ที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งในตัวเมืองชายหนุ่มร่างอ้วนกำลังนั่งกินอาหารอยู่ด้วยสีหน้าพึงพอใจ
“อืม...รสชาติใช้ได้ทีเดียว ส่วนรสััของเนื้อยามถูกเคี้ยว หรือแม้แต่กลิ่นหอมสดชื่นที่ลอยขึ้นจมูกตอนที่เคี้ยว...อืม... เชฟร้านนี้ถือว่ามีฝีมือจริง ๆ ”
เขาพึมพำกับตัวเองไปพลางมือก็หยิบปากกาขึ้นมาจดความรู้สึกลงในสมุดโน้ตขนาดพกพาหลังจากกินเสร็จและจ่ายเงินเรียบร้อย ชายหนุ่มก็เดินทางกลับไปยังมหาลัย
หลังจากการพูดคุยกับหลิวจื้อิพร้อมกับปฏิเสธการไปร่วมงานสังสรรค์รวมรุ่นของนักศึกษาที่จะจัดขึ้นใน่เย็นวันนี้เฉินโจวก็กลับมาเตรียมตัวเข้าเรียนในคาบบ่าย
เมื่อเรียนจบเขากลับมาที่ห้องพักอย่างเหนื่อยล้าและหลังจากนั่งคิดอยู่นานก็ยังคงคิดไม่ออกว่าจะทำวิดีโอแนวไหนดี
ไม่รู้ว่าคิดนานแค่ไหนรู้ตัวอีกทีก็ได้ยินเสียงท้องร้องของตัวเองดังขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้
“เฮ้อ...คิดมาตั้งนานก็ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไรดี ตอนนี้หาอะไรกินก่อนละกัน”
เขากวาดตามองไปรอบห้องแล้วก็เห็นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ซื้อมาเมื่อวาน ยี่ห้อซีรีส์ ไฮคัพ ยังเหลืออยู่สองซอง“พอดีเลย จะได้ไม่ต้องเสียเวลาออกไปข้างนอก”
หลังต้มบะหมี่เสร็จเฉินโจวก็นั่งกินอยู่เงียบ ๆ ระหว่างที่เคี้ยวเส้นอย่างเหม่อลอยก็พลันนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
“ใช่แล้ว!บะหมี่ซีรีส์ไฮคัพนี่น่าจะออกมาถึง 7 รสชาติแล้วนี่นา”
เขาหยุดเคี้ยวชั่วครู่พลางขมวดคิ้วครุ่นคิด
ปกติเวลาออกรสชาติใหม่ ก็มักจะมีคนรีวิวลงคลิปอยู่บ้าง แต่ว่ารวมรีวิว ครบทุกรสในคลิปเดียวนี่... เขายังไม่เคยเห็นใครทำ
ด้วยความอยากรู้เขาหยิบมือถือขึ้นมาเปิดเข้าแพลตฟอร์มสตรีมวิดีโอหลายเ้าที่เคยสมัครไว้ในฐานะผู้ชมแล้วพิมพ์คำค้นหาอย่างรวดเร็ว
ไม่กี่วินาทีต่อมาผลลัพธ์ก็ปรากฏขึ้น
มีแต่รีวิวทีละรสชาติ...
แต่แบบรวมทั้งหมดในคลิปเดียว...ยังไม่มีเลยสักช่อง!
“ดีล่ะ!เอาแบบนี้แล้วกัน”
เฉินโจวพึมพำกับตัวเองดวงตาเป็ประกายขึ้นมาทันทีที่ไอเดียผุดขึ้นในหัว
วิดีโอคอนเทนต์ของภารกิจนี้จะเป็การรีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ไฮคัพ ทั้ง 7 รสชาติพร้อมกันในคลิปเดียว!
เขานั่งหลังตรงขึ้นมาความคิดวิ่งพล่านเต็มหัวไปหมด แนวทางแบบนี้ใช้ทุนไม่เยอะ แค่ซื้อบะหมี่มารสละ 2 ซองก็พอ แถมคอนเทนต์ก็น่าจะดึงดูดผู้ชมได้พอสมควร
"หาห้องดีๆ สำหรับถ่ายทำ แล้วที่สำคัญอีกอย่าง ต้องหาคนมากินรีวิวให้ได้ก่อน"
เขาพึมพำอีกครั้งพลางขมวดคิ้วความคิดเริ่มขยายกว้าง
“ส่วนฉันจะร่วมกินด้วยมั้ย...คงต้องคิดดูอีกที”
เพราะในเงื่อนไขของภารกิจระบบไม่ได้บังคับว่า เขาเอง ต้องออกหน้ากล้องด้วยหรือไม่ ขอแค่"ผลิตวิดีโอ" ได้ตามเป้า แค่นั้นก็พอ
"ถ้าจะให้ดีต้องหาคนที่ลิ้นเทพหน่อย กินปุ๊บรู้เลยว่ารสเป็ยังไง"
คนที่มาชิมควรมีความเข้าใจในรสชาติอย่างลึกซึ้งและที่สำคัญที่สุด ต้องพูดเก่ง เพราะการรีวิวที่ดีต้องไม่ใช่แค่รู้แต่ต้องเล่าให้สนุกด้วย ไม่อย่างนั้นคลิปจะกลายเป็ของน่าเบื่อ
เฉินโจวเองก็เคยเจอบ่อยคลิปที่หัวข้อน่าสนใจมากแต่พอคนดำเนินรายการพูดจาน่าเบื่อจนเขาเผลอกดออกไปก่อนดูจบ
“ผู้ชมคนอื่นก็คงคิดแบบเดียวกันนั่นแหละ”เขาพึมพำ พลางหยิบสมุดมาจดแผนเบื้องต้น
นอกจากเื่เนื้อหาแล้วเวลาในการลงคลิปก็มีผลไม่แพ้กัน ถ้าคลิปสั้นไป คนอาจรู้สึกไม่คุ้ม แต่ถ้ายาวไปคนก็บ่นว่า ดูไม่จบ แต่ประเด็นนี้ค่อยกังวลทีหลังละกันหลังจากถ่ายทำและตัดต่อเสร็จแล้ว
“พรุ่งนี้ค่อยไปหาซื้อบะหมี่ให้ครบ 7 รสก่อน”
เฉินโจวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโน้ตเช็กรายการรสชาติที่เคยเห็นไว้ในโฆษณา แล้วก็ถอนหายใจเบา ๆ
"หวังว่าร้านสะดวกซื้อแถวห้องจะมีครบทุกรสนะถ้าไม่ครบ คงต้องไปหาที่ร้านอื่นเพิ่มอีก"
สุดท้ายสิ่งที่เขานึกถึงก่อนจะล้มตัวลงนอนก็คือเื่ชื่อช่อง
“ชื่อช่อง...ยังไงก็ต้องสื่อถึงตัวฉันด้วย”
คำว่า“เฉิน” ต้องขึ้นหน้าแน่ ๆ แต่จะต่อด้วยอะไรดี?
"เฉินผู้ร่ำรวย...เฉินผู้มั่งคั่ง... เฉินไร้เทียมทาน..."
เขาคิดเล่นๆ พลางยิ้มมุมปากเล็ก ๆ
“แต่เอาไว้หลังจากตัดต่อคลิปเสร็จเรียบร้อยก่อนแล้วกันค่อยมาคิดชื่อให้เท่ ๆ อีกที”
หลังจากคิดทบทวนอะไรอีกหลายอย่างและจัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อย เฉินโจวจึงล้มตัวลงนอนพักผ่อนตามเวลาเพราะวันพรุ่งนี้เขายังมีคาบเรียน่บ่ายอีกหนึ่งวิชา
เสียงนาฬิกาปลุกจากโทรศัพท์มือถือดังขึ้นในเช้าวันใหม่ปลุกให้ร่างของชายหนุ่มที่ยังสะลึมสะลือค่อยๆลุกขึ้นมาเริ่มวันใหม่อีกวัน หลังจากล้างหน้าแปรงฟันเปลี่ยนเสื้อผ้าและเตรียมตัวเสร็จเรียบร้อยเขาก็กำลังจะออกไปยังร้านสะดวกซื้อใกล้หอพักเพื่อตรวจสอบว่าบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อไฮคัพ มีวางขายครบทุกรสชาติที่้าหรือไม่
แต่ทันใดนั้นเองเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นมา
หน้าจอแสดงชื่อของผู้โทรเข้าอย่างชัดเจน หลิวจื้อิ
“ฮัลโหล?” เฉินโจวรับสายทันที
“เฮ้เฉินโจว! เมื่อวานไม่ได้ไปงานสังสรรค์ด้วยกัน เสียดายมากเลยนะ มันสนุกสุด ๆ !” เสียงของหลิวจื้อิยังคงเต็มไปด้วยความเป็มิตรและอารมณ์ดีเสมอ
“เหรอดีแล้วที่พวกนายสนุกกันน่ะ ฉันขอผ่านละกัน...” เฉินโจวหัวเราะแห้ง ๆ
“แล้วตอนนี้จะเอายังไงต่อ? เื่ช่องน่ะ คิดอะไรออกบ้างยัง?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้เฉินโจวก็ตัดสินใจเล่าแิทั้งหมดให้เพื่อนฟังทั้งเื่คอนเทนต์รีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 7 รสชาติในคลิปเดียว คุณสมบัติของคนรีวิวที่ต้องมีทั้ง‘ลิ้นเทพ’ และ ‘พูดเก่ง’ เพื่อให้คลิปออกมาน่าติดตาม
หลิวจื้อิเงียบไปก่อนจะตอบกลับมาว่า “โอเค เข้าใจละ แล้วจะเอากี่คน?”
“หนึ่งคนก็พอแล้ว”เฉินโจวตอบ
“ได้เดี๋ยวฉันลองหาคนให้ดูนะ เผื่อมีใครที่เหมาะ” หลิวจื้อิพูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจก่อนจะวางสายไปอย่างรวดเร็ว
เฉินโจวถอนหายใจเฮือกหนึ่งแต่นั่นไม่ใช่เพราะความเครียด มันเป็เพราะความรู้สึกอบอุ่นใจ
“หลิวจื้อิ...นายช่วยฉันไว้มากจริง ๆ โดยไม่เคยหวังอะไรเลย”
เขาคิดในใจอย่างซาบซึ้ง เพื่อนที่จริงใจและมีน้ำใจแบบนี้บางทีอาจหาไม่ได้ง่าย ๆ ในโลกใบนี้
อย่างน้อยฉันก็ยังมีเื่ให้ภูมิใจได้ว่า ชีวิตฉันโชคดี ที่ได้มีเพื่อนแบบเขา
หลังจากเดินทางมาถึงร้านสะดวกซื้อที่ใกล้ที่พักเฉินโจวตรงดิ่งไปยังมุมวางสินค้าอย่างไม่รีรอสายตากวาดมองหาซองบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่เป็เป้าหมายของภารกิจวันนี้
หนึ่งซอง...สองซอง... สาม... สี่... ห้า...
เขาหยิบออกมาเรียงดู พบว่าในร้านมีเพียง 5 รสชาติเท่านั้นขาดไปอีก 2 รส
"อืม...จำไม่ได้ว่าขาดรสไหนบ้าง" เขาพึมพำกับตัวเอง
แล้วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดเสิร์ชดูข้อมูลในอินเทอร์เน็ตเพื่อเช็ครายชื่อรสชาติให้ครบ
เมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าขาดรสอะไรเขาก็ไม่ได้กังวลมากนัก ตัดสินใจซื้อเท่าที่มีไปก่อน แล้วค่อยตามหาสองรสที่เหลือจากร้านอื่นภายหลัง
หลังจากซื้อบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเสร็จเฉินโจวก็นำของทั้งหมดกลับไปเก็บไว้ที่ห้องพัก เขาวางถุงลงบนโต๊ะก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ พลางปล่อยให้จิตใจล่องลอยไปกับความคิดต่าง ๆอย่างเงียบ ๆ
กระทั่งเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นอีกครั้ง
หน้าจอโทรศัพท์แสดงชื่อที่เขาคุ้นเคย หลิวจื้อิ
"จะว่าไป...หาได้เร็วเกินไปหรือเปล่า?" เฉินโจวขมวดคิ้วเบา ๆ
"จากที่คุยกัน มันเพิ่งผ่านไปแค่ชั่วโมงกว่า ๆ เองนะ"
เขารับสายด้วยความสงสัยในใจแต่คำพูดจากปลายสายก็ยืนยันความคิดนั้นอย่างรวดเร็ว
“เฉินโจว!เจอคนแล้วเว้ย คนนี้ใช่เลย นายต้องเจอให้ได้”
หลิวจื้อิอธิบายว่าได้ติดต่อกับนักศึกษาคนหนึ่งที่มีฉายาว่า“เ้าอ้วนหวัง ลิ้นเทวดา” และได้นัดพูดคุยรายละเอียดกันไว้ที่มหาวิทยาลัยในเวลา 11:30 น.
เฉินโจวเหลือบดูนาฬิกาตอนนี้เวลา 10:58 น.
ยังพอมีเวลาเหลือ เขาจึงเตรียมตัวแล้วออกเดินทางไปยังมหาวิทยาลัยทันที
เมื่อเดินมาถึงจุดนัดหมายภายในบริเวณมหาวิทยาลัยเฉินโจวก็เห็น หลิวจื้อิ ยืนอยู่พร้อมกับชายหนุ่มรูปร่างใหญ่คนหนึ่งทั้งสองกำลังพูดคุยกันด้วยท่าทางผ่อนคลายเป็กันเอง
ชายคนนั้นมีรูปร่างสะดุดตาไหล่กว้าง ดูแข็งแรง โครงหน้าอวบแน่น เขาไว้ผมสั้นแสกกลางสีดำหน้าตาอิ่มเอิบและดูมีสุขภาพดี ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยประกายมีรอยยิ้มที่อบอุ่นประดับบนริมฝีปากอวบอิ่ม จมูกพอดีรับกับโครงหน้าผิวพรรณเนียนสะอาด และการแต่งกายที่เรียบร้อยพอดีตัวก็ยิ่งเสริมให้เขาดูมีเสน่ห์เฉพาะตัว ส่วนสูงราว ๆ 165 เิเ ไม่ได้สูงมาก แต่ดูมีบุคลิกน่ามองอย่างประหลาด
เมื่อหลิวจื้อิหันมาเห็นเฉินโจวที่กำลังเดินเข้ามาก็ยิ้มกว้างและยกมือขึ้นทัก
“เฉินโจว!ทางนี้!”
เฉินโจวเดินเข้ามาใกล้ก่อนที่หลิวจื้อิจะผายมือแนะนำทั้งสองฝ่าย
“ฉันขอแนะนำนะนี่คือ หวังหง ปี 1 คณะท่องเที่ยวและการบริการ มีฉายาว่าเ้าอ้วนหวัง ลิ้นเทวดา”
“ส่วนทางนี้คือเฉินโจว ที่ฉันเล่าให้นายฟังก่อนหน้านี้แล้ว คนที่จะทำโปรเจกต์รีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปนั่นแหละ”
ชายหนุ่มร่างใหญ่ผู้มีรอยยิ้มอบอุ่นยกมือไหว้ทักทายอย่างสุภาพพร้อมเอ่ยด้วยเสียงทุ้มนุ่มฟังชัดเจน
“ยินดีที่ได้รู้จักนะครับรุ่นพี่เฉินโจว ผมชื่อหวังหง เรียกอ้วนหวังก็ได้ ไม่ถือครับ”
เฉินโจวที่ยืนอยู่ตรงข้ามพยักหน้ายิ้มตอบเล็กน้อย แม้จะยังไม่ได้พูดอะไรมาก แต่ความรู้สึกแรกที่ได้รับจากผู้ชายคนนี้ดูน่าร่วมงานดีแฮะ...
เมื่อทั้งสองได้ทักทายกันตามมารยาทเรียบร้อยหวังหงก็เป็ฝ่ายเปิดบทสนทนาขึ้นก่อนด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นแต่จริงจัง
“พี่เฉินครับผมพอจะทราบรายละเอียดคร่าว ๆ จากพี่หลิวแล้วนะครับเื่รีวิวบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อนี้ โดยเฉพาะรุ่นไฮคัพเนี่ยผมเคยกินมาหมดทุกสูตรแล้วครับ”
เขายิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่ตรงไปตรงมา
“ผมขอถามพี่เฉินตรงๆ เลยละกันว่า พี่อยากให้ผมรีวิวออกมาเป็ลักษณะแบบไหน แต่ขอบอกไว้ก่อนนะครับ ผมจะพูดตามความรู้สึกจริงทุกอย่างถ้ากินแล้วไม่อร่อย ผมก็จะบอกว่าไม่อร่อย ไม่แต่งเติม ไม่อวยเกินจริงแน่นอน”
“ส่วนถ้าอันไหนมันดีผมก็จะชมให้สมกับที่มันควรได้รับนะครับ พี่โอเคกับแนวนี้ไหม?”
เฉินโจวฟังแล้วก็ชะงักไปเล็กน้อยเขาขมวดคิ้วอย่างใช้ความคิด
ในหัวเขาผุดขึ้นมาทันทีว่าการพูดตามตรงเป็เื่ดีในฐานะครีเอเตอร์
แต่... ถ้ารีวิวแรงเกินไปจนดูเป็การใส่ร้ายสินค้ามันอาจพาให้ช่องของเขาโดนฟ้องเอาได้เหมือนกัน
เขายกมือขึ้นเกาแก้มเบาๆ แล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่มีจังหวะเน้นย้ำอย่างใจเย็น
“เอาแบบนี้ละกันน้องหวังพี่ว่าเราลองเทสต์อัดคลิปกันดูก่อน ดูสไตล์ ดูน้ำเสียง ดูฟีลรวม ๆว่าเข้ากับคอนเทนต์ไหม ถ้าเวิร์ก เดี๋ยวค่อยเดินหน้าเต็มที่”
เฉินโจวหยุดเล็กน้อยแล้วกล่าวเสริมด้วยน้ำเสียงจริงใจ
“แน่นอนพี่ไม่ได้ให้มาช่วยฟรี ๆ หรอกนะ วันที่มาถ่ายทำ พี่จะมีค่าตอบแทนให้น้องเป็เงิน 800 ซานี่ ถือว่าเป็ค่าขอบคุณและค่าเสียเวลา”
หวังหงฟังแล้วก็พยักหน้ารับด้วยสีหน้าพึงพอใจเขายิ้มเล็กน้อยแล้วตอบสั้น ๆ
“ตกลงครับพี่ผมโอเคมากเลย”
เฉินโจวยิ้มตอบก่อนจะพูดถึงปัญหาอีกอย่างหนึ่งที่ยังค้างคาอยู่ในใจ
“ตอนนี้ที่ยังติดอยู่ก็คือเื่สถานที่ถ่ายทำห้องพี่เองคงใช้ไม่ไหวอะ มันเล็กไป ต้องใช้ห้องที่กว้างพอสมควรเลยเพราะต้องเผื่อพื้นที่ให้ตากล้องเว้นระยะจากคนกิน แล้วอาจจะมีคนดูเข้ามาเสริมด้วยอย่างต่ำ ๆ ก็ 3 คน อาจจะมากกว่านั้นอีกก็ได้”