เมื่อสายตาปรับโฟกัสแล้วกลับมามองเห็นอีกครั้ง ภาพที่ปรากฎเบื้องหน้าก้องภพก็คือบ้านเมืองที่เป็อาคารรูปทรงสถาปัตยกรรมคล้ายกับตึกในทวีปยุโรปถนนสายหลักถูกปูด้วยหินอ่อนสีเทา
ทั้งผู้เล่นและ NPC ต่างสัญจรเดินสวนกันไปมา ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เห็นแต่ปากที่ขยับพูดคุยกันทำให้เกิดเสียงดังเซ็งแซ่ไปทั่วทั้งบริเวณ
ที่แห่งนี้คือเมือง ‘ลูเมนเซียร์’เมืองเริ่มต้นของผู้เล่นใหม่และเป็เมืองศูนย์กลางการค้าของทวีป ‘เอลดอร์วูด’
“แล้วเราต้องไปไหนต่อล่ะเนี่ย?” ก้องภพมองทางซ้ายทีขวาทีด้วยความสับสนว่าต้องทำอย่างไรต่อไปก่อนจะตัดสินใจเดินไปตามถนนสายหลักเพื่อสำรวจรอบๆ ตัวเมือง
เขาเดินไปเรื่อยๆ และพบว่าเมืองแห่งนี้มีร้านค้าอยู่มากมายไม่ว่าจะเป็ร้านขายอาวุธที่มีั้แ่ดาบ ขวาน ธนู ไปจนถึงโล่และเกราะ โดยที่พ่อค้าบางร้านก็เป็ช่างตีเหล็กที่รับหลอมอาวุธให้มีความแข็งแกร่งมากขึ้น
ร้านขายขวดยาฟื้นฟูพลังชีวิตและพละกำลังที่ผู้ขายอ้างว่ามันได้ถูกต้มมาจากสมุนไพรชั้นเลิศที่หาได้จากในป่าเอลดอร์เท่านั้น
รวมไปถึงร้านอาหารที่มีั้แ่ร้านขนมที่ถูกจัดตกแต่งไว้อย่างดีคล้ายกับคาเฟ่ของวัยรุ่นไปจนถึงร้านอาหารที่วางโต๊ะและเก้าอี้ไว้ริมทางเท้าคล้ายกับร้านอาหารตามสั่ง กลิ่นหอมของอาหารเหล่านี้ลอยมาแตะจมูกก้องภพอยู่เป็ระยะ
ก้องภพเดินมาหยุดยังน้ำพุขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ตรงใจกลางเมือง บนน้ำพุมีรูปปั้นเทพีตัวน้อยกำลังโผบินพร้อมกับทำท่าบรรเลงดนตรีด้วยเครื่องดนตรีคล้ายกับแซกโซโฟน เสียงน้ำที่ไหลลงมาตามชั้นหินสร้างความผ่อนคลายให้กับผู้ที่ผ่านไปผ่านมา
เขาหยุดชื่นชมบรรยากาศรอบๆ น้ำพุแห่งนี้จากนั้นสายตาก็เหลือบไปเห็นป้ายบอกทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองทำให้เขาเกิดความสนใจและขยับเข้าไปดูใกล้ๆ
ป้ายบอกทางได้บอกเส้นทางไปยังสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองไม่ว่าจะเป็ทางไปตลาดที่ผู้เล่นนำไอเทมที่หามาได้จากการต่อสู้กับมอนสเตอร์มาวางขายทางไปประตูทางออกของเมือง หรือจะเป็ทางไปป่าเอลดอร์วูด ซึ่งหนึ่งในป้ายเ่าั้ได้บอกทางไปยัง‘อาคารสำหรับผู้กล้ามือใหม่’
“ที่นี่คงจะเป็สถานที่แนะนำข้อมูลผู้เล่นใหม่สินะถ้างั้นเราลองไปดูหน่อยดีกว่า น่าจะทำให้รู้ข้อมูลเกมนี้มากขึ้น”
เมื่อคิดเช่นนั้นก้องภพจึงเริ่มเดินไปตามทางที่ป้ายบอก เขาเดินมาสักระยะหนึ่งก่อนจะมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารรูปทรงคล้ายกับโบสถ์ ทางเข้าเป็ประตูไม้ที่ถูกแกะสลักอย่างประณีตจนเกิดเป็ลวดลายวิจิตรตระการตาป้ายด้านหน้าสลักข้อความไว้ว่า ‘ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับผู้กล้ามือใหม่’
ภายในอาคารถูกแบ่งไว้เป็โซนๆ สำหรับให้ความรู้ในแต่ละหมวด ตรงโถงกลางมีNPC ที่เป็ชายชราหนวดเครายาวสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงินเข้มปักลายดวงดาวสีทองและสวมหมวกทรงแหลมคอยให้ข้อมูลแก่ผู้เล่นที่เข้ามาสอบถาม
“ยินดีต้อนรับสู่เมืองลูเมนเซียร์ ข้าคือ ‘เอลดริน’ ผู้หยั่งรู้” ชายชรากล่าวทักทายด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเป็มิตร
“เ้าอยากรู้สิ่งใดโปรดถามมาเถิด ข้าจะแถลงไขให้ฟัง”
เมื่อได้ฟังดังนั้น ก้องภพจึงเริ่มซักถามข้อมูลเบื้องต้นทันทีไม่ว่าจะเป็ วิธีการเก็บเลเวล การตั้งปาร์ตี้ การซื้อขายแลกเปลี่ยนไอเทมการสร้างกิลด์ และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อถามจนเข้าใจแล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นรูปปั้นคล้ายนักรบสี่คนกำลังต่อสู้กับปีศาจรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัวที่อยู่ด้านหลังชายชรา
“รูปปั้นนั่นคืออะไรเหรอครับ?” ก้องภพเอ่ยถามพลางชี้ไปยังรูปปั้นที่อยู่เื้ั
“อ้อ รูปปั้นนี้คือการจารึกถึงเหตุการณ์สู้รบระหว่างสี่นักรบในตำนานกับจอมมาร”
“สี่นักรบในตำนานกับจอมมาร?”
“หึๆ เ้าคงยังไม่รู้เื่พวกนี้สินะเช่นนั้นข้าจะเล่าให้ฟัง” ชายชราโบกมือในอากาศเกิดเป็ภาพโฮโลแกรมจำลองเื่ราวขึ้นมา
“ในอดีตเมื่อนานแสนนานมาแล้ว แต่ละทวีปต่างอยู่กันอย่างสงบสุขพึ่งพาอาศัยกันบ้างเป็ครั้งคราว แต่ไม่มีใครรุกรานใคร จนกระทั่งวันหนึ่ง ‘ดาร์กทาลอส’ ผู้มีความกระหายในอำนาจได้รวมรวบกองทัพปีศาจและเริ่มรุกรานสร้างความโกลาหลไปทั่วโลกนั่นทำให้เกิดการรวมตัวเฉพาะกิจของ 10 เมืองใหญ่ที่ออกมาปราบปรามและสามารถทำลายกองทัพของดาร์กทาลอสลงได้ ซึ่งในการต่อสู้ครั้งสุดท้ายผู้ที่เข้าไปประมือกับจอมมารก็คือนักรบในตำนานทั้งสี่พวกเขารวมพลังกันก่อนที่จะโค่นดาร์กทาลอสลงได้ในที่สุด นำคืนความสงบสุขให้แก่โลกแห่งนี้”
“ฟังดูเหมือนจะจบลงด้วยดีนะครับ”
“ก็เป็เช่นนั้นจนกระทั่งไม่นานมานี้เทพพยากรณ์สูงสุดนามว่า‘ไลลา’ ได้ออกมาทำนายว่าาและความโกลาหลครั้งใหม่กำลังจะกลับมาอีกครั้ง”
“ถ้างั้นก็แปลว่าโลกต้องกลับมาวุ่นวายอีกครั้งน่ะสิ?”
“หึๆ เื่นี้ข้าคงไม่สามารถให้คำตอบกับเ้าได้หาก้าจะรู้เ้าก็ไปถามกับนางเองเถิด” ชายชราหยิบแผ่นกระดาษเก่าๆออกมาจากชายเสื้อก่อนจะยื่นให้กับก้องภพ
“มันคืออะไรเหรอครับ?” ก้องภพมองแผ่นกระดาษในมือพร้อมกับเอ่ยถาม
“มันคือแผนที่ที่จะพาเ้าไปหาเทพพยากรณ์ยังไงล่ะ”
ทันใดนั้นเสียงแจ้งเตือนของระบบก็ได้ดังขึ้น
[ผู้เล่น ก้องภพ ปลดล็อกเควสต์เข้าพบ เทพพยากรณ์]
ก้องภพที่ยังงงๆ กับเควสต์ที่ตนได้รับ จึงทำการลองเปิดใช้คำสั่งแผนที่และพบว่าเทพพยากรณ์นั้นอยู่ที่เมืองเอ็นแชนต์วิลซึ่งเป็เมืองของผู้เล่นที่เลเวล 200 ขึ้นไปแล้ว
“เดี๋ยวนะครับ เทพพยากรณ์อยู่เมืองที่เลเวลสูงขนาดนั้นแล้วผมจะไปถึงที่นั่นได้อย่างไรล่ะ?”
“จริงด้วยสินะ ข้าลืมไปซะสนิทเลยเ้าในตอนนี้กว่าจะไปถึงที่แห่งนั้นได้ก็คงกลายเป็อาหารของเหล่ามอนสเตอร์ไปเสียก่อน”
“ถ้างั้นผมควรเริ่มต้นยังไงดีล่ะ?” ก้องภพเอ่ยถามกับชายชราอีกครั้ง
“อืม...ถ้าเช่นนั้นเ้าก็จงไปหานักปรุงยานามว่า ‘สมศักดิ์’ ที่อยู่ตรงประตูเข้าเมืองฝั่งทิศตะวันออกเถิดดูเหมือนตอนนี้เขากำลังเดือดร้อน” เอลดรินบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“นักปรุงยาที่อยู่ตรงประตูเมืองฝั่งทิศตะวันออกอย่างนั้นสินะ”ก้องภพทวนคำพูดของชายชรา
เอลดรินไม่ได้เอ่ยอะไรนอกจากทำเพียงพยักหน้าตอบรับ
เมื่อทราบจุดหมายปลายทาง ก้องภพจึงทำท่าทางขอตัวลากับชายชรา
“ขอให้เ้าโชคดีกับการผจญภัย” เอลดรินยิ้มพร้อมกล่าวคำอวยพรให้แก่เด็กหนุ่มที่หันหลังเดินจากไป
หลังจากก้องภพเดินหายออกไปจากตัวอาคาร เอลดรินยกมือลูบเคราตัวเองราวกับกำลังพินิจพิเคราะห์บางสิ่ง ก่อนจะเดินกลับไปยังโถงกลางเพื่อรอให้คำอธิบายแก่ผู้มาใหม่ต่อไป...
ก้องภพเดินเตร็ดเตร่ออกจากใจกลางเมือง ฝ่าฝูงชนอันแ่ามาเรื่อยๆ จนผู้คนเริ่มบางตากระทั่งเมื่อมาถึงแถบชานเมืองผู้คนบริเวณนี้น้อยมากจนนานๆ ทีถึงจะเห็นคนเดินสวนมาสักสองสามคน
ก้องภพสอดส่ายสายตามองหาร้านปรุงยาตามคำแนะนำที่ได้รับมาจากเอลดรินก่อนจะไปพบเข้ากับร้านค้าที่หลังคามุงด้วยกระเบื้องสีแดงเืหมูหน้าร้านมีป้ายที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า ‘ร้านยาลุงสมศักดิ์’
ก้องภพลองเดินเข้าไปสำรวจร้านดังกล่าว เขาใช้มือดันประตูไม้เก่าๆ เปิดออกเกิดเสียงดังเอี๊ยดอ๊าดเล็กน้อย จากนั้นก้าวเข้าไปในตัวร้าน กลิ่นหอมอ่อนๆของสมุนไพรลอยมาแตะจมูกของเขาทันที
บนโต๊ะและชั้นวางเรียงรายไปด้วยขวดแก้วขนาดต่างๆที่บรรจุสมุนไพรหลากหลายชนิด แสงแดดสาดส่องผ่านหน้าต่างไม้บานเล็กๆ สร้างบรรยากาศอบอุ่นและเงียบสงบให้กับภายในร้าน
ชายวัยกลางคนสวมเสื้อผ้าพื้นเมืองเดินออกจากหลังร้านพร้อมกับทำท่าทำทางต้อนรับผู้มาเยือน“โอ้ ยินดีต้อนรับพ่อหนุ่ม มาๆ นั่งก่อน นั่งก่อน ร้านลุงนี่นานๆทีถึงจะมีลูกค้ามาสักคน” ลุงสมศักดิ์พูดอย่างอารมณ์ดี “แล้วเอ็งมาที่นี่อยากได้อะไรจากร้านลุงล่ะ?”
“อันที่จริงผมมาที่นี่ตามคำแนะนำของเอลดรินน่ะครับเห็นเขาบอกว่าลุงกำลัง้าความช่วยเหลือ” ก้องภพตอบ
“เอลดรินผู้หยั่งรู้นั่นน่ะเหรอ?” ลุงสมศักดิ์พูดด้วยสีหน้าประหลาดใจเล็กน้อย “การที่คนผู้นั้นส่งเอ็งมาหาลุง แปลว่าเขาต้องมองเห็นศักยภาพบางอย่างในตัวเอ็งเข้าแล้วล่ะ”
ลุงสมศักดิ์ใช้สายตามองก้องภพั้แ่หัวจรดเท้าอย่างพิจารณา “อืม...เอ็งก็ดูหน่วยก้านใช้ได้นะ เอางี้ละกันตอนนี้ลุงกำลังอยากปรุงยาตัวหนึ่งอยู่ และวัตถุดิบมันต้องเข้าไปเอาในป่าเอลดอร์ แต่ลุงเองก็แก่จนเข้าไปเดินสมบุกสมบันแบบคนหนุ่มๆ ไม่ไหวแล้วเอ็งช่วยไปเอามาให้ลุงหน่อยได้ไหม?”
“แล้วสมุนไพรที่ลุงอยากได้มันคืออะไรล่ะครับ?”
“มันคือ ‘ดอกอาร์คาเนีย’ โดยที่มันจะโตเฉพาะบริเวณมีความชื้นสูงและแสงแดดส่องผ่านไม่มากอย่างเช่นแถวน้ำตก”เมื่อพูดถึงจุดนี้ลุงสมศักดิ์เปลี่ยนมาพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“แต่บริเวณนั้นเอ็งก็ต้องคอยระวังพวกสัตว์ร้ายด้วยนะ สมัยลุงหนุ่มๆเจอั้แ่หนอนพิษ แมงมุมพิษไปจนถึงเสือร้ายเลยก็มี”
“แหะแหะ...ได้ครับลุง” ก้องภพหัวเราะแห้งๆ เมื่อได้ยินสิ่งที่อีกฝ่ายบอก
“ถ้าอย่างนั้นลุงขอไหว้วานเอ็งเลยละกันนะ” เมื่อลุงสมศักดิ์พูดจบหน้าต่างข้อความก็ได้ปรากฎขึ้นตรงหน้าก้องภพ
[ชื่อเควสต์: เก็บสมุนไพรให้ลุงสมศักดิ์
ผู้มอบเควสต์:ลุงสมศักดิ์
เป้าหมาย: ดอกอาร์คาเนีย
รางวัลที่ได้รับ:ไม่เปิดเผย
สถานะเควสต์:กำลังดำเนินการ
ความยาก:ปานกลาง
ตำแหน่งเป้าหมาย:ป่าเอลดอร์]
ลุงสมศักดิ์หันหลังไปหยิบขวดยาสีตุ่นๆ จากบนชั้นวางมายื่นให้ก้องภพ “อะ...และนี่คือยาแก้พิษ ใช้ล้างพิษได้ทุกรูปแบบเอ็งเอาไว้ใช้ตอนเกิดเหตุคับขัน”
“ขอบคุณครับลุง” ก้องภพกล่าวขอบคุณพร้อมกับยื่นมือไปหยิบขวดยาในมืออีกฝ่าย
“ไม่ต้องห่วงนะครับ เดี๋ยวผมจะนำสมุนไพรกลับมาให้ลุงเอง”ก้องภพพูดด้วยน้ำเสียงมั่นอกมั่นใจ
“อืม...ลุงก็เชื่อในความสามารถของเอ็งขอให้โชคดีและกลับมาอย่างปลอดภัย” ลุงสมศักดิ์กล่าวด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น
ก้องภพพยักหน้าตอบรับและเดินออกจากร้านเพื่อมุ่งหน้าสู่ป่าอันกว้างใหญ่ที่อยู่นอกประตูเมือง