ผลึกิญญาปฐี
ผลลัพธ์ของความพยายามนั้นมักจะหอมหวานเสมอยิ่งเราทุ่มเทความพยายามลงไปมากเท่าไหร่ผลตอบแทนที่ได้ก็จะยิ่งหอมหวานและเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจมากขึ้นเท่านั้น
คำพูดที่ผู้าุโมักใช้สอนผู้เยาว์นั้นอยู่ๆก็ลอยเข้ามาในหัวของกัสโดยที่เขาไม่เคยคิดถึงมันมาก่อน
เหตุผลที่ทำให้เขานึกถึงคำพูดเ่าั้ก็เพราะผลลัพธ์ที่เหนือความคาดหมายตรงหน้า
ในวันที่33 ของการใช้ชีวิตในดันเจี้ยน มันเป็่เวลาที่ครบ 1เดือนในการปลูกผักชุดแรกของพวกเขา
่เวลานี้ก็เหมือนกับทุกๆเช้าหลังจากเปิดประตูเตาเผาและนำเอากระถางต้นไม้ที่ถูกเผาจนกลายเป็สีส้มออกมาตั้งขายบนแท่นหิน
เพราะว่าทำมาหลายต่อหลายครั้งแล้วทุกคนจึงคุ้นเคยกับการขนย้ายกระถางทั้งหมดออกมาขายพร้อมกันทั้ง30 ใบ
กัสเองก็เหมือนกันเขาไม่ได้คิดอะไรเลยสักนิดในตอนที่ออกคำสั่งยืนยันการขาย
แต่ทันทีที่คำสั่งขายถูกยืนยันและแต้มDP เพิ่มขึ้น ดวงตาของกัสก็เบิกกว้างด้วยความตระหนกเมื่อเห็นตัวเลขที่เปลี่ยนจากเลขสองหลักกลายเป็สามหลัก
วินาทีแรกนั้นกัสนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะขมวดคิ้วและครุ่นคิดถึงตัวเลขล่าสุดก่อนที่จะทำการขาย่เวลานั้นเขาจำได้แม่นว่าเขามี DP อยู่ 78 หน่วยจากการเก็บสะสมมานานหลายวัน
ทว่าทันทีที่เขายืนยันการขายDP ก็เพิ่มขึ้นจนทะลุ 100 หน่วยไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ
กัสนิ่งอึ้งไปจนผิดปกติทำให้เด็กสาวทุกคนตื่นตัวขึ้นมาเล็กน้อยโดยเฉพาะอิจิโกะกับน้องสาวที่ดูเหมือนจะสนใจมากเป็พิเศษทั้งยังมีร่องรอยของความหวังปรากฏขึ้นในดวงตาของทั้งสาม
เมื่อกัสสังเกตเห็นปฏิกิริยาตอบสนองของอิจิโกะกับน้องสาวเขาก็ตระหนักว่าพวกเธอต้องมีเื่อะไรปิดบังเขาเอาไว้แน่ๆ
“อิจิโกะ นิโกะ ซันโกะ..มันเกิดอะไรขึ้นกับกระถางต้นไม้ที่พวกเ้าปั้นกันแน่บอกข้ามาหน่อยสิ”
กัสค่อนข้างที่จะประหลาดใจและสงสัยเป็อย่างมากในขณะที่ภายในใจเริ่มคำนวณแต้ม DP ที่ได้มาจากการขายของเมื่อครู่นี้
’25 หน่วย มากกว่าปกติถึง 5 หน่วยเกินมาจากกระถางพวกนั้นสินะ’
นอกจากกระถางต้นไม้ที่ถูกวางขายลงไปตามปกติแล้วก็มีของป่าที่ถูกคัดแยกเอาไว้เพื่อขายครึ่งหนึ่งเหมือนวันก่อนๆทำให้กัสค่อนข้างที่จะมั่นใจว่า DP 5หน่วยที่เกินมานี้ต้องเกินมาจากกระถางต้นไม้อย่างแน่นอน
หลังจากใช้เวลาแบ่งของป่ามานานนับเดือนกัสค่อนข้างมั่นใจในฝีมือการแยกของป่าของน้องสาวทั้งสองเป็อย่างมากและมั่นใจว่าต่อให้พวกเธอทำพลาดก็ไม่มีทางที่จะทำให้แต้ม DP เกินมาได้ถึง 5หน่วยแน่
นอกจากการโยนของป่าทั้งหมดที่ได้ในหนึ่งวันลงไปแล้วก็ไม่มีทางเลยที่จะทำแต้มได้ขนาดนั้น
สีหน้าของอิจิโกะกับน้องเปลี่ยนไปเล็กน้อยพวกเธอมีท่าทีภาคภูมิใจเล็กๆ และตื่นเต้นยินดีอยู่ภายในใจ ต่อให้กัสยังไม่ได้บอกว่าเกิดอะไรขึ้นแต่พวกเธอก็มั่นใจว่าสิ่งที่เกิดขึ้นต้องเป็เื่ดีอย่างแน่นอน
“ค่ะท่านกัส..พวกเราพบว่าหลังจากที่พยายามกันมากขึ้นคุณภาพของกระถางต้นไม้ที่พวกเราปั้นก็ดูเหมือนจะเพิ่มขึ้นอีกระดับในตอนแรกข้าก็ไม่คิดว่ามันจะมีผลลัพธ์อะไรที่พิเศษ..แต่หลังจากที่ท่านขายพวกมันออกไปพวกเราก็อดคิดไม่ได้ว่ากระถางต้นไม้ที่พวกเราปั้นนั้นมีคุณภาพที่สูงขึ้น..ใช่ไหมเ้าค่ะ”
ถ้อยคำสุดท้ายนั้นบ่งบอกถึงความไม่มั่นใจของเด็กสาวทำให้กัสที่พยายามปั้นสีหน้าอดไม่ได้ที่จะยิ้มและพยักหน้าให้กับเด็กสาวทั้งสาม
เมื่อเห็นรอยยิ้มของกัสและการพยักหน้าเป็การตอบรับรอยยิ้มของเด็กสาวทั้งสามก็ยกสูงขึ้นจนกลายเป็รอยยิ้มที่อ่อนหวานและงดงามเป็พิเศษ
เห็นแบบนั้นกัสก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกภาคภูมิใจในความสามารถของเด็กสาวทั้งสามและชื่นชมในความพยายามของพวกเธอ
“ดีมาก!! ในเมื่อพวกเ้าพยายามจนสามารถสร้างกระถางต้นไม้ที่มีคุณภาพเหนือระดับสมบูรณ์ได้เช่นนั้นข้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้รางวัลกับพวกเ้า”
กัสยิ้มกว้างขึ้นมาทันทีเพราะตอนนี้เขามีเหตุผลที่เหมาะสมในการให้รางวัลเด็กสาวทั้งสามแล้ว
แน่นอนว่าน้องสาวทั้งสองย่อมไม่ปฏิเสธอย่างไร้เหตุผลพวกเธอเองก็ชื่นชมในความพยายามของอิจิโกะกับน้องสาวเช่นเดียวกัน
พร้อมกันนั้นพวกเธอก็รู้สึกถึงแรงกดดันและแรงกระตุ้นที่ทำให้พวกเธอรู้สึกว่าต้องพยายามให้มากกว่านี้
ความคิดนี้เกิดขึ้นในใจของเด็กสาวทั้งสองและทำให้พวกเธอหันมามองหน้ากันโดยไม่รู้ตัวก่อนจะพยักหน้าให้กันครั้งหนึ่งเป็สัญญาณของความร่วมมือที่ไร้คำพูด
“ดีละใจเมื่อมี DP เกินร้อยแล้วเช่นนั้นพวกเราก็มาสร้างบ้านหลังที่สองกันดีกว่า”
หลังจากพูดจบกัสก็เดินเข้าไปในบ้านก่อนจะออกมาพร้อมกับหลักเขตแดนทั้ง 4ที่อยู่ในมือ เด็กสาวทุกคนยิ้มกว้างและพยักหน้ารับแล้วพากันเดินตามกัสไป
กัสเดินนำเด็กสาวทั้งห้าไปยังทิศตะวันออกของป่าจากนั้นยกบันทึกโลกิญญาขึ้นมาแล้วเริ่มกำหนดขอบเขตของบ้าน
ครั้งนี้เขาก็ใช้วิธีเดียวกับครั้งก่อนเขาทำการยืดความยาวของตัวบ้านให้มากกว่าเดิมเท่าตัวและสร้างมันจนทำให้บ้านหลังใหม่มีขนาดที่ยาวกว่าเดิมหนึ่งเท่า
ความกว้างอยู่ที่5 เมตร ส่วนความยาวนั้นมีมากถึง 10 เมตรเป็บ้านที่หลังใหญ่มากทีเดียวหากเทียบกับบ้านหลังแรก
ของตกแต่งภายในบ้านก็เป็เช่นเดียวกันแต่ขาดแท่นหินที่ใช้สำหรับซื้อขายกับดันเจี้ยนเพียงเท่านั้น
ภายในบ้านประกอบด้วยกล่องเก็บของ1 ใบที่มีขนาดมาตรฐาน เตียงนอนหนึ่งหลังที่มีคุณภาพเหมือนกับเตียงนอนในบ้านหลังแรก
ส่วนที่มีมากกว่าบ้านหลังแรกคือพื้นที่ว่างอีก25 ตารางเมตรที่เพิ่มขึ้นมาจากการยืดความยาวของตัวบ้านออกไปอีกเท่าตัว
เมื่อเห็นพื้นที่ว่างภายในบ้านเด็กสาวทั้งห้าก็พากันส่งเสียงร้องด้วยความใเพราะมันใหญ่กว่าบ้านหลังแรกมากใหญ่จนพวกเขาทั้งหกคนสามารถเข้ามาอยู่ด้วยกันได้โดยไม่อึดอัดเลยทีเดียว
“ตอนนี้อดทนนอนด้วยกันไปก่อนนะ รอไว้ DP มีมากกว่านี้ข้าจะเพิ่มเตียงให้พวกเ้าทีนี้พวกเ้าจะได้มีเตียงเป็ของตัวเองเสียที”
ความใจดีของกัสนั้นทำให้อิจิโกะกับน้องสาวปลาบปลื้มจนน้ำตาไหลแต่ในขณะเดียวกันพวกเธอก็รู้สึกไม่ดีที่ต้องเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้ที่ใหญ่ในขณะที่เ้านายอย่างกัสกลับต้องนอนในบ้านหลังเล็กตามเดิม
ในส่วนนี้แม้กระทั่งน้องสาวทั้งสองของกัสก็ยังรู้สึกติดใจอยู่เช่นกันพวกเธอไม่รังเกียจที่ต้องอยู่ในบ้านหลังเล็กแต่พวกเธอไม่เห็นด้วยที่พี่ชายของพวกเธอต้องอยู่ในบ้านหลังเล็ก
ทว่ากัสกลับไม่สนใจสักนิดว่าเขาอยู่ในบ้านแบบไหนเพราะมูลค่าของบ้านมันไม่ต่างกัน
“ท่านกัสเ้าค่ะข้าเกรงว่ามันจะไม่เหมาะสมหากพวกเราจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้..ทางที่ดีท่านกัสกับคุณหนูน่าจะเข้ามาอยู่ในบ้านหลังนี้แทนนะคะ”
สีหน้าของเด็กสาวทั้งสามนั้นเห็นได้ชัดว่ารู้สึกอย่างที่พูดจริงๆไม่ใช่พูดเพื่อให้ตัวเองดูดีเท่านั้น
“นั่นสิคะท่านพี่ ด้วยฐานะของท่านการอยู่ในบ้านที่เล็กกว่าข้ารับใช้ดูจะไม่เหมาะเท่าไหร่”
ได้ยินแบบนั้นกัสก็อมยิ้ม นับจากวันที่เขาเริ่มสานสัมพันธ์รักกับน้องสาวก็เป็เื่ยากที่เขาจะได้เห็นเด็กทั้งห้าคนมีความเห็นตรงกันแบบนี้
“ผิดแล้วละ..ตอนนี้มันอาจจะใหญ่กว่าก็จริง แต่หลังจากที่ข้าเพิ่มระดับของบ้านหลังแรกขนาดของมันก็จะใหญ่ยิ่งกว่าบ้านหลังนี้ทั้งยังมีข้าวของเครื่องใช้ที่มากกว่าด้วย..แล้วแบบนี้พวกเ้าจะให้ข้าอยู่ในบ้านหลังนี้หรือยังไงกัน”
ได้ยินกัสพูดแบบนั้นอิจิโกะกับน้องสาวก็มีท่าทีผ่อนคลายลงน้องสาวทั้งสองของกัสก็พยักหน้าด้วยความพอใจ
“ถ้างั้นทำไมเราไม่ย้ายมาอยู่ในบ้านหลังนี้เป็การชั่วคราวก่อนละพี่กัส”
“เื่นั้นไม่เหมาะเท่าไหร่ อย่างแรกการย้ายบ้านหลักจำต้องใช้ DP จำนวนหนึ่งและถ้าข้าไม่ย้ายมันก็จะลำบากเวลาทำการซื้อของจากดันเจี้ยนเพราะแท่นหินมันอยู่ในบ้านหลัก”
พอได้ยินแบบนั้นทุกคนก็เข้าใจหัวใจหลักของบ้านนั้นอาจจะเป็สถานที่อยู่อาศัยก็จริงอยู่แต่หัวใจหลักที่แท้จริงของบ้านในดันเจี้ยนแห่งนี้คือแท่นหินที่ใช้ในการติดต่อซื้อขายกับดันเจี้ยนต่างหาก
สิ่งนี้เป็สัญลักษณ์แสดงฐานะของเ้าของดินแดนคงไม่แปลกถ้ากัสที่เป็เ้าของดินแดนจะอยู่ในบ้านที่มีแท่นหินเพื่อความสะดวกในการซื้อขายสิ่งของต่างๆ
หลังจากเสียเวลาอธิบายอยู่นานสองนานในที่สุดอิจิโกะและน้องสาวก็เข้าใจถึงเหตุผลและยอมรับบ้านหลังใหม่ได้โดยสนิทใจ
เย็นวันนั้นอิจิโกะกับน้องสาวก็เริ่มทำความสะอาดบ้านหลังแรกทำการเก็บแผ่นหนังหมอนและผ้าห่มของตัวเองออกไปทำความสะอาดพื้นกวาดกองหญ้าออกไปจากบ้าน
เมื่อกองหญ้าถูกกวาดออกไปบ้านก็ดูใหญ่ขึ้นมากทีเดียวทำให้น้องสาวทั้งสองของกัสมีท่าทีพึงพอใจไม่น้อย
พอมีพื้นที่กว้างขึ้นเด็กสาวทั้งสองก็เริ่มนำโต๊ะเก้าอี้เข้ามาตั้งไว้ในบ้านเพื่อความสะดวกในการใช้ชีวิตส่งผล่เวลาที่พวกเธออยู่ในบ้านเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพราะมีกิจกรรมหลายๆอย่างที่สามารถทำในบ้านได้หลังจากที่บ้านมีพื้นที่ว่างมากขึ้น
เช่นเดียวกับอิจิโกะกับน้องสาวที่ดูเหมือนจะวุ่นวายอยู่กับการจัดบ้านของพวกเธอใหม่ทำให้ไม่ค่อยได้พูดคุยกับกัสมากนัก
นอกจาก่เวลาทำงานพวกเขาก็พบกันน้อยลงแม้กระทั่งเวลาอาบน้ำก็ไม่ตรงกันอีกทำให้น้องสาวทั้งสองของกัสเห็นช่องว่างและเปิดศึกที่เร่าร้อนกับกัสในบ่อน้ำกลางแจ้งอยู่หลายครั้ง
แม้ว่าการกระทำของเด็กสาวจะดูเหมือนการอุดหูขโมยระฆังอยู่บ้างแต่ความต่างระหว่างทำกันต่อหน้ากับการปล่อยให้อีกฝ่ายแอบมองก็ยังต่างกันและให้ความรู้สึกลำบากใจต่างกันด้วยเช่นกัน
เมื่อไม่เห็นสีหน้าและท่าทางของอิจิโกะกับน้องสาวน้องสาวคนโตก็เหมือนจะผ่อนคลายขึ้นมากเวลาเริงรักกับกัสไม่ว่าจะในบ้านหรือบ่อน้ำกลางแจ้งก็ดูเหมือนจะเพลิดเพลินกับมันได้อย่างสะดวกใจมากกว่าเดิม
ทางด้านของกัสนั้นเพื่อตอบสนองต่อความปรารถนาของน้องสาวและความหวังของเธอเขาจึงไม่คิดที่จะปฏิเสธคำขอที่เร่าร้อนนี้
ในขณะเดียวกันกัสก็ไม่เปิดปากบอกความลับของเขาออกไปด้วยเช่นกันและปล่อยให้น้องสาวนอนหลับไปพร้อมกับความหวังที่สวยงาม
ทางด้านของอิจิโกะกับน้องสาวกัสก็ดูแลพวกเธอเต็มที่เขาใช้เวลาอีกเล็กน้อยในการรวบรวม DP มาซื้อเครื่องนอนชุดใหม่ให้พวกเธอจนกระทั่งครบจำนวนคน
ราคาของเตียงนอนพร้อมเครื่องนอนนั้นอยู่ที่10 DP เท่านั้นด้วยเหตุนี้เพียงสองวันกัสก็สามารถซื้อเตียงนอนได้แล้วเพราะรายได้ที่มากขึ้นจากการขายกระถางต้นไม้ทั้ง30 ใบ
ทุกสิ่งทุกอย่างดูเหมือนจะดีขึ้นรายได้ที่มั่นคงมากขึ้นและเพิ่มขึ้น ทำให้กัสเริ่มวางแผนเก็บรวบรวม DP เพื่อซื้อสิ่งที่เขา้าเป็ลำดับต่อไป
การสะสมDP ให้ครบ 100 กลายเป็เื่ที่ง่ายมากขึ้นด้วยรายได้วันละ 20 DP เพียง 5 วันก็รวบรวมได้อย่างสบายๆ
เมื่อครบกำหนดกัสก็เริ่มคิดถึงสิ่งที่เขา้าเป็อย่างต่อไปและเริ่มลังเลใจที่จะเลือกซื้อสิ่งของที่มีมูลค่า100 DP มากกว่าเดิม
‘จริงสิ..อิจิโกะกับน้องดูจะไม่พอใจที่ถูกจำกัดปริมาณดินสินะงั้นก็เอาไอ้นี่ละกัน’
คิดแล้วกัสก็คว้าเอาผลึกิญญาปฐีออกมาแล้วตามด้วยผลึกเวทจำนวนเล็กน้อยรวมแล้วเขาจ่ายออกไปถึง 110 DP เลยทีเดียวสำหรับผลึกิญญาปฐี1 ก้อนและผลึกเวท 10 ก้อน
กัสเก็บผลึกิญญาปฐีกับผลึกเวทใส่กระเป๋ามิติเอาไว้แล้วเดินไปยังโรงปั้นด้วยท่าทางที่เร่งรีบน้อยๆ
พอเขาไปถึงก็พบว่าอิจิโกะกับน้องยังทำงานกันอย่างขยันขันแข็งกัสก็ยิ้มกว้างด้วยความชื่นชม
อิจิโกะกับน้องสาวเองก็มองเห็นกัสเช่นกันพวกเธอเงยหน้าขึ้นด้วยความประหลาดใจก่อนจะกลายเป็ความแปลกใจเมื่อเห็นกัสเดินตรงเข้ามาหาพวกเธอโดยไม่ลดความเร็วลงเลย
เห็นแบบนั้นอิจิโกะก็วางมือจากงานแล้วตรงเข้าไปรับในทันที
“ท่านกัส..มีอะไรหรือเ้าค่ะทำไมท่านถึงดูรีบร้อนเช่นนี้”
“งั้นหรือๆ ข้าดูรีบร้อนขนาดนั้นเลยหรือ อืม..ช่างเถอะเอาละดูนี่ก่อนๆ”
กัสเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจ พลางคิดในใจว่าไม่ดีเลยที่เผลอแสดงความตื่นเต้นออกไปแบบนั้นจากนั้นก็ปรับความคิดใหม่แล้วนำเอาผลึกิญญาปฐีกับผลึกเวทออกมา
“สิ่งนี้คือผลึกิญญาปฐี ตัวมันเองมีคุณสมบัติในการสนับสนุนพลังธาตุดินส่วนนี้คือผลึกเวททั่วไป สองอย่างนี้หากนำมารวมกันอย่างถูกวิธีจะสามารถสร้างแท่นบูชาปฐีได้”
อิจิโกะนิ่งเงียบไปชั่วขณะก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองกัสด้วยความสงสัยเนื่องจากเธอนั้นไม่เคยได้ยินคำว่าแท่นบูชาปฐีมาก่อน
“ไม่ต้องสงสัยไปสิ่งนี้คือสิ่งที่พวกเ้าพี่น้องอยากได้กันมากที่สุดไงละ หากสร้างแท่นบูชาได้สำเร็จมันจะช่วยเพิ่มอัตราการฟื้นฟูทรัพยากรดินในดินแดนของพวกเรา..และดินเหนียวที่พวกเ้าใช้ในการปั้นก็จะเพิ่มมากขึ้นในแต่ละวัน”
พริบตานั้นความสงสัยทั้งหมดของอิจิโกะก็บินหายไปในทันทีนิโกะกับซันโกะที่ได้ยินก็พากันทิ้งงานแล้ววิ่งเข้ามาล้อมวงเพื่อมองดูผลึกิญญาปฐีอย่างตื่นเต้น
“จริงหรือคะท่านกัส! มันจะเพิ่มดินให้พวกเราได้จริงหรือคะ!!”
ความรู้สึกตื่นเต้นยินดีของอิจิโกะกับน้องนั้นเกินความคาดหมายของกัสไปมากทีเดียวแต่มันก็ทำให้เขาพึงพอใจเป็อย่างมากและรู้สึกว่าคุ้มค่าเหลือเกินที่ซื้อสิ่งนี้มา
“ใช่! ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันเพิ่มได้มากขนาดไหนเพราะว่าแท่นบูชาที่พวกเราจะสร้างไม่ใช่ของจากดันเจี้ยนแต่เป็การสร้างในรูปแบบของพวกเรา เพราะงั้น..มันอาจจะเพิ่มได้สัก 1 ส่วนหรืออาจจะมากกว่านั้นก็ได้”
พอได้ยินแบบนั้นอิจิโกะกับน้องก็สงบลงอย่างมาก พวกเธอมองดูผลึกิญญาปฐีบนพื้นดินแล้วคิดถึงสิ่งที่เรียกว่าแท่นบูชาขึ้นมา
“แล้วพวกเราต้องสร้างมันยังไงคะท่านกัส”
“ไม่รู้สิ..ข้าเองก็ไม่เคยเห็นของจริงด้วยรู้แค่ว่ามันต้องสร้างขึ้นจากวัตถุที่มีความสัมพันธ์กับธาตุนั้นๆและมีการจัดวางรูปแบบของผลึกเวทกับผลึกิญญาปฐีตามแบบที่กำหนดซึ่งข้าก็รู้แค่รูปแบบเท่านั้น”
กัสชี้นิ้วไปยังผลึกิญญาปฐีที่มีรูปร่างกลมแต่มีผิวที่เป็เหลี่ยมมุมในทุกๆด้านมองดูแล้วไม่ได้สวยเท่าไหร่ แต่ก็ให้ความรู้สึกที่สงบนิ่งมั่นคงเป็พิเศษ
“ใช้ผลึกิญญาปฐีเป็แกนกลางและประดับผลึกเวทเอาไว้ทั้งห้าทิศโดยซ้อนทับกันสองชั้นข้ารู้แค่นี้..ส่วนที่เหลือ บางทีต้องพึ่งพวกเ้าแล้วละนะ”
สีหน้าของอิจิโกะกับน้องสาวเปลี่ยนไปในทันทีพวกเธอเบิกตากว้างมองดูกัสอย่างไม่อยากเชื่อสายตาของตัวเองพวกเธอไม่คิดเลยว่าเ้านายผู้เก่งกาจของพวกเธอจะมีด้านแบบนี้ซ่อนอยู่ด้วย
“ไม่ต้องห่วงขอเพียงสร้างรูปแบบนี้ได้โดยไม่ผิดพลาดข้าคิดว่ามันน่าจะเพิ่มอัตราการฟื้นฟูได้มากกว่า1 ส่วน ส่วนจะเพิ่มมากกว่านั้นได้หรือไม่ก็..ขึ้นอยู่กับพวกเ้าแล้ว”
กัสพูดทิ้งท้ายเอาไว้แค่นั้นก็เดินจากไปปล่อยให้อิจิโกะกับน้องสาวได้มีเวลาคิดส่วนตัวเขานั้นหลังจากส่งของเสร็จก็เดินไปดูแปลงผักรอบหนึ่งพลางคิดคำนวณวันเวลาอยู่ในใจ
‘ใกล้จะครบกำหนดแล้ว..อีกแค่ 10 วันเท่านั้น’
นับจากวันที่เขาเข้ามาในดันเจี้ยนวันแรกตอนนี้ผ่านไปนานกว่าหนึ่งเดือนแล้ว และอีกแค่ 20 วันก็จะครบสองเดือน
กัสนับเวลาอยู่ในใจเงียบๆพลางมองดูผักในแปลงที่ตอนนี้เติบโตจนแผ่ขยายกิ่งก้านสีเขียวอ่อนออกมาเป็พุ่มเตี้ยๆแล้ว
ลักษณะพิเศษของผักแต่ละชนิดก็เริ่มปรากฏให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ
เช่นใบที่เรียวแหลมราวกับหนามของแครอทใบหนามที่กัสปลูกเอาไว้รอบนอกสุดรวมกับกลิ่นหอมอ่อนๆ ของหัวผักกาดกลิ่นหอมที่ปลูกเอาไว้คู่กับแครอทใบหนาม
สองสิ่งนี้คือสิ่งที่กัสเฝ้ามองอยู่นานที่สุดมันเป็ผักที่โตเร็วที่สุดแล้วในแปลงผักแห่งนี้เนื่องจากระยะเวลาในการปลูกและเติบโตจนกระทั่งเก็บเกี่ยวผลผลิตได้นั้นมีเพียง3 เดือนเท่านั้น
เวลานี้เกือบจะผ่านไปแล้วเดือนครึ่งเท่ากับว่ามันเติบโตไปได้ครึ่งหนึ่งแล้วและค่อยๆแสดงลักษณะเด่นของพวกมันออกมาทีละน้อย บ่งบอกถึง่เวลาของการออกผลของพวกมัน
ใบของแครอทใบหนามจะมีความแหลมคมมากยิ่งขึ้นเมื่อหัวแครอทที่อยู่ใต้ดินโตได้ในระดับหนึ่งมันเป็กลไกตามธรรมชาติในการป้องกันตัวของผักชนิดนี้
เช่นเดียวกับหัวผักกาดกลิ่นหอมที่ใบจะมีกลิ่นหอมอ่อนๆซึ่งเป็สิ่งที่ดึงดูดแมลงศัตรูพืชของมันให้เข้ามาใกล้
ในขณะที่ส่วนหัวที่อยู่ใต้ดินกลับปล่อยกลิ่นเหม็นออกมาซึ่งมีเพียงแมลงที่อาศัยอยู่ใต้ดินเท่านั้นที่จะได้กลิ่นและหลีกหนีไป
สิ่งนี้เองก็เป็กลไกการป้องกันตัวของหัวผักกาดกลิ่นหอมเช่นเดียวกัน
แผนการที่กัสวางเอาไว้นั้นจำเป็ต้องพึ่งพาผักสองชนิดนี้เป็สำคัญเพื่อทำหน้าที่ของปราการธรรมชาติให้กับแปลงผักของเขา
ด้วยการช่วยเหลือกันของแครอทใบหนามที่แผ่ใบปกคลุมพื้นที่รอบๆต้นของมัน กับหัวผักกาดกลิ่นหอมที่มีส่วนหัวที่เหม็นซึ่งสามารถขับไล่แมลงที่อยู่ใต้ดิน
ผักสองชนิดนี้เป็การผสมผสานที่ลงตัวที่สุดเท่าที่กัสรู้ในตอนนี้แครอทใบหนามปกป้องบนพื้นดิน ส่วนหัวผักกาดหอมปกป้องใต้ดิน
เพียงเท่านี้ปราการของแปลงผักก็น่าจะสมบูรณ์เหลือเพียงรอเวลาให้ผักทั้งสองชนิดเติบโตจนถึงจุดที่การปกป้องของพวกมันเข้มแข็งที่สุดเท่านั้น
‘ใกล้แล้ว..อีกไม่นานแล้วบางที..เราน่าจะให้ทุกคนฝึกฝนสักหน่อยจะได้มีความพร้อมมากกว่านี้’
เมื่อคิดถึงการฝึกขึ้นมาได้ดวงตาของกัสก็ทอประกายวาววับเต็มไปด้วยความมุ่งราวกับเปลวไฟที่ลุกโหมอยู่ในดวงตา
“จะสำเร็จหรือล้มเหลวก็อยู่ที่ 10 วันต่อจากนี้ละนะ”