ตอนที่สอง ดราม่าในวงศ์ตระกูล
ผมไม่อยากจะว่าตนเองเป็คนที่ไม่รู้จักสิ่งที่ดีหรือมองแต่คนที่อยู่สูงกว่าไม่มองคนที่ต่ำกว่า
แต่ผมรู้สึกว่าตนเองตัวลีบเล็กลงจริงๆเวลารวมกันอยู่เป็หมู่คณะ
ตระกูลหวังมีการวางจัดสำรับอาหารให้โดยเฉพาะและมีการนั่งเรียงลำดับ
“หวังลี่”ตัวประกอบ ลูกหลานธรรมดาฐานะไม่ได้ต่ำที่สุดแต่ก็ไม่สูงสุดเช่นกันดั่งลูกคนกลางก็ไม่ปาน
อย่างว่าล่ะ คนเขียนเอาหวังลี่ไว้แสดงปฏิกิริยาของคนธรรมดานี่นะ
ที่เล่นมุกว่าไม่สนใจนางเอกเมื่อตอนที่ยังขี้เหร่อยู่
แต่มองตาค้างตอนที่นางเอกสวยแล้วและนางเอกก็เชิดใส่อย่างมีความสุข
ผมนึกถึงเื่ ไม่เอาแล้วหนังวัยรุ่นชอบกล
ที่พระเอกบอกว่านางเอกไม่สวยเพราะใส่แว่นตากับทำผมทรงโพนี่เทล ที่นางเอกจะสวยขึ้นเพราะถอดแว่นตาและปล่อยผมสยาย
เฮอร์ไมโอนี่ก็ใช้มุกนั้นเหมือนกันในแฮร์รี่ พอตเตอร์
ไม่รู้อย่างไรทำไมผู้หญิงถึงชอบมุกนี้นะ
“ความจริงแล้วชั้นสวยได้ ชั้นเพียงแค่ไม่อยากจะทำเท่านั้น”
ฮา
คนจะสวยก็สวยนั่นล่ะ มันไม่มีความแตกต่างขนาดนั้นหรอก
“โอ้ เจนนี่ บริกสาวเฉิ่มเชย ดูเธอสิ ทำผมทรงโพนี่เทลและใส่แว่นตา”
จากนั้นพอปล่อยผมสยายแกว่งไปมากับถอดแว่นตาก็แสดงว่าเธอสวยขึ้น
เขาซดน้ำซุปและทานอาหารอย่างสุภาพและในใจก็คิดอะไรเรื่อยเปื่อยไปเรื่อย
ความสามารถจากการเป็ข้าราชการของเขาในชาติก่อนนั้นสามารถเข้ากันได้กับหวังลี่ที่เป็คนเงียบๆไม่โดดเด่นอย่างยิ่ง
ท่านย่าใหญ่หวังไถ่ไท่นั้นคือผู้กุมอำนาจหลังบ้านคอยจัดการเื่ราวภายในของบ้าน
แต่ท่านอำมาตย์หวังอ้าวนั้นจัดการเื่ภายนอกของบ้าน
แต่พออยู่ภายในก็ยังมีความต้องเคารพผู้าุโ
คิดอีกที ด้วยความสามารถการเป็ข้าราชการของผม ผมน่าจะอาศัยเส้นสายเข้าเป็ราชการได้ผ่านทางเ้าตระกูลคืออำมาตย์หวังที่มีฐานะเป็บิดาของผม
แต่ในสภาพการณ์ที่ผันแปรของราชสำนักและความขัดแย้งในอนาคต ผมไม่คิดว่าผมจะรอดชีวิตได้จากการต่อสู้พวกนั้น
และถ้าอำมาตย์หวังเข้าผิดข้าง ผมก็จะตายไปด้วยในฐานะลูกนั่นล่ะนะ เฮ้อ
มันคือตัวเลือกที่ไม่ใช่ตัวเลือก ผมต้องรอดชีวิตไปให้ได้และเื่ที่สำคัญที่สุดคือสร้างความแข็งแกร่งให้กับตนเอง
ตอนนี้สิ่งเดียวที่เปลี่ยนแปลงได้คือสถานการณ์ที่เกี่ยวกับตัวเราเท่านั้นล่ะ
มีทฤษฎี ที่เรียกว่า Great Man Theory ทฤษฎีบุคคลที่ยิ่งใหญ่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับกระแสของประวัติศาสตร์ด้วยความสามารถหรือโชคของพวกเขา
แินี้ถูกทำให้เสียความน่าเชื่อถือและต่อต้าน
เพราะถูกนำไปเปรียบเปรยกับฮิตเลอร์และแนวความคิดเื่ของการที่มีบางคนพิเศษเหนือคนอื่นๆ
นั่นคือประวัติศาสตร์โลกจริงๆที่พยายามมองวีรบุรุษในแง่ของบุคคลที่ไม่มีความสำคัญนักหากเทียบกับพลังทางสังคมต่างๆ
แต่ผมรู้สึกว่านั่นท่าทางจะใช้กับโลกที่ผมอยู่นี้ยากหากมีคนคนหนึ่งสะบัดกระบี่ทีเดียวก็สามารถทำลายบ้านทั้งหลังลงได้
หากจะบอกว่ากัปตันอเมริกา หากมีตัวตนอยู่จริง จะไม่ส่งผลกับทิศทางและความเป็ไปของประวัติศาสตร์ก็แปลกแล้วล่ะ
ผมเขียนพู่กันด้วยรหัสภาษาที่ผมคิดขึ้นไว้เพื่อใช้เองตอนเด็กๆ
เรียบเรียงความคิดของผมลงในแผ่นกระดาษเกี่ยวกับเหตุการณ์สำคัญที่จะเกิดขึ้นในเื่นี้และปัจจัยที่อาจส่งผลกระทบกับเหตุการณ์นั้น
จากการที่ผมมาอยู่ในโลกนี้รู้สึกเหมือนมีหลายๆย่างที่ไม่ใช่โบราณเสียทีเดียว
เช่นการตัดผม ที่สามารถตัดทรงไหนก็ได้ไม่ถือว่าเป็เืเนื้อที่พ่อแม่ให้มาและผู้คนมีทรงผมสีต่างๆมากมาย
กับกระจกและแก้วที่ดูแพร่หลายในโลกใบนี้
ท่าทางผมคงไม่สามารถใช้ความรู้อิเซไคหลายๆอย่างในการหากินหรือหาเงินได้ในโลกใบนี้
อีกอย่างแิในโลกนี้ เคารพอาชีพพ่อค้า บูชาเงินกันพอสมควร ไม่ได้มีการกีดกันหรือดูถูกพ่อค้าแต่อย่างใด
อย่างบ้าน..เอตระกูลหวังเองก็มีกิจการร้านค้าต่างๆเป็ของตนเอง
ยุคสมัยที่ยังไม่มีทฤษฎีผลประโยชน์ทับซ้อนในวงการราชการและวงการธุรกิจ
ทำให้ตระกูลใหญ่นอกจากมีตำแหน่งในวงการราชการแล้ว ยังมีพลังทรัพย์จากวงการธุรกิจด้วย
แม้เราจะมองมุมมองนิยายจากมุมมองของนางเอกก็ตาม แต่การศึกษาลู่ทางในการหลบหนีต่างๆของผมก็ทำให้ผมพบว่าพวกนี้มีชีวิตจิตใจและสติปัญญาจริงๆ
ที่การที่ผมจะบรรลุเป้าหมายของผมนั้น ผมไม่สามารถมองพวกเขาอย่างเป็ตัวประกอบที่สามารถมองข้ามไปได้
สถานะของตัวประกอบนั้นดีตรงที่สามารรถหลบรอดจาก”ความสนใจ”ที่เต็มไปด้วยอันตรายของ”เนื้อเื่หลัก”
แต่เพราะความเป็ตัวประกอบทำให้ผมขาดแคลนการเข้าถึง”ทรัพยากร”ที่จะบรรลุเป้าหมายของผม
และด้วยความที่ตัวร้ายของเื่และตัวเอกชายต่างๆนั้นเก่งกาจ อัจฉริยะเหนือคน ดั่งัในมวลมนุษย์
ตัวผมดั่งหิ่งห้อยน้อยแสง ไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะคนเว่อๆอย่างนั้นได้
ผมจึงคิดว่าการหนีคือแนวทางที่ดีที่สุด ถ้าสู้ไม่ได้ก็หนี ตามพิชัยยุทธ
“ท่านย่าขา ท่านต้องทวงความเป็ธรรมให้หนูนะคะ อี้จิง แย่งสร้อยคอของหนูไปค่ะ”
หืม ดราม่ากันในวงตระกูลอีกแล้วหรือนี่
ผมกินเงียบๆอย่างไม่ใส่ใจ
การแค้นกันตอนเด็ก ไม่ใช่เื่ที่ควรจะใส่ใจเก็บมาคิดตอนโต
Profit Motive แบบ บันทึกาของทาเนีย คือแิที่ดีในการมีชีวิตที่สงบสุขและไม่อยากรู้สึกว่าตนเองเป็คนดีจนเกินไปที่จะให้อภัยคน
เมื่อไม่อาจอภัย
ก็ขอให้คิดว่า “ทำไปไม่ก่อผลประโยชน์”แทนเราก็จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งได้
ถ้าคนเราเขินเกินไปที่จะบอกว่าตนเองเป็คนดี เราสามารถเป็คนมีเหตุผลแทนได้
“อี้จิง คืนสร้อยให้อี้ผิงไป เดี๋ยวนี้นะ เป็เด็กเป็เล็กอย่าทำนิสัยขี้ขโมย ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ...”
ท่านย่าก็ได้มีประโยคที่ด่าเด็กกระทบถึงผู้ใหญ่
มิน่ามีการด่าและกดดันอย่างนี้ ถึงทำให้ลูกหลานเกลียดกันเองั้แ่เด็กและลามไปจนถึงเป็ผู้ใหญ่และต้องฆ่ากันเืนองแผ่นดินในตอนหลัง
ที่ทั้งหมดอาจจะแก้ไขได้ขอเพียง ย่า เป็คนที่มีความใจดีต่อหลานมากกว่านี้และพยายามสลายความขัดแย้ง แทนที่จะสร้างให้มันพอกพูนขึ้นแบบสุมน้ำมันเข้ากองไฟ
หวังลี่ไม่ใช่เด็กที่ได้รับความสนใจมากนัก
มีคนที่รักมากกว่าที่กลายเป็ตัวอิจฉาหนึ่งในนางร้ายของเื่
และคนที่ย่าเกลียดมากกว่าที่กลายเป็นางเอกของเื่
เฮ้อ และทั้งสองคนก็ทะเลาะกันไปจนโต แค่ความขัดแย้งจะทวีคามรุนแรงขึ้นจนลากคนอื่นๆเข้าไปซวยด้วย
“หวังลี่อย่าถอนหายใจเสียมารยาทจริง”
ความไม่พอใจที่จะลงที่คนหนึ่งเบนมาใส่ผม
นี่คือสิ่งที่ผมเผลอไป คนอื่นๆก้มหน้าลงหากไม่อยากยุ่งเกี่ยว หรือทำท่ายิ้มแย้มอย่างสะใจผสมโรงไปอี้ผิงและท่านย่า
“ต้นถั่ว เผาต้มถัว ต่างเกิดร่วมรากเหง้า ใยท่านเผาข้าด้วยโทสะร้อน”
ผมเอ่ยกลอนของโจสิดที่ท่องแก่โจผี
ขณะที่ผมจะคีบตะเกียบ
ดันรู้ตัวว่าทั้งโต๊ะเงียบเสียงสนิท มีแต่เสียงผมที่จะคีบกับข้าว
ท่านย่าสีหน้าสั่นริกริกราวกับโกรธจนอดกลั้นไม่ไหว
“ขาโต๊ะกินข้าว หากไม่เท่ากันแล้วไซร้ กับข้าวก็เอนเอียงไม่มั่นคง ทั้งข้าวและกับจะตกลงที่พื้น ทำให้คนอดกินกันก็เท่านั้น”
ผมใช้โอกาสที่คนเงียบไปพูดต่อเพราะดันรู้สึกว่าไหนไหนก็ไหนๆแล้ว
คนในโลกนี้มันไร้เหตุผลจริงๆพับผ่าสิ
ผมสันนิษฐานว่าคนของโลกนี้ ทั้งรัก ทั้งชัง อารมณ์รุนแรงกว่าคนธรรมดา
แต่ท่านย่าที่ทำสีหน้าโกรธนั้น ไม่ทำให้ผมคิดมากนัก ต่อให้โดนไล่ออกจากตระกูลก็ยังโอเค ผมอ่านหนังสือออก พอมีทรัพย์ติดตัวแม้จะผิดแผนไปหน่อยก็พอหากินได้ไม่อดอยาก อดอยากก็ไม่เป็ไร ตราบใดที่รอดจากตระกูลนี้ผมถือว่าเป็การตอบแทนที่คุ้มค่า
แต่แววตาของนางเอก หวังอี้จิงที่น้ำตาคลอ มองมาที่ผมนี่สิ ทำให้ผมรู้สึกเหมือนมีเคียวยมทูตมาจ่อที่คอหอยผม
เฮ้ย ไม่เอา ผมไม่อยากเป็ “พี่ชายที่แสนดี” ที่คอยปกป้องเธอจากด้านหลังตลอดเวลา และยอมทุกอย่างเพื่อให้เธอมีความสุข
“ประเสริฐ ประเสริฐมาก ตระกูลเราถึงกับมีปราชญ์บัณฑิตถือกำเนิดเสียด้วย” ท่านย่ากล่าวอย่างประชดประชัน
“หามิได้ท่านย่า ผู้หลานเป็เพียงผู้เยาว์ แค่ทำหน้าที่ที่ควรกระทำของหลานเท่านั้นเอง”
เพล้ง
ท่านย่าฟาดมือไปที่พื้นจนชามข้าวแตกหัก
“ไปคุกเข่าสำนึกที่ศาลเ้าของตระกูลซะ”
ห้องคุกเข่าสำนึกนั้น ทั้งแคบ มืด เป็ที่หวาดกลัวของเด็กๆทั้งหลาย
สำหรับผมกังวลเื่เข่าอาจจะเจ็บเท่านั้น
แต่ก็ยอมไปแต่โดยดี
บทกลอนหรือแสดงความเป็ปราชญ์อัจฉริยะทางกวี มันไม่ได้ผลในแนวซีรี่ย์จีนหรอกนะ
บัณฑิตนักศึกษาไม่เป็ที่นิยมหรอก
การท่องกาพย์กลอนไม่ได้ทำให้กลุ่มเป้าหมายจริงๆของคนนักอ่านหญิงชอบที่จะเชียร์ตัวละครชายในเื่นั้น
หากผมฆ่าครอบครัวตนเองทั้งตระกูลยังเป็จุดดึงดูดใจมากกว่าที่จะท่องกาพย์กลอน
และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้ผมท่องกาพย์กลอนล่ะ
การทำตนเองให้เป็หนอนตำราคร่ำครึ ก็ถือว่าเป็บทบาทที่ไม่เลวหากมองในภาพรวมแล้ว