ตอนที่ 19 บทเรียนของปราชญ์ (1)
ปราชญ์เฒ่านั่งอยู่ที่หน้าประตูบ้าน เฝ้ารอสองพ่อลูกกลับมาอย่างใจจดจ่อ
เมื่อเห็นเงาของโจวมู่ที่อุ้มหนูน้อยมาแต่ไกล ปราชญ์เฒ่าก็รู้สึกโล่งใจลงได้มาก ใบหน้าอดเผยรอยยิ้มออกมาไม่ได้
หากแต่เมื่อเห็นเสี่ยวจือจือเดินเข้ามาหาตน รอยยิ้มบนใบหน้าของปราชญ์เฒ่าก็หุบลงทันที...
เห็นทั่วร่างของเสี่ยวจือจือเต็มไปด้วยคราบเลือด แม้แต่ใบหน้าก็ยังเลอะไปด้วยเลือด ปราชญ์เฒ่าสะดุ้งตกใจอย่างแรงจนเกือบจะเป็นลมล้มพับ
“คุณปู่ขาๆ เย็นนี้ทำขาหมูน้ำแดงได้อีกแล้วนะคะ” เสี่ยวจือจือมองเห็นปู่ปราชญ์ที่หน้าประตู จึงรีบยกขาหมูที่ตนแย่งออกมาจากปากของเอ้อร์หู่ได้ออกมา พร้อมแบกขาหมูป่าที่อาบไปด้วยเลือดสดไปตรงหน้าปู่ราวกับเป็นของขวัญด้วยท่าทีตื่นเต้น
ปราชญ์เฒ่ามองดูร่างเล็กจิ๋วของหนูน้อยตรงหน้า ขาเล็กๆ วิ่งพุ่งเข้ามาจนตัวโยกส่ายดุกดิก พร้อมกับลากขาหมูป่าสีดำที่สูงพอๆ กับเธอมาด้วย โชคยังดีที่ไม่ได้เป็นลมไปซะก่อน มีเพียงแค่ใบหน้าที่เริ่มจะเปลี่ยนสีแล้ว...
มื้อเย็น เสี่ยวจือจือไม่ได้กินขาหมูน้ำแดงแสนอร่อย เพราะปู่ปราชญ์โกรธซะแล้ว
เอาเถอะ เป็นเพราะขาหมูป่าค่อนข้างเก็บยาก อีกทั้งการกินเนื้อหมูป่าตอนกลางคืนทำให้ย่อยได้ไม่ดี ปราชญ์เฒ่าจึงหมักทิ้งเอาไว้
เสี่ยวจือจือที่ไปเที่ยวเล่นบนเขามาทั้งวัน คืนนี้สุดท้ายก็เข้านอนเร็ว
โดยที่เธอไม่รู้เลยว่า เมื่อตอนที่ตัวเองผล็อยหลับไปนั้น ปู่กับพ่อทะเลาะกันเสียแล้ว
“หลังจากนี้ ฉันจะสอนเธอเอง ฉันไม่สนว่าในคุกนายจะเจอกับอะไรมาบ้าง จือจือกับนายไม่เหมือนกัน เธอเป็นแค่เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆ นายสอนเธอแบบนี้จะทำร้ายเธอซะมากกว่า” แม้ว่าครั้งนี้ปราชญ์เฒ่าจะไม่ได้โวยวายตบโต๊ะ หากแต่ความโกรธกลับมีไม่น้อยเลย ท่าทีของเขาจริงจังเป็นอย่างมาก
โจวมู่คิดว่าลูกสาวที่ตัวเองเลี้ยงมาค่อนข้างแปลกจากคนอื่น หากแต่เขาก็ไม่ได้ใส่ใจเท่าไรนัก แต่เมื่อได้มาเห็นปราชญ์เฒ่าโกรธขนาดนี้ จึงอดที่จะละอายขึ้นมาไม่ได้
ตัวเขาเองไม่มีลูก เป็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เพิ่งจะแต่งงาน ยังไม่ค่อยเข้าใจโลกเท่าไรนักก็ต้องไปใช้ชีวิตในคุกแล้ว ทัศนคติต่อชีวิตและโลกของเขาเท่ากับว่าเกิดขึ้นเป็นรูปเป็นร่างโดยแท้จริงในคุก เมื่อต้องออกมาเผชิญสังคมอีกครั้ง ตัวเขาเองก็ตัดขาดจากสังคมไปโดยสิ้นเชิง
โชคยังดี ที่เขาได้มาเจอกับเสี่ยวจือจือ
เขาเก็บเสี่ยวจือจือกลับมา ก็เหมือนเก็บเอาตัวเองกลับมา
เป็นช่วงเวลายาวนานที่โจวมู่และลูกสาวประคับประคองกันและกันโดยไม่ยอมสัมผัสกับโลกภายนอก
“แค็กๆ ผมว่าจือจือที่เป็นแบบนี้ก็ดีมากแล้ว” แม้ว่าจะรู้สึกผิดอยู่เล็กน้อย แต่โจวมู่ก็ยังไม่ยอมให้ใครพูดถึงลูกสาวในทางที่ไม่ดี
“ดีมากงั้นเหรอ! เด็กผู้หญิงสี่ห้าขวบก็เข้าป่าล่าสัตว์ได้เนี่ยนะ แถมยังแย่งของกินกับเสืออีก แบบนี้เรียกปกติหรือไง ยังไงซะเริ่มตั้งแต่พรุ่งนี้ไป ต้องสอนเธอตามที่ฉันบอก นายห้ามยุ่ง นายคงไม่อยากให้อนาคตของเธอต้องติดแหง็กอยู่บนภูเขาลึกตลอดไปหรอกใช่ไหม” ปราชญ์เฒ่าแค่นเสียงปิดท้าย ก่อนจะเมินโจวมู่และเดินเข้าห้องไปด้วยอารมณ์โกรธเคือง
โจวมู่กลับไปที่ห้อง มองเสี่ยวจือจือที่นอนหลับลึก เธอกรนออกมาเสียงเบา ผ้าห่มก็ถูกถีบตกเตียง
เขาหยิบผ้าห่มกลับขึ้นมาห่มลงบนร่างของหนูน้อย
หนูน้อยที่นอนหลับนิ่งสงบแตกต่างกับเด็กซนในช่วงเวลาปกติ ตอนที่เธอสงบลง ใบหน้าเล็กรูปไข่บอบบางไร้สิ่งใดเทียบได้ ดูงดงามเป็นที่สุด โจวมู่แทบไม่อยากจะเชื่อว่านี่คือลูกสาวของเขา เขาจึงมักกลัวจะถูกคนอื่นแย่งไป
เขาเก็บเสี่ยวจือจือมาเลี้ยง ถ้าหากวันหนึ่งมีคนอยากเอาตัวลูกสาวคืนไปจริงๆ เพียงแค่คิด แรงอาฆาตแค้นจากทั่วทั้งร่างของโจวมู่ก็แผ่ออกมาอย่างปกปิดไว้ไม่มิด ราวกับหมาป่าที่แสนดุร้าย
เสี่ยวจือจือพลิกขยับกาย ไม่รู้ว่ากำลังฝันถึงอะไรอยู่ จึงละเมอพึมพำออกมาว่า “คุณพ่อ”
ทันใดนั้นหมาป่าดุร้ายก็กลายร่างเป็นหมาบ้านแสนอ่อนโยนที่ซ่อนตัวอยู่ในความมืด ปกป้องอยู่ข้างกายลูกสาว
เสี่ยวจือจือหลับสนิทตลอดทั้งคืน
ทั้งโจวมู่และปราชญ์เฒ่าต่างมีรอยคล้ำใต้ตาทั้งสองข้าง