ตอนที่ 4 เทพบุตรหลี่ชิง
จวนแม่ทัพหยาง
“คุณหนูคุณหนูอยู่ไหน คุณหนู”หนิงเอ๋อสาวใช้คนสนิทของหยางฟางผิงวิ่งตามหาคุณหนูของนางไปทั่วทั้งจวนจนไปเจอที่สวนตอนนี้ฟางผิงกำลังฝึกร่ายรำฝึกกระบี่อยู่
“คุณหนูอยู่นี้นี่เองข้าตามหาแทบแย่”
“เ้ามีธุระอะไรกับข้าเหรอหนิงเอ๋อ”
“ท่านปู่บอกว่าให้คุณหนูไปพบที่ห้องสมุนไพร”
“ได้ข้าจะไปเดี๋ยวนี้ เ้าเอากระบี่ข้าไปเก็บให้ข้าด้วย”ฟางผิงส่งกระบี่ประจำตัวให้กับหนิงเอ๋อก่อนจะรีบไปยังโรงสมุนไพรของท่านปู่
“ท่านปู่ข้ามาแล้ว ท่านให้หนิงเอ๋อไปตามข้ามา มีอะไรจะใช้ข้า”ฟางผิงวิ่งเข้ามาหาท่านปู่ที่กำลังแยกสมุนไพรอยู่
“ฟางผิงเ้าเป็สตรีนะไม่ใช่บุรุษ ฝึกทำตัวให้สมกับเป็สตรีหน่อยทำตัวแบบนี้เมื่อไรจะได้ออกเรือน”ฟางผิงหน้างอทันทีที่โดนท่านปู่เอ็ด
“ก็ข้าไม่ได้อยากจะออกเรือนสักหน่อยข้าอยากจะอยู่กับท่านปู่ ท่านพ่อ และขุนศึกตระกูลหยางตลอดไป”ฟางผิงเดินไปเกาะแขนและเอาหน้าไปแนบกับแขนท่านปู่อย่างออดอ้อน
“ฟางผิงเอ้ยยังไงเ้าก็เป็สตรี วันหนึ่งเ้าก็ต้องออกเรือนไป จะอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้หรอก”
“ก็ไม่แน่หรอกจะมีใครเอาข้าไปเป็เมีย เพราะคนอย่างข้าชอบอยู่สนามรบมากกว่าในจวนท่านปู่ก็รู้”ฟางผิงบอกขณะที่กำลังช่วยแยกสมุนไพร ท่านปู่มองมาแล้วส่ายหน้าให้กับหลานสาวตัวแสบแม้ว่าท่านปู่จะรู้อยู่เต็มอกว่าหยางฟางผิงไม่ใช่หลานแท้ ๆ ของตัวเองแต่เขาก็เลี้ยงนางมาั้แ่เด็ก ก่อนหน้าที่หยางอวี่ถงจะพาฟางผิงมานั้นมีหมอดูเคยทำนายไว้ว่า เขามีโอกาสที่จะได้ดูแลผู้ที่จะเป็คนมีฐานันดรสูงศักดิ์ในอนาคต
‘ท่านหยางจากนี้ไปท่านจะได้ดูแลเด็กคนหนึ่ง ถ้าเป็ชายก็จะมีพลังัหากเป็สตรีก็จะมีพลังหงส์คู่บัลลังก์ที่รุนแรง ให้ท่านดูแลอบรมสั่งสอนให้ดี ให้เขาได้ทำประโยชน์เพื่อบ้านเมืองด้วย’
‘ใครกันเด็กที่ข้าจะได้เลี้ยง หยางอวี่ถงจะได้เมียใหม่เหรอ ก็คงไม่ใช่เพราะั้แ่ภรรยาเขาเสียชีวิตไป เขาก็มุ่งมั่นดูแลกองทัพเพียงอย่างเดียวไม่เคยสนใจสตรีที่ไหนเลย’
‘ข้าบอกท่านได้เท่านี้ท่านหยาง’หลังจากนั้นไม่นานหยางอวี่ถงก็ได้พาเด็กผู้หญิงเพิ่งคลอดคนหนึ่งกลับมาที่จวนแม่ทัพด้วยสีหน้าท่าทางที่หนักใจ
‘อวี่ถง เ้าไปเอาทารกคนนี้มาจากไหน’ท่านหมอหยางถามลูกชาย
‘ท่านพ่อ!!’อวี่ถงมองหน้าพ่อตัวเองอย่างหนักใจที่จะพูด
‘จากนี้ไปเด็กคนนี้ชื่อว่าหยางฟางผิงเป็บุตรสาวข้ากับสาวใช้ในจวน แม่ของนางเสียชีวิตระหว่างคลอดนางออกมาให้ทุกคนรู้เอาไว้ด้วย’หยางอวี่ถงประกาศต่อหน้าพ่อของเขาลูกชายและคนในจวนของเขา
“ท่านปู่ ท่านปู่ท่านคิดอะไรอยู่ ข้าแยกสมุนไพรให้ท่านเสร็จแล้ว”
“ป่าวหรอกเออใช่ เ้าไปเตรียมตัวเข้าป่าไปหาสมุนไพรให้ปู่หน่อยนะ มีสมุนไพร ใกล้จะหมด 4-5ชนิด”
“ได้เลยท่านปู่มีอะไรขาดบ้างท่านปู่บอกหนิงเอ๋อไว้ เดี๋ยวข้าจะไปเก็บให้”พูดจบฟางผิงกำลังจะออกไป
“ให้หลี่ชิงไปกับเ้าด้วย”คำพูดท่านปู่ทำให้ฟางผิงถึงกับชะงักนางกับหลี่ชิงเป็ไม้เบื่อไม้เมากันมาั้แ่เด็กหลี่ชิงเป็ผู้ชายที่ท่านปู่เลี้ยงมาั้แ่เด็ก ด้วยความที่เขาร่างกายไม่แข็งแรงจึงไม่ได้เป็ทหารเมือนคนอื่น ๆ ในตระกูลหยางแต่เขาใช้เวลาทั้งหมดศึกษาเื่การแพทย์และการใช้สมุนไพร ั้แ่เล็กที่หยางฟางผิงเข้ามาศึกษาทางการแพทย์และเื่สมุนไพรตามที่ท่านปู่บอกนางมักจะซุ่มซ่ามทำของเสียหาย และนางชอบไปแกล้งกวนหลี่ชิงบ่อย ๆ จนเขามักจะรำคาญนางเสมอมาเขาเป็ชายหนุ่มที่เ็ามาก แต่ก็เป็คนที่ห่วงใหญ่ฟางผิงมากที่สุดเหมือนกัน
“หลี่ชิงเหรอได้เลยท่านปู่”ฟางผิงยิ้มออกมาอย่างนึกสนุก หลี่ชิงบุรุษที่มีหน้าตาหล่อเหลาถือเป็เทพบุตรของสาวๆ ในจวนแม่ทัพและบริเวณชายแดนแห่งนี้ เวลาท่านปู่ออกไปตรวจโรคให้ชาวบ้านเขามักจะตามท่านปู่ไปด้วยคนไข้ส่วนใหญ่ของเขาจะเป็สตรีเกือบทั้งหมด นางชอบเวลาอยู่ใกล้หลี่ชิงเพราะหลี่ชิงมักมีสีหน้าเคร่งครึม ทำให้ฟางผิงชอบแกล้งให้เขายิ้ม แต่ทุกครั้งนางจะโดนเขาเอ็ดกลับมาเสมอ
“คุณหนูจะไม่ให้ข้าไปเก็บสมุนไพรกับท่านด้วยจริงๆ เหรอ”หนิงเอ๋อถามหน้าเศร้า ๆ
“อยู่ที่จวนนี่แหละจะได้ช่วยดูแลท่านปู่แทนข้าด้วย”ฟางผิงบอก
“แต่คุณหนูไปกับหลี่ชิงสองคนข้าเป็ห่วง”หนิงเอ๋อพูดให้เหตุผล
“ไม่ต้องเป็ห่วงข้าหรอกหนิงเอ๋อข้าดูแลตัวเองได้นะ”ฟางผิงที่เข้าใจว่าหนิงเอ๋อเป็ห่วงนางที่ไปกับบุรุษกันสองต่อสอง
“ป่าวข้าเป็ห่วงท่านหลี่ชิงต่างหาก”หนิงเอ๋อบอกไปตรง ๆ ตามความใสซื่อของนาง
“หนิงเอ๋อ!!”ฟางผิงเรียกชื่อนางอย่างหงุดหงิด แต่ไม่ได้จริงจังอะไรมากมายส่วนหนิงได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ ที่ไปกวนโอ้ยคุณหนูตัวเองได้
ทางเข้าป่าหลี่ชิงที่ยืนรอในชุดที่ทะมัดทะแมงมีอุปกรณ์การเข้าป่าเก็บสมุนไปไพรครบมือฟางผิงเดินมาอย่างสบายใจ โดยไม่ได้สนใจว่าหลี่ชิงมายืนรอนางอยู่นานแค่ไหนแล้ว
“ช้า ปล่อยให้คนอื่นรอ เสียเวลาจริงๆ”เมื่อเห็นว่าฟางผิงเดินมาแล้วเขาพูดเอ็ดนางไปก่อนจะเดินไปในป่าทันทีปล่อยให้ฟางผิงอ้าปากค้างจะว่าเขาคืนก็ไม่ทัน เพราะเขาเดินไปแล้ว
“ชิฝากไว้ก่อนเถอะลี่ชิง”ฟางผิงรีบเดินตามเขาไปทั้งสองคนช่วยกันหาสมุนไพรตามที่ท่านปู่บอกไปเรื่อย ๆ จนเวลาล่วงเลยไปใกล้ค่ำเวลานี้ฝนเริ่มตกลงมาทั้งสองคนรีบเข้าไปหลบในถ้ำบริเวณนั้นเพื่อรอให้ฝนหยุดตก
“ท่าทางจะตกหนักด้วย”ฟางผิงเอ่ยบ่นอยู่คนเดียวในขณะที่หลี่ชิงได้ก่อไฟเพื่อให้ได้รับความอบอุ่น
“คืนนี้คงต้องพักที่นี่ไปก่อน รอถ้าฝนไม่หยุดตกการเดินทางกลับลงไปคงจะลำบาก”หลี่ชิงพูด ก่อนจะหยิบเสบียงอาหารออกจากตะกร้าสัมภาระเขาส่งให้ฟางผิงหนึ่งห่อ ฟางผิงรับมาและไปนั่งกินอีกฝั่งของกองไฟ
“ฟางผิง ข้าขอถามอะไรเ้าหน่อย เหตุใดเ้าชอบทำตัวเยี่ยงบุรุษทำไมไม่ทำตัวให้สมกับเป็สตรี”หลี่ชิงถาม
“ไม่รู้สิ ข้าเป็ลูกท่านพ่อมั้งเป็ลูกแม่ทัพจึงจำเป็ต้องแข่งแกร่ง เพื่อช่วยท่านพ่อออกรบ”ฟางผิงตอบจบก็กัดอาหารกินต่อหลี่ชิงเขาก็เป็อีกคนที่ดูแลฟางผิงั้แ่เด็ก เขารักและเอ็นดูนางมากแต่เมื่อโตขึ้นเขาเองก็ไม่อยากอยู่ใกล้นางมากเกินไป เพราะเขากลัวว่าเขาจะแสดงความรู้สึกที่มากกว่าเพื่อนของเขามีต่อนางออกไป
“ว่าแต่เ้าเถอะหลี่ชิง อาการป่วยของเ้าเป็อย่างไรบ้าง”ฟางผิงถามเขา
“อาการป่วยของข้าไม่มีทางรักษาได้หรอกท่านปู่หาทางรักษามาเป็ 20 ปีแล้ว ทำได้แค่ประคองอาการไม่ให้กำเริบขึ้นก็เท่านั้น”หลี่ชิงบอกหลี่ชิงป่วยเป็โรคเื เมื่ออากาศหนาวมาก ๆ เขาจะปวดไปหมดทั้งตัวอย่างทรมานเขาจึงต้องรักษาตัวเองด้วยการฝั่งเข็มและกินยาเป็ประจำ
“วันหน้า ท่านปู่ต้องรักษาเ้าหายได้แน่ข้าเชื่อแบบนั้น”ฟางผิงบอกอย่างห่วงใย นางคิดว่าหลี่ชิงเป็พี่ชายนางเหมือนหยางตงฉวน แต่ด้วยความที่หลี่ชิงเว้นช่องว่างระหว่างนางกับเขานางก็ไม่อยากทำให้เขาลำบากใจ นางชอบแกล้งแหย่เขาเพราะเห็นเขาร่างกายไม่แข็งแรงและยังชอบทำหน้าเคร่งครึม นางจึงอยากให้เขามีรอยยิ้มเช่นในอดีต ตกดึกอากาศเริ่มเย็นลงมากขึ้น ไฟก็เริ่มมอดฟืนที่ใช้ก่อไฟนั้นก็เริ่มมอดลง ทั้งสองคนแยกกันนอนคนละมุมของถ้ำอาการป่วยของหลี่ชิงกำเริบขึ้นเขาพยายามจะปกปิดความเ็ปไว้คนเดียวแต่มันก็ทรมานเกินกว่าจะกัดฟันอดทนได้ทำให้ฟางผิงรู้สึกตัว
“หลี่ชิงเ้าเป็อะไร”ฟางผิงวิ่งมาดูเขา
“โอ้ยยข้าเจ็บไปหมดทั้งตัว”หลี่ชิงนอนดิ้นทุรนทุรายอยู่
“อาการกำเริบเหรอเ้าได้กินยาหรือยัง”ฟางผิงถามเขาพยักหน้าและดิ้นทุรนทุรายทำให้ฟางผิงใเป็อย่างมาก จนทำอะไรไม่ถูก
“ฟางผิงหยิบเข็มในห่อผ้ามาฝั่งให้ข้าหน่อย”
“แต่....แต่ข้ายังไม่เคยลองฝั่งเข็มเลยนะ”
“โอ้ยเร็วเข้า”ด้วยความใ ฟางผิงรีบวิงไปหยิบห่อผ้าออกมาอย่างสั่น ๆนางหยิบเข็มออกมาเล่มหนึ่งแล้วมองเข็มสลับกับหน้าหลี่ชิง
“เอาก็เอาว่ะเกิดอะไรขึ้นอย่าโทษข้านะ”ฟางพึงรำพึงก่อนจะนึกถึงคำพูดของท่านปู่ครั้งที่สอนนาง นางจึงถอดเสื้อหลี่ชิงและให้เขานอนคว่ำก่อนปักเข็มลงไปตามจุดต่างๆ บนแผ่นหลังก่อนจะถอดออกและมาฝั่งบริเวณหน้าท้องของเขาจนหลี่ชิงนิ่งไป
“เห้ยหลี่ชิง หลี่ชิง เ้าเป็อะไรไปหรือเปล่า หลี่ชิง”ฟางผิงเรียกหลี่ชิงก่อนจะเอาข้อมือเขามาจับดูชีพจร
“โชคดียังไม่ตายชีพจรยังเต้นอยู่”ฟางผิงสวมเสื้อผ้าให้เขาก่อนเดินไปเติมฟืนในกองไฟเพื่อให้เขาได้อบอุ่นขึ้นเมื่อเห็นว่าฟืนกำลังจะหมด นางจึงออกไปหาฟืนที่ข้างนอกเพิ่มอีก ระหว่างทางที่นางออกไปหาฟืนนางได้ไปเจอบุคคลปริศนาที่แอบมานัดพบกัน
“นายท่านบอกว่าตอนนี้ได้จัดการสร้างปัญหาใหม่ให้กับวังหลวงแคว้นเหลียงอีกครั้งแล้วนายท่านบอกว่าบัลลังก์แคว้นเหลียงใกล้เปลี่ยนฮ่องเต้เต็มทีให้พวกท่านเตรียมตัวให้พร้อมจัดการองค์รัชาทายาทให้เสร็จสิ้น ก่อนเขาได้ขึ้นเป็ฮ่องเต้”
“ลู่ไท่ซานไม่ค่อยบ้าอำนาจเหมือนลู่ไท่หวง ข้าจะจัดการบ่งการเขาให้สำเร็จโดยเร็ว”
“ดีมากมีอะไรค่อยส่งข่าวให้กัน”พูดจบชายชุดดำก็รีบจากไปโดยใช้วิชาตัวเบาฟางผิงถอยออกมาจากตรงนั้นก่อนจะโดนจับได้ นางกลับมาหาหลี่ชิงที่ยังคงหลับอยู่
“วังหลวงกำลังมีคนคิดก่อฏงั้นเหรอท่านพ่อจะรู้เื่นี้หรือยังแล้วลู่ไท่ซานจะเป็เหมือนลู่ไท่หวงไม่นะ”ฟางผิงคิดและพูดคนเดียวในขณะที่นางเติมฟืนในกองไฟอยู่