Faith in the Demon Sword

    ตอนที่ 4 ความอัปยศ

            การต่อสู้ตรงหน้านั้นมันช่างไร้ซึ่งอารมณ์ ผมมองดูแล้วเหมือนกับเล่นกันซะมากกว่า ชายที่ชื่อเฟรส์นั้นไม่ได้เล็งไปที่จุดตายเสียด้วยซ้ำ แต่เธอคนนั้น แอรี่ กลับรับดาบนั่นทั้งหมดช่างเป็๲คนที่โง่เง่าเสียจริง

    ผมไม่สามารถมองภาพที่น่าเบื่อแบบนั้นได้หรอก เ๧ื๪๨ในตัวผมมันเริ่มร้อนรุ่ม พร้อมที่จะทำทุกอย่างตรงหน้าตามปรารถนา


    “เอลล์ ไปอาละวาดซะสิ“


    หลังจากสิ้นสุดเสียงของเนลล์ ผมได้พุ่งเข้าไปหาหนึ่งในนั้น ด้วยความไม่ระวังนั้นดาบของผมได้แทงเข้าไปอก ใช่แล้วหล่ะ กลิ่นของดาบที่อาบไปด้วยเ๧ื๪๨มันต้องแบบนี้สิ


    “แก! ทำบ้าอะไรวะ“


    เฟรส์๻ะโ๠๲ถามถึงผม แล้วเ๱ื่๵๹อะไรที่ผมจะต้องตอบด้วยล่ะ

    ผมได้หยิบจดหมายของเค้าและพุ่งไปยังเป้าหมายต่อไป ลูกน้องของเฟรส์ตั้งกาดขึ้นมาดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ท่าจับดาบที่ไม่มั่นคงและมือเท้าสั่นไปมา ก่อนที่ผมจะเข้าถึงตัวนั้น


    “ย-ยอมแล้ว อย่าฆ่าฉันๆ“


    เสียงร้องอ้อนวอนใบหน้าที่ดูสิ้นหวังนั้น หงุดหงิดเหลือเกิน ใบหน้าแบบนั้นทำให้ผมเต็มไปด้วยความหงุดหงิด การยอมแพ้ที่ไร้ศิลปะแบบนี้มันทำให้ผมอยากจะฆ่าเขาเสียจริงๆ


    “เห้ย! แกเป็๞ใครกันวะ”


            เฟรส์เดินเข้ามาหาผมอย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ และแล้วเฟรส์ได้ยืนอยู่ต่อหน้าผม

    สายตาจ้องมองอย่างเคร่งขรึมราวกับหมาป่าพร้อมขย้ำเหยื่อ แต่สำหรับผมนั้นเหมือนกับเด็กน้อยที่จ้องหน้าซะมากกว่า แต่ถึงกระนั้น สีหน้าเต็มไปด้วยความโกรธแบบนั้น ดวงตาที่จ้องมองแบบนั้น มันทำให้ผมอยากจะฆ่าเค้าซะเหลือเกิน

    ดวงตาผมเบิกกว้างพร้อมกับรอยยิ้ม สีหน้าของเฟรส์ก็เปลี่ยนไป เฟรส์นั้นได้มีความรู้สึกราวเช่นกับเผชิญหน้ากับพ่อของตนความหนักอึ้งในบรรยากาศรอบตัวและสายตานั้นเป็๞สายตาที่มองลงมาอย่างกับตนเป็๞แค่แมลงนั้น ยิ่งทำให้เฟรส์โกรธมากขึ้นกว่าเดิม


    “แก…อย่ามองฉันด้วยสายตาแบบนั้นนะโว้ย!!”


            เฟรส์ฟันเข้าหาผมอย่างบ้าคลั่งความเร็วในการฟันนั้นเร็วจนไม่สามารถเข้าใกล้ได้ แม้แต่แอรี่เองก็ยัง๻๠ใ๽เพราะไม่คิดว่าเฟรส์ยังเก็บซ่อนฝีมือไว้

    ความอัปยศและความอับอายนั้นเต็มไปทั่วทั้งใจของแอรี่ ถึงแม้จะรู้ว่าตนนั่นฝีมือด้อยกว่าเฟรส์ แต่ไม่คิดว่าจะมากขนาดนี้ระยะห่างมันยิ่งไกลไปเรื่อยๆ แล้วแบบนี้เมื่อไหร่ตนจะทำตามที่ปรารถนาได้จริง แอรี่เต็มไปด้วยความอัปยศที่ไม่มีวันหายในใจนั้นเต็มไปด้วยการโทษตัวเองที่ไร้ซึ่งการพัฒนา แม้ในใจจะโทษตัวเองมากแค่ไหนแต่ว่าแอรี่นั้นไม่สามารถล้มได้เพราะตนคือความหวังสุดท้ายในการฟื้นฟูอาณาจักร แต่ตอนนี้นั้นต้องรีบไปห้ามเฟรส์เสียก่อนที่จะชายคนนั้นที่เข้ามาช่วย

            แอรี่ลุกขึ้นและรีบวิ่งไปห้าม แต่แอรี่ก็ต้องตะลึงอีกรอบนั้นคือดาบของเฟรส์นั้นฟันไม่โดนเลยแม้แต่สักครั้งเดียว

    ดาบของเฟรส์นั้นเชื่องช้าและท่วงท่าที่ดูมากเกินไปแปลว่าเฟรส์นั้นเสียสติไปแล้วสินะ ช่างไร้ซึ่งศิลปะเสียจริงและน่าเบื่อหน่าย ผมเก็บดาบ ‘Purasen ( พุราเซน )’


    ”เพี๊ยะ!!”


    เสียงดังก้องไปทั่วบริเวณ ผมตบเข้าที่หน้าเฟรส์เพียงครั้งเดียวทำให้เฟรส์หมดสติทันที ผมว่าผมออมแรงแล้วนะ แต่กลับหมดสติซะงั้นแต่ที่แปลกกว่าก็คือ สายตาคนรอบข้างมองที่ผมและเสียงซุบซิบทั่วบริเวณ


    “เอลล์ดูสายตาคนพวกนั้นสิ สายตาที่มองมาที่นายอย่างกับตัวประหลาด ฮะ ฮ่าฮ่าๆ”


    ผมหยักไหล่ขึ้นมานิดนึงแล้วยิ้มออกไป ผมก้มลงไปที่ตัวของเฟรส์และเห็นจดหมายอยู่ทั้งหมด 5 ฉบับ นี่พวกเขารวบรวมครบแล้วหรือต้องขอบคุณเฟรส์จริงๆ ที่ทำให้ผมไม่ต้องหาจดหมายจากคนอื่นอีก

    ผมหยิบออกมา 4 ฉบับและเดินออกไปพวกคนที่รุมดูอยู่นั้นหลีกทางให้ผมอย่างสมัครใจกันแต่ผมก็ได้สนใจมากนักและเดินคุยกับเนลล์ต่อไปจนถึงประตู