เสียงหอบหายใจอย่างหนักหน่วงดังระงมไปทั่วป่าทึบ แสงแดดยามบ่ายส่องผ่านแมกไม้ลงมากระทบกับใบหน้าของเด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลที่เต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อและคราบฝุ่น
“แฮ่ก... แฮ่ก... บ้าเอ๊ย! ทำไมมันไม่ระคายผิวเลยฟะ!”
ไคโตะ กัดฟันกรอด มือขวาที่สวมถุงมือหนังเก่าๆ ยื่นออกไปข้างหน้า วงเวทสีเขียวจางๆ หมุนวนขึ้นที่กลางฝ่ามือ
“แอร์ บุลเล็ต (Air Bullet)!”
ฟุ่บ!
ก้อนอากาศอัดกระแทกพุ่งแหวกอากาศออกไปปะทะหน้าผากศัตรูอย่างจัง... แต่เ้า หมูป่าเกราะเหล็ก (Iron Boar) มอนสเตอร์ระดับต่ำที่มีิัแข็งเหมือนโลหะ กลับทำเพียงแค่สะบัดหัวด้วยความรำคาญ เหมือนโดนลูกบอลยางปาใส่เท่านั้น
ไม่มีรอยขีดข่วน... ไม่มีเื... มีแต่ความขายหน้า
“กรรรร!” เ้าหมูป่าคำรามลั่น ั์ตาสีแดงฉานของมันจ้องมองเหยื่อตัวจ้อย ก่อนจะตะกุยเท้าเตรียมพุ่งชน
ไคโตะรู้ตัวดีว่าขืนรับแรงปะทะตรงๆ กระดูกซี่โครงเขาคงหักละเอียดแน่ เขาจึงรีดเร้นพลังเวทเฮือกสุดท้ายไปรวมไว้ที่ฝ่าเท้า พลังงานลมหมุนวนรอบรองเท้าบูทจนฝุ่นฟุ้งกระจาย
“วินด์ สเต็ป (Wind Step)!”
ฟิ้ว!
ร่างของไคโตะเบาหวิวขึ้นชั่วขณะ เขาดีดตัวฉีกหลบไปทางด้านซ้ายได้อย่างเฉียดฉิว ทิ้งให้ร่างมหึมาของเ้าสัตว์ร้ายพุ่งชนต้นไม้ด้านหลังจนหักโค่นดังสนั่น โครม!
ไคโตะกลิ้งตัวไปกับพื้นแล้วรีบลุกขึ้นตั้งหลัก แผ่นหลังชนเข้ากับหน้าผาหินจนไร้ทางหนี
‘ถ้าเป็พ่อ... ป่านนี้คงย่างสดพวกมันเกรียมไปแล้ว’
ความน้อยเนื้อต่ำใจผุดขึ้นมาในอก ไคโตะคือลูกชายคนเดียวของวีรบุรุษจอมเวทผู้กอบกู้โลก แต่เขากลับเกิดมาพร้อมกับธาตุ ‘ลม’ ที่มีค่าพลังเวทต่ำเตี้ยเรี่ยดิน จนถูกไล่ออกจากโรงเรียนเตรียมจอมเวทเมื่อสัปดาห์ก่อน
และตอนนี้... พ่อก็ดันมาหายตัวไป ทิ้งไว้แค่จดหมายปริศนาที่บอกให้เขามาฝึกวิชาที่ป่ามรณะแห่งนี้
“กิ๊ซซซ!”
เสียงร้องแหลมดังประสานกัน ไม่ใช่แค่ตัวเดียว แต่เพื่อนของมันอีกสองตัวโผล่ออกมาจากพุ่มไม้ ล้อมไคโตะไว้ทุกทิศทาง
“เวรล่ะ...” ไคโตะหน้าซีดเผือด “จบเห่กันตรงนี้งั้นเหรอ? โดยที่ยังไม่ได้เริ่มตามหาพ่อเนี่ยนะ?”
หมูป่าตัวจ่าฝูงพุ่งเข้ามา เขี้ยวโง้งสีเงินเล็งตรงมาที่กลางลำตัว ไคโตะหลับตาปี๋ ยกแขนขึ้นกันตามสัญชาตญาณ ทั้งที่รู้ว่าเวทลมกากๆ ของเขาหยุดมันไม่ได้
...ฉับ!
เสียงตัดผ่านอากาศดังขึ้น แ่เบาและเฉียบคมยิ่งกว่าเสียงลมหายใจ
ไม่มีแรงกระแทก ไม่มีเสียงร้องโหยหวน มีเพียงเสียงวัตถุหนักๆ ร่วงลงสู่พื้น
ตุบ.
ไคโตะค่อยๆ ลืมตาขึ้น สิ่งแรกที่เขาเห็นคือร่างของหมูป่าเกราะเหล็กที่ถูกผ่าครึ่งท่อนอย่างสมบูรณ์แบบ นอนนิ่งสนิท เืสีแดงฉานค่อยๆ ไหลนองพื้น
และเบื้องหน้าซากศพนั้น... คือแผ่นหลังของหญิงสาวปริศนา
เรือนผมสีดำยาวสลวยปลิวไสวไปตามแรงลม แต่สิ่งที่ทำให้ไคโตะประหลาดใจที่สุดคือการแต่งกายของเธอที่ดูขัดกับสถานที่อันตรายแห่งนี้อย่างสิ้นเชิง...
เธอสวม ชุดนักเรียน สไตล์แปลกตาที่ไม่ค่อยเห็นในแถบนี้ เสื้อเบลเซอร์สีน้ำเงินเข้มเข้ารูปสวมทับเสื้อเชิ้ตสีขาวผูกโบว์สีแดงที่คอเสื้อ และกระโปรงจับจีบสั้นเหนือเข่าลายสก๊อตสีเข้มที่กำลังพลิ้วไหวเบาๆ ตามสายลม เผยให้เห็นเรียวขาที่สวมถุงน่องยาวสีดำ
เธอยืนนิ่งสงบ ท่ามกลางกลิ่นคาวเืในชุดนักเรียนที่สะอาดเอี่ยม มือข้างหนึ่งถือดาบคาตานะยาวสีดำทมิฬที่ไม่มีแม้แต่รอยเปื้อน
“...ช้า” น้ำเสียงเย็นะเืดังขึ้น
เธอสะบัดดาบเก็บเข้าฝัก กริ๊ก ด้วยท่วงท่าที่งดงามราวกับร่ายรำ ก่อนจะหันกลับมามองไคโตะ
ดวงตาสีรัตติกาลคู่นั้นจ้องมองเขานิ่งๆ ไร้ซึ่งอารมณ์ แต่กลับมีเสน่ห์ดึงดูดอย่างประหลาดจนไคโตะลืมหายใจ
หญิงสาวสาวเท้าเข้ามาหาเขาช้าๆ รองเท้าบูทส้นสูงกระทบพื้นหินดังก้อง ตึก... ตึก... ไคโตะกลืนน้ำลายลงคอ นั่งตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ถูก
เธอหยุดอยู่ตรงหน้าเขา ก้มลงมองด้วยสายตาพิจารณา ก่อนจะเอื้อมมือเรียวบางมาเชยคางไคโตะขึ้น
“หน้าตาดูไม่ได้เื่... พลังเวทก็เบาบางจนแทบััไม่ได้” เธอพูดด้วยหน้านิ่งสนิท แต่คำพูดเจ็บแสบสุดๆ
“เอ่อ... คือว่า...” ไคโตะอ้าปากจะเถียง
“แต่...” เธอก้มลงมาใกล้จนไคโตะได้กลิ่นหอมอ่อนๆ เหมือนดอกไม้เมืองหนาว หน้าอกอวบอิ่มภายใต้ชุดรัดรูปอยู่ห่างจากหน้าเขาแค่คืบเดียว “แววตาตอนที่ยังไม่ยอมแพ้นั่น... เหมือนกับอาจารย์ไม่มีผิด”
“อาจารย์?” ไคโตะทวนคำ
หญิงสาวผละออกเล็กน้อย ก่อนจะแนะนำตัวสั้นๆ
“ฉันชื่อ เซ็ตสึนะ... ศิษย์เอกของพ่อเธอ และั้แ่วินาทีนี้เป็ต้นไป...”
เธอกวาดตามองร่างกายของไคโตะั้แ่หัวจรดเท้า แล้วแสยะยิ้มมุมปากเล็กน้อยที่แทบมองไม่เห็น
“ร่างกายของนาย... เป็ของฉัน”