ตอนที่ 16 ผลของความลำเอียง
ผลจากความลำเอียงของไป๋เพ่ยเพ่ยเมื่อตอนกลางวัน ทำให้เมื่อเซี่ยเหมียวเหมียวกลับมายังห้องของตัวเองก็ถูกเซี่ยเสี่ยวหย่าหาเื่ทันที
“เ้ายังรู้ว่าจะต้องกลับมาอีกหรือ? ข้าคิดว่าเ้าตายอยู่ข้างนอกไปแล้ว ไม่กล้ากลับมาเสียอีก”
เซี่ยเสี่ยวหย่ายืนกอดอกอยู่บนม้านั่งด้วยท่าทีเย่อหยิ่งก้าวร้าว
เซี่ยเหมียวเหมียวเมื่อเห็นนางเป็เช่นนี้ก็อยากถอนหายใจจนหมดปอด
"ข้ารู้ว่าข้าผิด ข้าไม่ควรอวดประชันกับเ้าเพื่อให้เป็ที่โปรดปราน เ้าเป็ลูกในไส้ของท่านอาสะใภ้รอง ส่วนข้าเป็คนนอกที่ถูกรับเข้ามา..."
เมื่อพิจารณาจากระดับความเคยชินในการเอ่ยคำพูดนี้ นี่คงไม่ใช่ครั้งแรก
เมื่ออยู่ลับหลังไป๋เพ่ยเพ่ย และอยู่ต่อหน้าเซี่ยเสี่ยวหย่า เซี่ยเหมียวเหมียวไม่ได้เรียกหญิงสาวว่า ‘แม่’ เสียด้วยซ้ำ เพราะเซี่ยเสี่ยวหย่าไม่ยอม
หากเซี่ยเหมียวเหมียวเอ่ยเช่นนี้ในเวลาปกติ เซี่ยเสี่ยวหย่าคงจะพึงพอใจ แล้วยอมปล่อยนางไปอีกวัน ทว่ามันคงไม่ใช่กับวันนี้ วันนี้เป็วันที่เซี่ยเสี่ยวหย่ารู้สึกว่าตัวเองนั้นโกรธแทบ ‘ตาย’
นางกัดฟัน ไม่กล้าพูดเสียงดังเพราะกลัวห้องข้าง ๆ จะได้ยิน
“เ้าอธิบายมาซิ ว่าเ้าให้แม่ของข้าดื่มยาวิเศษอะไร เหตุใดวันนี้นางถึงปกป้องเ้าขนาดนี้?”
สีหน้าของเซี่ยเหมียวเหมียวเต็มไปด้วยความฉงน
“...ข้าเองก็ไม่รู้ อาจเป็เพราะเหตุการณ์วันนี้ะเือารมณ์ของท่านอาสะใภ้รองกระมัง เ้าไม่ได้เห็นตอนที่พวกเราไปรับพี่สาวของข้า นางนอนหายใจรวยรินอยู่บนเตียง อาการเจียนตาย...”
“พี่สาวของเ้าจะตายแล้วเกี่ยวอะไรกับข้ากัน? ไม่ใช่ว่านางเป็พี่สาวแท้ ๆ ของข้าเสียหน่อย”
เซี่ยเหมียวเหมียวไม่ได้โกรธเลยสักนิดด้วยไม่ใช่เพียงวันสองวันที่เซี่ยเสี่ยวหย่าไม่เคยปฏิบัติต่อพวกนางทั้งสองในฐานะพี่น้อง เด็กสาวเองเคยชินกับเื่นี้มานานแล้ว
ในตอนที่นางไปขอร้องอ้อนวอนไป๋เพ่ยเพ่ยเมื่อตอนกลางวันก็เตรียมใจพร้อมรับการจะถูกเล่นแง่ไปอย่างดี
เพียงแต่ไม่คาดคิดว่าผลลัพธ์ทั้งหมดที่ออกมาจะเกินความคาดหมายไปโดยสิ้นเชิง คนที่ช่วยชีวิตพี่สาว กลับเป็อาสะใภ้รองผู้ที่ไม่ชอบพวกนางสองพี่น้องมาโดยตลอด
เื่ที่ถูกเซี่ยเสี่ยวหย่าผู้เป็ลูกพี่ลูกน้องเกลียดนั้น สำหรับเซี่ยเหมียวเหมียวแล้วก็เหมือนเื่เล็ก ๆ ไม่จำเป็ต้องเก็บมาใส่ใจแต่อย่างใด
นางเอ่ยไปตามความ้าของเซี่ยเสี่ยวหย่า ราวกับว่ากำลังกล่อมเด็ก
แต่ทว่ายิ่งนางเป็เช่นนี้ เซี่ยเสี่ยวหย่ากลับยิ่งโกรธมากขึ้น แทนที่จะกำจัดเสี้ยนหนามให้พ้นสายตา กลับกลายเป็ว่าทำให้อีกฝ่ายโกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง
เซี่ยเสี่ยวหย่าะโลงจากม้านั่ง ก่อนจะผลักเซี่ยเหมียวเหมียวไปข้าง ๆ แล้วเอ่ยด้วยความโกรธว่า
"ข้าบอกเ้าไว้เลยนะ เซี่ยเหมียวเหมียว ข้าเป็ลูกแท้ ๆ ของท่านแม้ แม้ว่าเ้าจะให้แม่ข้าดื่มยาวิเศษอะไรอีก แต่คนที่แม่โปรดปรานที่สุดก็ยังเป็ข้า ไม่ใช่เ้า"
เซี่ยเหมียวเหมียว "เ้าพูดถูก!"
“เ้า... เ้าออกไปจากที่นี่เสีย คืนนี้เ้าไม่ได้รับอนุญาตให้นอนในห้องนี้”
เซี่ยเหมียวเหมียวลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถูกเซี่ยเสี่ยวหย่าลากออกจากห้อง
นางยืนอยู่หน้าประตู สับสนเล็กน้อยว่าเหตุใดวันนี้ลูกพี่ลูกน้องจึงโกรธมากจนไร้ความปรานีกันถึงเพียงนี้?
ในเมื่อทำให้ลูกพี่ลูกน้องของตัวเองโกรธมากมายถึงขนาดนี้ แล้วอีกฝ่ายจะยอมให้เข้าไปในห้องไหมนะ?
ดูจากสถานการณ์ตอนนี้แล้ว ตนน่าจะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป แต่นางไม่มีที่อื่นให้ไปนอกจากห้องของลูกพี่ลูกน้องอีกแล้ว
จะให้วิ่งโร่ไปยังห้องนอนใหญ่ แล้วบอกอาสะใภ้รองถึงเื่ลูกพี่ลูกน้องก็ไม่ได้ใช่ไหมล่ะ?
เซี่ยเหมียวเหมียวสำนึกตัวดีว่าลูกพี่ลูกน้องของนางไม่ได้ ‘อำมหิต’ ถึงเพียงนั้น นางควรรอให้เด็กสาวหลับไปแล้วค่อยคลำหาทางเข้าไปในห้องจะดีกว่า อย่างไรเสีย ประตูก็ปิดไม่สนิท เพียงผลักก็สามารถเปิดประตูได้แล้ว
เื่ใหญ่ก็คือพรุ่งนี้เช้าต้องตื่นก่อนลูกพี่ลูกน้อง เพื่อที่อีกฝ่ายจะได้ไม่รู้ว่านางเข้ามานอนในห้อง
อืม เอาตามนี้แหละ!
ดังนั้น ในตอนกลางคืน ขณะที่เซี่ยเสี่ยวหย่ากำลังหลับลึก ประตูห้องพลันถูกเปิดออกด้วยมือเล็ก ๆ ก่อนที่ร่างเล็กร่างหนึ่งย่องเข้ามา ปิดประตูอย่างเบามือ ก่อนจะปีนขึ้นไปบนเตียง
เซี่ยเสี่ยวหย่านั้นนอนอยู่ด้านนี้ ส่วนตัวเธอนั้นไปนอนอยู่อีกมุมหนึ่ง ห่างจากเซี่ยเสี่ยวหย่า เพื่อไม่ให้นางแตะโดน
มองจากการเคลื่อนไหวที่คุ้นเคยเช่นนี้ ก็พอบอกได้แล้วว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกเช่นกัน
เช้าวันรุ่งขึ้น ไป๋เพ่ยเพ่ยตื่นขึ้นมาโดยไม่รู้ถึงเื่เมื่อคืนนี้เลยแม้แต่น้อย
เซี่ยเหล่าเอ้อร์และเซี่ยเหมียวเหมียวเมื่อตื่นขึ้นมาในตอนเช้า คนหนึ่งทำหน้าที่หาบน้ำ อีกคนทำหน้าที่เทน้ำร้อนเพื่อทำความสะอาด
ด้วยเหตุนี้ ทันทีที่ไป๋เพ่ยเพ่ยตื่นขึ้น ไม่เพียงแต่น้ำร้อนที่ตระเตรียมไว้พร้อมแล้วเท่านั้น ทว่าพื้นยังถูกกวาด พร้อมกันนั้นยังมีตะกร้าผักป่าอยู่บนโต๊ะอีกด้วย
“เ้าตื่นั้แ่เมื่อไหร่กัน?!”
ใบหน้าของไป๋เพ่ยเพ่ยเต็มไปด้วยความใ
นางรู้สึกว่าตนนั้นตื่นเช้ามากพอแล้ว และถึงแม้ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวจะตื่นเร็วกว่านางเล็กน้อย แต่เหตุใดอีกฝ่ายถึงจัดการงานบ้านไปได้มากมายถึงเพียงนี้?!
ใบหน้าของเซี่ยเหมียวเหมียวขึ้นสีเล็กน้อย
"ผักป่านี่ข้าไม่ได้เป็ขุดมาเ้าค่ะ เป็ท่านพ่อที่ไปขุดกลับมาั้แ่เช้าตรู่"
“อ้อ พ่อของเ้าขยันมากถึงเพียงนี้เชียวหรือ?”
เซี่ยเหมียวเหมียวส่งน้ำร้อนให้ไป๋เพ่ยเพ่ยล้างหน้าล้างตาพลางเอ่ย
"วันนี้ท่านพ่อตื่นเช้าเป็พิเศษ ทั้งยังบอกให้ทำความสะอาดลานบ้านก่อน ส่วนท่านพ่อจะไปหาบน้ำ เมื่อหาบน้ำเสร็จแล้วก็ไปขุดผักป่าต่อ กล่าวบอกว่าเขารู้ว่าที่ไหนมีผักป่าเยอะ บอกให้ข้าดูแลบ้านให้ดี ให้คอยช่วยเหลือท่านแม่”
เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยล้างหน้าเสร็จ เซี่ยเหมียวเหมียวก็บอกนางว่าอย่าเทน้ำทิ้ง ให้ปล่อยน้ำเอาไว้แบบนั้นเพื่อที่นางจะได้ซักผ้าต่อ
มีกะละมังหลายใบวางไว้ที่ลานบ้าน เสื้อผ้าของไป๋เพ่ยเพ่ยและเซี่ยเสี่ยวหย่าถูกวางไว้แยกกัน ก่อนจะถูกนำไปแช่ไว้ที่ด้านหนึ่ง โดยแต่ละส่วนนั้นใช้กะละมังขนาดเล็ก
จากนั้นก็เป็เสื้อผ้าของฝาแฝด ตามมาด้วยเซี่ยต้ายา และเซี่ยเหมียวเหมียว
เสื้อผ้าของเซี่ยเหล่าเอ้อร์ไม่ได้อยู่ที่นี่ เมื่อคืนหลังจากแช่ผ้าเอาไว้ เขาก็จัดการซักผ้าด้วยตัวเองก่อนแล้ว คาดว่าหลังจากผ่านมาหนึ่งคืนก็น่าจะแห้งหมดแล้ว
เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นขี้เถ้าไม้สีขาวเทาในกะละมัง ดูเหมือนว่าไม่ใช่ในบ้านนี้ไม่มีจ้าวเจี่ยว เห็นทีว่าไม่มีใครในบ้านหลังนี้หรือแม้แต่ในหมู่บ้านนี้รู้จักมัน ไม่เช่นนั้นในตอนที่เซี่ยเหล่าเอ้อร์ออกไปขุดผักป่าในตอนเช้า เขาก็คงต้องเอากลับมาบ้าง
อาหารเช้าก็ไม่จำเป็ต้องพูดถึง เซี่ยเหมียวเหมียวรับหน้าที่นี้อีกครั้ง
คาดว่าสถานการณ์เมื่อวานได้วางรากฐานขึ้นแล้ว วันนี้เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยส่งธัญพืชให้กับเซี่ยเหมียวเหมียวรับผิดชอบอีกครั้ง เซี่ยเหมียวเหมียวก็ไม่ตัวสั่นเทิ้มด้วยความกลัวอีก
หลังจากที่นางทำเสร็จ เซี่ยเสี่ยวหย่าก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากเตียง สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนมาหาไป๋เพ่ยเพ่ยเพื่อให้ช่วยแปรงผมให้
“เ้าหวีเองไม่ได้หรือ?”
“ข้ามองไม่เห็นนี่เ้าคะ ทั้งยังไม่สวยเท่าที่ท่านแม่หวีให้”
“แม่ยุ่งอยู่นะ ไม่มีเวลาหรอก”
“ไม่ใช่ว่าเซี่ยเหมียวเหมียวเป็คนทำกับข้าวหรอกหรือ”
“เซี่ยเหมียวเหมียวอะไรกัน? นั่นคือลูกพี่ลูกน้องของเ้า ครั้งหน้าหากแม่ได้ยินเ้าเรียกชื่อนางอีก ข้าจะลดข้าวของเ้า”
เมื่อเซี่ยเสี่ยวหย่าได้ยินสิ่งนี้ก็น้อยใจนัก
"ท่านแม่! ทำไมท่านถึงเป็แบบนี้? ั้แ่เมื่อวานแล้วที่ท่านทำตัวแปลกไป นางให้ท่านดื่มยาวิเศษอะไรกัน ทำไมท่านถึงปกป้องนางนัก เป็ข้าหรือนางกันแน่ที่เป็ลูกแท้ ๆ ของท่าน?"
ไป๋เพ่ยเพ่ยเห็นว่าดวงตาของเด็กสาวแดงก่ำก็ลอบถอนหายใจ นางเดาว่านอกจากเด็กสาวคนนี้จะไม่รับรู้ถึงความผิดของตัวเองแล้ว เกรงว่าจะดื้อดึง ดันทุรังอีกด้วย
หญิงสาวให้เซี่ยเสี่ยวหย่าเข้ามาหา ก่อนจะจับมือเซี่ยเสี่ยวหย่าเอาไว้ พร้อมมองตา จากนั้นจึงเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"เ้าไปเอามาจากไหนว่าแม่ปกป้องนาง?”
“ตรงไหนก็ล้วนปกป้องทั้งนั้น ั้แ่เมื่อวานหลังจากท่านแม่กลับมา ท่านแม่ก็ปฏิบัติต่อข้าไม่ดีเลย ทั้งยังพยายามให้ข้าทำงานอยู่ตลอด...”
“ถ้าเช่นนั้นแล้วแม่กล่าวบอกให้เซี่ยเหมียวเหมียวทำไม? เ้าก็บอกเอง นางทำหรือเ้าทำมากกว่ากัน? แม่บอกให้เ้าทำกับข้าว เ้าก็โยนไปให้เซี่ยเหมียวเหมียวทำ แม่ขอให้เ้าคอยจับตาดูพี่ชายของเ้า แต่เพียงครู่เดียวเ้าก็หนีหายไปไม่เห็นเงา เื่มื้อเย็นเองก็เช่นกัน เซี่ยเหมียวเหมียวทำงานยุ่งทั้งวัน แม่จึงแบ่งอาหารให้นางมากหน่อย เ้าก็เอะอะโวยวาย แล้วแม่ไม่ได้แบ่งให้เ้าหรืออย่างไร?
เ้าเป็ลูกแท้ ๆ ของแม่ เ้าไม่ได้ทำอะไร แต่ก็ยังได้แบ่งข้าวชามใหญ่ หรือว่าแม่ยังเอนเอียงให้เ้าไม่พอหรือ?”
เมื่อไป๋เพ่ยเพ่ยชี้ให้เห็นที่ละข้อ ทำเอาเซี่ยเสี่ยวหย่าไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
"แต่... แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางควรทำหรอกหรือ? นางไม่มีพ่อแม่ กินดื่มของในครอบครัวเรา หากนางไม่ทำแล้วจะเอาที่ไหนกิน? นั่นไม่ใช่สิ่งที่นางควรทำั้แ่แรกอยู่แล้วหรอกหรือ”
“นางเรียกแม่ว่าอะไร?”
เดิมทีเซี่ยเสี่ยวหย่า้าพูดว่า ‘อาสะใภ้รอง’ แต่จำได้ว่าไป๋เพ่ยเพ่ยไม่รู้ว่านางไม่ยอมให้เซี่ยเหมียวเหมียวเรียก ‘แม่’ เวลาอยู่ด้วยกัน จึงเอ่ยอย่างไม่เต็มใจว่า "เรียกว่าแม่"
“เช่นนั้นก็ถูกแล้วไม่ใช่หรือ? ในเมื่อนางเรียกข้าว่าแม่ก็ถูกต้องแล้วที่แม่ต้องเลี้ยงดูนาง หากแต่สิบนิ้วของคนเรายังยาวไม่เท่ากัน เ้าเองเป็ลูกแท้ ๆ ของแม่ การที่แม่เข้าข้างเ้ามากกว่าก็ย่อมเป็เื่ปกติ ลูกพี่สองน้องทั้งสองคนของเ้าต่างก็รู้ดี พวกนางสองคนเคยสร้างปัญหาให้เ้าเพราะเื่นี้หรือไม่เล่า?”
เื่นี้นั้นไม่มี แต่กลับเป็เซี่ยเสี่ยวหย่า ที่ทำให้เซี่ยเหมียวเหมียวกับเซี่ยต้ายาเดือดร้อนมากกว่า ส่วนใหญ่แล้วทั้งสองคนไม่กล้าเอ่ยฟ้องใด ๆ เพียงปล่อยให้นางรังแก
เซี่ยเสี่ยวหย่าพลันส่ายหน้า
ไป๋เพ่ยเพ่ยกล่าวว่า "เ้าดูสิ เป็ดังนั้นใช่ไหม? ลูกพี่ลูกน้องทั้งสองล้วนยืนด้วยตัวเอง ถึงแม้พวกนางจะเรียกแม่ว่าท่านแม่ แต่พวกนางก็ไม่ได้้าให้เ้าเรียกว่าพี่สาว พวกนางเองเรียกพี่ชายของเ้าว่าลูกพี่ลูกน้อง... หากทำอะไรผิด แม่จะว่ากล่าวตักเตือนรวมถึงสั่งสอนด้วยตัวเอง แล้วเ้าล่ะ เมื่อเ้าทำผิด แม่ไม่อาจสั่งสอนเ้าได้งั้นหรือ?”