ตอนที่ 46 พี่หญิงสามไม่ต้องกลัว ท่านแม่มาแล้ว
“อู่นี!”
หลิวซานนีกรีดร้อง แต่ก็ถูกผลักออกไป จึงทำได้เพียงเฝ้ามองหลิวอู่นีถูกอุ้มออกไป นางตื่นตระหนก ก่อนจะล้มลงคุกเข่าต่อหน้าศัตรู แล้วคำนับหลายครั้ง
“ได้โปรด ได้โปรดปล่อยน้องสาวของข้าไป แล้วข้าจะหาทางนำเงินมาคืนท่านแน่นอน ข้าขอร้องล่ะ”
“ท่านปล่อยนางไป ข้าจะอยู่ที่นี่เพื่อหาเงินมาคืนให้ท่าน โปรดปล่อยน้องสาวของข้าไป!”
“เจ้ามีความรักที่ลึกซึ้งต่อน้องสาวตัวเองยิ่งนัก” เถ้าแก่จ้าวยิ้มเยาะ “แต่น่าเสียดายที่ชีวิตมันลำบาก ถึงต้องมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้”
“อย่าหาว่าข้าไม่เตือนนะ หากเจ้าอยากอายุยืน เมื่อต้องมาอยู่ในสถานที่เช่นนี้ ดีที่สุดคืออย่ามีความรู้สึกที่ไม่ควรมี ความรู้สึกมีแต่จะทำให้เจ้าตายเร็วขึ้นเท่านั้น “
ทันทีที่พูดจบ นางก็ถูกพาตัวไปขังทันที เพื่อให้นางอดอาหารสามวัน
ทันใดนั้นก็มีเสียงกรีดร้องดังมาจากนอกห้อง ซึ่งทำให้เถ้าแก่จ้าวและคนอื่น ๆ ขมวดคิ้ว มีคนมาบุกมาที่ฉางเล่อฟาง เพื่อก่อปัญหาหรือ?
หลิวซานนีฉวยโอกาสนี้ดิ้นจนหลุดพ้นจากเงื้อมมือของคนที่จับนางไว้ แล้วรีบวิ่งออกไปด้วยความกังวล
เมื่อเถ้าแก่จ้าวตั้งสติได้ ก็วิ่งไล่นางออกไปด้วยสีหน้าเหี้ยมเกรียม นางเป็นเด็กสาวที่กล้าหาญ หลังจากจับนางได้จะได้เห็นดีกันแน่
หลิวซานนีไม่คาดคิดว่าตนจะถูกจับได้เร็วถึงเพียงนี้ เมื่อถูกพวกเขาคว้าแขนไว้ นางก็ดิ้นอย่างดุเดือดอีกครั้ง “ปล่อยข้านะ ปล่อยข้า”
เถ้าแก่จ้าวไม่ชอบคนดื้อด้านและส่งเสียงดัง ขณะที่เขาต้องการทำให้นางหุบปาก เสียงเย็นชาก็ดังขึ้นด้านหน้า ดึงดูดความสนใจของทุกคนทันที
“นางบอกให้พวกเจ้าปล่อยนางไป ไม่ได้ยินหรือ?”
เสียงที่ไม่คุ้นเคยทำให้เถ้าแก่จ้าวขมวดคิ้ว เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นว่าเป็นหญิงแปลกหน้า เขาก็ขมวดคิ้วมุ่น นางเข้ามาได้อย่างไร?
แต่ทันทีที่หลิวซานนีเห็นนาง นางก็ดีใจมาก นัยน์ตาแดงก่ำทันที “ท่านแม่”
“พี่หญิงสาม” บัดนี้หลิวอู่นีหลบอยู่ข้างหลังหลินจิ่วเหนียง มองนางด้วยแดงก่ำเช่นกัน ขณะพูดว่า “พี่หญิงสามไม่ต้องกลัว ท่านแม่มาแล้ว”
เถ้าแก่จ้าวตระหนักได้ทันใด ว่านางคือมารดาผู้ให้กำเนิดของพวกนาง
แต่เมื่อมองดูเสื้อผ้าของอีกฝ่าย มุมปากของเขาก็แสยะยิ้มเย้ยหยัน “พวกนางถูกขายมาแล้ว ถ้าไม่อยากมีปัญหาก็รีบออกไป คราวนี้ข้าจะเมินเจ้าก็ได้ ไม่เช่นนั้นก็อย่าหาว่าข้าหยาบคาย ฉางเล่อฟางไม่ได้มีไว้ให้ใครเข้ามาได้ตามใจชอบ ออกไป”
“ท่านแม่” หลิวอู่นีตื่นตระหนก “พี่หญิงสาม…”
“หุบปาก” หลินจิ่วเหนียงจ้องมองนาง แล้วมองตรงไปยังอีกฝ่าย หยิบถุงเงินออกจากแขนเสื้อ แล้วโยนมันลงกับพื้น “สี่สิบตำลึงอยู่นี่ ข้าจะพาคนออกไป”
หลิวซานนีมองหลินจิ่วเหนียงด้วยตาสีแดงก่ำ นางรู้ว่าแม่จะไม่ทิ้งพวกนางไว้ตามลำพัง
เถ้าแก่จ้าวยกยิ้ม สายตาของเขาไม่มองถุงเงินที่ตกลงบนพื้นด้วยซ้ำ “สตรีผู้นี้สมองผิดปกติหรือ? ข้าใช้เงินซื้อมาในราคาสี่สิบตำลึง แต่เจ้ากลับมาขอแลกด้วยเงินสี่สิบตำลึง อะไรกัน เจ้าคิดว่าข้ากำลังทำบุญอยู่หรือ?”
“ไม่ใช่ว่าข้ากำลังทำให้เรื่องยากสำหรับเจ้า หากเจ้าต้องการพาพวกนางออกไป เจ้าก็ทำได้” เถ้าแก่จ้าวยกนิ้วแปดนิ้ว “แปดสิบตำลึง ข้าจะให้เจ้าไถ่ตัวออกไป”
หลิวซานนีกับน้องสาวสูดลมหายใจ แปดสิบตำลึง ขูดรีดเงินทวีคูณทุกครั้งที่เข้าออก
หลินจิ่วเหนียงขมวดคิ้ว “เจ้าไม่ยอมปล่อยคนไปหรือ?”
เถ้าแก่จ้าวส่ายหน้า “ข้าว่าเจ้าเป็นสตรีที่ผ่านโลกมาเยอะแล้ว เจ้าก็น่าจะรู้กฎไว้ด้วย ว่าฉางเล่อฟางไม่ใช่สถานที่ที่เจ้าจะทำให้ขุ่นเคืองได้ รีบไปเถิดก่อนที่ข้าจะโกรธ”
เป็นเวลานานแล้ว ที่เขาได้เห็นสตรีที่ยังสงบสติอารมณ์ได้เมื่ออยู่ต่อหน้าเขา เขาไม่ต้องการทำให้นางต้องเสียหน้า
หลินจิ่วเหนียงส่ายหน้า แล้วมองไปที่หลิวซานนี “เช่นนั้นทางเลือกเดียวคือไปแจ้งทางการ”
พูดจบ นางก็หยิบสัญญาระหว่างเขากับแม่เฒ่าหลิวและคนอื่น ๆ ออกมา “ไม่รู้ว่าทางการจะสนใจเรื่องการบูชายัญหรือไม่?”
“ข้าจำได้ว่าเมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์เมื่อสิบปีก่อน ได้มีพระราชโองการห้ามใช้คนมีชีวิตเพื่อการบูชายัญ หากเจ้าซื้อลูกสาวคนเล็กของข้าเพื่อใช้บูชายัญ นั่นถือเป็นการขัดคำสั่งราชสำนักอย่างเปิดเผยหรือไม่? ข้าหลวงเมืองนี้ไม่กล้าสนใจ แต่ในเมืองหลวง ย่อมต้องมีคนสนใจใช่หรือไม่?”
“อีกทั้งเจ้ายังซื้อขายลูกสาวของข้ากับคนที่ไม่ใช่แม่ของเด็กด้วย เจ้าคิดว่าทางการจะยอมรับการซื้อขายนี้หรือไม่?”
“ขู่ข้าหรือ?” เถ้าแก่จ้าวพูดด้วยใบหน้าบูดบึ้ง “นี่เป็นข้อตกลงที่พวกเขายินยอม…”
“ผิดแล้ว เจ้าหลอกพวกเขา” หลินจิ่วเหนียงขัดจังหวะเขา แล้วส่ายหัว “พวกเขาไม่รู้หนังสือ เจ้ารู้เรื่องนี้ดี และนั่นคือเหตุผลที่เจ้าทำเรื่องไร้ยางอายนี้ ใช่หรือไม่?”
“หากไม่อยากสร้างปัญหาใหญ่ เจ้าเอาเงินไป แล้วข้าจะเอาคนออกมา”
“เป็นไปไม่ได้” ใบหน้าของเถ้าแก่จ้าวบึ้งตึงน่ากลัว ขณะกำหมัดแน่น หากเขาเป็นเจ้าของหอคณิกาเล็ก ๆ ก็คงไม่เป็นอะไร
หากนางขอพาคนไปจากเขาเช่นนี้ได้สำเร็จ เขาจะยังมีหน้าอยู่ในฉางเล่อฟางได้อย่างไร?
ตอนนี้ดูเหมือนว่า...
เขาหันไปขยิบตาให้ลูกสมุน สายตาของเขามืดมนน่ากลัว “จัดการพวกนางให้หมด”
เขาไม่รังเกียจที่จะฆ่าสตรีเจ้าปัญหาคนนี้ถ้าจำเป็น
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ คิดแล้วว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะพาคนออกไปได้ ดังนั้นเมื่อถูกพวกเขายืนล้อม หลินจิ่วเหนียงก็หยิบขวานผ่าฟืนออกมาจากเอว แล้วชี้ไปที่พวกเขา
“ข้าไม่ใช่สตรีอ่อนแอ หากโกรธขึ้นมา ขวานในมือข้าก็จะได้ดื่มเลือด ถ้าไม่อยากตายก็เข้ามาเลย”
ทุกคนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ในขณะเดียวกันพวกเขาก็ไม่กล้าเคลื่อนไหวใด ๆ
ใบหน้าของเถ้าแก่จ้าวเป็นสีแดง นี่เป็นครั้งแรกที่สตรีกล้าขู่เขาเช่นนี้ สายตาตามืดมนของเขาจ้องมองนาง หญิงคนนี้กำลังกดดันเขาทุกย่างก้าว นางไม่ใช่คนธรรมดาเป็นแน่ “เจ้าเป็นใคร?”
“หญิงชาวบ้านคนหนึ่ง” หลินจิ่วเหนียงตอบเรียบง่าย แล้วโบกขวานผ่าฟืนในมือไปมา “ขวานเล่มนี้สับไม้กับสัตว์ป่ามามากมายแล้ว แต่ยังไม่เคยสับคนเลย”
“พวกเจ้ามาเลย ให้ข้าลองดูว่าขวานนี้คมพอจะฟันคนได้หรือไม่ เอาเลยหรือไม่?”
หญิงชาวบ้านหรือ?
เถ้าแก่จ้าวตัวแข็งทื่อ หญิงชาวบ้านที่ไหนจะสามารถสงบสติอารมณ์ และข่มขู่เขาได้ หากเป็นหญิงชาวบ้านธรรมดาคงหวาดกลัวจนน้ำตาไหล แต่เห็นได้ชัดว่านางไม่เป็นเช่นนั้น
เขาไม่ต้องการสร้างปัญหา แต่เขาก็ไม่อาจปล่อยให้อีกฝ่ายเป็นเช่นนี้ได้ หลังจากลองชั่งน้ำหนักดูแล้ว เถ้าแก่จ้าวก็กัดฟันพูดว่า “สี่สิบตำลึง ข้าให้เจ้าเอาคนน้องออกไปได้ ส่วนคนพี่ให้อยู่รับใช้ที่นี่ ข้าจะให้เวลาเจ้าสองปี ถ้าเจ้ารวบรวมเงินได้ยี่สิบตำลึง เจ้าก็มาไถ่นางออกไปเมื่อใดก็ได้”
นี่คือข้อตกลงที่เมตตาที่สุดที่เขาสามารถให้ได้
ใบหน้าของหลิวซานนีซีดเผือด นางกัดริมฝีปากล่าง “ท่านแม่พาอู่นีกลับไปเถิดเจ้าค่ะ ข้าจะเป็นสาวใช้ที่นี่”
ยี่สิบตำลึง ท่านแม่จะไปหาได้จากไหน?
นางไม่ต้องการทำให้ท่านแม่ต้องเดือดร้อนมากกว่านี้ พวกนางเป็นพี่น้องกัน เสียคนเดียวยังดีกว่าเสียทั้งคู่
“หุบปาก” หลินจิ่วเหนียงมองนางด้วยสีหน้าเฉยเมย “เจ้าไม่มีสิทธิ์มาสอนข้าว่าต้องทำอย่างไร แค่ยืนนิ่ง ๆ ก็พอ”
นางไม่สนใจความลำบากใจของหลิวซานนี จ้องมองเถ้าแก่จ้าว “ต้องคนละครึ่งทาง ข้าไม่ได้ตั้งใจจะก้าวร้าว เจ้าทำเพื่อเงิน ส่วนข้าทำเพื่อหมาป่าตาขาวสองตัว”
พูดจบ นางก็ฉีกสัญญาเดียวที่อาจคุกคามอีกฝ่ายได้ทิ้ง
เศษกระดาษถูกโยนขึ้นไปในอากาศ “ข้าต้องการพาพวกนางออกไป ชื่อเสียงของพวกนางจะถูกทำลายหากอยู่กับพวกเจ้าเพียงวันเดียว ซึ่งมันไม่คุ้มค่า ข้าจะให้เจ้ายี่สิบตำลึง ไม่ใช่ภายในหนึ่งปี แต่เป็นหนึ่งคืน ว่าอย่างไรเล่า?”
เถ้าแก่จ้าวไม่คาดคิดว่านางจะฉีกสัญญาต่อหน้าเขา จึงอดไม่ได้ที่จะสงสัยในตัวนางมากขึ้น เมื่อเขาได้ยินว่านางจะนำเงินมาคืนยี่สิบตำลึงภายในหนึ่งคืน เขาก็เลิกคิ้ว
ทางออกที่ดีที่สุด เขาควรปฏิเสธหรือไม่?
ไม่แน่นอน
และเขาก็อยากรู้ด้วย ว่าหญิงที่กล่าวอ้างว่าตนเป็นเพียงหญิงชาวบ้าน จะสามารถหาเงินได้ยี่สิบตำลึงในคืนเดียวได้อย่างไร
เขาหัวเราะเบา ๆ “ได้ ข้าจะให้โอกาสนี้แก่เจ้า”
“แต่ถ้าเจ้าล้มเหลวในการหาเงินยี่สิบตำลึงให้ได้ก่อนวันพรุ่งนี้ ก็อย่าโทษว่าข้าโหดเหี้ยมแล้วกัน”
“ถือว่าบรรลุข้อตกลงแล้ว จับมือเป็นพันธมิตรกันหน่อยหรือไม่?” หลินจิ่วเหนียงยกมือขึ้น
.............................................................................................................................
สารจากผู้แปล
อย่าอวดเก่งกับจิ่วเหนียงเลยค่ะขอเตือน ไม่เชื่อไปถามวีรกรรมของแม่กับคนหมู่บ้านอันเล่อก็ได้
ไหหม่า(海馬)