หอคอยกระบี่โบราณ
อู่หมิงรับรู้ดีว่าอู่เหม่ยกังวลว่าตนจะกลายเป็นคนกระหายแต่การแก้แค้นและจิตใจจะจมสู่ความมืด แต่สำหรับอู่หมิงการแก้แค้นตระกูลหวงคือแรงผลักดันให้ตนก้าวหน้าได้รวดเร็วยิ่งขึ้นถึงแม้ในใจตนยังเคียดแค้นชิงชังพวกตระกูลหวงอยู่แต่มันก็ไม่ได้มากถึงขนาดที่จะทำให้จิตใจของอู่หมิงจมสู่ความมืด"อู่หมิงเจ้าจะต้องเข้าร่วมกับหอกระบี่ให้ได้และเจ้าจะต้องไต่เต้าจนได้รับความสนใจจากหอคอยกระบี่โบราณจากทวีปศูนย์กลางให้จงได้เพราะขุมกำลังแห่งนั้นเก็บความลับที่ยิ่งใหญ่เอาไว้และด้วยการเข้าขุมอำกลังแห่งนั้นเส้นทางแห่งกระบี่ของเจ้าจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้่นและด้วยตอนนี้เจ้าสร้างจิตกระบี่ขึ้นมาได้แล้วแต่มันก็ยังเป็นจิตกระบี่ที่อ่อนแอมากๆเมื่อเทียบกับจิตกระบี่ที่แข็งแกร่งเพราะกันการเข้าไปเป็นศิษย์ของหอกระบี่จะเป็นประโยชน์กับเจ้า" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"หืมดูเหมือนเจ้าจะสนใจความลับของหอคอยกระบี่โบราณมากกว่าประโยชน์ของข้าซะอีกนะ" อู่หมิงเบะปาก"มันก็แน่อยู่แล้ว จากข้อมูลที่ข้าได้รับมาหอคอยกระบี่โบราณเป็นขุมอำนาจที่ก่อตั้งมาตั้งแต่ยุคโบราณที่แห่งนั้นเก็บมรดกล้ำค่าและความลับมากมายจากยุคโบราณไว้ถึงแม้ในตอนนี้หอคอยกระบี่จะอยู่ในช่วงตกต่ำ แต่ภายในหอคอยกระบี่โบราณก็ยังมีสัตว์ประหลาดเฒ่าที่น่าหวาดกลัวซ่อนอยู่ทำให้ไม่มีขุมอำนาจใหนกล้าโจมตีไปยังหอคอยกระบี่โบราณ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ใครจะคิดว่ากระรอกหน้าดำเช่นเจ้าจะรู้เรื่องมากมายขนาดนี้ตกลงแล้วเจ้าอายุกี่ปีแล้วเนี่ยเจ้าเป็นสัต์อสูรพันปีหรือหมื่นปีก่อนแน่" อู่หมิงกล่าว "บัดซบเจ้าคิดว่าข้าเป็นตาแก่อายุพันปีงั้นหรืออายุของข้ายังไม่ถึงร้อยปีเลยด้วยซ้ำแต่ที่ข้าทรงพลังขนาดนี้เพราะข้าคือราชันอสูรยังไงละ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เปรี้ยง"อู่หมิงตบฝ่ามืออกไปจนทำให้เสี่ยวฮุ่ยต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวดหลังจากที่กลับมายังที่พักของตนอู่หมิงก็เริ่มฝึกฝนกระบี่ในทันทีอู่หมิงได้แบ่งเวลาฝึกกระบี่เป็นสงช่วง ตอนกลางวันอู่หมิงจะฝึกฝนทักษะกระบี่ตะวันส่วนตอนกลางคืนอู่หมิงจะฝึกฝนทักษะกระบี่เงา"ตะวันกลางนภา" อู่หมิงกล่าวอย่างแผ่วเบากระบี่ของอู่หมิงปรากฎปราณกระบี่สีแดงฉานราวกับดวงตะวันหนึ่งดวงที่ร้อนระอุ"ฉ่า!!!!!!!!!"น้ำในสระน้ำถึงกับระเหยเมื่อสัมผัสถึงปราณกระบี่ของอู่หมิง"อืมดูเหมือนเจ้าจะฝึกฝนทักษะตะวันได้ถึงส่วนแรกได้แล้วส่วนที่สองคือ ตะวันขึ้นขอบฟ้าและส่วนสุดท้ายเป็นระดับที่ฝึกฝนยากมากๆเพราะส่วนใหญ่ผู้คนไม่สามารถทำความเข้าใจเกี่ยวกับระดับนี้ได้ชื่อของมันก็คือ สุริยคราสซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่นานๆครั้งจะปรากฎทำให้ผู้คนไม่ค่อยจะได้พบเห็นแต่เจ้าของที่คิดค้นทักษะนี้กลับบรรลุทักษะนี้ในขณะที่สุริยคราสปรากฎออกมาเพียงแค่ไม่นาน" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"แล้วแบบนี้ข้าจะฝึกฝนขั้นที่สามของทักษะตะวันได้สำเร็จงั้นหรือ" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว"บัดซบ เจ้าจะกลัวอะไรเจ้ามีข้าราชันอสุรอยู่เพียงแต่พลังของข้าฟื้นคือมามากพอเพียงแค่สร้างปรากฎการสุริยคราสมันก็เป็นเรื่องง่ายๆ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เจ้ากระรอกปากมากโป้ปดคำกล่าวของเจ้ามันจะมีใครเชื่อ" อู่หมิงกล่าวด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายอู่หมิงไม่ได้สนใจเสี่ยวฮุ่ยอีกเพราะตัวเขายังขาดสมุนไพรล้ำค่ามากมายที่จำเป็นต่อการฝึกทักษะกายทองคำอีกอู่หมิงได้บอกกล่าวต่ออู่เทียนว่าตนต้องการไปเมืองหลวงเพื่อเสาะหาสมุนไพรเหล่านั้น"เจ้าจะไปเมืองหลวงจริงๆงั้นรึ" อู่เทียนกล่าว"ใช่แล้วหลานอยากจะลองหาสมุนไพรที่หลานยังขาดอยู่มันจำเป็นกับหลานเอามากๆ" อู่หมิงกล่าว"เจ้าไม่จำเป็นต้องรีบรอหลังงานเทศกาลจบลงที่เมืองหลวงจะจัดงานประมูลครั้งใหญ่ข้าได้ข่าวว่าจะมีของล้ำค่ามากมายมาประมูลเมื่อถึงตอนนั้นเจ้าค่อยไปพร้อมข้าก็แล้วกัน" อู่เทียนกล่าว"หลานเข้าใจแล้ว" อู่หมิงกล่าวดวงตาของอู่หมิงสาดประกายเพราะเงินทองที่อู่หมิงขโมยมาจากตระกูลหวงนั้นมากมายเหลือเกินอย่างน้อยมันก็เท่ากับ1 ใน 10 ของเงินทั้งหมดที่ตระกูลหวงครอบครองวันต่อมาในขณะที่อู่หมิงกำลังร่ายรำกระบี่อยู่อู่เซียงก็เดินเข้ามาอู่เซียงในตอนนี้สวมชุดสีฟ้าที่งดงามและเปิดเผยให้เห็นหัวใหล่ที่ขาวเนียนของนางชุดที่แนบเนื้อเผยให้เห็นสัดส่วนที่นูนออกมานั้นทำให้นางดูงดงามยิ่งขึ้น"อู่หมิง ท่านตาให้ข้ามารับเจ้า" อู่เวียงกล่าวอู่หมิงหยุดร่ายรำกระบี่ลงและหันไปมองอู่เซียงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าแล้วเดินกลับเข้าไปในที่พักของตนพร้อมกับอาบน้ำและเปลี่ยนชุดไม่นานอู่หมิงก็ออกมาพร้อมกับสวมชุดสีขาวพร้อมกับสวมหน้ากากครึ่งหน้าไว้อู่เวียงยืนตกตะลึงกับภาพที่เห็นอู่หมิงในตอนนี้ดูหล่อเหลาและลึกลับทำให้หัวใจของนางเต้นแรงขึ้นพร้อมกับใบหน้าของนางแดงขึ้นอย่างรวดเร็ว"ใจเย็นๆอู่เซียงเขาคือลูกพี่ลูกน้องของเจ้านะ" อู่เซียงกล่าวกับตัวเองในใจ"พวกเราไปกันเถอะ" อู่หมิงไม่ได้สนใจกับอาการแปลกที่อู่เซียงแสดงออกมาอู่เซียงรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อยที่อู่หมิงไม่ได้เอ่ยถึงการแต่งตัวของนางราวกับว่าความงดงามของนางไม่อยู่ในสายตาของอู่หมิงแต่นางอาจจะไม่รู้ว่าหญิงสาวที่ทำให้อู่หมิงรู้สึกใจเต้นแรงนั้นมีความงดงามในระดับที่นางไม่สามารถเทียบได้และอู่หมิงที่มีความเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องหญิงสาวแทบจะเป็นศูนย์จึงทำให้อู่หมิงไม่สามารถเข้าใจอาการที่อู่เซียงแสดงออกมา"เจ้าคนเย็นชา" อู่เซียงกล่าวออกมาด้วยความแง่งอนแล้วเดินนำหน้าอู่หมิงไป"นางโกรธอะไรของนาง" อู่หมิงกล่าว"เจ้าโง่เอ้ย" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวออกมาพร้อมกับส่ายหน้าไปมาเสี่ยวฮุ่ยที่ใช้ทักษะแปลกประหลาดในการแปลงกายทำให้เสี่ยวฮุ่ยในตอนนี้เปลี่ยนแปลงเป็นแมวสีดำตัวหนึ่งเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวตนของอู่หมิงถูกเปิดเผยหลังจากนั้นไม่นานอู่เซียงก็มาอู่หมิงเข้ามาสมทบกับรุ่นเยาว์หนุ่มสาวของตระกูลอู่ที่รวมตัวกันอยู่"หืมอู่เซียงคนที่อยู่ข้างหลังเจ้าคือใครกันข้าไม่เห็นเคยรู้จักเลย" หญิงสาวตระกูลอู่คนหนึ่งชี้ไปที่อู่หมิงแล้วกล่าวด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น"เอ่อเขาชื่ออู่หมิงเป็นคนตระกูลอู่ของพวกเรา" อู่เซียงกล่าว"เหอะเจ้าหนะหรืออู่หมิงลูกของผู้หญิงทรยศนั่น" อู่เวิ่นที่ยืนอยู่ในกลุ่มก็กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาอู่หมิงขมวดคิ้วออกมาภายในจิตใจของอู่หมิงเริ่มเย็นชาจิตสังหารเริ่มปรากฎบนดวงตาเมื่อมองไปยังอู่เวิ่นอู่เซียงเองก็มองไปยังอู่เวิ่นด้วยสายตาไม่ชอบใจกับคำกล่าวของอู่เวิ่น------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------