บทที่ 10: ยอดเขาที่เก้า เขาโอสถ
กลิ่นหอมของดอกมู่หลานลอยอวลอยู่ในความมืด นอกบ้านหลังเล็กๆ หลังหนึ่ง ััอ่อนนุ่มทาบทับลงบนริมฝีปากของเกาจิ้ง มันเป็ความรู้สึกที่ทั้งหอมหวานและเร่าร้อนจนแทบจะแผดเผาสติสัมปชัญญะ
ภาพใบหน้าของหลินเด่นชัดขึ้นในห้วงคำนึง เรือนร่างที่แนบชิดเบียดเสียดจนััได้ถึงอัตราการเต้นของหัวใจที่ประสานกัน เกลียวลิ้นร้อนชื้นเกี่ยวกระหวัดรัดรึง แลกเปลี่ยนลมหายใจและความปรารถนาที่ซ่อนเร้นอย่างดูดดื่ม มือหนาของชายหนุ่มเลื่อนไปตามส่วนเว้าส่วนโค้งของสะโพกกลมกลึง บีบเค้นเบาๆ จนได้ยินเสียงครางหวานหูที่เล็ดลอดออกมาจากลำคอระหง ความนุ่มหยุ่นที่เบียดเสียดแนบอกปลุกเร้าสัญชาตญาณดิบเถื่อน ไฟราคะลุกโชนจนแทบจะหลอมละลายร่างของคนทั้งคู่ให้กลายเป็หนึ่งเดียว...
เกาจิ้งเบิกตากว้าง ลุกพรวดขึ้นนั่งบนเตียงพร้อมกับลมหายใจที่หอบถี่ หน้าอกแกร่งกระเพื่อมขึ้นลงอย่างรุนแรง เหงื่อกาฬแตกพลั่กเต็มแผ่นหลัง
มันเป็เพียงความฝัน... ทว่าััเ่าั้กลับเด่นชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นจริง
แต่ก่อนที่เขาจะได้ทบทวนความรู้สึก ความเ็ประลอกใหญ่ก็แล่นพล่านไปทั่วเส้นชีพจร พลังปราณฟ้าดินรอบตัวถูกสูบเข้าไปในร่างอย่างบ้าคลั่ง กระดูกและกล้ามเนื้อลั่นกรอบแกรบ คราบสิ่งสกปรกสีดำคล้ำส่งกลิ่นเหม็นคาวถูกขับออกมาตามรูขุมขนจนชุ่มเสื้อผ้า
เมื่อความเ็ปทุเลาลง เกาจิ้งกำหมัดแน่น ััได้ถึงพละกำลังที่เอ่อล้น ผิวพรรณของเขาปราศจากรอยตำหนิ แข็งแกร่งดั่งทองแดงและยืดหยุ่นดั่งสายน้ำ
ระบบขึ้นโชว์ค่าสถานะของเขา
‘สกุล-ชื่อ / ถัง - เกาจิ้ง
ภาพลักษณ์อายุ / 23 ปี (จากยาอายุวัฒนะ)
อายุบำเพ็ญ / 73 ปี อายุขัย 120 ปี
ระดับบำเพ็ญ / ระดับมนุษย์
ระดับยุทธ์ / ขั้นหลอมปราณ 5
ธาตุ (รากบำเพ็ญ) / ิญญากับความว่าง
ร่างกาย / กายา ไร้มลทินเปิดใช้งาน
พร์ / อัจฉริยะ’
ทักษะติดตัว / มีความเข้าใจเื่โอสถ
วิชา / ‘จิตสุญญาณหมุนวน’ / ‘ดรรชนีิญญาไร้ลักษณ์’ /เคล็ดม่านปราณสลาย/ย่างก้าวไร้ขอบเขต/กายา กลมกลืน
“กายาไร้มลทิน...” เกาจิ้งพึมพำ
เกาจิ้ง : “แชท กายาไร้มลทิน มันดียังไง?”
ระบบ : [ทำให้ร่างกายไร้มลทิน]
เกาจิ้ง : … -*- 
นี่คือสัญลักษณ์ของการทะลวงเข้าสู่ระดับหลอมปราณขั้นที่ห้าอย่างสมบูรณ์ ขีดจำกัดอายุขัยของมนุษย์ธรรมดาถูกพังทลายลง บัดนี้เขามีอายุขัยยืนยาวถึงหนึ่งร้อยยี่สิบปี แต่เกาจิ้งรู้ดีว่าเวลาหนึ่งร้อยยี่สิบปีนั้นสั้นนักในเส้นทางของผู้ฝึกตน มีอัจฉริยะมากมายที่ติดแหงกอยู่ในขั้นหลอมปราณระดับเก้าถึงสิบสอง ไม่สามารถก้าวข้ามกำแพงเพื่อไปสู่ระดับสร้างรากฐานได้ จนสุดท้ายก็ต้องแก่ชราและสิ้นอายุขัยไปเป็เพียงฝุ่นผงในหน้าประวัติศาสตร์
สาเหตุหลักที่ทำให้คนเ่าั้ล้มเหลว คือการขาดแคลน ‘โอสถสร้างรากฐาน’
โอสถชนิดนี้ไม่มีวางขายในตลาดมืดหรือหอการค้าใดๆ ต่อให้มีศิลาิญญากองท่วมูเาก็ไม่อาจหาซื้อได้ เพราะสมุนไพรหลักที่ใช้ในการหลอมโอสถนั้นถูกพวกระดับสูงตุนไว้จนหมดสิ้นแล้ว แหล่งเดียวที่จะหาสมุนไพรเ่าั้ได้ คือภายใน ‘แดนลับา’ ซึ่งเป็รางวัลที่เขาได้รับจากการชนะเลิศศึกตัวแทนเมือง
แดนลับาจะเปิดออกในอีกสามเดือนข้างหน้า กฎของแดนลับอนุญาตให้แต่ละสำนักส่งตัวแทนศิษย์ที่มีพลังั้แ่หลอมปราณขั้นที่ห้าขึ้นไปแต่ไม่ถึงขั้นสร้างรากฐาน เข้าร่วมได้เพียงสำนักละห้าคนเท่านั้น ถ้าใครทะลวงขั้นสร้างรากฐานตอนอยู่ในแดนลับ จะถูกส่งตัวออกมา แน่นอนว่าโควตาส่วนใหญ่ย่อมตกเป็ของศิษย์สายในที่อยู่ระดับหลอมปราณขั้นแปดหรือขั้นเก้า ทว่าด้วยสถานะแชมป์ตัวแทนเมือง เกาจิ้งจึงได้สิทธิ์นั้นมาครองหนึ่งที่นั่งอย่างไม่มีใครกล้าคัดค้าน
โถงใหญ่สำนักสุญตาดารา
ผู้าุโซุนกับเ้ายอดเขาโอสถซูซินพาเกาจิ้งมาพบเ้าสำนัก พร้อมกับส่งสัญญาณให้เกาจิ้ง
“เกาจิ้งคารวะท่านเ้าสำนัก” เกาจิ้งคุกเข่าข้างหนึ่งคารวะ
“ฮ่าฮ่าฮ่า ดี ดี ดีมาก ครั้งนี้เ้าสร้างชื่อให้สำนักเรามากทีเดียว” เ้าสำนักนั่งอยู่บนเก้าอี้หินอ่อนตัวใหญ่ที่้าสุด ผายมือออกมา เกาจิ้งลอยมาอยู่หน้าเขา เขามองสำรวจเกาจิ้ง แล้วใช้นิ้วชี้ที่มีแสงสีทองจิ้มไปที่หน้าผากของเกาจิ้ง ทันใดนั้นเคล็ดวิชาก็ไหลเข้าไปในหัวเกาจิ้ง
“ร่างกายเ้าค่อนข้างพิเศษ เคล็ดวิชานี้จะช่วยเสริมสิ่งที่เ้ามี เ้ารู้ความพิเศษของธาตุว่างเปล่าหรือไม่” เกาจิ้งที่ลอยลงมานั่งคุกเข่าข้างหนึ่งอยู่ก็ส่ายหัว
“ไม่ทราบเลยขอรับ ขอท่านเ้าสำนักโปรดโปรดชี้แนะ” เกาจิ้งประคองหมัดอีกครั้ง
“เ้าสามารถเลือกซึมซับได้อีกธาตุ และธาตุนั้นจะเป็พร์ระดับ์ ฮ่าฮ่านี่คือความลับที่สำนักอื่นไม่รู้เลยนะ” เ้าสำนักก้มมากระซิบอย่างอารมณ์ดีก่อนยืดตัวขึ้น
“ข้าจะให้เ้าเลือกสมบัติ 1 ชิ้นในห้องสมบัติของสำนัก และ500คะแนนความดี ฝึกถึงขั้นที่สิบแล้วค่อยมาเลือกอีกธาตุ ่นี้ก็ฝึกธาตุิญญาไปก่อน” เ้าสำนักมอบป้ายศิษย์ให้เกาจิ้ง
“ซูซินเ้าพาเขาไปเลือกสมบัติก่อนกลับยอดเขาของเ้า” เ้าสำนักสั่งกับเ้ายอดเขาโอสถ
“ค่ะอาจารย์” ซูซินรับคำแล้วพาเกาจิ้งออกไป
ห้องสมบัติสำนักสุญตาดารา
“สำนักเราแม้จะอยูอันดับ9 แต่ก็เป็สำนักเก่าแก่ที่สุด ขึ้นอยู่กับวาสนาของเ้าแล้ว” ซูซินบอกกับเกาจิ้ง คำนั้นทำให้แววตาเขาสว่างวาบขึ้นมา่หนึ่ง
“เอาล่ะ เ้า…” ซูซินกำลังจะหันมาบอกแต่เกาจิ้งหายไปแล้ว เหลือแต่เส้นประรูปคนที่เสมือนว่าเขาเคยยืนอยู่ตรงนั้น ตัวจริงเข้าห้องสมบัติไปแล้ว
ที่ยอดเขาโอสถ เกาจิ้งกับซูซินบินด้วยกระบี่มาลงจอด เกาจิ้งมองไร่สมุนไพรขนาดใหญ่ด้านล่าง
“เ้าลองเลือกบ้านพักที่จะใช้บำเพ็ญ สีน้ำเงินคือว่างอยู่” ซูซินกางแผนที่หนังออกมามีลายเส้นวาดอยู่บนหนัง ภาพสามมิติของแผนที่ก็ลอยขึ้นมาเหมือนภาพโฮโลแกรม เธอเอาชาให้เกาจิ้งดื่ม เกาจิ้งรับชาไปพร้อมกับทวงรางวัล
“อาจารย์ครับ ท่านเคยบอกมาว่าเขานี้แล้วจะให้รางวัลข้า” แววตาเกาจิ้งมีความหวัง
ซูซินเอาเตาหลอมโอสถระดับ2ขั้นสูง ออกมาให้พร้อมแท่งหยกสูตรตำรับยาต่างๆ เกาจิ้งกำลังจะรับ แต่แล้วเขาก็รู้สึกมวนท้อง เสียวแปร๊บๆ ปวดท้องอยากจะถ่าย
[ตรวจพบยาระบายอย่างแรง กำลังขจัด] / “ท่านอาจารย์ ท่านวางยาข้า”
ปู้ด! 
“ร่างกายเ้าพิเศษ นี่คือการฝึกอย่างหนึ่ง” ซูซินพูดขณะเอาผ้าเช็ดหน้าในมืออุดจมูก เกาจิ้งประคองหมัดคารวะ แล้ววิ่งไปเข้าห้องน้ำ เกาจิ้งได้เรียนรู้เื่ร่างกายเขาแล้วตอนนี้ ปกติผู้บำเพ็ญสามารถย่อยสลายสิ่งปฏิกูลในร่างกายได้ แต่การโดนยาถ่ายของเซียนนี่ต่างกัน นอกจากจะปิดกั้นการย่อยสลายของอุจจาระ แถมยังเร่งให้มันก่อตัวและอยากออกมาไวขึ้น
“แชท อย่างข้าจะไม่ได้รับพิษสะสมจากโอสถกับไม่ดื้อยาใช่หรือไม่”
/ [ใช่] / สันนิษฐานของเขาเป็จริง
“นี่โคตรโกงเลย ไม่ดื้อยาเท่ากับจะกินเท่าไหร่ก็ได้”
ั้แ่กลับมาจากการแข่งขัน ชีวิตในสำนักของเกาจิ้งก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ทุกครั้งที่เขาก้าวเดินออกจากที่พัก ศิษย์พี่หญิงและศิษย์น้องหญิงต่างพากันชายตามอง บ้างก็ทำผ้าเช็ดหน้าตกหล่นไว้ตรงหน้า บ้างก็แสร้งเดินชนเพื่อหวังจะสานสัมพันธ์ ของกำนัลสนับสนุนมหาศาลผ่านศิลาฉายภาพ ทำให้เขากลายเป็บุรุษที่เนื้อหอมที่สุดในสำนัก
แต่ในทางกลับกัน ศิษย์ชายหลายคนต่างจ้องมองเขาด้วยสายตาอิจฉาริษยาและอาฆาตมาดร้าย โดยเฉพาะพวกศิษย์สายใน การสำรวจแดนลับาในครั้งนี้ ทางสมาพันธ์ผู้จัดการแข่งขันได้เตรียมถ่ายทอดเหตุการณ์ทั้งหมดให้ผู้คนทั่วทั้งทวีปได้รับชม พวกเขาต่างก็อยากเป็ดาวเด่น แต่พวกเขาก็รู้สึกว่า เกาจิ้งจะเป็ที่สนใจมากกว่า
“เวรเอ้ย! ว่าจะอยู่เงียบๆ เสือกดังอีกกู จะหวังพึ่งใครก็ไม่ได้ โอสถหายากพวกนั้นถ้าหามาไม่ได้ก็ต้องหลอมเอง” ตอนนี้เป้าหมายของเขาคือโอสถสร้างรากฐาน
“ต้องเรียนรู้เวทไฟก่อน”
การจะเป็นักปรุงยาได้นั้นต้องใช้พร์ในการควบคุมไฟและััปราณที่ละเอียดอ่อน ทว่าสำหรับข้าที่มี ‘รากิญญาธาตุว่างเปล่า’ การแทรกซึมปราณเข้าไปเพื่อแยกแยะโครงสร้างของตัวยาและขจัดสิ่งเจือปนนั้นง่ายดาย เกาจิ้งจินตานาการแล้วหัวเราะออกมา
นั่นคือความคิดของเขา แต่ความจริงแล้ว เขาใช้เวลาหลายวันกว่าจะสำเร็จ
“โธ่เว้ย! ไมยากจังฟระ แชท…” เกาจิ้งกะจะถามวิธีปรุงยา แต่เขาเบรคตัวเองทัน เขารู้ว่าระบบจะตอบเขายังไง เขาใช้ความคิดสักครู่ก็ถามใหม่
“แชท ข้าทำผิดขั้นตอนตรงไหนบ้าง แล้วต้องแก้ยังไง?” เกาจิ้งหยั่งเชิง
[-ตอนต้นรากิญญาเริ่มละลาย ใส่ต้นชิงชิวไวไป -เมื่อสารละลายคู่แรกไม่สมบูรณ์ทำให้ตอนใส่ผงดอกจิงหนานบด ตัวยาทำให้ปนเปื้อนมากขึ้น-สุดท้ายตอนหลอมรวมใจร้อนไป ควรรออีก1ลมหายใจ ค่อยหลอมเป็เม็ดยา] ภาพที่เขาหลอมยาเมื่อครู่ฉายเข้ามาในหัวเกาจิ้ง เหมือนตอนกำลังคิดถึงเื่ในอดีต
*สำเร็จเจอวิธีถามระบบแล้ว* หลังจากนั้นเกาจิ้งฝึกอีก2วันจนมั่นใจ จากบันทึกความเข้าใจที่อาจารย์ซูซินให้มาบวกกับการสอบถามระบบ ทำให้เกาจิ้งมีความเข้าใจมากขึ้น
[แจ้งเตือน: ความชำนาญ หลอมโอสถฟื้นฟู (ระดับ: พื้นฐาน) เพิ่มขึ้นเป็ 82%]
จากนั้นเขาไปเข้ารับการทดสอบกับผู้าุโประจำหอโอสถทันที
ณ ลานทดสอบกลางหอโอสถ เตาหลอมสีทองแดงส่งกลิ่นหอมกรุ่น เกาจิ้งควบคุมเปลวเพลิงด้วยความนิ่งสงบ ปราณว่างเปล่าของเขาโอบล้อมตัวยาทุกหยด ขจัดคราบเขม่าและสิ่งสกปรกออกจนหมดสิ้น ทันทีที่ฝาเตาเปิดออก โอสถฟื้นฟูระดับพื้นฐานขั้นกลางจำนวน 5 เม็ดที่ไร้ซึ่งรอยตำหนิ 3 เม็ดระดับต่ำ และ 2 เม็ดไหม้ดำ ยา10เม็ดลอยออกมา ไม่มียาเสียแบบไม่เป็ก้อนเลย ปกติยาที่ไหม้จะไม่จับตัวเป็ก้อน แต่จะเป็ผงถ่าน 1 ตำรับยา จะหลอมโอสถได้10เม็ด
ผู้าุโคุมสอบเบิกตากว้าง มือที่ลูบเคราถึงกับสั่นสะท้าน “โอกาสสำเร็จ8ส่วนเลยรึ” เขาประทับตราสัญลักษณ์หยกให้เกาจิ้งทันที ทำให้ชายหนุ่มกลายเป็ ‘นักโอสถขั้นที่หนึ่ง’ อย่างเป็ทางการ
“การควบคุมไฟของเ้านับว่าหาตัวจับยากจริงๆ”
น้ำเสียงเ็าทว่ากังวานใสดุจระฆังแก้วดังขึ้นจากด้านหลัง เกาจิ้งหันไปมองและพบกับหญิงสาวในชุดคลุมสีขาวขลิบทอง รูปร่างของนางสูงโปร่งงดงาม ทรวดทรงองเอวโค้งเว้าสมบูรณ์แบบ ใบหน้าเรียวสวยประดับด้วยดวงตาดอกท้อที่แฝงความเย่อหยิ่งและเ็า กลิ่นอายปราณที่แผ่ออกมาจากร่างของนางหนักหน่วงและลึกล้ำจนน่าอึดอัด
“เข้ ไอดอลเคป๊อปชัดๆ”
นางคือ ‘หลงชูหรัน’ ศิษย์พี่หญิงใหญ่อันดับหนึ่งแห่งยอดเขาโอสถ ผู้พลังระดับหลอมปราณขั้นสิบสองสูงสุด และเป็หนึ่งในห้าตัวแทนของสำนักที่จะต้องเดินทางเข้าสู่แดนลับาร่วมกับเขาในอีกสามเดือนข้างหน้า
“ศิษย์น้องเกาจิ้ง ข้าได้ยินชื่อเสียงของเ้ามาพักหนึ่งแล้ว” หลงชูหรันก้าวเดินเข้ามาใกล้ สายตาของนางจ้องมองโอสถในมือของเกาจิ้งอย่างพิจารณา “พร์ของเ้าไม่เลว แต่ในแดนลับา การปรุงยาเก่งไม่ได้ช่วยให้รอดจากกรงเล็บอสูรหรือคมกระบี่ของศัตรู... หวังว่าเ้าจะไม่ทำตัวเป็ตัวถ่วงของสำนักหรอกนะ”
เกาจิ้งเก็บขวดโอสถลงในถุงมิติ มุมปาก ยกยิ้มบางๆ โดยไม่ได้แสดงความหวาดหวั่นต่อแรงกดดันเลยแม้แต่น้อย
“ศิษย์พี่หญิงหลงโปรดวางใจ เื่เอาชีวิตรอด... ข้ามั่นใจว่าข้าเชี่ยวชาญกว่าการปรุงยาเสียอีก”
จบตอน.