บทที่ 16: หนี้บุญคุณ
ในเสี้ยววินาทีที่ทุกคนคิดว่าหลินเวยเวยจะต้องจบชีวิตลงภายใต้อาวุธลับอันชั่วร้ายนั้น...
เงาร่างของเย่เฉินที่เพิ่งสังหารนักฆ่าคนสุดท้ายไป ก็ได้หายวับไปจากจุดเดิม!
ความเร็วนั้นเหนือกว่าที่สายตามนุษย์จะมองตามทัน! เขาทะยานร่างราวกับอสนีบาตสีดำสายหนึ่ง ปรากฏตัวขึ้นเบื้องหน้าของหลินเวยเวยในชั่วพริบตา!
เขาไม่ได้พยายามปัดป้องหรือจับอาวุธลับเ่าั้ แต่กลับใช้ทางเลือกที่โง่เขลาและบ้าบิ่นที่สุดในสายตาของทุกคน...
เขาใช้แผ่นหลังของตนเองเป็โล่กำบัง!
"ฉึก! ฉึก! ฉึก!"
อาวุธลับทั้งสามชิ้นซึ่งเป็มีดบินอาบยาพิษ ปักเข้าที่กลางหลังของเย่เฉินอย่างจัง!
หลินเวยเวยที่อยู่ด้านหลังเบิกตากว้างด้วยความตื่นตระหนกสุดขีด หัวใจของนางราวกับหยุดเต้นไปชั่วขณะ
แต่แล้ว...สิ่งที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่าก็เกิดขึ้น
มีดบินทั้งสามเล่มปักลึกลงไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ราวกับว่ามันได้ปะทะเข้ากับแผ่นหนังควายที่เหนียวและแกร่งที่สุดในโลก ก่อนจะหยุดนิ่งค้างอยู่เช่นนั้น!
เย่เฉินไม่แม้แต่จะสะท้าน เขายังคงยืนนิ่งสงบราวกับขุนเขาที่ไม่สั่นคลอน และในจังหวะเดียวกันนั้นเอง เขาก็ก้มลงหยิบก้อนหินแหลมคมขนาดเหมาะมือขึ้นมาก้อนหนึ่ง
"เ้าคิดจะหนีรึ?" เขาพึมพำเสียงเย็น
นิ้วมือของเขาสะบัดอย่างรวดเร็ว! ก้อนหินในมือถูกปล่อยออกไปราวกับะุปืนใหญ่ มันพุ่งแหวกอากาศด้วยเสียงที่แหลมคมและน่ากลัว!
หัวหน้ากลุ่มนักฆ่าที่กำลังจะหายเข้าไปในความมืด รู้สึกได้ถึงอันตรายถึงชีวิตจากเื้ั มันพยายามจะเบี่ยงตัวหลบ แต่ก็ช้าไป!
"อ๊ากกก!"
ก้อนหินพุ่งเข้ากระแทกที่ข้อเท้าขวาของมันอย่างจัง! เสียงกระดูกแตกละเอียดดังขึ้นอย่างชัดเจน ร่างของมันเสียหลักและล้มลงไปกองกับพื้นอย่างหมดสภาพ!
สือเฟิงและต้าหู่ได้สติกลับคืนมา พวกเขารีบพุ่งเข้าไปจับกุมร่างของหัวหน้านักฆ่าที่าเ็สาหัสคนนั้นไว้อย่างรวดเร็ว
"ท่าน...ท่านไม่เป็อะไรนะ?" หลินเวยเวยเอ่ยถามเย่เฉินเสียงสั่น นางมองไปยังมีดบินที่ปักอยู่บนหลังของเขาด้วยความเป็ห่วงอย่างสุดซึ้ง
เย่เฉินหันกลับมา เขายื่นมือไปด้านหลังและดึงมีดบินทั้งสามเล่มออกมาอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับดึงหนามออกจากิั เืสีแดงเข้มไหลซึมออกมาเพียงเล็กน้อย ก่อนที่ปากแผลจะเริ่มสมานตัวอย่างช้าๆ ในอัตราที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า!
"ข้าไม่เป็ไร" เขากล่าวเรียบๆ "พิษแค่นี้...ทำอะไรข้าไม่ได้"
ภาพนั้นทำให้ทุกคนที่ได้เห็นต้องกลืนน้ำลายอย่างยากลำบากอีกครั้ง ร่างกายแบบไหนกันที่สามารถทนทานต่ออาวุธลับอาบยาพิษได้เช่นนี้?
สือเฟิงเดินกลับมาพร้อมกับสีหน้าที่เคร่งขรึม "สหาย...ข้าค้นตัวมันแล้ว" เขายื่นวัตถุชิ้นหนึ่งให้เย่เฉินดู "มันมีสิ่งนี้ซ่อนอยู่"
สิ่งที่อยู่ในมือของเขาคือป้ายไม้สีดำสนิท บนป้ายนั้นสลักเป็รูปก้อนเมฆที่มีสายฟ้าฟาดผ่าน...
"ป้ายเมฆาสายฟ้า..." หลินเวยเวยพึมพำออกมาด้วยสีหน้าซีดเผือด "นี่คือสัญลักษณ์ของ 'หน่วยเมฆาทมิฬ'...กองกำลังลับที่ทำงานสกปรกให้กับตระกูลเซียว!"
บัดนี้ทุกอย่างกระจ่างแจ้งแล้ว! นี่ไม่ใช่การปล้นชิงธรรมดา แต่เป็การลอบสังหารที่มีตระกูลเซียวแห่งเมืองเมฆาล่องอยู่เื้ั!
"ดูเหมือนว่าการค้าของตระกูลหลินในครั้งนี้ จะไปขัดแข้งขัดขาพวกมันเข้าอย่างจัง" สือเฟิงกล่าวสรุป
สถานการณ์ในตอนนี้อันตรายกว่าที่คาดการณ์ไว้หลายเท่าตัว
สือเฟิงหันไปมองเหล่าทหารรับจ้างที่เหลือรอดอยู่ "ภารกิจนี้อันตรายเกินกว่าที่ตกลงกันไว้ ข้าให้พวกเ้าเลือก...ใครที่อยากจะถอนตัว ข้าจะจ่ายค่าตอบแทนให้ตามส่วนและไม่ว่าอะไร แต่ใครที่ยังจะเดินทางต่อ...ข้าจะเพิ่มค่าจ้างให้เป็สองเท่า!"
เหล่าทหารรับจ้างมองหน้ากัน ก่อนที่สายตาทุกคู่จะหันไปมองเย่เฉินที่ยืนอยู่อย่างสงบ ตราบใดที่ชายผู้ลึกลับคนนี้ยังอยู่...ต่อให้ต้องเจอกับอะไร พวกเขาก็ไม่กลัว!
"ข้าไปต่อ!" ต้าหู่ะโขึ้นเป็คนแรก
"ข้าไปด้วย!"
"ไปด้วยกัน!"
เสียงตอบรับดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ไม่มีใครเลือกที่จะถอนตัวแม้แต่คนเดียว!
หลินเวยเวยมองภาพนั้นด้วยความซาบซึ้งใจ ก่อนที่นางจะหันมามองเย่เฉิน ดวงตาของนางในยามนี้ไม่ได้มีเพียงความอยากรู้ แต่กลับเต็มไปด้วยความรู้สึกขอบคุณที่ล้ำลึกและความเชื่อมั่นอย่างเต็มเปี่ยม
นางตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว...
หลินเวยเวยเดินตรงเข้าไปหาเย่เฉินอย่างแน่วแน่ "ท่าน...ข้าไม่รู้ว่าท่านเป็ใครมาจากไหน และข้าก็จะไม่ถาม"
"แต่ในเมื่อท่านช่วยชีวิตข้าไว้ถึงสองครั้งสองครา...หนี้บุญคุณนี้ตระกูลหลินของข้ามิอาจทดแทนได้หมด"
"ข้าขอให้สัญญา ณ ตรงนี้... หากท่านสามารถคุ้มกันข้าและคาราวานนี้ไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย ตระกูลหลินของข้ามีข้อเสนอพิเศษที่จะมอบให้ท่าน...ข้อเสนอที่จะช่วยให้ท่านได้รับในสิ่งที่ท่านปรารถนา...ข้อเสนอที่ข้ามั่นใจว่าท่านมิอาจปฏิเสธได้อย่างแน่นอน!"