หลังจากตรวจสอบเสร็จเลี่ยงหรงก็พบว่าตัวยาที่หมอหลวงจัดให้รักษาอาการแค่พยุงไว้เท่านั้นยื่นอายุต่อไปเรื่อยๆ คงไม่เกินสองปี เพียงเท่านั้น
ส่วนในอาหารที่ห้องเครื่องจัดมาให้นั้นอาหารบางวันก็มีโสมเป็ส่วนประกอบ ซึ่งโสมนั้นเป็ตัวช่วยให้พิษแสดงอาการออกมาดังนั้นในวันใดที่องค์ชายเสวยอาหารชนิดนั้นเข้าไป ก็จะมีอาการกำเริบ
เลี่ยงหรงได้แจ้งข้อมูลตามที่ตนเองตรวจพบซึ่งกุ้ยเฟยได้หันไปถามองค์ชายว่าจริงหรือไม่วันใดที่เสวยอาหารที่มีส่วนผสมของโสมจะมีอาการกำเริบ
องค์ชายสามครุ่นคิดสักพัก ก็พยักหน้าตามที่เลี่ยงหรงแจ้งจึงทำให้กุ้ยเฟย ใเป็อย่างมาก เพราะนางไม่เคยสังเกตเลย
"กุ้ยเฟย ท่านอย่าได้โทษตัวเองเลยพ่ะย่ะค่ะข้าเองก็ไม่เคยสังเกต และไม่เคยทราบมาก่อนเช่นกันถ้าท่านหมอไม่เอารายการอาหารมาให้ดูกับบันทึกการเข้ามาของหมอหลวงมาให้ดูพวกเราคงไม่รู้" เจี๋ยนซาน
"ซูซูให้คนไปตามหมอหลวงที่มารักษาองค์ชายสามมาหาข้าที่นี่ข้าอยากรู้ว่าทำไมถึงไม่มีรายการโสม ให้ห้องเครื่องว่าห้ามนำมาปรุงอาหารให้องค์ชายสามเสวย" กุ้ยเฟย
"เพคะ"ซูซูได้ยินดังนั้นก็รีบตอบรับและไปทันที
"หมอหลวงอาจจะไม่รู้ก็เป็ได้พ่ะย่ะค่ะกุ้ยเฟย" หวังหย่ง
"ไม่รู้จักพิษ ไม่รู้วิธีรักษาทำไมไม่แจ้งแก่ข้าหรือรอให้เจี๋ยนซานเป็อะไรไปก่อนหรือไร" กุ้ยเฟย พูดด้วยท่าทีไม่พอใจ
"เอ่อ..ทรงเย็นพระทัยก่อนพ่ะย่ะค่ะ"เลี่ยงหรง
"อืม...แล้วท่านรักษาได้ใช่หรือไม่" กุ้ยเฟย
"ได้พ่ะย่ะค่ะ พิษสะสมในร่างกายเป็เวลานานดังนั้นต้องค่อยเป็ค่อยไปในการดื่มยาถอนพิษ เพราะถ้าเร่งไป กระหม่อมกลัวว่าร่างกายองค์ชายจะรับไม่ไหว และอาจจะหมดสติระหว่างการรักษา พ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
"เช่นนั้นก็ตามที่ท่านเห็นสมควรเถิดหากท่านรักษาสำเร็จ ข้าจะตอบแทนท่านหมอด้วยของมีค่าตามที่ท่าน้า"กุ้ยเฟย
"กระหม่อมจะรักษาองค์ชายสุดความสามารถพ่ะย่ะค่ะสิ่งตอบแทนนั้นกระหม่อมไม่้าหรอกพ่ะย่ะค่ะ เพราะที่กระหม่อมมีชีวิตอยู่ได้ก็เพราะท่านแม่ทัพช่วยไว้ดังนั้นคนที่ท่านแม่ทัพให้กระหม่อมรักษากระหม่อมต้องรักษาให้ดีที่สุดพ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
"อืม...ถ้าเช่นนั้นท่านก็ทำการรักษาเถิดรางวัลนั้น ข้าควรให้แก่อาหย่งสินะ" กุ้ยเฟย
"กุ้ยเฟย ไม่ต้องให้อะไรหลานหรอกพ่ะย่ะค่ะ"หวังหย่ง
"คือ...ข้าเขียนรายชื่อสมุนไพรที่ใช้ในการปรุงยาถอนพิษเสร็จแล้วจะขอให้ท่านแม่ทัพนำมาให้ขอรับ"เลี่ยงหรง
"ได้ ข้าจะเอามาให้"หวังหย่ง
"ส่วนยาช่วยบรรเทาอาการนั้น ข้ามีอยู่สองเม็ดให้องค์ชายเสวยวันละเม็ดก่อนพ่ะย่ะค่ะ ส่วนยาถอนพิษนั้น ถ้าข้าได้สมุนไพรครบแล้วจะนำมาถวายอีกครั้ง"เลี่ยงหรง กล่าวจบก็ยื่นยาให้หวังหย่ง
หวังหย่งรับยามาตรวจสอบและนำให้กุ้ยเฟยต่อไป
"ขอบใจท่านหมอมาก" กุ้ยเฟย
"เช่นนั้นหลานกับท่านหมอขอตัวกลับก่อนพ่ะย่ะค่ะแล้วจะมาใหม่เมื่อยาถอนพิษปรุงเสร็จแล้ว"
หวังหย่งและเลี่ยงหรง ทำความเคารพกุ้ยเฟยและขอตัวลากลับเมื่อทั้งสองเดินก้าวข้ามผ่านประตูออกมาก็พบกับฮ่องเต้ที่เพิ่งประชุมเสร็จมาพร้อมกับหลีเหว่ย
"ถวายพระพรฝ่าา ขอให้อายุยืนหมื่นปี หมื่นหมื่นปี" ทั้งสองทำความเคารพฮ่องเต้
"ลุกขึ้นเถิดคนผู้นี้หรือหมอพเนจรที่แม่ทัพใหญ่เล่าให้เจิ้นฟัง" ฮ่องเต้เจี๋ยวกั๋วกล่าวประโยคแรกกับทั้งสอง และประโยคหลังแก่หลีเหว่ย
"พ่ะย่ะค่ะ" หลีเหว่ย ยืนยัน
"ท่านหมอออกมายื่นข้างหน้าและรายงานอาการประชวรขององค์ชายสาม" หลีเหว่ยบอกให้เลี่ยงหรงที่ยืนอยู่หลังหวังหย่ง ให้ออกมา
เมื่อเลี่ยงหรงเดินออกมา ฮ่องเต้ถึงกับใ และเลี่ยงหรงก็ใเช่นกันเมื่อเห็นพระพักตร์เต็มสองตา
"บังอาจนักกล้ามองหน้าพระพักตร์ฝ่าาเช่นนั้น" ตงหยาง หัวหน้าองครักษ์กล่าวออกมาเมื่อเห็นเลี่ยงหรงยืนมองหน้าฮ่องเต้และไม่กล่าวอันใดเป็เวลานานผิดปกติจึงดึงดาบออกมาชี้ไปที่เลี่ยงหรง
เมื่อได้ยินเสียงองครักษ์เลี่ยงหรงก็ได้สติพร้อมกับฮ่องเต้ก็ทรงรู้ตัวเช่นกัน
"หยุดเดี๋ยวนี้" ฮ่องเต้กล่าวกับองครักษ์คนสนิท
"เอ่อ...ฝ่า...บาท"เลี่ยงหรงพยายามเรียบเรียงคำพูดออกมาอย่างยากลำบาก
คนทั้งหมดที่ยืนอยู่เริ่มเห็นความผิดปกติของฮ่องเต้และหมอพเนจร
"ไม่คิดว่าจะเจอเ้าที่นี่ อาหรง" ฮ่องเต้กล่าวจบก็รีบเดินมาหาเลี่ยงหรง สวมกอดอีกฝ่ายทันที ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าอีกฝ่ายสูญเสียแขนซ้ายไปแต่ก็อดจับแขนเสื้อที่ว่างเปล่านั้นไม่ได้
"ฝ่า...บาท..."เลี่ยงหรงใเป็อย่างมากที่อยู่ๆ ฮ่องเต้ก็มากอดตนต่อหน้าธารกำนัลเช่นนี้
ทุกคนต่างใที่ฮ่องเต้ผู้ที่สูงศักดิ์ถึงกับเรียกชื่อหมอพเนจรออกมาโดยที่อีกฝ่ายยังไม่แนะนำตัวและแม่ทัพใหญ่หลีเหว่ยก็ยังไม่ได้แจ้งชื่อหมอพเนจรผู้นี้เลย
'ฝ่าารู้จักชื่อหมอผู้นี้ได้เช่นไร ทั้งสองคนรู้จักกัน' นี้คือสิ่งที่ทุกคนคิด
"ถวายพระพรฝ่าาเพคะ" กุ้ยเฟย ที่เห็นว่าฮ่องเต้ไม่เข้าไปสักทีเดินออกมาก็ต้องใที่เห็นฮ่องเต้ยืนกอดกับหมอพเนจรไร้หัวนอนปลายเท้าเช่นนี้
เลี่ยงหรงรับรู้ถึงสายตาทุกคนจึงดันฮ่องเต้ที่ไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยตนสักทีด้วยมือข้างที่เหลือเบาๆเป็การเตือนสติอีกฝ่าย
ฮ่องเต้ที่ถูกดันแม้จะเบาบางแต่ก็รับรู้จึงคลายอ้อมกอดออกและกลับมาเผชิญหน้ากับเลี่ยงหรงด้วยสายตาเ็ปไม่สนใจคนที่อยู่รอบตัว
"ฝ่าา กระหม่อมขอแจ้งอาการประชวรขององค์ชายสาม พ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
กุ้ยเฟยเห็นว่าฮ่องเต้คลายอ้อมกอดแล้วก็รีบมาหาในทันที
"ฝ่าาเพคะ เข้าไปข้างในก่อนดีหรือไม่เพคะและให้ท่านหมอหวงรายงาน" กุ้ยเฟย
"อืม..." ฮ่องเต้กล่าวจบก็จับมือเลี่ยงหรงดึงให้เดินตามเข้าไปทันที
สายตาทุกคู่มองการกระทำที่ไม่เคยเห็นมาก่อนของฮ่องเต้
ฮ่องเต้เจี๋ยนกั๋ว มักวางตัวดีเสมอ ไม่เคยจับมือผู้ใดให้ธารกำนัลเห็นแม้แต่ฮองเฮาหรือสนมคนใดก็ตาม จึงทำให้ทุกคนต่างตกตะลึงว่าฮ่องเต้ไปรู้จักกับหมอพเนจรผู้นี้ได้เช่นไร
กุ้ยเฟยหันไปสบตากับพี่ชายหลีเหว่ย
หลีเหว่ยรู้ทันทีว่าเขาต้องไปสืบถึงความสัมพันธ์ระหว่างสองคนนั้นจึงพยักหน้าตอบ ก่อนที่จะเดินตามเข้าไป
เมื่อฮ่องเต้เข้าไปด้านในก็นั่งลง โดยดึงให้เลี่ยงหรงนั่งเก้าอี้อีกตัวแต่เลี่ยงหรงกับไม่ยอมนั่ง
"ฝ่าา ให้กระหม่อมยืนรายงานจะดีกว่า"เลี่ยงหรง
"ทำไม" ฮ่องเต้
"ฝ่าา ที่นี่ในวังหลวง หาใช่..." เลี่ยงหรงไม่รู้จะเตือนอีกฝ่ายเช่นไร ได้แต่ถอดถอนหายใจออกมาด้วยความหนักใจเพราะไม่คิดว่าจะเจออีกฝ่ายที่นี่ และไม่คิดว่าคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุดคือฮ่องเต้
"ได้ อาหรงเ้าจงรายงานเื่องค์ชายสามมา เมื่อจบแล้วเ้าจงไปกับข้าเรามีเื่ต้องคุยกัน" ฮ่องเต้ พูดออกมาเชิงบังคับ
"ท่าน..เอ่ย...ฝ่าา ยังคงเอาแต่ใจเช่นเดิม"เลี่ยงหรง พูดออกมาด้วยความเอือมระอา
ทุกคนที่ได้ยินและเห็นท่าทางได้แต่ งง และก็งงหากผู้อื่นทำกิริยาเช่นนี้คงถูกฮ่องเต้สั่งลงโทษไปแล้ว เพราะปกติฮ่องเต้เจี๋ยนกั๋ว มักจะวางตัวไม่ไกลชิดใครเป็พิเศษ ไม่มีใครกล้าแสดงท่าทางแบบนี้แน่นอน และทุกคนได้แต่ยืนเงียบฟังเลี่ยงหรงรายงานอาการขององค์ชายสาม พอกล่าวจบ
"เช่นนั้นแปลว่าองค์ชายสามโดนวางยามาเป็เวลานานแล้วและหมอหลวงก็ไม่รู้จะรักษาอย่างไร จึงได้แต่ประคองอาการหรือ" ฮ่องเต้
"พ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
"แล้วรายการสมุนไพรอยู่ที่แม่ทัพหรือ"ฮ่องเต้
"พ่ะย่ะค่ะกระหม่อมได้ให้รายการสมุนไพรแก่ท่านแม่ทัพแล้วพ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
"กุ้ยเฟยเ้าให้คนไปตามหมอหลวงมาแล้วใช่หรือไม่" ฮ่องเต้
"หม่อมฉันได้ส่งคนไปตามมาแล้วเพคะอีกประเดี๋ยวน่าจะมาถึง" กุ้ยเฟย
"เช่นนั้นให้แม่ทัพใหญ่ หลีเหว่ยช่วยตรวจสอบว่าหมอหลวงมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ และปลดเขาออกจากการรักษา ต่อไปให้อาหรงเข้ามารักษาอาการแทน" ฮ่องเต้
"เพคะ/พ่ะย่ะค่ะ" กุ้ยเฟย/หลีเหว่ย รับคำสั่ง
"หมดเื่แล้ว เช่นนั้นเจิ้นต้องไปก่อนอาหรงตามข้ามา" ฮ่องเต้ ลุกขึ้นและหันไปบอกคนที่ยืนอยู่ตรงหน้า
"ทูลฝ่าา กระหม่อมมากับท่านแม่ทัพเช่นนั้นให้ท่านแม่ทัพหวังหย่งไปกับกระหม่อมด้วยพ่ะย่ะค่ะ" เลี่ยงหรง
"ไปเพียงเ้าส่วนแม่ทัพหวังหย่งให้อยู่ช่วยแม่ทัพใหญ่หลีเหว่ย และกุ้ยเฟย ไตร่สวนหมอหลวงเสร็จแล้วก็กลับไปเสีย" ฮ่องเต้ กล่าวเสียงเรียบ
"แล้วกระหม่อมจะกลับเช่นไร บ้านกระหม่อมก็อยู่ไกล ภรรยาและบุตรของกระหม่อมต้องเป็ห่วงมากแน่ๆ" เลี่ยงหรง เน้นคำว่าภรรยาและบุตรให้อีกฝ่ายรับรู้
"ภรรยาและบุตรงั้นหรือ" ฮ่องเต้หันมามองด้วยแววตาโเี้และดุดัน บรรยากาศในห้องอึมครึมโดยทันที
ทุกคนรับรู้ถึงแรงโทสะ ที่ฮ่องเต้แสดงออกมาโดยไม่รู้ตัวได้แต่ก้มหน้าเงียบ มีแต่คนที่พูด ที่ยังคงมองฮ่องเต้ด้วยสายตาเฉยเมยไม่สนใจ เพราะเลี่ยงหรงไม่อยากคุยกับฮ่องเต้
ฮ่องเต้ไม่พูดอะไรต่อแต่ดึงมือเลี่ยงหรง ออกไปที่ตำหนักของตนทันทีโดยไม่สนใจใครอีกเลย ด้วยสีหน้าไม่บ่งบอกอะไรทั้งนั้น
เลี่ยงหรงใมากไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะทำเช่นนี้
'ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เจี๋ยนกั๋วผู้นี้ก็ไม่คิดจะปล่อยเขาไปสักทีแม้เขาผู้นี้ ตอนนี้ก็ถือว่าเป็คนพิการแล้วอีกฝ่ายควรปล่อยเขาได้แล้วสิถึงจะถูก'