ตอนที่ 100 เกิดเรื่องอะไรขึ้น
หานชีเยวี่ยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะตัดสินใจดันกายลุกขึ้นจากเตียงมาสวมเสื้อผ้าอีกครั้ง ทว่ายังไม่ทันที่เธอจะก้าวพ้นออกจากประตู ก็ได้ยินเสียงประตูหลายบานเปิดออก ดูเหมือนว่าทุกคนในบ้านจะตื่นกันหมดแล้ว เมื่อหานชีเยวี่ยออกไปถึงลานบ้าน ก็พบว่าทุกคนในครอบครัวยืนอยู่พร้อมหน้ากันแล้วจริงๆ
“อาเยวี่ย ทำไมหลานถึงตื่นแล้วล่ะ?” ย่าเฒ่าหานมองหานชีเยวี่ย ก่อนถามด้วยความเป็นห่วง
เด็กคนนี้ วิ่งโร่เข้าออกอำเภอทุกวัน เหนื่อยล้าแสนสาหัสเชียว พอออกมายืนในลานบ้าน เสียงที่ได้ยินก็ชัดเจนขึ้นนิดหน่อย แต่ก็ยังได้ยินเพียงแค่เสียงเอ็ดตะโลดังลั่นเท่านั้น ส่วนเรื่องราวจริงๆ เป็นอย่างไรก็ยังฟังไม่เข้าใจอยู่ดี
หานชีเยวี่ยเอ่ยกลั้วหัวเราะว่า “ก็เพราะว่าได้ยินเสียงดังโวยวายไม่ใช่เหรอคะ หนูก็เลยออกมาดูหน่อยน่ะค่ะ”
“ลุงได้ยินว่าเสียงมาจากทางตะวันตกของชุมชนนะ ทางนั้นมีคนบ้านสกุลหลี่เยอะ หรือว่าอาจเป็นเพราะเรื่องเปลี่ยนเหรัญญิกวันนี้?” ลุงหานขมวดคิ้ว
ทั้งเหรัญญิกคนใหม่และคนเก่าต่างก็เป็นคนจากตระกูลหลี่เหมือนกัน แต่ใครบอกว่าคนตระกูลเดียวกันจะไม่ทะเลาะกันเล่า? มีใครบ้างที่ไม่อยากเป็นเหรัญญิก?
ถึงแม้หลีเย่าวั่งจะมีคนสนับสนุนอยู่บ้าง แต่ฝั่งของหลี่โก่วเชิ่งคาดว่าคงไม่ยอมปล่อยมือจากตำแหน่งนี้ง่ายๆ โอกาสที่จะเกิดเรื่องทะเลาะวิวาทกันก็ไม่ใช่ว่าจะไม่มี พอลุงหานพูดแบบนี้ ทุกคนก็คิดว่าอาจจะเป็นเช่นนั้นจริงๆ
“อาเยวี่ย ลูกอย่าออกไปดูเลย ถ้าเกิดเขาตีกันขึ้นมา แล้วลูกได้รับบาดเจ็บจะแย่เอา” หานจิ่งเซี่ยวคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนที่กำลังจะก้าวเท้าออกจากประตูก็เอ่ยปากห้ามลูกสาวรั้งรออยู่ที่บ้าน
ถึงแม้ว่าจะบอกว่าคนที่ทะเลาะกันจะเป็นคนจากบ้านสกุลหลี่ แต่ใครจะไปรู้ว่าพวกเขาอาจจะคิดว่าชีเยวี่ยเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้แล้วหาโอกาสแก้แค้นล่ะ?
หานจิ่งเซี่ยวไม่คิดว่าคนบ้านสกุลหลี่จะเป็นสุภาพบุรุษกันทุกคน
ทว่าหานชีเยวี่ยกลับส่ายศีรษะ เธอพูดอย่างหนักแน่นเด็ดเดี่ยวว่า “พ่อคะ พ่อลืมไปแล้วเหรอคะ ตอนนี้หนูไม่ใช่แค่สมาชิกของชุมชนเราแล้ว แต่หนูยังเป็นเจ้าหน้าที่ของสหคามเราอีกต่างหาก เรื่องแบบนี้ ถ้าไม่รู้ก็แล้วไป แต่นี่รู้แล้ว ก็ต้องไปดูให้เห็นหน่อยสิคะ”
เดิมทีทุกคนในบ้านสกุลหานก็คิดคล้ายๆ กับหานจิ่งเซี่ยวว่าหานชีเยวี่ยไม่จำเป็นต้องไปดู แต่พอหานชีเยวี่ยพูดแบบนี้ออกมา พวกเขาก็รู้สึกว่ามีเหตุผลเป็นอย่างยิ่ง
ดีร้ายอย่างไรก็เป็นถึงเจ้าหน้าที่ของสหคาม ถ้าเกิดเรื่องบานปลายใหญ่โตขึ้นมา แล้วผู้บังคับบัญชาถาม หากชีเยวี่ยไม่รู้อะไรเลยก็ไม่ได้เช่นกัน ไม่แน่ว่า พอถึงตอนนั้นผู้นำสูงสุดอาจจะคิดว่าหานชีเยวี่ยไม่ใส่ใจกับงานก็เป็นได้
ย่าเฒ่าหานรีบพูดว่า “เซี่ยงหยาง แกกับซื่อหยางต้องดูแลน้องสาวให้ดีๆ นะ”
เผื่อว่าถ้าคนบ้านสกุลหลี่ลงมือกับหานชีเยวี่ยจริงๆ เล่า? หากมีคนสองคนคอยคุ้มกันอยู่ข้างๆ ย่าเฒ่าหานก็ย่อมอุ่นใจขึ้นเป็นกอง
“คุณย่า ยังมีผมกับพี่ห้าด้วยนะครับ! ” หานลู่หยางรีบพูดขึ้น
“ดี อู่หยางกับลู่หยางก็ดูแลอาเยวี่ยด้วย ถ้าใครตาบอดกล้าทำอะไรชีเยวี่ย พวกแกก็ไม่ต้องเกรงใจนะ” ย่าเฒ่าหานพูดอย่างมั่นใจเต็มเปี่ยม
ล้อกันเล่นหรืออย่างไร แม่ม่ายอย่างเธอต้องเลี้ยงลูกสองคนมานานหลายสิบปี ถ้าไม่มีความดุดันเข้มแข็งบ้าง จะไม่โดนคนอื่นรังแกตายหรือยังไง? ย่าเฒ่าหานเป็นคนที่ใครทำเธอหนึ่ง เธอจะเอาคืนให้ถึงสิบ
หานชีเยวี่ยเห็นทุกคนในครอบครัวดูเหมือนจะเตรียมพร้อมจะไปสู้รบกับศัตรูก็อดหัวเราะไม่ได้
“ไม่หรอกค่ะ ต่อให้คนจากบ้านสกุลหลี่จะไม่พอใจจริงๆ แต่พวกเขาก็ไม่มีทางทำอะไรหนูหรอกค่ะ ทุกคนลืมไปแล้วเหรอคะ ว่าหนูเป็นเจ้าหน้าที่ของสหคาม ถ้าพวกเขาลงมือทำร้ายหนู ก็ต้องมีคำอธิบายที่ดีพอแล้วล่ะค่ะ”
พอทุกคนคิดดูอีกที ก็เห็นว่าสิ่งที่หานชีเยวี่ยพูดก็มีเหตุผล จึงไม่กังวลมากจนเกินไปอีกแล้ว หลังจากนั้นคนทั้งครอบครัวก็พากันเดินไปยังที่ที่เกิดเสียงโวยวาย ทว่าเดินไปได้เพียงไม่กี่ก้าว ก็เห็นผู้คนมากมายบนถนน ย่าเฒ่าหานอดถอนหายใจไม่ได้ วันนี้วันเดียว ทุกคนดูจะยุ่งกันจริงๆ ปกติเวลานี้ถ้าไม่มีธุระอะไร ก็คงนอนหลับกันหมดแล้ว แต่วันนี้ยังต้องออกมาช่วยกันห้ามทัพ
ในเวลานั้นเอง คุณย่าเถาไม่รู้ว่ามาโผล่อยู่ท่ามกลางครอบครัวของพวกเขาได้อย่างไร “ฉันได้ยินว่าเสียงเหมือนจะมาจากบ้านของเหรัญญิกหลี่ รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น?” ยายเฒ่าเถาถามเสียงเบา
ย่าเฒ่าหานส่ายหน้า “ฉันเองก็นอนหลับอยู่ ใครจะไปรู้ว่าจะมีคนทะเลาะกัน ฉันก็เพิ่งออกมาจากบ้านเหมือนกัน”
บ้านสกุลหานมีคนเยอะ การเดินจึงไม่เร็วเท่าไหร่ ระหว่างทางมีหลายครอบครัวเดินแซงหน้าครอบครัวสกุลหานไป
รอจนกระทั่งครอบครัวสกุลหานไปถึง ก็มีผู้คนมุงดูกันอย่างหนาแน่นแล้ว
ทว่าสิ่งที่เกิดต่างจากที่ครอบครัวสกุลหานคาดการณ์ไว้ สถานที่เกิดเหตุไม่ใช่บ้านของหลี่โก่วเชิ่ง และไม่ใช่บ้านของหลีเย่าวั่งด้วย
เกิดอะไรขึ้น?
ทุกคนในครอบครัวสกุลหานมองหน้ากันไปมา ไม่ใช่บ้านของหลีเย่าวั่งกับหลี่โก่วเชิ่งที่ทะเลาะกันหรอกหรือ?สถานที่ที่มีเสียงดังสะเทือนเลือนลั่น ทว่ากลับกลายเป็นบ้านของแม่ม่ายจ้าวซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของหลี่โก่วเชิ่ง
พูดถึงแม่ม่ายจ้าว เธอก็เป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่ง แต่งงานเข้าบ้านได้เพียงแค่สามเดือน สามีก็เสียชีวิตแม่ม่ายจ้าวตั้งครรภ์ได้เพียงเดือนกว่า พ่อแม่สามีก็ขอร้องให้เธอคลอดลูกคนนี้ออกมาให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม พวกเขากลัวว่าตัวลูกสะใภ้คนนี้ยังสาวมาก หล่อนอาจจะโกรธจนไม่ยอมคลอดลูก แล้วหนีไปแต่งงานใหม่ ก็อาจจะเป็นอย่างนั้นก็ได้
แม่ม่ายจ้าวกับสามีเพิ่งแต่งงานกัน ยังรักกันหวานชื่น ย่อมอยากจะให้กำเนิดลูกเพื่อสืบสกุลสามี เธอจึงตกลงตามที่พ่อแม่สามีขอร้อง
ท้องที่ลำบากอุ้มมาสิบเดือน พอถึงเวลาคลอด แม่ม่ายจ้าวกลับให้กำเนิดลูกสาว ไม่ใช่ลูกชาย ยามนั้นสีหน้าของพ่อแม่สามีก็ไม่น่ามองอีกไป
แม่สามีถึงกับด่าแม่ม่ายจ้าวทั้งต่อหน้าและลับหลังว่าทำให้เชื้อสายของลูกชายตนเองขาดสะบั้นลง
แม่ม่ายจ้าวไม่คิดว่าลูกที่เธออุตส่าห์คลอดออกมาจะไม่ได้รับความรัก เธอโวยวายทะเลาะกับพ่อแม่สามี แต่สุดท้ายเพราะว่าสู้อยู่ตัวคนเดียว จึงพ่ายแพ้อย่างยับเยิน
เธอก็เคยคิดที่จะพาลูกเปลี่ยนแซ่แล้วกลับบ้านแม่ หรือไปแต่งงานใหม่ แต่บ้านสกุลหลี่ไม่ยอม บอกว่าถ้าเธอจะไปก็ไปได้ แต่ต้องทิ้งลูกไว้ ถึงจะเป็นลูกสาว แต่ก็เป็นลูกหลานของตระกูลหลี่ จะให้คนต่างตระกูลเอาลูกไปไม่ได้
สุดท้ายแม่ม่ายจ้าวจึงต้องยอมกล้ำกลืนฝืนทนอยู่ต่อไป ก็เพื่อลูก
แต่บ้านสกุลหลี่กลับใจดำอำมหิต พวกเขาแอบขายแม่ม่ายจ้าวให้กับชายชราม่ายคนหนึ่งในตระกูลเดียวกันเพื่อแลกกับเงินยี่สิบหยวน เมื่อแม่ม่ายจ้าวรู้ตัว ข้าวสารก็กลายเป็นข้าวสุก ทุกอย่างก็สายเกินไปเสียแล้ว เธอต่อต้านอย่างไรก็ไม่ทันแล้ว
โชคดีที่ชายชราม่ายคนนั้นถึงจะจนไปสักหน่อย แต่ก็ดีกับแม่ม่ายจ้าวผู้เป็นภรรยาสาวแสนสวย ถึงขนาดที่บางครั้งก็ยังยอมให้แม่ม่ายจ้าวเอาของกินในบ้านไปให้ลูกสาวบ้าง
ถึงแม้แม่ม่ายจ้าวจะไม่ค่อยพอใจที่สามีอายุมาก แต่เพื่อที่จะได้เจอลูกสาว เธอก็จำยอมกลืนความอยุติธรรมทนอยู่ที่บ้านชายชราต่อไป ถ้าหากชีวิตดำเนินต่อไปแบบนี้ก็คงจะดี แต่ใครจะรู้ว่าความสุขอยู่ได้ไม่นาน ชายชราม่ายก็เสียชีวิตลง
ครั้งนี้ ข่าวคราวที่ว่าแม่ม่ายจ้าวมีดวงกินสามี ทำให้สามีตายก็ถูกเผยแพร่ออกไปอย่างกว้างขวาง
ชายชราม่ายไม่มีทรัพย์สมบัติอะไร แม่ม่ายจ้าวก็อาศัยอยู่ในบ้านที่ชายชราทิ้งไว้ เพื่อที่จะได้ดูแลลูกสาวคนเดียวของเธอ เธอกังวลว่าลูกสาวจะถูกทารุณกรรม
อย่างไรก็ตาม ในที่สุด วันที่แม่ม่ายจ้าวกังวลก็มาถึง