ้นตัวเท่านั้น เธอไม่ได้้าสร้างศัตรูแต่อย่างใด
"เซียนกู ท่านบอกว่าตราบใดที่ข้าไม่ออกจากบ้านหลังนี้ และท่อง ‘เต้าเต๋อจิง’ ในขณะที่ปรุงยา ความเจ็บป่วยของพี่เอ้อร์หลางจะหายไป มันจะเป็ความจริงใช่หรือไม่"
"เป็เื่จริงแน่นอน!" เหอเซียนกูกลอกตาเมื่อได้ยินคำพูดของอีกฝ่าย ก่อนจะพยักหน้าและพูดว่า "ทว่าทุกอย่างมีชะตากรรมของมันเอง แม่นางหวัง ข้าจะช่วยเ้าสื่อสารกับเหล่าทวยเทพเมื่อข้ากลับไป และด้วยความช่วยเหลือจากเด็กสาวผู้ถูก์ลิขิต ความชั่วร้ายจะถูกปิดกั้น เอ้อร์หลางอาจสามารถรักษาให้หายได้หลังจากกินยาของท่านเทพธิดา แต่หากมีการเปลี่ยนแปลงในประสงค์ของ์ มันจะมีสัญญาณแจ้งเตือน! เอาล่ะ ตอนนี้เ้ารีบให้เด็กคนนี้ไปปกป้องห้องของบุตรชายเ้าเถิด"
“ขอบคุณเซียนกู! ท่านมีพลังที่ไร้ขอบเขตจริง ๆ !" เหยียนซีแสร้งชมเชยไปตามน้ำ ทว่าลอบถอนหายใจด้วยความโล่งอก ในที่สุดก็กำจัดหม้อทิ้งได้
ตราบใดที่ไม่ใช่เพราะความจริงใจของเธอ แม้ว่าเอ้อร์หลางที่อยู่ในบ้านจะตาย เธอก็ยังรอดพ้นจากความผิดอยู่
ความกังวลของนางหวังยุ่งเหยิงไปหมด นางไม่ได้ตั้งใจฟังคำพูดเมื่อครู่ของเหยียนซีกับเซียนกูเลย แต่เมื่อได้ยินเช่นนั้น นางก็พยักหน้าซ้ำ ๆ จากนั้นก็รีบพาเหยียนซีไปที่หน้าห้อง จับมือเด็กหญิงแล้วจึงส่งเข้าไปในห้อง
ในขณะเดียวกันนั้น เหอเซียนกูได้ดึงเชือกป่านออกแล้ววางหัวหมูไว้ในมือข้างหนึ่ง และใช้มืออีกข้างจับไก่ที่พื้น ก่อนจะรอให้นางหวังออกมา แล้วนางก็รีบออกไปจากบ้านในทันที
นางไม่กล้าอยู่กับคนที่เป็วัณโรคเช่นเขาหรอก!
สาวน้อยที่นางหวังซื้อมานั้นชั่วร้ายเกินไป และนางก็กลัวจะถูกนังเด็กปีศาจจับได้หากอยู่นานเกินไป แต่บ้านของนางก็ไม่ได้อยู่ใกล้กับหมู่บ้านหยางซาน หากหลิวเอ้อร์หลางผู้นี้ตายขึ้นมาจริง ๆ ชื่อเสียงของนางก็จะไม่ได้รับผลกระทบเท่าใดนัก เด็กหญิงผู้นั้นไม่ได้เพิ่งกล่าวหรอกหรือว่าอะไรก็ตามที่อยู่ใต้ผืนฟ้า ทุกอย่างล้วนมีชะตากรรม!
เหยียนซีไม่ได้สนใจจะมองแม่หมอผู้นั้นอีกต่อไป หญิงสาวในร่างเด็กหญิงเดินตามนางหวังเข้าไปในห้อง ซึ่งเห็นได้ชัดว่าเป็ห้องหลักในห้องโถงใหญ่ โดยมีประตูเปิดทั้งด้านซ้ายและขวาของห้องหลัก ซึ่งน่าจะเป็ปีกทางทิศตะวันออกและทิศตะวันตก
สตรีนางนั้นเดินนำเข้าไปทางปีกตะวันออกจากประตูด้านซ้ายแทน ดวงตาของนางมืดลง และมีกลิ่นที่ไม่อาจอธิบายได้ลอยมาเตะจมูก เธอสูดหายใจเข้าลึก ๆ เพื่อลดความประหม่าแล้วจึงเดินตามนางหวังเข้าไปในห้อง
ปรากฏว่าหน้าต่างของบ้านหลังนี้ปิดแน่นและผ้าม่านถูกปลดลงจนหมด หญิงสาวไม่แปลกใจเลยทั้งที่เป็่กลางวันแสก ๆ แต่ที่นี่กลับมืดสนิทเช่นนี้
บนเตียงไม้ที่หันหน้าไปทางประตู เด็กชายอายุราวสิบสามถึงสิบสี่ปี กำลังนั่งพิงพนักเตียงด้วยใบหน้าซีดเซียว เมื่ออีกฝ่ายได้ยินเสียงนางหวังกับเหยียนซีเข้ามาทางประตู เขาก็เอียงศีรษะและมองดูเหยียนซีเงียบ ๆ เห็นได้ชัดว่านี่คือเอ้อร์หลางที่ถูกกล่าวถึงก่อนหน้านี้
ในห้องมืดสนิทเสียจนเหยียนซีมองไม่เห็นใบหน้าของเด็กชายได้อย่างชัดเจนนัก แต่เธอกลับรู้สึกว่าใบหน้าอันซีดเซียวและดวงตาสีดำคู่นั้นดูจะมองทุกอย่างได้อย่างทะลุปรุโปร่ง
เด็กหญิงลังเลว่าจะก้าวไปข้างหน้าดีหรือไม่ แต่นางหวังก็ได้เดินไปที่เตียงอย่างรวดเร็ว ยัดหมอนอีกใบไว้ด้านหลังของเด็กชาย และแตะหน้าผากของลูกชายของตน "เอ้อร์หลาง รู้สึกดีขึ้นหรือไม่ลูก ดูสิ นี่คือคนที่เซียนกูบอกว่าจะสามารถช่วยลูกสกัดกั้นความชั่วร้ายได้ ลูกได้ยินที่เซียนกูพูดเมื่อครู่นี้หรือไม่"
“ข้า...แค่ก แค่ก แค่ก... ข้าได้ยิน...แค่ก แค่ก..." เอ้อร์หลางพูดตะกุกตะกัก เสียงไอดังเป็ระลอก
เหยียนซีคว้ากาน้ำข้าง ๆ เขาแล้วรินน้ำหนึ่งแก้ว "ดื่มนี่เสียก่อน!"
[1] คัมภีร์ตรีอักษร เป็หนังสือฝึกอ่านสำหรับเด็กเล็กในสมัยโบราณ
[2] ปารมิตาหฤทัยสูตร เป็หลักความเชื่อของพุทธศาสนานิกายวัชรยานของชาวทิเบต
[3] เต้าเต๋อจิง เป็ปรัชญาเกี่ยวกับโลกและชีวิต