บทที่ 13 นักดาบสาวผู้น่ารัก 2
สวัสดีผมกาวีชัย กาวะสีหรือกาว ผมได้เสียชีวิตแล้วได้ไปเกิดใหม่ในต่างโลกในฐานะนักล่าผู้กล้าในต่างโลก ตอนนี้กำลังอยู่ในอีเว้นท์ใหม่การต่อสู้บนถนนระหว่างนักดาบสาวไอดอลผู้น่ารักที่ผมกำลังเอาใจช่วยอยู่(FCครับผม)กับพวกนักผจญภัยเลวที่ทำร้ายลุงแก่ๆคนหนึ่งได้ลงคอ ส่วนผมนะเหรอ? หลบเป็ตัวประกอบอยู่ในซอยดูการต่อสู้อยู่ห่างๆนะ แต่จากที่ดูสถานการณ์เริ่มจะไม่ค่อยดีสะแล้ว
นี้มันแย่แล้วไม่ใช้หรือนี้!
ผมมองสถานการณ์ตรงหน้าอย่างร้อนรน นักดาบสาวได้พลาดท่าโดนนักเวทย์ใช้เวทย์จับไว้แล้วโดนชายร่างยักฟันใส่ตัวสุดแรงกะเอาตายเลยนั้น
ถึงจะดีที่เธอยังยกดาบกันไว้ได้ทันแต่ก็ต้านแรงไม่ไว้จนร่างปลิวอัดเข้ากำแพงอิฐจังๆไร้สิ่งลองรับก่อนจะลงมานิ่งอยู่กับที่ หรือว่าสลบไป?
“เฮ้ยพวกแกยังไหวไหม?”
ชายร่างยักหันไปะโถามเพื่อนนักผจญภัยทั้งสองที่โดนจัดการไป
พอได้ยินทั้งคู่ต่างค่อยๆลุกขึ้นมาอย่างลำบากพร้อมกดแผลที่เจ็บเืไหลจากการโดนแทงด้วยดาบแหลมเรเปียร์ ดูเหมือนทั้งคู่จะเริ่มตั้งตัวได้ต่างหยิบของในกระเป๋าออกมา มันเป็ขวดใสๆดูราคาถูกที่บรรจุน้ำสีเขียวเข้มดูไม่ค่อยน่าดื่มเหมือนจะเป็ยาอะไรสักอย่างขึ้นมาดื่มจนหมดขวด ถ้าให้เดาคงเป็Potionรักษาอะไรพวกเนี่ยและ
“ยังไว้อยู่อีกสักพักก็ดีขึ้น”
“ข้าเช่นกัน”
ทั้งสองว่างั้นก่อนระหว่างพยุงร่างตัวเองขึ้นมา ส่วนนักเวทย์ที่เคยนอนอยู่ตอนนี้ลุกขึ้นมายืนข้างชายร่างยักเรียบร้อย
“เอาไงต่อหัวหน้า ไปจากนี้เลยไหม?”
นักเวทย์ถามชายร่างยัก
“เื่สิ! ยัยนี้บักอาจมาหยามพวกเราก็เท่ากับหยาม<กิลเขี้ยวหมาป่าดำ>ด้วย ใครมันจะปล่อยง่ายๆได้เล่า เพราะอย่างนั้น…”
“เข้าใจละ”
ทั้งคู่คุยเสร็จก็มองเรือนร่างเธอแสยะยิ้มหวังบางอย่างแล้วเดินไปหา
แย่ละ แย่จริงๆแล้วละเนี่ย
เอาไงดีจะเข้าไปช่วยดีไหม? จากแววตาพวกนั้นคิดจะทำอะไรกับเธอก็ไม่รู้แต่ที่แน่ๆต้องไม่ใช่เื่ดีแน่นอน
แต่ว่า…นี้ก็ไม่ใช้เื่ของตูที่ต้องเข้าไปช่วยเลยนี้หว่า แถมอีกผ่านมีอาวุธครบมือสะด้วย! …แต่ถ้าปล่อยไว้อย่างนี้คง…อา~ เอาไงดี…?
ระหว่างที่กำลังคิดอยู่ว่าเอาไงดี นักดาบสาวที่คิดว่าสลบไปแล้วกำลังค่อยๆฝืนลุกขึ้นยืนตั้งดาบสู้ต่อ
ไม่ไว้หรอก จากสีหน้าเหยเกดูเ็ปแสดงว่าคงได้รับาเ็ไปมากจนไม่ไหวที่โดนฟาดหลังกับกำแพงอย่างแรงมาก
“เห้~ โดนแรงไปขนาดนั้นยักลุกขึ้นได้นะน้อง พี่ว่าพี่มั่นใจในกล้ามอันบักบึงของพี่อยู่”
ว่าแล้วชายร่างยักก็ยกแขนเบ่งกล้ามโชว์พลังอย่างมั่นใจสุดๆ
โถ่ ไอ้กอลิล่าเอ้ย!
“ยอมแพ้ดีกว่า พวกเรามี 4 เธอมีคนเดียวยังไงพวกเราก็ชนะเธออยู่แล้ว”
นักเวทย์บอกนักดาบสาวยอมแพ้แต่โดยดี
จริงอย่างที่นักเวทย์บอกถ้าเจอ 4 ต่อ 1 อย่างนี้เธอคงสู้ไม่ไว้แถมเด็กสาวก็ไม่อยู่ในสภาพที่สู้ได้เต็มร้อย
“เสียใจด้วย ผมคงไม่มีทางยอมแพ้ง่ายๆอย่างนั้นไม่ได้หรอก”
เธอปฏิเสธไม่ยอมแพ้และตั้งมั่นที่จะสู้
“ถึงจะบอกมี 4 คน แต่เพื่อนอีกทั้งสองพึ่งจะลุกขึ้นมาได้ แต่ดูยังไงก็ยังไม่อยู่ในสภาพที่สู้ได้”
จริงอย่างที่เธอว่า คนใช้หอกโดนแทงที่ไหล่เต็มๆคงหยิบหอกมาสู้ไม่ได้ส่วนนักดาบโล่ก็ไม่ต่างหรืออาจจะแย่กว่าตามตัวมีรอยแผลโดนแทงเต็บไปหมด ไม่ได้สู้ในสภาพที่เรียกว่าสู้ได้
“อย่างนี่ก็เท่ากับ 2 ต่อ 1 และอีกอย่าง…”
ก่อนที่จะพูดจบ เธอพุ่งใส่ไปที่นักเวทย์หมายจะแทงแต่ชายร่างยักรู้ทันเข้าข้างป้องกันไว้ได้ทัน ดาบทั้งสองปะทะกันเธอจ้องตาอีกฝ่ายอย่างจริงจังก่อนพูดออกมา
“ผมมีความฝันที่ต้องทำให้ได้อยู่ จะมายอมแพ้ให้พวกคุณไม่ได้!”
!!
เธอประกาศออกมาและเข้าไปโจมตีต่อ ดาบเรเปียร์พยายามผ่าการป้องกันของชายร่างยักไปให้ได้ แต่ก็ไม่ได้ผลเขารับมันด้วยดาบยาวได้หมด
“[FireBall]”
นักเวทย์ที่อยู่หลังร่ายลูกบอลเพลิงใสนักดาบสาว
เธอเห็นแล้วหลบมาได้แต่สีหน้าแสดงอาการเ็ปจนชะงักไปนิดหนึ่ง
ชายร่างยักเห็นงั้นก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดไปได้เข้าฟันใส่ แต่นักดาบสาวยังหลบได้แบบฉิวเฉียดมีผมบางส่วนถูกตัดไปจากการฟันเมื่อกี่
เกือบไปแล้ว แต่ว่าปล่อยไว้อย่างนี้เธอแพ้แน่!
“แฮ่กๆ แฮ่กๆ”
เธอเริ่มหายใจแรงขึ้น ดูจากการเคลื่อนไหวเริ่มที่ช้าลงแล้วยังติดๆขัดๆคงเพราะอาการเ็ปที่หลัง
ดูจากสภาพแล้วแค่ยืนอยู่ก็แย่แล้ว ถ้าสู้อยู่อย่างนี้ต่อไปได้พลาดโดนจัดการแน่ๆต้องทำอะไรสักอย่าง!
ผมตัดสินใจรีบมองหาของที่อยู่รอบตัวหาทางช่วยเธอโดยด่วน!
แต่พอมองไปรอบก็ไม่มีอะไรเลย
อา— ก็ในนี้มันข้างในซอยมันจะไปมีอะไรได้…?
***นักดาบสาว***
สถานการณ์ไม่สู้ดีเลย
ผมมองภาพตรงหน้าได้แต่บอกตัวเองอย่างนั้น
ตอนนี้ผมถือดาบเรเปียร์กำลังต่อสู้อยู่กับทั้งผจญภัยทั้ง 4 คน ในสภาพที่แย่หลังผมที่โดนฟาดอัดกับกำแพงยังคงเ็ปอยู่ มันปวดมากแค่ยืนเชยๆก็ปวดจนอย่างจะล้มไปนอนอยู่กับพื้นแต่ก็ทำไม่ได้เพราะกำลังสู้ได้แต่ฝืนสู้เท่านั้น
ต้องยอมรับว่าผมประมาท เพราะไม่ได้สนใจนักผจญภัยตัวใหญ่ที่ถูกดาบแทงเท้าไปกับนักเวทย์ที่จัดการไปตอนแรกได้เรียบร้อยเลยกลับมาเล่นงานผมจนเป็อย่างนี้
อา— เจ็บชะมัด
ดูเหมือนทั้งผจญภัยทั้ง 2 คน ที่พึ่งสู้ไปต่างยืนขึ้นมาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้อยู่ในสภาพที่สู้ได้ยังนับว่าเป็โชคดีของผม ถ้าเจอพร้อมกัน 4 คน ผมคงสู้ไม่ไหว
ระหว่างที่กำลังเดินบนถนนหลักทางไปที่หมายก็บังเอิญเห็นกลุ่ม 4 คน จากการแต่งตัวดูแล้วไม่ทหารรับจ้างก็นักผจญภัย พวกเขากำลังข่มขู่ลุงแก่ที่ไม่มีทางสู้ ก็คิดอยู่ว่ามีผู้คนมุงดูเยอะแยะแต่กลับไม่มีใครคิดจะไปช่วยจนได้รู้ว่าพวกเขาเป็นักผจญภัยจากกิลดังชื่อ กิลเขี้ยวหมาป่าดำ ดูเหมือนจะเป็กิลใหญ่ประจำเมืองทุกคนเลยไม่กล้าไปยุ่ง
ตอนแรกผมจับดาบเตรียมจะเข้าไปแต่ก็อดทนไว้จะไม่เข้ายุ่งเื่จะได้ไม่วุ่นวาย แต่เห็นเขาทำร้ายลุงจนล้มไทนไม่ได้จนเข้าไปห้ามไว้แต่พอโดนดูถูกอย่างนั้นเข้าไปเลยเืในตัวก็เดือดพล่านอดทนไม่ไหวจนชักดาบลงมือไป… จนเื่เลยเถิดกลายเป็อย่างนี้
ถึงเื่ส่วนใหญ่เกิดเพราะผมก็เถอะ แต่ผมไม่ผิดนะ?
เื่นั้นเอาไว้ที่หลังตอนนี้ต้องสู้ใจกับคู่ต่อสู้ทั้งสองตรงหน้าก่อน
ชายตัวใหญ่พร้อมดาบยาวในมือพร้อมจะเข้ามาจัดการผมได้ทุกเมื่อ จากใบหน้าบอกได้ว่าเขาโกรธสุดที่ไปแทงเท้าเขาและทำร้ายเพื่อนตอนที่รับการฟันครั้งแรกรุนแรงมากกะเอาถึงตายเลย เขาดูมีฝีมือจะประมาทไม่ได้
ส่วนนักเวทย์ที่คิดว่าจัดการจนสลบไปไม่นึกว่าจะตื่นขึ้นมาในเวทย์[ตรึง]จนขยับไปไหนไม่ได้จนโดนรับดาบจนกระเด็น ต้องระวังเวทย์[ตรึง]ไว้
พวกเราเริ่มต่อสู้อีกครั้ง
ผมพยายามจะวิ่งอ้อมจัดการนักเวทย์ก่อนแต่วิธีเดินใช่ไม่ได้ผล นักดาบยาวยืนกันไม่ให้เขาถึงนักเวทย์
นักเวทย์เริ่มร่ายเวทย์ลูกบอลเพลิงกำลังยิงใส่อีกครั้ง ผมได้แต่โดดถอยออกมาเพื่อหลบแต่นั้นก็เปิดโอกาสให้นักดาบยาวเข้ามาโจมตีแต่ผมยังหลบได้อยู่ โชคเข้าข้างผมอยู่แต่อีกนานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลา
ตอนนี้ผมเสียเปรียบสู้สองคนนี้ไม่ไหวรู้ตัวเลย
ผมมองดาบเรเปียร์ วิชาดาบของผมอาศัยความรวดเร็วและความคล่องตัวเป็หลักในการต่อสู้ ซึ่งตอนนี้ผมเสียไปแล้วเพราะอาการเจ็บหลัง มันปวดจริงๆ!
พอยิ่งฝืนสู้อาการก็ยิ่งเจ็บมากขึ้นเรื่อยจนทนไม่ไว้ทำให้การเคลื่อนไหวยิ่งแย่ลงเรื่อยๆสมาธิก็เช่นกัน ถ้ายิ่งยืดเยื้อผมยิ่งเสียเปรียบต้องรีบสู้ให้จบ
“ย้ากกกก”
ผมเข้าไปใช้ดาบเรเปียร์แทงนักดาบยาวไม่หยุดแต่เขากันการโจมตีผมได้หมดแล้วปัดดาบผมออก
“ตอนนี้และ”
“[FireBall]”
พวกเขารอจังหวะนี่เหรอ!? ผมรีบฝืนถีบพื้นโดดหลบวิธีลูกบอลเพลิงผ่านผมไปฉิวเฉียด…
*ตูมมม*
ลูกบอลเพลิงะเิตรงหน้า! ผมเอามือปิดหน้ากันอัตโนมัติแย่ละมองไม่เห็น!
นักดาบยาวอาจเข้ามาจัดการเลยต้องเบี่ยงตัวหลบก่อน
“[ตรึง]”
!!?
แย่ละ ขยับไม่ได้
โดนเวทย์[ตรึง]ของนักเวทย์จับมัดทั้งตัวจนขยับไม่ได้
ผมพยายามดิ้นให้หลุดแต่ไม่ไหว ถ้าเป็อย่างนี้…
“โอ้ แค่นี้ก็หนีไปไหนไม่ได้แล้ว”
“……”
นักดาบยาวเดินเข้ามาใกล้ยืนมองลงมาอย่างผู้ชนะ แสดงว่าเวทย์ไฟเมื่อกี่ตั้งใจะเิใส่หน้าเพื่อให้ผมหลบเข้ามาในกับดักเวทย์นี้!
เขามองด้วยสายตาที่ดูน่าขยะแขยงพร้อมยิ้มเลียปากไปมาชวนขนลุก
เขาคิดจะทำอะไรนะ
ไม่นะ ใครก็ได้ช่วยด้วย…
“ไม่ต้องกลัวไม่เป็อะไรมากหรอกเดี๋ยวพี่จะต้องพาน้องไปสนุกต่อเองด้วยยังไงอุบ…แค่กๆ แค่กๆ”
? อยู่ดีๆเขาก็เอามือกุมคอไอแค่กๆไม่หยุดทำหน้าอึดอัดหายใจไม่ออก
ถึงจะมองไม่ชัดแต่เหมือนมีอะไรบินเข้าปากไป
“หัวหน้าอยู่ดีๆเป็อะไร…อึก แสบ!ตาฉัน”
มีบางอย่างไปโดนที่ตาของนักเวทย์จนแสบตาจนเอามือกุมตาจนเสียสมาธิจนเวทย์ตรึงคลายออก ขยับตัวได้แล้วต้องเลยรีบถอยห่างออกมาก่อน
“ถุย!”
ชายตัวใหญ่ถุยที่ติดคอออกมาก่อนพยายามหายใจให้เต็มปอด เขามองมาทางผมเห็นว่าหลุดจากเวทย์ตรึงไปได้
“หน่อยหลุดไปได้ แต่อย่างคิดว่าจะหนี…”
“พอแค่นั้นและ!”
!?
มีเสียงหญิงสาวปรากฎดังขึ้นมา พอหันไปมองก็เจอเด็กสาวอายุน่าจะ 15 ปีเท่าผม ผมทองยาวสลวยดูเปล่งประกายผิวพรรณขาวใสดูนุ่มนวลน่าัักับดวงตาสีน้ำเงินสดดูกล้าหาญอยู่ในชุดเกราะอัศวินเต็มยศดูสง่าพร้อมดาบติดอยู่ที่เอว ข้างหลังเธอมีคนตามมาอีก 4 คนน่าจะทหารของเมืองนี้
“ชิ ชาร์ลอตเหรอ”
ชายตัวใหญ่ถือดาบยาวพูดชื่อออกขณะที่มองอัศวินสาวอย่างไม่พอใจนั้นคงเป็ชื่อเธอ
“หยุดการต่อสู้ได้แล้ว ถ้านักผจญภัยของกิลเขี้ยวหมาป่าดำยังไม่หยุดการต่อสู้อีกฉันจะเป็คู่ต่อสู้ให้เอง”
“……ชิ!”
พอเขาได้ยินอย่างนั้นก็ยอมเก็บดาบโดยดีถึงจะไม่พอใจก็ตาม พักพวกที่เหลือเห็นงั้นก็ทำตามกันหมด
“ไปกันเถอะ”
เขามองมาที่ผมอย่างเครียดแค้นก่อนเดินจากไปพร้อมพักพวก
ดีจังที่เื่จบแล้ว อะ พอเห็นว่าเื่จบแล้วก็รู้สึกไม่มีเรียวแรงขึ้นมาทันทีเลยจนทรุดลงไปนั่งกับพื้นหมดแรงอย่างช่วยไม่ได้