ตอนที่ 7 ใจเต้น
“เจียงฉือ เมื่อวานนายไปทำอะไรมาน่ะ ปู่เจียงโทรมาถามฉันว่านายยังทำการบ้านอยู่ที่บ้านฉันหรือเปล่า”มาถึงโรงเรียนได้ไม่นาน เจียงฉือก็ถูกหวังฉิงลากมาสอบสวน
“อ่า แล้วเธอตอบไปว่ายังไง” เจียงฉือใจนสะดุ้ง
“โชคดีที่ฉันมีไหวพริบ เลยตอบกลับได้ทันที ฉันบอกไปว่ากลางวันนายจะกินข้าวที่บ้านฉันเลยไม่กลับไปแล้ว ไม่อย่างนั้นเมื่อวานนี้นายจะตายท่าไหนก็ไม่รู้”หวังฉิงตบหน้าอกอย่างภาคภูมิใจ
“ฮู่ว” เจียงฉือถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่ง
“รีบบอกมาเลย เมื่อวานนายไปทำอะไรมา!” หวังฉิงซักไซ้ต่อ
เนื่องจากไม่มีทางเลือก เจียงฉือจึงจำใจต้องบอกเธอเกี่ยวกับเื่งานพาร์ทไทม์ของตน
“พระเ้า ใครมอบความกล้าให้นายกันนี่ ถึงได้กล้าไปหางานทำน่ะ นายยังไม่บรรลุนิติภาวะเลยนะ! ยัยแม่เลี้ยงนั่นทำอะไรนายใช่ไหม”หวังฉิงเอ่ยถามเสียงหลงด้วยความเป็ห่วง
“ไม่มีอะไร งานดีมากเลย เถ้าแก่เนี้ยเองก็ดีกับฉันมากเหมือนกัน”เจียงฉืออธิบาย
ท้ายที่สุดหลังจากได้รับการรับรองเป็มั่นเป็เหมาะของเจียงฉือหวังฉิงจึงยอมเห็นด้วยกับเื่นี้
“หวังฉิง เธอรู้สึกไหมว่าทำไมทั้งที่กู้ชวนไม่ค่อยมาเข้าเรียนเลย แต่คุณครูก็ไม่สนใจเขาเลยล่ะ”เจียงฉือหันหลังไป ก็ยังคงไม่เห็นเงาร่างของเด็กหนุ่มอยู่ดี จึงอดไม่ได้ที่จะออกปากถาม
“อ้อ เขาน่ะเหรอ ได้ยินมาว่าพ่อของเขารวยมาก ทำงานอะไรนั้นฉันไม่รู้รายละเอียดแต่พ่อของเขายังเป็นักลงทุนของโรงเรียนเราอีกด้วย แต่ละปีบริจาคเงินให้ทางโรงเรียนเยอะมากก็เป็ธรรมดาที่ทางโรงเรียนจะมองว่ากู้ชวนเป็สมบัติล้ำค่า จะว่าไปแต่ไหนแต่ไรมาฉันก็ยังไม่เคยเห็นพ่อของกู้ชวนเลยสักครั้งนะ”หวังฉิงอธิบายให้เขาฟังอย่างละเอียด
“อืม” เจียงฉือใคร่ครวญ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกสลดใจเล็กน้อยเด็กคนหนึ่งที่เติบโตมาในครอบครัวที่เ็าั้แ่เล็กจะต้องโดดเดี่ยวเพียงใดกัน ตัวเขาเองยังมีปู่แต่กู้ชวนล่ะ…
หลายวันติดต่อกันแล้วที่เขาไม่เห็นเงาร่างของกู้ชวน
และใน่เวลาสั้นๆ นี้ เจียงฉือก็ไปทำงานที่ร้านอาหารทุกวันโดยใช้เหตุผลว่าครูจะสอนชดเชยให้ จึงดูแลเื่อาหารกลางวันให้นักเรียนด้วย
ตอนกลางวัน เจียงฉือยุ่งอยู่กับร้านอาหารตามปกติจนกระทั่งถึงตอนที่เขากำลังจะทานอาหารกลางวัน ก็มีเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่แต่งกายด้วยเสื้อเชิ้ตสีดำเดินเข้ามาในร้าน
เจียงฉือเห็นว่าเป็กู้ชวนจึงวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาพลางยิ้มน้อยๆ แล้วถามขึ้นว่า “วันนี้กินอะไรดี”
“บะหมี่เนื้อ” กู้ชวนจ้องมองเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ
“โอเค นายรอแป๊บนึงนะ” พูดจบก็วิ่งเข้าไปในครัวอย่างกระฉับกระเฉงแล้วะโว่า “พ่อครัว บะหมี่เนื้อชามนึงครับ”
ไม่นานบะหมี่เนื้อร้อนๆ ก็ถูกยกมาเสิร์ฟก่อนที่เจียงฉือจะถือชามของตัวเองมานั่งลงตรงข้ามกับกู้ชวนอย่างไม่เกรงใจ
กู้ชวนมองหนุ่มน้อยหน้าตาหล่อเหลาท่าทางสดใสที่กำลังใช้สายตาฉ่ำน้ำมองมาทางตนตรงหน้าก็พยักหน้าให้โดยที่ภายในใจอดรู้สึกขบขันไม่ได้
หลังจากได้รับการยินยอมจากกู้ชวนเจียงฉือก็คีบเนื้อในชามของเด็กหนุ่มออกมาอย่างมีความสุข
“นายไม่ชอบกินเนื้อ แล้วทำไมถึงยังสั่งบะหมี่เนื้ออีกล่ะ”เจียงฉือที่ก้มหน้าก้มตากินบะหมี่ของตน และในปากก็เต็มไปด้วยเนื้อวัวพูดขึ้นด้วยเสียงอู้อี้
‘เพราะว่านายชอบกินไง’ เด็กหนุ่มมองคนตรงหน้าที่แก้มซูบผอมเพราะว่าขาดสารอาหารมาอย่างยาวนานตรงหน้าพลางคิดในใจ
“กู้ชวน ทำไมนายถึงไม่ค่อยไปโรงเรียนล่ะ!” กู้ชวนยังไม่ยอมเปิดปาก ได้ยินเพียงน้ำเสียงสดชื่นของเด็กหนุ่มฝั่งตรงข้ามดังเจื้อยแจ้วมาเท่านั้น
“ไม่อยากไป” น้ำเสียงของกู้ชวนเรียกได้ว่าเ็าจนถึงขั้นเยือกแข็งโรงเรียน สถานที่พรรค์นั้นน่ะ จะไปหรือไม่ไปแล้วมันทำไม ใครจะมาสนใจเขากัน
“แต่ฉันอยากให้นายไปนะ” เจียงฉือที่ก้มหน้าเขี่ยบะหมี่ในชามอยู่เอ่ยขึ้นมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
‘แกร๊ง’ ตะเกียบในมือของเด็กหนุ่มหล่นลงมา เกิดเป็เสียงใสไพเราะขึ้นท่ามกลางร้านอาหารที่เสียงดังเอะอะเขามองเด็กหนุ่มที่ใบหน้าแดงระเรื่อตรงหน้าอย่างแปลกใจ
เจียงฉือเองก็ใตัวเองเหมือนกันไม่รู้ว่าทำไมถึงได้โพล่งประโยคแบบนั้นออกไป พอเงยหน้าขึ้นก็สบเข้ากับสายตาของกู้ชวนเขาเกรงว่าอีกฝ่ายจะคิดว่ารสนิยมทางเพศของตนผิดปกติ จึงรีบร้อนอธิบาย “มะ…ไม่ใช่นะ…เอ่อ…” ผลก็คือเขาอ้ำอึ้งพูดอะไรไม่ออกอยู่นาน ใบหน้าผอมบางแดงก่ำ
“โอเค”
ขณะที่เจียงฉือแทบจะแทรกแผ่นดินหนีด้วยความรู้สึกอับอายก็มีเสียงของกู้ชวนดังขึ้น
เจียงฉือมองกู้ชวนที่ยิ้มน้อยๆตรงหน้าอย่างใจลอย เสียงนุ่มนวลนั้นคล้ายกับสายลมอ่อนที่พัดซึมซาบเข้ามาในหัวใจ
กู้ชวนเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงยิ้มแต่พอได้ยินคำพูดของเขา ความเบิกบานภายในใจก็เผยออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ภายในร้านอาหารที่เสียงดังเอะอะคนเข้าออกผ่านไปผ่านมามากมาย บริเวณที่นั่งมุมหนึ่ง เด็กหนุ่มตัวผอมบางค่อนข้างน่ารักน่าเอ็นดูมองเด็กหนุ่มตรงหน้าอย่างเหม่อลอยและภายในสายตาลึกซึ้งของเด็กหนุ่มคนนั้น ก็ราวกับมีเพียงอีกฝ่ายเช่นกัน…
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/2950e7d742c903d7a687d9b0ce2dfde8