เกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 84 แม่สื่อจ้าวมาเยือนถึงบ้านอีกครั้ง

            พอได้ฟังคำเตือนของซ่งอวี้ท่านจ้าวก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่เหมาะกับการพูดคุยจริงๆ จึงได้แต่อดกลั้นความตื่นเต้นในใจพาซ่งอวี้เดินไปสวนหลังร้าน เข้าไปในห้องที่เหมือนห้องอักษร แล้วแตะที่กำแพงจากนั้นประตูลับหนึ่งบานก็เปิดออก

            คุณพระ นี่มันเรื่องโกหกในละครแล้วมีสถานที่เช่นนี้จริงๆ หรือ?

            ซ่งอวี้ที่เป็นสาวบ้านนอกเห็นภาพตรงหน้าก็ถึงกับตะลึงตาไม่กะพริบ

            ลองเปรียบเทียบเหตุการณ์เหล่านี้ระหว่างในละครกับความเป็นจริงที่เกิดขึ้นตอนนี้ ความรู้สึกแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ไม่รู้ประตูลับหมุนออกมาจากตรงไหนทว่าเสียงนั้นกลับดังขึ้นข้างหูอย่างชัดเจน ทำให้นางรู้สึกขนลุก

            เห็นได้ชัดว่านี่คือห้องลับแห่งหนึ่ง

            ตอนที่ซ่งอวี้ก้าวตามท่านจ้าวเข้าไปในห้องลับนี้นางใช้หางตาลอบสังเกตมองรอบๆ ด้านในมีชั้นวางหนังสือมากมายด้านบนมีตำราหลากหลายชนิด เดิมทีนางคิดว่าตนคงเห็นชัดกว่านี้ แต่แสงในห้องลับสลัวเกินไปจึงทำได้เพียงถอนหายใจในใจ

            “ยัยหนูซ่งที่นี่คือห้องลับที่ปลอดภัยที่สุดในร้านยาถงอัน ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าพูดอะไรตอนนี้เจ้าควรวางใจได้แล้ว”

            ที่จริงแล้วท่านจ้าวเดาความกังวลของซ่งอวี้ออกถึงได้พานางเข้ามา อย่างไรนางก็เป็นลูกศิษย์ที่เขาให้ความสำคัญ ไม่ใช่แค่หมากล้อมเม็ดหนึ่งที่เขาจะทิ้งไปง่ายๆ

            ซ่งอวี้รู้สึกวางใจในตัวท่านจ้าวอย่างมากนางค่อยๆ เล่าเรื่องเกี่ยวกับหรงจิ่งให้เขาฟัง

            เล่าตั้งแต่ตอนที่เจอหรงจิ่งที่ทั้งตัวเปื้อนด้วยเลือดในป่าลึกและรักษาเขาอย่างไร รวมถึงสิ่งที่กังวลในตอนนี้ เล่าทุกอย่างอย่างละเอียดเท่าที่จะเล่าได้

            “เช่นนั้นก็หมายความว่านายน้อยยังคงพักฟื้นอยู่ที่เรือนของเจ้าน่ะสิ? ตอนนี้การฟื้นตัวของเขาเป็นอย่างไรบ้างแล้ว ต้องการยาอะไรหรือไม่? เจ้าบอกข้ามาเถอะ ข้าจะได้เตรียมให้เจ้า”

            ท่านจ้าวฟังเหตุการณ์ที่เป็นต้นเหตุและปลายเหตุจนจบก็อยากรู้อาการของหรงจิ่งทันที

            ซ่งอวี้จึงปลอบว่า “ท่านอาจารย์วางใจเถอะหรงจิ่งได้รับบาดเจ็บแค่ภายนอกเท่านั้น ดูออกว่าผู้ร้ายคงไม่ได้คิดจะเอาชีวิตเขาตอนนี้ก็เกือบจะหายดีแล้ว แค่เสียเลือดมากไปหน่อย สีหน้าจึงยังซีดเซียวเล็กน้อย”

            ท่านจ้าวรู้สึกสบายใจขึ้นเล็กน้อยแต่ตัวเองไม่เห็นกับตาก็ยากที่จะวางใจ

            “ไหนๆนายน้อยก็อยู่บ้านเจ้าแล้ว ประเดี๋ยวตอนกลับไป ข้าจะไปกับเจ้าด้วยจะได้รับนายน้อยกลับมารักษาต่อ”

            ร้านยาถงอันเป็นที่ที่ไม่ขาดยาสมุนไพรที่สุดต่อให้เขารู้ความสามารถของซ่งอวี้เป็นอย่างดี ก็ยังกังวลในหลายๆ อย่างรับกลับมารักษาต่อด้วยตัวเองถึงจะรู้สึกสบายใจจริงๆ

            อีกอย่างทางตระกูลหรงก็กำลังวุ่นวายเพราะการหายตัวไปของนายน้อยรอให้นายน้อยกลับมาถึงจะรู้สึกสบายใจคนที่จ้องจะแบ่งพรรคพวกจะได้ล้มเลิกความคิดชั่วร้ายนั้นไป

            ซ่งอวี้ได้ยินท่านจ้าวว่าเช่นนั้นก็ขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว

            “อาจารย์ท่านฟังข้าก่อน หรงจิ่งกับข้าคุยกันแล้ว พวกเรารู้สึกว่าตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่ดีนักที่เขาจะกลับมา”ต่างฝ่ายต่างมีเรื่องให้คำนึงถึง แต่สิ่งที่ไปในทิศทางเดียวกันก็คงมีเพียงเรื่องนี้

            “ตอนนี้ด้านนอกยังมีคนตามหาตัวเขาตลอดแค่เขาปรากฏตัว ข่าวคราวที่หรงจิ่งยังปลอดภัยคงจะหลุดออกมาเช่นนั้นคนที่จ้องจะทำร้ายเขาก็อาจจะลงมืออีกครั้ง ยิ่งไปกว่านั้นในบ้านของข้าก็มีเพียงสตรีทันทีที่ที่ซ่อนหรงจิ่งหลุดออกมา พวกเราก็ต้องสละชีวิตไปด้วย”

            ซ่งอวี้พูดตรงจริงๆ สิ่งที่นางพูดราวกับมีดเล่มหนึ่งทิ่มแทงเข้าไปในใจของท่านจ้าวทำให้เขารู้สึกเจ็บปวดเป็นระยะๆ

            อย่าไปกังวลกับแนวหน้าตอนนี้จะก่อปัญหาขึ้นในภายหลัง ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต่อไปจะบานปลายเพียงใด?

            เอาเถอะ เขาก็โทษซ่งอวี้ไม่ได้หรงจิ่งจะปลอดภัยหรือไม่ก็ไม่ค่อยเกี่ยวข้องกับซ่งอวี้จริงๆ นางคำนึงถึงตัวเองก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล

            เพียงแต่ว่าทั้งชีวิตนี้ของท่านจ้าวอยู่เพื่อร้านยาถงอันเท่านั้นเขาชินไปแล้วที่ทุกอย่างต้องคำนึงถึงร้านยาถงอันเป็นอันดับแรก นี่ถึงได้ทำให้เขารู้สึกค่อนข้างหดหู่ใจแต่ไม่นานเขาก็รู้ตัวว่าท่าทีของตัวเองมีปัญหาจึงรีบปรับอารมณ์ทันที

            “เช่นนั้นเจ้าพูดมาว่าควรทำอย่างไรเรื่องนี้ไม่ควรปิดบังนานเกินไป หากนายน้อยไม่รีบกลับมา ตระกูลหรงจะไม่มีใครคอยนั่งบัญชาการเรื่องมันคงจะแย่ลงเรื่อยๆ”

            ท่านจ้าวไม่รู้ตัวว่าตัวเองบอกวิกฤตที่ร้านยาถงอันกำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ให้ซ่งอวี้ฟังไปแล้ว

            ซ่งอวี้รู้สึกสุดจะบรรยายรู้สึกว่าตัวเองเหมือนถูกดึงเข้าไปเกี่ยวข้องในเรื่องที่ไม่ควรเข้าเสียแล้วแต่ก็ไม่อาจปลีกตัวออกมาได้ จึงพูดอย่างไม่ยั้งคิด “ไม่แน่หรงจิ่งอาจไม่ยอมกลับมาแค่อยากดูว่าใครบ้างที่ระรื่นหลังจากเขาหายตัวไป?”

            พูดจบ บรรยากาศในห้องลับก็เงียบลงไปพักใหญ่

            ซ่งอวี้ลอบตำหนิตัวเองในใจว่าเหตุใดถึงไม่ควบคุมปากตัวเองให้ดีคำพูดเมื่อครู่นี้ของนางไม่ได้แฝงความหมายใดจริงๆแค่อ่านนิยายยุคปัจจุบันมากเกินไป มีหลายเรื่องที่กับดักเป็นแบบนี้แต่คำพูดนี้เข้าหูท่านจ้าวกลับได้ผลในทางอื่น

            ตามนิสัยการจัดการปัญหาของหรงจิ่งนี่อาจจะเป็นไปได้ก็ได้

            ท่านจ้าวไม่ตายใจ“ข้าไปเยี่ยมนายน้อยไม่ได้จริงๆ หรือ? แค่ครู่เดียวเท่านั้น”

            ซ่งอวี้ปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย“ขอโทษจริงๆ ไม่ได้”

            หลังจากไปเยี่ยมแล้วหรงจิ่งยังจะหลบที่บ้านนางได้อย่างไร ไม่ใช่เป็นเรื่องน่าขบขันหรือ

            ท่านจ้าวถามขึ้นต่ออย่างดิ้นรน“เช่นนั้นนายน้อยยังมีเรื่องอะไรฝากเจ้ามาอีกหรือเปล่า?” คงไม่ใช่ว่าแค่มาบอกว่าสบายดีเท่านั้นหรอกกระมัง

            พูดถึงเรื่องนี้ซ่งอวี้ก็สดใสขึ้นมา

            “แน่นอนว่าต้องมีสิเขารู้สึกว่าตัวเองหายตัวไปนานจึงฝากบอกพวกท่านว่าเขาสบายดีจากนั้นยังฝากข้าบอกท่านว่าให้ส่งคนที่มีความสามารถและไม่เคยมีใครเจอสองคนถือว่าถูกข้าซื้อกลับไปเป็นข้ารับใช้ จะได้ปกป้องเขาได้อย่างใกล้ชิด”

            อืมเป็นเรื่องจริงที่ต้องการคน แต่ความต้องการอื่นนางเพิ่มขึ้นเองอย่างไรตอนนี้หรงจิ่งก็โผล่ออกมาคัดค้านไม่ได้อยู่แล้ว

            ท่านจ้าวได้ยินเช่นนั้นก็สดใสขึ้นมาทันทีแล้วจัดการเรื่องนี้ให้อย่างมีชีวิตชีวา

            เพื่อส่งทหารสองนายไปที่บ้านซ่งอย่างเรียบง่ายที่สุดท่านจ้าวส่งจดหมายกลับไปที่ต้นตระกูลโดยเฉพาะ แล้วเอาจดหมายให้ผู้นำตระกูลกับมือแค่ผู้นำตระกูลเห็นเนื้อหาในจดหมายก็จะเข้าใจทุกอย่างเอง

            ถึงอย่างไรร้านยาถงอันในเมืองก็เป็นเพียงสาขาเล็กๆเท่านั้น ไม่มีคนที่มีความสามารถเลยจริงๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ามีประวัติที่ขาวสะอาดและทักษะฝีมือดีเยี่ยม จึงทำได้เพียงไปขอกับต้นตระกูล

            ตระกูลหรงห่างจากที่นี่ราวๆหนึ่งวัน พวกเขานัดกันไว้แล้ว พรุ่งนี้จะส่งคนกลับไป

            ในขณะเดียวกัน ที่เรือนตระกูลซ่งก็ต้องต้อนรับแขกอีกครั้ง

             “เป็นอะไรเล่า? ครั้งนี้ข้ามาหาหมอก็ไม่ให้ข้าเข้าประตูหรือ! ”

            แม่สื่อจ้าวเอามือเท้าเอวยืนตรงหน้าประตูบ้านซ่งอวี้ ใบหน้ากลมมนแฝงด้วยความดุร้ายเล็กน้อย ดูเหมือนว่าการปิดประตูไม่รับแขกอย่างต่อเนื่องจะทำให้นางรู้สึกไม่พอใจแล้ว

            อาฝูเฝ้าอยู่หน้าประตูอย่างซื่อตรงรอยยิ้มบนใบหน้าดูฝืนยิ่งนัก “เมื่อครู่ข้าก็บอกไปแล้ววันนี้คุณหนูไปซื้อยาสมุนไพรในเมือง พรุ่งนี้เจ้าค่อยมาเถอะ”

            แม่สื่อคนนี้ช่างน่าเบื่อเหลือเกินเหตุใดถึงมาบ่อยขนาดนี้ มองไม่ออกหรือว่าพวกเราไม่ต้อนรับเจ้า เกิดเป็นแม่สื่อไม่มีตาทิพย์เลยแม้แต่น้อย

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มาเป็นแพทย์สาวชาวนาผู้ร่ำรวย (ด้วยตัวเอง) [แปลจบแล้ว] ที่คุณอ่าน

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    ไม่เป็นแล้วโสมพันปี เกิดใหม่ชาตินี้ขอเป็นคุณหนูหกที่ได้แต่งงาน! [จบ]

    นิยาย รัก
    421K 828
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    ตื๊อรักแพทย์หญิง ฉบับท่านอ๋อง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    485K 891
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808