ปานซื่อถอนหายใจแล้วเอ่ยขึ้น “เด็กคนนี้น่ะ เมื่อวานไปเที่ยวเล่นกับพี่สาวเสียมืดค่ำ แล้วถือโอกาสค้างที่บ้านรองตามอำเภอใจ มาหาข้าเช้าแบบนี้...มีธุระอะไรหรือ”
จั๋วเจาเจี๋ยรีบตอบ “ท่านป้ารองอยากจะมาขอโสมร้อยปีจากท่านยายหน่อยเ้าค่ะ”
“ซานหูไปเปิดตู้ ข้าจำได้ว่ามีชิ้นหนึ่งที่ตัดเอาไว้แล้วเล็กน้อย” ปานซื่อกำชับ “เอาใส่หีบให้เจาเจี๋ยไปด้วยล่ะ ใช้เหลือค่อยเอามาคืน”
ซานหูขานรับ หลิวซื่อถามขึ้นด้วยความสงสัย “ข้าต้องขอถามอีกสักหน่อย...ในบ้านยังมีใครเจ็บไข้ได้ป่วยอีกหรือเ้าคะ”
“เฮ้อ อาจือน่ะ” ปานซื่อเอ่ยอย่างไม่ปิดบัง “ข้าไม่ดีเองั้แ่ต้น ไม่ยอมขัดความตั้งใจของแม่ของนาง ให้นางแต่งงานไปยังฉีจวิ้น ถึงแม้แค่ไม่กี่ปีก็ได้กลับมายังเจียงหนาน แต่ร่างกายก็ทรุดโทรมลงไปอย่างมาก ตอนนี้ต้องกินยาแทนข้าว...เพียงแต่ ขอเพียงคนไม่เป็อะไร ของพวกนี้น่ะเล็กน้อย”
หลิวซื่อพูดด้วยความเห็นใจ “ที่แท้ก็เป็เช่นนี้เอง เื่นี้จะโทษอาซ้อได้อย่างไร แม่ของนางต่างหากที่ตัดสินใจผิด”
“โชคดีที่อาเซิ่นเป็เด็กดี” ปานซื่อพูดแล้วถอนหายใจเบาๆ
ในเวลานี้ซานหูได้นำหีบบรรจุโสมร้อยปีก้านหนึ่งที่เกือบจะสมบูรณ์ออกมา จั๋วเจาเจี๋ยเข้าไปรับไว้พร้อมพูดเสียงเบา “ท่านยาย ฮูหยินผู้เฒ่าหลิว ข้าเอายาไปส่งก่อนเ้าค่ะ”
“ไปเถอะ” ปานซื่อบอกโดยไม่รอให้หลิวซื่อเอ่ยปาก
ตอนที่จั๋วเจาเจี๋ยผ่านห้องโถงด้านนอกออกมา ในเวลานี้บรรยากาศกลับตึงเครียด นางไม่กล้าหยุดดูหยุดฟัง อาศัยเดินตามมุมผนังออกมาจากเรือนเงียบๆ เดินออกไปได้ไม่เท่าไรก็ได้ยินเสียงกระแอมไอดังขึ้นด้านหลัง เมื่อหันกลับไปมอง ก็เห็นท่านน้าเจียงฝูเฟิงเดินออกมาตามลำพัง เห็นดังนั้นนางจึงมองด้วยความสงสัย เจียงฝูเฟิงเดินเข้ามาใกล้ แล้วพูดเสียงเบา “คุณหนูจั๋ว เื่ที่คุยกันข้างในข้าไม่รู้จะออกความเห็นอย่างไร อยากจะออกไปเยี่ยมหลาน แล้วถือโอกาสจุดธูปไหว้พี่สาวเสียหน่อย ไม่ทราบว่าคุณหนูจั๋วจะนำทางให้ได้หรือไม่”
“ท่านน้าเจียงเกรงใจเกินไปแล้ว” เมื่อครู่จั๋วเจาเจี๋ยได้รับของขวัญวันพบหน้ามากองหนึ่ง ตอนนี้จึงพูดปฏิเสธไม่ออก ยิ่งไปกว่านั้น...เรือนตวนอี๋ย่วนกับบ้านใหญ่ก็ไม่ไกลจากกัน จึงเรียกให้ิอิ๋นถือหีบโสมแล้วสั่งกำชับ “เ้านำออกไปส่งให้พี่ชายสิบเอ็ด ท่านน้าเชิญตามข้ามาทางนี้”
“ขอบคุณคุณหนูจั๋วมาก” เจียงฝูเฟิงได้ยินดังนั้นก็แย้มยิ้มพูด
ทั้งสามเดินออกมาจากประตูของเรือนตวนอี๋ย่วน คิดไม่ถึงว่าจะพบกับเริ่นเซิ่นจือที่เหมือนกำลังคอยชะเง้อมองอย่างคาดหวังและเป็กังวลอยู่ไม่ไกลออกไป จั๋วเจาเจี๋ยรีบเรียกิอิ๋นให้เดินไป เริ่นเซิ่นจือเห็นดังนั้นก็วิ่งเข้ามาหา จั๋วเจาเจี๋ยเห็นว่าอยู่ต่อหน้าเจียงฝูเฟิงจึงพูดอย่างคลุมเครือ “พี่ชายสิบเอ็ด โสมอยู่ข้างใน ท่านยายบอกว่าให้นำไปใช้ก่อน”
เริ่นเซิ่นจือเหลือบมองนางด้วยความซาบซึ้ง ้าจะขอบคุณ แต่กลับเห็นเจียงฝูเฟิง จึงถามขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ศิษย์พี่มาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรหรือ”
เจียงฝูเฟิงใเช่นกัน “ศิษย์น้องเริ่นเองหรือ”
ทั้งสองต่างร่ำเรียนอยู่ที่สำนักไหฺวซิ่ง แต่เมื่อก่อนไม่ค่อยสนิทสนมกันเท่าไร ก่อนหน้านี้ไม่นานเริ่นเซิ่นจือได้คารวะเข้าเป็ศิษย์ของอาจารย์เถียน ได้รู้จักศิษย์พี่มากมายที่สำนักไหฺวซิ่งจากการแนะนำของอาจารย์เถียน หนึ่งในนั้นก็คือเจียงฝูเฟิง แต่ตอนนั้นเขาเอาแต่คิดเื่กลับมาเฝ้าไข้ เมื่อพิธีคารวะอาจารย์เสร็จสิ้นลงก็รีบขออภัยแล้วไปทันที ไม่ทันได้คุยกันอย่างละเอียด เพิ่งจะรู้จริงๆ ว่าทั้งสองคือญาติกัน
เมื่อเข้าใจเื่ราวทุกอย่างแล้ว จั๋วเจาเจี๋ยก็เอาแขนเสื้อปิดปากแย้มยิ้มพูด “พี่ชายสิบเอ็ด วันหลังจะเรียกศิษย์พี่ไม่ได้แล้วนะ ต้องเรียกว่าท่านน้าเจียง!”
“เป็เช่นนี้เอง” เริ่นเซิ่นจือเห็นนางพูดเช่นนี้ ทำให้ไม่ได้สังเกตเห็นความผิดหวังจากสายตาของเจียงฝูเฟิงแม้แต่น้อย จิตใจผ่อนคลายขึ้น ยกยิ้มถามเจียงฝูเฟิง “ไม่ทราบว่าท่านน้ากับน้องหญิงกำลังจะไปไหนกันหรือ”
“ท่านน้าบอกว่าจะไปจุดธูปไหว้ท่านป้าใหญ่ แล้วแวะไปดูพี่ชายใหญ่เ้าค่ะ” จั๋วเจาเจี๋ยตอบคำถาม เริ่นเซิ่นจือจึงถือโอกาสยื่นกล่องโสมคืนให้กับิอิ๋น “เป็เช่นนี้เอง ถ้าเช่นนั้นข้าจะนำทางท่านน้าไปเอง รบกวนน้องหญิงนำยานี้ไปส่งได้หรือไม่”
เพราะจั๋วเจาเจี๋ยได้รับปากกับเจียงฝูเฟิงไว้ ในตอนนี้จึงค่อนข้างลังเลใจ เห็นเริ่นเซิ่นจือแย้มยิ้มพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น “่นี้ข้าลาหยุดพอดี อยากขอคำแนะนำเกี่ยวกับบทเรียนส่วนที่เหลือจากท่านน้าด้วย”
เขาพูดขึ้นมาเช่นนี้ จั๋วเจาเจี๋ยก็ขอปลีกตัวจากเจียงฝูเฟิงได้อย่างสบายใจ มองตามหลังนางเดินกางร่มออกไปไกล แล้วเจียงฝูเฟิงก็อดมองไปที่เริ่นเซิ่นจืออย่างครุ่นคิดไม่ได้ แต่เริ่นเซิ่นจือกลับยิ้มเล็กๆ ไม่ให้โอกาสเขาได้พูดจา เริ่มพูดถึงบทเรียนด้วยสีหน้าจริงจังขึ้นมา เจียงฝูเฟิงเองก็ไม่ค่อยสนิทสนมกับเขาเท่าไร จึงต้องฝืนใจอธิบายให้เขาฟังอย่างอดกลั้น
จั๋วเจาเจี๋ยไม่รู้ถึงการลองเชิงเล็กๆ น้อยๆ ของเริ่นเซิ่นจือกับเจียงฝูเฟิง พาิอิ๋นมุ่งตรงไปยังเรือนเฟยสยาถิงของโหยวจือ
แต่โชคไม่ดีที่ไปไม่ได้จังหวะ โหยวจือเพิ่งจะดื่มยาถ้วยหนึ่งแล้วนอนหลับสนิท นางอยู่ในสถานะที่น่าลำบากใจในสกุลโหยว ผู้คนรอบข้างต่างหวาดกลัว จั๋วเจาเจี๋ยคิดว่าหากตนอยู่ในเรือนเฟยสยาถิงก็คงจะถ่วงเวลาทำงานของพวกสาวใช้ จึงอวยพรให้โหยวจือสุขภาพกลับมาแข็งแรงโดยเร็ววัน แล้วกำชับให้พวกนางคอยรับใช้อย่างเต็มที่ จากนั้นจึงบอกลา
เมื่อออกจากเรือนเฟยสยาถิงก็นึกขึ้นได้ว่าที่เรือนตวนอี๋ย่วน้าโสมนั้นเป็หน้าที่ที่ได้รับมอบหมายมาจากบ้านรอง อย่างไรก็ต้องไปแจ้งที่บ้านรองเสีย ครั้นฮูหยินรองเห็นนางกลับมาก็แย้มยิ้มพูด “นานๆ ที ป้าจะได้พักผ่อนสักคืน ไม่ได้คิดจะให้เ้าต้องลำบากวิ่งไปวิ่งมาเลย”
“ท่านป้ารองเกรงใจเกินไปแล้ว แค่เดินเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น จะว่าไปการทำงานเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้ใหญ่ก็เป็สิ่งที่สมควรแล้ว” จั๋วเจาเจี๋ยพูดอย่างไม่ได้สนใจ “ยาถูกส่งไปที่เรือนเฟยสยาถิงแล้ว ตอนนี้ท่านน้ากำลังนอนหลับอยู่ ข้าเองก็ไม่กล้ารบกวน”
ฮูหยินรองแย้มยิ้มพูด “เช่นนั้นก็ดีแล้ว” พอพูดเื่โหยวจือเรียบร้อยแล้ว นางก็ถามอย่างอารมณ์ดี “เมื่อครู่เ้าไปที่เรือนตวนอี๋ย่วน ได้พบกับคนจากสกุลเจียงไหม”
“ได้พบแล้วเ้าค่ะ” จั๋วเจาเจี๋ยพยักหน้าตอบ “คนจากสกุลเจียงมีท่านผู้เฒ่า ฮูหยินผู้เฒ่าหลิว กับท่านน้าอีกสองคน ขณะนี้ท่านตากำลังคอยต้อนรับท่านผู้เฒ่าสกุลเจียงอยู่ ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวอยู่กับท่านยาย เดิมทีท่านน้าเจียง้าไปจุดธูปไหว้ท่านป้าใหญ่ที่บ้านใหญ่ ต่อมาได้พบกับพี่ชายสิบเอ็ด เห็นเป็ศิษย์ร่วมสำนักจึงอาสาพาไปแทนข้า...”
ฮูหยินรองได้ยินดังนั้นจึงสั่งให้ชุนเฟินกับคนอื่นๆ ออกไปข้างนอก จั๋วเจาเจี๋ยมีสีหน้างุนงงอย่างไม่มีสาเหตุ ฮูหยินรองเรียกนางให้เข้ามาตรงหน้า แล้วกระซิบถามว่า “ท่านน้าเจียงที่เ้าพูดถึงนั้น คือคุณชายสิบเจ็ดแห่งสกุลเจียงที่เรียนหนังสืออยู่ในสำนักไหฺวซิ่งคนนั้นน่ะหรือ”
“อยู่ในลำดับที่สิบเจ็ดหรือไม่ข้าก็ไม่ทราบ แต่ในเมื่อเป็เพื่อนนักเรียนของพี่ชายสิบเอ็ดก็ต้องมาจากสำนักไหฺวซิ่งแน่นอน” จั๋วเจาเจี๋ยคาดคิดไม่ถึงว่าที่นางทำท่าลับๆ ล่อๆ ก็เพื่อ้าถามถึงลำดับในครอบครัวของเจียงฝูเฟิง จึงตอบไปด้วยความงุนงง
ฮูหยินรองยิ้มอย่างมีเลศนัย “ทำไมอาเซิ่นถึงได้พาเขาไปที่บ้านใหญ่แทนเ้าล่ะ ก็ในเมื่อตอนแรกคุณชายสกุลเจียงนั่นขอให้เ้าพาไปมิใช่หรือ”
“ใช่แล้วเ้าค่ะ!” จั๋วเจาเจี๋ยพยักหน้า เห็นฮูหยินรองดูคล้ายอยากจะพูดอะไรแต่ไม่พูดออกมา ใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่งจึงเอื้อมมือไปแตะตรงหว่างคิ้วของนาง แล้วพูดอย่างโมโหปนรอยยิ้มว่า “เมื่อสองวันก่อนเพิ่งจะบอกว่าเ้าเป็ผู้ใหญ่แล้ว ทำไมตอนนี้ถึงได้เลอะเลือนขึ้นมาอีกเล่า โชคดีที่มีพี่ชายสิบเอ็ดของเ้าอยู่ด้วย!”
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/547b0d7f8436af8c93f4d81fb200dfad