เรือนกาญจนา

    บทพิเศษ 2 Love Me Love My Cat (ตอนที่ 18 ฝังหุ่น)

    ภัทรฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตนเองนอนอยู่ภายในห้องๆ หนึ่ง ผนังห้องเป็นอิฐแดง มันมืดสลัวๆ มองเห็นไม่ค่อยชัด มองไปทางไหนก็ไม่เห็นใคร เห็นเพียงประตูที่ปิดอยู่อย่างเลือนลาง พอสำรวจตัวเองก็พบว่าตนถูกมัดข้อมือไว้ด้านหลัง ส่วนข้อเท้าถูกล่ามโซ่อย่างกับนักโทษ

    สักพักประตูก็เปิด และมีคนเดินเข้ามาพร้อมกับทักว่า “ตื่นแล้วงั้นหรอ”

    “อาศรีพรรณ ทำไมต้องจับตัวภัทรด้วยคะ” ภัทรรีบถามเมื่อรู้ว่าเป็นใคร

    “ก็เพราะแกทำให้ฉันเสียแผนครั้งแล้วครั้งเล่าไงล่ะ” อาศรีพรรณเผยตัวตน

    “แผนอะไรคะ” ภัทรงง

    “แหมทีอย่างนี้ทำเป็นโง่นะ ก็แผนการฆ่าทุกคนในบ้านอาจองค์ดำรงธรรมไง ฉันก็อุตส่าห์หลอกให้ทรรศนัยสามารถปลูกต้นว่านซับแร่ได้ แต่มันดวงแข็งมากที่มีแมวของนังผ่องศรีวิ่งเข้าไปทำลายต้นไม้ของฉัน นอกจากนี้ฉันก็อุตส่าห์ติดต่อซื้อต้นว่านซับแร่มาปลูกที่สวน แกกับรัตน์ก็ดันมาเปิดเผยถึงพิษของต้นไม้ฉัน ทำให้พี่สุทัศน์สั่งเผามันทั้งหมด” อาศรีพรรณทบทวนให้ฟัง

    “พวกเขาเป็นญาติพี่น้องของคุณอานะคะ ทำไมต้องฆ่าพวกเขาด้วย และยังจะมีรัตน์อีก เธอนอนป่วยอาการสาหัสยังไม่ฟื้น คุณก็ยังซ้ำเติมด้วยการจ้างวานให้คนนำต้นไม้มีพิษตะกั่วไปวางบนหัวเตียงรัตน์อีก” ภัทรเข้าใจเรื่องราวแล้ว

    “ใช่สิ จริงด้วย เรื่องนี้ด้วยที่เธอขัดขวางด้วยการนำต้นนั้นไปทิ้งอีก แต่ไม่เป็นไรหรอก ตอนที่อยู่บนเรือสำราญ รัตน์มันเห็นฉันคุยติดต่อกับพ่อค้าขายต้นว่านซับแร่ มันก็เลยวิ่งมาดักหน้าฉันแล้วถามให้รู้เรื่อง ฉันก็ยอมเล่าให้มันฟัง และแกล้งร้องไห้สำนึกผิด มันก็เลยบอกให้ฉันเป็นคนไปสารภาพกับทุกคนเอง ฉันรอจังหวะที่มันหันหลังกลับไป แล้วรีบหยิบไม้หน้าสามตีหัวมันอย่างแรง จากนั้นก็ผลักมันลงทะเลพร้อมกับไม้หน้าสามนั่น ที่น่าขำก็คือคนในเรือกลับคิดว่าเป็นฝีมือนางแบบที่ชื่อแซนดี้” อาศรีพรรณเผย

    “คุณก็เลยพยายามที่จะฆ่ารัตน์ปิดปาก แต่ทำไม่ได้เพราะนายหัวจ้างบอดี้การ์ดมาคอยคุ้มกันแน่นหนา ดังนั้นคุณก็เลยใช้วิธีเดิม นั่นคือใช้พิษจากต้นว่านซับแร่ทำร้ายรัตน์” ภัทรกล่าว

    “อีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง ว่านซับแร่ก็จะออกดอกอยู่แล้วเชียว ใครจะไปคิดว่าวันนี้แกจะไม่ไปทำงานและไปเยี่ยมรัตน์ตอนสายๆ” อาศรีพรรณผิดหวังที่เสียแผน

    “คุณมีจิตเมตตาบ้างหรือเปล่าคะ ทั้งๆ ที่ทุกคนในบ้านอาจองค์ดำรงธรรมก็เป็นญาติของคุณ หรือที่คุณทำทุกอย่างก็เพียงเพื่อที่จะได้รับทรัพย์สมบัติมหาศาลอย่างนั้นหรอคะ” ภัทรสงสัย

    “ใครบอกล่ะ ฉันทำเพื่อแก้แค้นต่างหาก รู้มั้ยว่าฉันถูกกดขี่ข่มเหงแค่ไหน สมัยก่อนเจ้าสัวแต่งงานกับคุณนวลจันทร์ พวกเขาอยู่กินกันจนมีลูกสามคน ผ่านไปไม่นานเจ้าสัวรู้สึกถูกใจสาวใช้คนใหม่ที่ชื่อว่าพลอยศรี เพื่อที่จะได้ครอบครองสาววัยใสคนนั้น ท่านถึงขั้นใช้วิธีข่มเหงรังแกจนพลอยศรีตกเป็นเมียน้อยของท่าน ด้วยความที่ท่านหลงเมียเด็กมาก ทำให้คุณนวลจันทร์ที่รู้เรื่องราวรู้สึกโกรธและเกลียดพลอยศรีมาก ถึงขั้นพาแม่บ้านมาช่วยกันรุมตบตี แต่ถึงกระนั้นเจ้าสัวก็ยังยืนยันรับพลอยศรีเป็นเมียอีกคน และสั่งห้ามทุกคนในบ้านทำร้ายพลอยศรี จนกระทั่งพลอยศรีตั้งครรภ์และคลอดได้ลูกสาวอย่างฉัน ในตอนแรกฉันก็ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีเหมือนกับลูกเมียหลวงคนอื่นๆ จนกระทั่งถึงวันที่เจ้าสัวล้มป่วยด้วยโรคถุงลมโป่งพองจากการสูบไปป์เป็นเวลายาวนาน พ่อรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลได้ไม่นาน พ่อก็สิ้นลม นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นที่คุณนวลจันทร์ถือโอกาสขับไล่แม่และฉันให้ออกจากบ้าน ตอนนั้นฉันยังเด็กเลยต้องทำตามคำสั่งแม่ นั่นคืออดทนอยู่บ้านหลังนี้ต่อ เมื่อแม่ฉันไม่ยอมไป คุณนวลจันทร์จึงให้แม่และฉันอยู่ในฐานะคนใช้เท่านั้น คอยทำงานบ้านทุกอย่าง เมื่อแม่ทำงานไม่ได้พัก แถมสภาวะจิตใจก็เศร้าหดหู่ ทำให้แม่มีร่างกายอ่อนแอ ล้มป่วยได้ง่าย มีวันหนึ่งที่แม่เป็นไข้หวัดใหญ่ ถึงอย่างนั้นคุณนวลจันทร์ก็ยังบังคับให้แม่ฉันทำงาน เมื่อแม่ไม่หยุดพัก ทำให้อาการไข้หนักขึ้นถึงขั้นปอดบวม แม้ถูกส่งไปโรงพยาบาลแล้ว หมอก็ช่วยท่านไม่ทัน นั่นจึงทำให้ฉันต้องเสียแม่ไป ตั้งแต่นั้นมาฉันก็ต้องปรับตัวใหม่คอยเชื่อฟังคุณนวลจันทร์ทุกอย่าง อยู่แบบว่านอนสอนง่าย เพื่อที่ฉันจะได้หาโอกาสแก้แค้นพวกมันทั้งหมด” อาศรีพรรณเล่ายืดยาว

    “อย่าบอกนะคะว่าคุณได้ฆ่าคุณนวลจันทร์ด้วยอีกคน” ภัทรคาดเดา

    “ฉลาดมาก ด้วยวิธีไหนรู้มั้ย ก็ว่านซับแร่นั่นแหละ” อาศรีพรรณเฉลย

    “อย่างน้อยท่านก็เลี้ยงคุณจนโต คุณไม่น่าอกตัญญูเลยนะคะ”

    “หากฉันไม่แก้แค้นให้แม่ นั่นถือว่าอกตัญญูต่างหาก” อาศรีพรรณเถียง

    “คุณรู้ได้ยังไงว่าว่านซับแร่มีพิษตะกั่ว มีโทษต่อมนุษย์คะ” ภัทรอยากรู้

    “เพราะฉันแกล้งอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตัว ขออาศัยอยู่บ้านหลังสวน ไม่ขอยุ่งเกี่ยวกับทรัพย์สมบัติของคุณนวลจันทร์ ท่านจึงยอมรับฉันเป็นลูกบุญธรรมไม่ต้องไปคอยรับใช้เหมือนแต่ก่อน ฉันจึงมีเวลาไปเสาะหาต้นไม้มีพิษและราคาถูก เมื่อหามาได้ฉันก็ทดลองกับหนูแฮมสเตอร์ที่ฉันเลี้ยง ไม่น่าเชื่อว่าต้นว่านซับแร่จะทำให้พวกหนูที่กินเข้าไปตายเร็วมาก โดยปกติคนไม่กินต้นไม้อยู่แล้ว ฉันก็เลยทดลองใหม่ว่าการตั้งเฉยๆ จะทำร้ายหนูได้มั้ย ผลการทดลองสรุปว่าจะต้องวางต้นไม้ในสถานที่ปิดเท่านั้น หนูจึงสามารถได้รับพิษจากการสูดดม พิษดังกล่าวก็สามารถสะสมอยู่ในร่างกายหนูได้ ดังนั้นฉันก็เลยวางแผนหลอกให้คุณนวลจันทร์ปลูกว่านชนิดนี้ในห้องนอน ที่พวกเขายอมปลูก ก็เพราะมันเป็นต้นไม้ที่มีใบเรียวงามสวยเหมือนใบต้นวาสนา และดอกของมันก็เป็นพุ่มสีขาวเหมือนดอกเข็ม พวกเขาเห็นว่าต้นไม้มันแปลกก็เลยอยากปลูก” อาศรีพรรณอธิบาย

    “คุณฆ่าทั้งคุณนวลจันทร์ พ่อแม่ของรัตน์ และนายเทิด ไม่เพียงเท่านั้นยังทำร้ายรัตน์อีก” ภัทรไม่อยากจะเชื่อ

    “อ้าววีรกรรมฉันยังไม่หมดนะ ฉันยังจ้างคนไปฆ่าภรรยาพี่สุทัศน์ด้วย ไม่รู้ว่าหนีเตลิดเปิดเปิงไปอยู่ไหนแล้ว และอะไรอีกน๊า อ้อยังจ้างนายเทิดไปฆ่าพ่อแม่ทรรศนัยด้วย” อาศรีพรรณภูมิใจในผลงาน

    “ทำไมคุณอำมหิตแบบนี้คะ ถึงคุณฆ่าทั้งครอบครัว คุณก็ไม่เหลืออะไรหรอกค่ะ ยังไงคุณก็ต้องถูกจับกุมอยู่ดี” ภัทรเชื่อเรื่องกฎแห่งกรรม

    “แหมจะจับได้หรือเปล่านะ เมื่อเธอตายแล้ว ฉันก็หมดเสี้ยนหนาม และทำอะไรได้ตามใจ” อาศรีพรรณคิดฆ่าภัทรปิดปาก

    สักพักอาศรีพรรณก็ยกโถแก้วขนาดใหญ่มีฝาปิดไว้ ภายในเป็นงูเขียวหางไหม้

    “หยุดก่อกรรมทำเข็ญเถอะนะคะ คุณอาศรีพรรณ” ภัทรน้ำตาไหล คิดในใจว่า “พี่ทรรศช่วยภัทรด้วยค่ะ”

    ****************************

    ทรรศนัยรับปืนคืนมาจากผู้ช่วยของพ่อ แล้วขับรถพาพ่อและยายกลับบ้านอาจองค์ดำรงธรรม

    สุทัศน์สั่งให้คนงานในบ้านช่วยทรรศนัยออกตามหาภัทรที่บ้านอาศรีพรรณ

    พอทุกคนถึงหน้าบ้าน ทรรศนัยก็รีบเคาะประตู “คุณอาครับเปิดประตูเถอะ ผมขอร้อง อย่าทำร้ายภัทรเลยครับ”

    เงียบกริบ

    “พ่อว่าใช้กุญแจสำรองไขเลยดีกว่า” ลุงสุทัศน์เสนอความคิด

    ทรรศนัยจึงกลับไปขอกุญแจจากแม่บ้านแล้วนำมาเปิด

    พอเปิดได้ ทรรศนัยและสุทัศน์พร้อมกับคนงานอีกห้าคนรีบเข้าไปค้นภายในบ้าน ก็พบว่า ไม่มีใครอยู่เลย แม้ไปดูที่โรงเรือนซึ่งใช้เป็นสถานที่เลี้ยงหนูก็ไม่พบใครสักคน

    “หรือว่าศรีพรรณจะจับภัทรไปที่อื่น” ลุงสุทัศน์สงสัย

    “นั่นสิครับ ผมคงต้องรีบแจ้งตำรวจแล้ว” ทรรศนัยรีบกด 191 แจ้งตำรวจทันที

    จากนั้นก็กลับไปตั้งหลักที่บ้านใหญ่

    ทุกคนมีสีหน้ากังวล ไม่รู้ว่าตอนนี้ภัทรเป็นอย่างไรบ้าง

    สักพักคิริวก็วิ่งออกมาจากห้องครัวหลังจากแม่บ้านให้อาหารแล้ว มันรีบวิ่งมาหาทรรศนัย แล้วหยุดล้มนอนแผละกลิ้งตัวนอนหงายไปกับพื้น

    ทรรศนัยรู้สึกสงสารตัวเองและคิริว ที่ตามหาภัทรไม่เจอ เขาก็เลยลูบหัวคิริวและเกาคางให้มัน

    สักพักคิริวก็ลุกขึ้นยืนและวิ่งออกไปข้างนอกบ้าน

    ทรรศนัยนึกขึ้นได้ว่า บางทีแมวอาจสามารถดมหากลิ่นเจ้าของได้ เขาก็เลยวิ่งตามคิริวไป

    สุทัศน์สั่งให้ทุกคนติตตามทรรศนัยไปด้วย เพราะเข้าใจว่าลูกชายนึกขึ้นได้ว่าภัทรน่าจะอยู่ที่ไหน

    แต่แล้วพอคิริวไปหยุดที่สวนหลังบ้านและพบแมวตัวเมียแอบเข้ามา ก็พากันผิดหวัง

    “โห่ คิริว ช่วยอะไรไม่ได้เลยนะ ที่แท้ก็วิ่งมาหาแมวสาวนี่เอง” ทรรศนัยบ่น

    ทุกคนที่วิ่งตามมาก็พากันบ่น “ไม่น่าเชื่อแมวเลย”

    สักพักชายวัยกลางคนที่วิ่งตามมาอีกคน ก็หอบเหนื่อย “แหะๆ แหะๆ พ่อจำได้แล้วลูก” ลุงสุทัศน์กล่าว

    “อะไรงั้นหรอครับ” ทรรศนัยฟังอย่างมีความหวัง

    “บ้านเรามีชั้นใต้ดิน ตอนเด็กๆ พ่อเคยแอบย่าใหญ่ไปที่นั่นด้วย” ลุงสุทัศน์กล่าวกับลูกชาย

    “แล้วช่องทางไปห้องใต้ดินอยู่ไหนล่ะครับ” ทรรศนัยอยากรู้

    “ที่บ้านศรีพรรณนั่นแหละ”

    “พวกเรารีบไปกันเถอะ” ทรรศนัยบอกกับคนงาน

    เนื่องจากลุงสุทัศน์จำตำแหน่งทางลงไปห้องใต้ดินไม่ได้ ทรรศนัยจึงต้องสั่งคนงานช่วยกันค้นหา กว่าที่พรรคพวกของทรรศนัยจะเจอบันไดลงไปในห้องใต้ดินก็ใช้เวลานานถึงครึ่งชั่วโมง ซึ่งในตอนนั้นตำรวจมาถึงที่บ้านพอดี ดังนั้นทรรศนัยจึงขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเดินนำหน้าเพื่อสำรวจเส้นทาง

    ****************************

    “บ้าเอ๊ย ไอ้งูน่าโง่ เปิดฝามา แทนที่จะไปกัดนังภัทร ดันเลื้อยหนีเสียได้ ไม่เป็นไร ใช้มีดสั้นแทงให้ตายดีกว่า” อาศรีพรรณเปลี่ยนแผน

    “คุณอาคะ หยุดเถอะนะคะ” ภัทรพยายามเกลี้ยกล่อม

    “หยุดเดี๋ยวนี้นะ นี่คือเจ้าหน้าที่ตำรวจ” ตำรวจชักปืนเล็งไปที่อาศรีพรรณที่กำลังถือมีดปลายแหลม

    ศรีพรรณได้ยินฝีเท้าก็รู้ว่ามีคนหลายคนบุกรุกเข้ามาในห้องใต้ดิน

    “ช่วยด้วยค่ะ ช่วยภัทรด้วย”

    ศรีพรรณรีบใช้มือข้างหนึ่งปิดปากหญิงสาวพร้อมกับนำมีดมาจ่อที่คอ และตะคอกว่า “เงียบเดี๋ยวนี้ ไม่งั้นฉันปาดคอจริงๆ ด้วย”

    ตอนนี้กลายเป็นว่าศรีพรรณดึงภัทรเข้ามาเป็นตัวประกัน

    “ปล่อยภัทรเถอะครับ คุณอา” ทรรศนัยเกลี้ยกล่อม

    “ผู้หญิงคนนี้แส่ดีนัก มันต้องตาย” อาศรีพรรณไม่ยอม

    “ยอมมอบตัวเถอะครับ โทษหนักจะได้กลายเป็นเบา” ตำรวจนายหนึ่งกล่าว

    ภัทรดึงมืออาศรีพรรณออกได้ ก็พูดทันที “ไม่ต้องห่วงภัทรค่ะ คุณอาหลอกให้คุณย่าใหญ่ พ่อแม่รัตน์ และนายเทิดปลูกต้นว่านซับแร่ภายในห้องนอน หวังจะให้พวกเขาได้รับพิษตะกั่วจากต้นว่านนั้น ไม่เพียงเท่านั้นยังจ้างคนไปฆ่าพ่อแม่พี่ทรรศด้วยค่ะ” ภัทรพยายามเล่าวีรกรรมของอาศรีพรรณ

    “หุบปาก” อาศรีพรรณตะคอก

    “พี่นึกไม่ถึงเลยว่า ศรีพรรณจะกล้าทำแบบนี้ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็มีจิตเมตตาเลี้ยงหนูแฮมสเตอร์” ลุงสุทัศน์กล่าว

    “เปล่าค่ะ คุณอาเขาเลี้ยงไว้เป็นหนูทดลองยาเท่านั้นค่ะ” ภัทรฟ้อง

    “ก็บอกให้หุบปากไง” อาศรีพรรณตะคอกอีก

    “ใจเย็นก่อน อย่าทำอะไรตัวประกันนะ” ตำรวจอีกนายกล่าว

    “ถ้าไม่อยากให้อีนี่ตาย ก็ถอยไป” อาศรีพรรณใช้ปลายมีดบาดคอภัทร ให้พอมีเลือดออกมาซิบๆ เพื่อข่มขู่

    ทุกคนเลยต้องยอมทำตาม

    ศรีพรรณค่อยๆ พาภัทรเดินไปที่ตรงทางขึ้นบันได โดยทุกคนคอยหลีกทางให้ แต่ทว่าอยู่ดีๆ คิริวก็วิ่งกระโจนตะครุบข่วนหน้าศรีพรรณ ทำให้ศรีพรรณทำมีดหลุดมือ จากนั้นตำรวจก็รีบเข้าไปจับกุม

    ถึงกระนั้นศรีพรรณก็ไม่ยอมแพ้ เธอรีบผลักตำรวจอย่างบ้าคลั่ง และรีบวิ่งหนีไปตรงทางขึ้นบันได “555 ไม่มีใครจับฉันได้หรอก” ศรีพรรณหัวเราะได้ไม่นาน เธอก็ร้อง โอ๊ย แต่ก็ยังวิ่งหนีขึ้นบันได จากนั้นก็วิ่งเข้าไปในสวน เหล่าตำรวจและคนงานวิ่งตามหญิงวัยกลางคนไปอย่างไม่ลดละ

    “หยุดเถอะครับ ยอมมอบตัวเถอะ” ตำรวจนายหนึ่งตะโกนบอกหญิงวัยกลางคน

    ศรีพรรณรีบเข้าไปแอบในโรงเรือน สักพักตนก็แน่นหน้าอก ล้มหมดสติในห้องนั้น

    ตำรวจที่วิ่งตามมาก็เข้าไปสำรวจจับชีพจรผู้หญิงที่นอนแน่นิ่ง “คุณศรีพรรณตายแล้ว”

    “อ้าวตายได้ยังไง” ตำรวจอีกนายถาม

    “โดนงูพิษกัด แต่ยังฝืนวิ่งต่อไปจนพิษแล่นเข้าสู่หัวใจ” ตำรวจเห็นรอยงูกัดที่ข้อเท้า

    ทรรศนัยประคองภัทรตามมาดู และตะโกนถามว่า “เกิดอะไรขึ้นครับ”

    “อาคุณตายแล้วครับ” ตำรวจรายงาน

    “พวกคุณวิสามัญหรอครับ” ทรรศนัยตกใจ

    “เปล่า เธอโดนงูกัดครับ” ตำรวจอธิบาย

    “คงเป็นงูที่เธอเลี้ยงไว้ค่ะ ตอนแรกคุณอาจะเอามากัดภัทร” ภัทรเดาเหตุการณ์

    “ไม่น่าเชื่อว่าเวรกรรมมีจริง อาคงจะโดนกรรมตามสนอง วางยาพิษผู้อื่น ในที่สุดตนก็ได้รับพิษบ้าง” ทรรศนัยกล่าว

    “เรียกรถมูลนิธิเถอะครับ คงต้องส่งโรงพยาบาลเพื่อชันสูตรอีกที ก่อนนำไปประกอบพิธีทางศาสนา” ตำรวจแนะนำ

    “ตอนนี้ขอยืมมือถือติดต่อนายหัวได้มั้ยคะ” ภัทรนึกขึ้นได้

    “ทำไมล่ะ” ทรรศนัยสงสัย

    “ความจริงแล้วคุณแซนดี้ไม่ได้ทำร้ายรัตน์หรอกค่ะ แต่เป็นอาคุณต่างหาก” ภัทรอธิบาย

    “แล้วอาพี่ทำอย่างนั้นทำไม” ทรรศนัยอยากรู้

    “รัตน์ไปได้ยินคุณอาติดต่อกับพ่อค้าว่านซับแร่ในเรือสำราญค่ะ รัตน์แค่ต้องการถามให้รู้เรื่อง แต่คุณอากลับทำร้ายรัตน์เพื่อฆ่าปิดปาก” ภัทรเล่า

    “อะ นี่ครับมือถือ” ทรรศนัยยื่นมือถือให้แฟนสาว

    พอภัทรเล่าเรื่องทั้งหมดให้นายหัวฟัง เธอก็ต้องไปสถานีตำรวจเพื่อสอบปากคำ

    คืนนี้ช่างยาวนานเหลือเกิน กว่าที่ภัทรจะได้กลับไปนอนที่อพาร์ทเม้นท์ ก็ปาไปตีสองเสียแล้ว ภัทรนอนกอดคิริวและพึมพำว่า "จบเสียทีนะคิริว”

    คล้ายกับเรื่องเรือนกาญจนา ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    ทะลุมิติมาเป็นนางร้าย เปลี่ยนชีวิตใหม่ด้วยมิติห้างสรรพสินค้าในยุค 70【จบ】

    นิยาย รัก
    989K 1570
    บุตรอสูรบรรพกาล

    บุตรอสูรบรรพกาล

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    553K 714
    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    เกิดใหม่ครั้งนี้ต้องมีความสุข

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    85K 247
    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    นิยาย รัก
    149K 452
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    ถึงเกิดอีกครา...ก็ขอเป็นมหาจอมเวท : Rendel The Great Magic

    นิยาย แฟนตาซี
    73K 77
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    สุสานเทพผนึกมาร 【จบแล้ว】

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    1.08M 2015