แสงแดดอ่อนๆ ในยามเช้าส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างเรือนพักของหยางลี่เจิน ร่างกายของเธอที่เคยอ่อนแรงเริ่มฟื้นฟูขึ้นทีละน้อย หลังจากพักผ่อนและได้รับการดูแลอย่างดี
เธอเดินออกไปที่ลานจวน สูดลมหายใจลึกเพื่อปลอบประโลมจิตใจที่ยังคงหนักอึ้งจากความเ็ปในอดีต แต่ในความเงียบงันของจวน เธอกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่แปลกไป
่หลายวันที่ผ่านมา หยางลี่เจินสังเกตได้ว่าท่าทีของเหวินเจาเหยียนเริ่มเปลี่ยนไป เขายังคงเ็าในคำพูด แต่บางครั้งเธอรู้สึกได้ถึงความอ่อนโยนที่ซ่อนอยู่ในแววตาและการกระทำของเขา
“หรือฉันคิดไปเอง?” เธอพึมพำกับตัวเอง
เธอจำได้ถึงตอนที่เขาบอกให้เธอกินข้าวและพักผ่อน คำพูดที่เต็มไปด้วยความเด็ดขาด แต่กลับแฝงไปด้วยความห่วงใย และเมื่อคืนก่อนที่เธอรู้สึกเหมือนมีใครบางคนมองเธออยู่ข้างเตียง
“เขา… แอบมาดูฉันหรือเปล่า?” เธอคิดในใจ
ในขณะที่เธอกำลังคิดถึงความเปลี่ยนแปลงนั้น เหวินเจาเหยียนเดินเข้ามาในลานจวน ใบหน้าของเขายังคงเรียบนิ่ง ผ้าสีดำยังคงปิดดวงตาอยู่ แต่รังสีที่เขาแผ่ออกมากลับดูแตกต่าง
“เ้าดีขึ้นแล้วหรือ?” เขาถามเสียงเรียบ
หยางลี่เจินพยักหน้า “ค่ะ ขอบคุณสำหรับการดูแล”
คำพูดของเธอทำให้เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนจะตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูผ่อนคลายกว่าปกติ “ข้าไม่ได้ทำเพื่อเ้าโดยเฉพาะข้าเพียงไม่อยากให้เ้าเป็ภาระในจวนนี้”
แม้คำพูดจะฟังดูเ็า แต่หยางลี่เจินกลับรู้สึกถึงบางสิ่งที่ซ่อนอยู่ในน้ำเสียงของเขา เธอจ้องมองเขาอย่างพิจารณา
“คุณเปลี่ยนไป” เธอพูดเบาๆ
“ข้าหรือ?” เขาถามกลับด้วยน้ำเสียงนิ่ง “ข้าก็เป็ข้าเช่นเดิม”
“ไม่ใช่…” เธอส่ายหน้า “คุณไม่ได้เหมือนเดิม คุณดู… ไม่เ็าเหมือนก่อน” คำพูดนั้นทำให้เหวินเจาเหยียนนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะหัวเราะเบาๆ “บางทีเ้าอาจคิดไปเอง”
หลังจากที่เหวินเจาเหยียนเดินจากไป หยางลี่เจินยังคงยืนอยู่ในลานจวน ความสงสัยในใจของเธอเพิ่มมากขึ้น
“เขาดูเหมือนคนที่กำลังพยายามซ่อนอะไรบางอย่าง…” เธอคิด “หรือว่าการที่เขาปล่อยให้ฉันฟื้นตัวและไม่ทำร้ายฉันเป็เพียงแผนการของเขาอีก?”
แม้จะสับสน แต่เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกว่าภายใต้ท่าทีเ็านั้น อาจมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาไม่ยอมเปิดเผย
หลังจากกลับเข้ามาในห้องของตัวเอง เหวินเจาเหยียนยืนอยู่หน้ากระจก เขาค่อยๆ ถอดผ้าสีดำที่ปิดตาออก ดวงตาของเขาเริ่มมองเห็นชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ
เขายิ้มเย้ยหยันกับตัวเอง “นางเริ่มสังเกตเห็นแล้วหรือ?”
เขาจำได้ถึงสายตาของหยางลี่เจินที่มองเขาในลานจวน ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสงสัยและสับสน
“ข้าจะให้เ้ารู้ความจริงเมื่อถึงเวลาเท่านั้น” เขาพูดเบาๆ “และเมื่อถึงตอนนั้น เ้าจะไม่มีทางหนีจากข้าได้อีก”
เช้าวันหนึ่ง บ่าวรับใช้ในจวนตระกูลเหวินนำจดหมายมาส่งให้หยางลี่เจิน ข้อความในจดหมายนั้นมาจากตระกูลซู บ้านเดิมของเธอ
“เหมยหลิน กลับมาที่ตระกูลโดยด่วน มีเื่สำคัญที่เ้าต้องจัดการ”
หยางลี่เจินจ้องมองข้อความในจดหมายด้วยความลังเล
เธอรู้ดีว่าตระกูลซูไม่เคยเห็นค่าเธอ แต่คำว่า “เื่สำคัญ” ทำให้เธอไม่สามารถนิ่งเฉยได้
“บางที… พวกเขาอาจมีเื่เกี่ยวกับแม่” เธอพึมพำ ก่อนจะตัดสินใจกลับไปยังตระกูลซู
ในขณะนั้น เหวินเจาเหยียนออกไปทำธุระข้างนอก
หยางลี่เจินจึงไม่สามารถปรึกษาเขาได้ เธอสั่งบ่าวให้เตรียมรถม้าสำหรับการเดินทาง
“นายหญิง ท่านจะไปคนเดียวหรือเ้าคะ?” บ่าวถามอย่างกังวล “ใช่ ฉันไปคนเดียวได้” เธอกล่าว “มันเป็เื่ส่วนตัวของฉัน”
เธอขึ้นรถม้าด้วยความรู้สึกที่เต็มไปด้วยความกังวลและความสงสัย เมื่อหยางลี่เจินมาถึงจวนตระกูลซู บรรยากาศที่เธอได้รับไม่ใช่ความอบอุ่นของบ้าน แต่กลับเป็สายตาเ็าจากทุกคน
“เ้าเพิ่งกลับมาได้เสียที!” เสียงของพ่อเธอดังขึ้นทันทีที่เธอก้าวเข้าสู่ลานจวน
หยางลี่เจินหันไปมอง เห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความโกรธ
ของพ่อ เธอย่อตัวคำนับเล็กน้อย “ท่านพ่อเรียกข้ากลับมาเพราะมีเื่อะไรหรือคะ?”
“เพราะเ้าน่ะสิ!” พ่อของเธอตวาด “เพราะเ้าที่ไปอยู่กับ
ตระกูลเหวิน ตอนนี้ตระกูลซูกำลังจะล่มสลาย!”
หยางลี่เจินเบิกตากว้าง “เื่นี้มันเกี่ยวอะไรกับฉัน? ฉันไม่ได้ทำอะไรเลย!”
“ยังจะเถียงอีก!” พ่อของเธอพูดเสียงกร้าว
“ท่านพี่” เสียงของฮูหยินใหญ่ดังแทรกขึ้น นางเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน “ข้าเคยบอกแล้วว่าเด็กคนนี้จะนำความเดือดร้อนมาให้ตระกูลเรา ตอนนี้ดูสิ เพราะมัน… การค้าของเราถึงได้พังพินาศ”
หยางลี่เจินจ้องมองฮูหยินใหญ่ด้วยสายตาเกลียดชัง “คุณไม่มีสิทธิ์พูดถึงฉันแบบนี้! คนที่ทำให้แม่ฉันต้องทนทุกข์คือคุณ!”
คำพูดของเธอทำให้ฮูหยินใหญ่โกรธจัด นางหันไปหาพ่อของหยางลี่เจิน “ท่านพี่ ดูสิ! นางกล้าขึ้นเสียงกับข้า! ถ้าไม่สั่งสอนนางวันนี้ นางคงไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!”
พ่อของเธอโกรธมาก “จับตัวมันไว้!” เขาสั่งบ่าว
หยางลี่เจินพยายามขัดขืน แต่กำลังของเธอไม่เพียงพอ
บ่าวหลายคนจับตัวเธอไว้แน่น
“ปล่อยฉัน!” เธอร้อง “ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด!”
แต่ไม่มีใครฟัง เสียงหวายฟาดลงบนหลังของเธอดังสนั่น สร้างความเ็ปแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย เธอกัดฟันแน่น พยายามไม่ร้องออกมา
“นี่คือการสั่งสอนให้เ้ารู้ว่าต้องเคารพผู้ใหญ่!” พ่อของเธอพูดเสียงกร้าว
ในขณะเดียวกัน เหวินเจาเหยียนที่เพิ่งกลับมาถึงจวนตระกูลเหวินได้รับรายงานจากบ่าว
“นายหญิงกลับไปที่ตระกูลซูขอรับ”
คำพูดนั้นทำให้เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สีหน้าเย็นเยียบจะปรากฏขึ้น “ใครอนุญาตให้นางไป?”
“นายหญิงไปเพราะได้รับจดหมายจากตระกูลซูขอรับ”
เหวินเจาเหยียนกำหมัดแน่น ความไม่พอใจพุ่งขึ้นทันที
“เตรียมรถม้า ข้าจะไปที่นั่นเดี๋ยวนี้”
เมื่อมาถึงจวนตระกูลซู เขาได้ยินเสียงหวายฟาดและเสียงร้องไห้ของหยางลี่เจิน
“หยุดเดี๋ยวนี้!” เขาะโด้วยน้ำเสียงที่เย็นเยียบ
เสียงของเขาทำให้ทุกคนหยุดชะงัก พ่อของหยางลี่เจินและฮูหยินใหญ่หันไปมองด้วยความใ
“ท่านเหวิน…” พ่อของเธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปทันที
เหวินเจาเหยียนก้าวเข้ามาในลานจวน ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความโกรธ ดวงตาที่แม้จะปิดด้วยผ้าสีดำกลับแผ่รังสีที่น่ากลัว
“นี่คือวิธีที่เ้าปฏิบัติกับลูกสาวของตัวเองหรือ?” เขาพูดเสียงกร้าว “เ้าคิดว่าข้าจะยอมให้เ้าทำกับนางแบบนี้?”
“ท่านเหวิน… ข้า…” พ่อของหยางลี่เจินพยายามแก้ตัว
“หุบปาก!” เหวินเจาเหยียนตวาด “การค้าของพวกเ้าล้มเพราะความโลภของพวกเ้าเอง ไม่ใช่เพราะเหมยหลิน!”
ทุกคนในลานเงียบงัน
เหวินเจาเหยียนเดินเข้าไปใกล้หยางลี่เจินที่นอนหมดแรงอยู่กับพื้น เขาก้มลงอุ้มเธอขึ้นอย่างระมัดระวัง
“เ้ากลับไปกับข้า” เขาพูดเบาๆ แต่เต็มไปด้วยความเด็ดขาดหยางลี่เจินมองเขาด้วยน้ำตา ก่อนจะหมดสติไปในอ้อมแขนของเขา
“ในความเ็ปที่เธอเผชิญ เขาจะปกป้องเธอจากทุกสิ่ง และคืนความยุติธรรมให้เธอได้หรือไม่?”