หลี่ลู่เอินเดินเข้ามาถึงส่วนของป่าด้านในแล้ว ต้นไม้ใบหญ้ารกทึบที่ปรากฎเบื้องหน้าในตอนนี้ล้วนบ่งบอกได้ถึงความอุดมสมบูรณ์ของธรรมชาติที่นี่ได้เป็อย่างดี เสียงนกร้องดังขับขาน สายลมพัดหวิวปะทะผิิวแก้มเพียงแ่เบา กลิ่นอายป่าอบอวล นางสูดหายใจเฮือกคราหนึ่ง รู้สึกสดชื่นขึ้นอย่างประหลาด จึงอดไม่ได้ที่จะอมยิ้มเล็กน้อย
ยืนชื่นชมธรรมชาติได้ไม่นาน กระต่ายป่าตัวหนึ่งได้วิ่งออกมาจากโพรงต้นไม้ต้นหนึ่งผ่านหน้านางไป หลี่ลู่เอินหัวใจเต้นแรงรีบวิ่งไปยังโพรงต้นไม้ต้นนั้นอย่างรวดเร็ว และนำตระกร้าที่สะพายอยู่เื้ัของตนเองออกมาอุดโพรงทางเข้าออกของกระต่ายป่าอย่างรวดเร็ว
และก็เป็ไปดังที่นางได้คาดการณ์เอาไว้ เมื่อตระกร้าในมือของนางนั้นได้เกิดสั่นะเืขึ้นอย่างแรงสองครั้งติดต่อกัน นางรีบชันตระกร้าขึ้น แล้วสำรวจภายในด้วยสายตา เห็นกระต่ายสองตัวกำลังนอนกองกันอย่างมึนงงอยู่ตรงก้นตระกร้า นางรีบคว้าจับหนังคอด้านหลังของกระต่ายทั้งสองตัวอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะได้สติและวิ่งหนีไปซะก่อน ภายในใจนึกถึงเม็ดเงินที่ตนเองจะได้รับเมื่อนำมันทั้งสองตัวไปขาย ถึงจะยังไม่รู้ค่าเงินของที่นี่ก็เถอะ
"ฮ่าๆๆๆ เสร็จข้าล่ะเ้ากระต่ายโง่ ฮ่าๆๆ"
หลี่ลู่เอินหัวเราะร่าเริงขณะที่ในมือทั้งสองข้างหิ้วหลังคอของกระต่ายป่าอยู่ เกิดเป็ภาพลักษณ์อันน่ากลัวแก่ผู้ที่ได้พบเห็น และภาพนี้ตกอยู่ในสายตาของพี่ชายและน้องสาวที่เดินมาถึงในทันที ทั้งสองคนเกิดอาการขนลุกขนชันอย่างประหลาด ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันและต่างกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อกอย่างไม่ได้นัดหมาย
"พี่รองเก่งกาจยิ่งนัก เดินเข้ามาเพียงไม่นานก็จับกระต่ายป่าได้ถึงสองตัวแล้ว พี่ใหญ่ต้องเรียนรู้จากพี่รองให้มากๆซะแล้ว แหะๆๆ"
"ใช่ๆๆ ข้าต้องเรียนรู้จากน้องรองให้มากซะแล้ว"
หลี่ลู่เสียนรีบพยักหน้ากล่าวเสริมคำพูดของน้องเล็กอย่างเห็นด้วยในทันที
"พี่ใหญ่รีบนำเชือกมาผูกขากระต่ายเอาไว้เร็วเข้าเ้าค่ะ"
หลี่ลู่เอินเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนมาถึงแล้ว ก็รีบสั่งงานอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะดิ้นหนีหลุดมือนางไปซะก่อน นางยื่นส่งกระต่ายในมือให้กับหลี่ลู่เสียนหนึ่งตัว ส่วนอีกตัวนัั้นนางลงมือจัดการด้วยตนเอง
ครู่ต่อมากระต่ายทั้งสองตัวก็ถูกพันธนาการด้วยเชือกอย่างแ่าเรียบร้อยแล้วกระต่ายน้อยดิ้นรนขัดขืนจนถึงที่สุดเมื่อมันได้สติแต่มันก็สายเกินไปเสียแล้ว
เด็กทั้งสามต่างเดินหน้าหาของป่ากันต่ออย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย พบเจอทั้งกระรอกและกระต่ายป่าอีกหลายตัว เหล่าสัตว์ตัวน้อยทั้งหลายต่างพากันวิ่งเล่นซุกซนไปมาภายในผืนป่ากว้างใหญ่อย่างอิสระ
นางสังเกตบริเวณโคนต้นไม้เพื่อค้นหาการมีอยู่ของสมุนไพรต้นแล้วต้นเล่า แต่ก็ยังไม่พบจึงเดินลึกเข้าไปข้างใน พบเจอทั้งเผือกและมันและยังมีเห็ดโคนบ้างปละปลาย เด็กทั้งสามก็ไม่พลาดที่จะเก็บพวกมันกลับไปด้วยความยินดี
หลี่ลู่เอินคอยสังเกตรอยเท้าของสัตว์ป่าขนาดใหญ่อยู่ตลอดแต่ก็ไม่พบร่องรอยของสัตว์ป่าเลยแม้แต่น้อย อาจเป็เพราะว่าป่าบริเวณนี้ยังไม่ลึกมากพอ อีกทั้งเหล่าสัตว์ตัวเล็กตัวน้อยก็ไม่มีความหวาดกลัวใดๆ นางจึงวางใจที่จะผจญภัยต่อในผืนป่ากว้างแห่งนี้
เดินลึกเข้ามาอีกนิด นางเห็นที่บริเวณโคนต้นไม้ต้นหนึ่ง มีรอยแตกระแหงของหน้าดินนางจึงลองเอาเสียมขนาดเล็กที่ได้ให้เสี่ยวชิงถือเอาไว้เป็การป้องกันตัวนานแล้วมาเขี่ยดูหน้าดินบริเวณนั้นอย่างเบามือที่สุด ด้วยหัวใจที่เต้นถี่ระรัวราวกับจะกระเด็นออกมาจากหน้าอกอันแบนราบเพราะยังไม่เจริญเติบโตของนาง เขี่ยไปเขี่ยมาจนพบว่าเป็โสมหน้าคนนั่นเอง
วินาทีนั้นนางแทบจะะโโลดเต้นด้วยความยินดีเลยก็ว่าได้ รีบร้องบอกสองพี่น้องให้ช่วยกันค้นหาอย่างเร่งด่วน จะไม่ให้ดีใจอย่างไรใหวก็เ้าโสมหน้าคนนี้ล้วนแต่เป็ก้อนเงินก้อนทองของคนโบราณเลยก็ว่าได้ ไม่นับสรรพคุณทางยา เพียงแค่ความหายากของมันอย่างเดียวก็ถือเป็สมบัติล้ำค่าของคนในยุคสมัยนี้เลยก็ว่าได้
"พี่ใหญ่! เสี่ยวชิง! รีบค้นหาสิ่งนี้เร็วๆเข้า เราได้ค้นพบสมบัติในผืนป่าแห่งนี้แล้ว"
เมื่อทั้งสองคนได้ยินน้ำเสียงอันตื่นเต้นของนางแล้ว เด็กทั้งคู่ก็รีบวิ่งเข้ามาดูด้วยความตื่นเต้นเช่นเดียวกัน หลี่ลู่เอินจึงอธิบายถึงลักษณะของพื้นดินที่เ้าโสมชนิดนี้น่าจะซ่อนตัวอยู่ จนทั้งคู่เข้าใจดีแล้ว ปฏิบัติการการตามล่าโสมก็เริ่มต้นขึ้น เวลาผ่านไปราวหนึ่งชั่วยามได้บริเวณใกล้เคียงโดยรอบนั้นก็ถูกเด็กทั้งสามคนคุ้ยเขี่ยไปทั่ว
ทั้งสามคนเจอโสมอีกสี่อัน รวมกับของเก่าที่เจอก่อนหน้านั้นอีกหนึ่งอันรวมกันเป็ห้าอัน ยังมีเผือกมันและเห็ดโคนอีกจำนวนหนึ่ง และยังมีกระต่ายป่าอีกสองตัวการเก็บเกี่ยวในวันนี้ถือว่าคุ้มค่ากับความเหนื่อยยากของพวกตนแล้ว
หลี่ลู่เอินจึงชักชวนกันกลับไปตั้งแคมป์พักผ่อนกันที่ลำธาร เพราะใกล้จะถึงเวลาอาหารกลางวันแล้ว อีกทั้งบริเวณริมลำธารยังปลอดภัยมากกว่าบรเวณนี้มากนัก ถึงนางจะคอยสังเกตรอยเท้าสัตว์อยู่ตลอด แต่ก็ไม่มีความกล้าที่จะชะล่าใจแม้เพียงนิด
และอีกเหตุผลหนึ่งที่สำคัญ นั่นคือทั้งสามคนทั้งเหน็ดเหนื่อยทั้งหิวโหย โดยเฉพาะหลี่ลู่ชิงที่ยังคงเป็เด็กน้อยวัยแปดขวบเพียงเท่านั้นที่มีความอดทนต่ำที่สุดในบรรดาเด็กทั้งสามคน เมื่อทุกคนเห็นด้วยกับการตัดสินใจดังกล่าวจึงรีบเดินทางมุ่งหน้าสู่ลำธารในทันที
#รอกันอยู่รึเปล่าน้อออ??