ตอนที่ 3 จักรกลเทวะ
[แจ้งเตือนฉุกเฉิน: พายุระดับ 8จะเข้าปะทะเต็มรูปแบบใน 47 ชั่วโมง 45นาที ระยะเวลาคงค้างประเมินไว้ที่ 360 ชั่วโมง]
[ภารกิจหลัก:เอาชีวิตรอดภายใต้สภาวะพายุคลุ้มคลั่งให้ครบ 72 ชั่วโมงแรก]
[รางวัลความสำเร็จ:พิมพ์เขียวระดับตำนาน - จักรกลเทวะ โครงสร้างกักเก็บพลังงานระดับควอนตัม]
หัวใจของแจ็กซ์กระตุกวูบแค่พายุฝุ่นพิษธรรมดานอกรอยแยกหินนี่เขาก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ถ้าพายุระดับ 8ที่สามารถเป่าูเาทั้งลูกให้กลายเป็จุลมาถึงเขาคงไม่เหลือแม้แต่เถ้ากระดูก การที่ระบบตั้งเงื่อนไขให้เขารอดไปถึง 72 ชั่วโมงฟังดูไม่ต่างอะไรกับตลกร้ายที่ออกแบบมาเพื่อปะาชีวิตเขาช้าๆ
ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้เขากำลังจะตายเพราะความหิว
[ภารกิจย่อยเร่งด่วน:ค้นหาแหล่งอาหารและน้ำดื่ม]
[รางวัลความสำเร็จ: พิมพ์เขียวฮาซาร์ด สูท มาร์คทู สามารถต้านทานพายุกัดกร่อนได้ชั่วคราว]
แจ็กซ์ถอนหายใจยาวอย่างน้อยระบบก็ไม่ได้สั่งให้เขาเอาโดรนแมงมุมสอดแนมทั้งห้าตัวนี้ไปวิ่งชนพายุโดยตรงเขาเรียกดูสถานะร่างกายที่ตอนนี้ผนวกรวมเข้ากับหน้าจอแสดงผลของหมวกกันน็อกแล้ว
[ชื่อ: แจ็กซ์ ตัวแทนหมายเลข 09997]
[คลาส: ช่างกลระดับต้น]
[ความสามารถ: การแปลงสภาพสสาร รัศมี 10เมตร]
[ความสมบูรณ์ร่างกาย: 87 เปอร์เซ็นต์]
[ระดับพลังงาน: 10 เปอร์เซ็นต์วิกฤตความหิว]
[ทรัพยากรคงเหลือ: 5 ยูนิต]
ั้แ่ฉีดนาโนบอทฟื้นฟูระดับเซลล์เข้าไปอัตราการเผาผลาญในร่างกายของเขาก็พุ่งสูงปรี๊ดเพื่อเร่งสร้างเนื้อเยื่อและเซลล์ใหม่กระเพาะของเขาบีบรัดรุนแรงจนเหงื่อเย็นผุดเต็มหน้าผากความรู้สึกเหมือนมีหลุมดำขนาดย่อมอยู่ในท้องกำลังดูดกลืนพลังงานทุกหยดของเขาไป
แจ็กซ์หลับตาลงพยายามแบ่งสมาธิเพื่อเชื่อมต่อประสาทกับโดรนแมงมุมสอดแนมทั้งห้าตัวพร้อมกันเขาสั่งให้พวกมันกระจายกำลังออกไปสำรวจนอกรอยแยกหินคนละทิศทางภาพวิดีโอขาวดำห้าจอเด้งพรวดขึ้นมาในสมองของเขาพร้อมกันข้อมูลโทรมาตรห้าชุดไหลบ่าเข้าสู่เส้นประสาทตาอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปแค่สิบนาทีแจ็กซ์รู้สึกเหมือนขมับถูกค้อนปอนด์ทุบซ้ำๆ หน้าจอแจ้งเตือนสีแดงกะพริบถี่รัว
[ภาระทางระบบประสาท: 72 เปอร์เซ็นต์]
"บัดซบเอ๊ย!" เขากัดฟันสบถ
การบังคับโดรนหนึ่งตัวแล้วปล่อยให้มันทำงานอัตโนมัตินั้นเป็เื่กล้วยๆแต่การต้องประมวลผลภาพจากกล้องห้าตัวพร้อมกันภายใต้พายุที่บดบังทัศนวิสัยมันเกินขีดจำกัดของสมองมนุษย์ปกติไปมาก กระเพาะอาหารของเขาประท้วงหนักขึ้นตัวเลขระดับพลังงานร่วงหล่นลงเรื่อยๆ... 9 เปอร์เซ็นต์...7 เปอร์เซ็นต์... 5 เปอร์เซ็นต์ส่งผลให้ความสมบูรณ์ของร่างกายร่วงตามลงมาอยู่ที่ 83 เปอร์เซ็นต์
ที่เลวร้ายที่สุดคือภาพที่ส่งมาจากโดรนทั้งห้าตัวมีแต่ซากโลหะเปื้อนสนิมและก้อนหินแห้งแล้งไม่มีวี่แววของสารอินทรีย์ใดๆ เลยแม้แต่น้อย
"ถอยกลับมา... ก่อนที่แบตเตอรี่จะหมด"
แจ็กซ์ไม่กล้าเสี่ยงเขาป้อนคำสั่งเรียกโดรนทั้งหมดกลับมาหลบหลังโขดหินทันที แจ็กซ์ทิ้งตัวพิงผนังหินหอบหายใจลึก ขืนส่งพวกมันออกไปสุ่มหาแบบไร้ทิศทางโดรนจะพลังงานหมดและถูกพายุพัดปลิวหายไปก่อนแน่ เขาต้องวางแผนแบบวิศวกร...ต้องมีทุนสำรองเพื่อต่อยอด
"เก็บเกี่ยวเศษโลหะแถวนี้ให้หมดตุนทรัพยากรไว้ก่อน"
โดรนทั้งห้าเริ่มทำงานตามลูปคำสั่งพื้นฐานอย่างขยันขันแข็งแจ็กซ์คำนวณในหัวอย่างรวดเร็วโดรนหนึ่งตัวใช้พลังงานในการแบกเศษเหล็กต้านกระแสลมเทียบเท่า 0.5 ยูนิตแต่เศษเหล็กที่ได้มาสามารถย่อยสลายกลับเป็ทรัพยากรได้ 2 ยูนิตกำไรเหนาะๆ
"ต้องตุนให้ได้อย่างน้อย 50 ยูนิต"
...
ณ ศูนย์บัญชาการรับมือวิกฤตการณ์ สหพันธ์ั
บนหน้าจอมอนิเตอร์ขนาดั์กลางห้องโถงแสดงภาพการเอาชีวิตรอดของตัวแทนจากเขตมรณะอื่นๆ หน้าจอหนึ่งคือ 'คลิฟฟ์'ทหารดัดแปลงร่างกายกำยำของเขากำลังเหวี่ยงหมัดที่เสริมด้วยกระบอกสูบไฮดรอลิกบดขยี้แมลงกลายพันธุ์ขนาดั์ในเขตป่าลึก แม้จะทรงพลังและดุดันแต่สภาพของเขาก็เต็มไปด้วยเืและาแฉกรรจ์
อีกหน้าจอคือ 'เซลีนา'ตัวแทนผู้ใช้พลังจิตน้ำแข็งเธอกำลังสร้างโดมน้ำแข็งเพื่อป้องกันก๊าซพิษในเขตหนองน้ำมรณะอย่างยากลำบากใบหน้าของเธอซีดเผือดจากการใช้พลังเกินขีดจำกัด
ตัดภาพไปที่หน้าจอของตัวแทนจากภาคีอินทรีและสมาพันธ์รุ่งอรุณพวกเขามีอุปกรณ์ไฮเทคและเสบียงติดตัวั้แ่เริ่มเดินหาพิกัดปลอดภัยได้อย่างสบายใจราวกับมาเดินป่าพักผ่อนสุดสัปดาห์
"ดูความเหลื่อมล้ำของทรัพยากรเริ่มต้นนั่นสิอัลกอริทึมมันจงใจส่งคนของเราไปลงนรกชัดๆ" เ้าหน้าที่วิเคราะห์คนหนึ่งบ่นอุบพร้อมกำหมัดแน่น
"เดี๋ยวก่อน!" โมนิก้าร้องทักขึ้นเสียงดังนิ้วชี้ไปที่หน้าจอพิกัดเขตเอสศูนย์หนึ่ง "ดูนี่สิคะสัญญาณชีพของตัวแทน 09997 ไม่เพียงแต่เสถียรขึ้นแต่เขายังสร้างเครือข่ายโดรนสอดแนมได้สำเร็จแล้ว!"
"เขตทุ่งหินกัดกร่อนเนี่ยนะ?"นักวิเคราะห์อีกคนขยับแว่นด้วยความประหลาดใจ "เขาเอาวัสดุมาจากไหน?ต่อให้เป็ช่างกล ก็ไม่น่าจะเสกหุ่นยนต์ขึ้นมาได้จากอากาศนะแถมยังไม่มีโรงงานผลิตอีก"
นายพลวิคเตอร์ผู้บัญชาการสูงสุดเดินเข้ามาหยุดยืนด้านหลังโต๊ะของโมนิก้าดวงตาคมกริบจ้องมองภาพชายหนุ่มที่กำลังสั่งการโดรนแมงมุมอย่างเป็ระบบระเบียบ
"รอดจากาแฉกรรจ์... ไม่สติแตก...และเริ่มตั้งสายพานการผลิตได้ในสภาวะวิกฤต" นายพลวิคเตอร์พยักหน้าช้าๆแววตาแฝงความหวังประการใหม่ "โมนิก้ายกระดับการสังเกตการณ์ของตัวแทนแจ็กซ์เป็ระดับบี จับตาดูทุกความเคลื่อนไหวของเขาอย่าให้คลาดสายตา"
"รับทราบค่ะท่าน!" โมนิก้ารับคำสั่งพร้อมรัวนิ้วลงบนแป้นพิมพ์
...
กลับมาที่รอยแยกหินในเขตเอสศูนย์หนึ่ง
สถานการณ์ของแจ็กซ์กำลังเข้าสู่ขีดอันตรายสูงสุด
[ระดับพลังงาน: 3 เปอร์เซ็นต์เตรียมช็อกจากการขาดสารอาหาร]
[ความสมบูรณ์ร่างกาย: 55 เปอร์เซ็นต์]
[ภาระทางระบบประสาท: 80 เปอร์เซ็นต์]
ร่างกายของเขาเย็นเฉียบสายตาเริ่มพร่ามัวมองเห็นภาพซ้อนแต่ข่าวดีเพียงหนึ่งเดียวในนรกขุมนี้คือเขาฟาร์มทรัพยากรได้ครบตามเป้าหมายแล้ว
[ทรัพยากรคงเหลือ: 50 ยูนิต]
"เอาล่ะ... ไปให้สุดทาง" แจ็กซ์กัดริมฝีปากตัวเองจนเืซิบเพื่อเรียกสติที่กำลังจะหลุดลอยบังคับให้โดรนทั้งห้าตัวพุ่งทะยานออกไปในพายุอีกครั้งคราวนี้เขาตั้งค่าให้พวกมันกระจายตัวเดินหน้าไปให้ไกลที่สุดเท่าที่สัญญาณโทรมาตรจะส่งถึง
ภาระทางระบบประสาทพุ่งทะลุ 85เปอร์เซ็นต์ สมองของเขาปวดหนึบเหมือนถูกไฟฟ้ากระแสตรงช็อตแบตเตอรี่ของโดรนลดฮวบฮาบเมื่อต้องสู้กับแรงต้านของลมพายุในระยะไกล
[โดรน-01: พลังงาน 20เปอร์เซ็นต์]
[โดรน-02: พลังงาน 15เปอร์เซ็นต์]
"เติมพลังงาน!" แจ็กซ์สั่งการผ่านระบบแกนสมองกลสละทรัพยากรที่ตุนไว้อย่างไม่เสียดายสั่งการแปลงสภาพสสารระยะไกลเพื่อชาร์จแบตเตอรี่ให้ฝูงโดรนกลางทาง ทรัพยากร 50ยูนิตถูกเผาผลาญอย่างรวดเร็วเพื่อซื้อระยะทางและเวลาในการค้นหา
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้าราวกับเข็มนาฬิกาถูกแช่แข็ง...สิบนาที... ยี่สิบนาที
กระเพาะของเขาบีบรัดอย่างรุนแรงจนแจ็กซ์อ้วกออกมาเป็น้ำย่อยสีเหลืองขุ่นความหิวแตะระดับ 1 เปอร์เซ็นต์ เขาใกล้จะหมดสติเต็มทีภาพในหัวเริ่มแตกเป็เศษพิกเซล
ทว่าในเสี้ยววินาทีแห่งความสิ้นหวัง...
[เซนเซอร์โดรน-03: ตรวจพบร่องรอยสารอินทรีย์ชีวภาพกัมมันตภาพรังสีต่ำ]
แจ็กซ์สะดุ้งสุดตัวเขาดึงสติทั้งหมดที่เหลืออยู่เพ่งไปที่จอของโดรนหมายเลขสามใต้ซากหินที่ถูกลมกัดเซาะจนเว้าแหว่ง มีกอพืชแห้งตายสีดำสนิทโผล่พ้นดินแต่ลึกลงไปในรอยแยกของดินแข็งกระด้าง มีลักษณะเป็ก้อนนูนๆ ซ่อนอยู่
"หัวมันมิติ..."
มันคือพืชกลายพันธุ์ที่สะสมสารอาหารไว้ใต้ดินเพื่อเอาชีวิตรอดจากสภาพแวดล้อมสุดขั้วแจ็กซ์สั่งโดรนทั้งห้าตัวพุ่งระดมกำลังไปที่พิกัดนั้นทันทีขาจักรกลอันแหลมคมขุดเจาะพื้นดินอย่างบ้าคลั่งราวกับเครื่องขุดเจาะเหมืองแร่ขนาดจิ๋วในที่สุด ก้อนหัวมันสีเทาขนาดเท่ากำปั้นห้าก้อนก็ถูกขุดขึ้นมา
"ขนมันกลับมา... เร็วเข้า!"
ในขณะที่ฝูงโดรนกำลังแบกหัวมันมิติกลับมายังเซฟเฮาส์เซนเซอร์ตรวจจับความร้อนของโดรนตัวหนึ่งก็จับสัญญาณความชื้นที่แผ่ออกมาจากถ้ำอีกแห่งที่อยู่ห่างออกไปร้อยเมตรได้มันคือสัญญาณของแหล่งน้ำใต้ดิน...ความหวังในการมีชีวิตรอดของช่างกลหนุ่มกำลังสว่างวาบขึ้นท่ามกลางพายุมรณะ