การต่อสู้ตรงหน้านั้นมันช่างไร้ซึ่งอารมณ์ ผมมองดูแล้วเหมือนกับเล่นกันซะมากกว่า ชายที่ชื่อเฟรส์นั้นไม่ได้เล็งไปที่จุดตายเสียด้วยซ้ำ แต่เธอคนนั้น แอรี่ กลับรับดาบนั่นทั้งหมดช่างเป็คนที่โง่เง่าเสียจริง
ผมไม่สามารถมองภาพที่น่าเบื่อแบบนั้นได้หรอก เืในตัวผมมันเริ่มร้อนรุ่ม พร้อมที่จะทำทุกอย่างตรงหน้าตามปรารถนา
“เอลล์ ไปอาละวาดซะสิ“
หลังจากสิ้นสุดเสียงของเนลล์ ผมได้พุ่งเข้าไปหาหนึ่งในนั้น ด้วยความไม่ระวังนั้นดาบของผมได้แทงเข้าไปอก ใช่แล้วหล่ะ กลิ่นของดาบที่อาบไปด้วยเืมันต้องแบบนี้สิ
“แก! ทำบ้าอะไรวะ“
เฟรส์ะโถามถึงผม แล้วเื่อะไรที่ผมจะต้องตอบด้วยล่ะ
ผมได้หยิบจดหมายของเค้าและพุ่งไปยังเป้าหมายต่อไป ลูกน้องของเฟรส์ตั้งกาดขึ้นมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ท่าจับดาบที่ไม่มั่นคงและมือเท้าสั่นไปมา ก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัวนั้น
“ย-ยอมแล้ว อย่าฆ่าฉันๆ“
เสียงร้องอ้อนวอนใบหน้าที่ดูสิ้นหวังนั้น หงุดหงิดเหลือเกิน ใบหน้าแบบนั้นทำให้ผมเต็มไปด้วยความหงุดหงิด การยอมแพ้ที่ไร้ศิลปะแบบนี้มันทำให้ผมอยากจะฆ่าเขาเสียจริงๆ
“เห้ย! แกเป็ใครกันวะ”
เฟรส์เดินเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ และแล้วเฟรส์ได้ยืนอยู่ต่อหน้าผม
สายตาจ้องมองอย่างเคร่งขรึมราวกับหมาป่าพร้อมขย้ำเหยื่อ แต่สำหรับผมนั้นเหมือนกับเด็กน้อยที่จ้องหน้าซะมากกว่า แต่ถึงกระนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแบบนั้น ดวงตาที่จ้องมองแบบนั้น มันทำให้ผมอยากจะฆ่าเค้าซะเหลือเกิน
ดวงตาผมเบิกกว้างพร้อมกับรอยยิ้ม สีหน้าของเฟรส์ก็เปลี่ยนไป เฟรส์นั้นได้มีความรู้สึกราวเช่นกับเผชิญหน้ากับพ่อของตนความหนักอึ้งในบรรยากาศรอบตัวและสายตานั้นเป็สายตาที่มองลงมาอย่างกับตนเป็แค่แมลงนั้น ยิ่งทำให้เฟรส์โกรธมากขึ้นกว่าเดิม
“แก…อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะโว้ย!!”
เฟรส์ฟันเข้าหาผมอย่างบ้าคลั่งความเร็วในการฟันนั้นเร็วจนไม่สามารถเข้าใกล้ได้ แม้แต่แอรี่เองก็ยังใเพราะไม่คิดว่าเฟรส์ยังเก็บซ่อนฝีมือไว้
ความอัปยศและความอับอายนั้นเต็มไปทั่วทั้งใจของแอรี่ ถึงแม้จะรู้ว่าตนนั่นฝีมือด้อยกว่าเฟรส์ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ระยะห่างมันยิ่งไกลไปเรื่อยๆ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ตนจะทำตามที่ปรารถนาได้จริง แอรี่เต็มไปด้วยความอัปยศที่ไม่มีวันหายในใจนั้นเต็มไปด้วยการโทษตัวเองที่ไร้ซึ่งการพัฒนา แม้ในใจจะโทษตัวเองมากแค่ไหนแต่ว่าแอรี่นั้นไม่สามารถล้มได้เพราะตนคือความหวังสุดท้ายในการฟื้นฟูอาณาจักร แต่ตอนนี้นั้นต้องรีบไปห้ามเฟรส์เสียก่อนที่จะชายคนนั้นที่เข้ามาช่วย
แอรี่ลุกขึ้นและรีบวิ่งไปห้าม แต่แอรี่ก็ต้องตะลึงอีกรอบนั้นคือดาบของเฟรส์นั้นฟันไม่โดนเลยแม้แต่สักครั้งเดียว
ดาบของเฟรส์นั้นเชื่องช้าและท่วงท่าที่ดูมากเกินไปแปลว่าเฟรส์นั้นเสียสติไปแล้วสินะ ช่างไร้ซึ่งศิลปะเสียจริงและน่าเบื่อหน่าย ผมเก็บดาบ ‘Purasen ( พุราเซน )’
”เพี๊ยะ!!”
เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ ผมตบเข้าที่หน้าเฟรส์เพียงครั้งเดียวทำให้เฟรส์หมดสติทันที ผมว่าผมออมแรงแล้วนะ แต่กลับหมดสติซะงั้นแต่ที่แปลกกว่าก็คือ สายตาคนรอบข้างมองที่ผมและเสียงซุบซิบทั่วบริเวณ
“เอลล์ดูสายตาคนพวกนั้นสิ สายตาที่มองมาที่นายอย่างกับตัวประหลาด ฮะ ฮ่าฮ่าๆ”
ผมหยักไหล่ขึ้นมานิดนึงแล้วยิ้มออกไป ผมก้มลงไปที่ตัวของเฟรส์และเห็นจดหมายอยู่ทั้งหมด 5 ฉบับ นี่พวกเขารวบรวมครบแล้วหรือต้องขอบคุณเฟรส์จริงๆ ที่ทำให้ผมไม่ต้องหาจดหมายจากคนอื่นอีก
ผมหยิบออกมา 4 ฉบับและเดินออกไปพวกคนที่รุมดูอยู่นั้นหลีกทางให้ผมอย่างสมัครใจกันแต่ผมก็ได้สนใจมากนักและเดินคุยกับเนลล์ต่อไปจนถึงประตู