ตามหลักการแล้ว หลังจากที่กลุ่มของเซี่ยฝูคุนทำภารกิจเสร็จสิ้น พวกเขาควรจะมุ่งหน้าไปยังสมาคมทหารรับจ้างเพื่อส่งมอบภารกิจในทันที
ทว่าก่อนหน้านี้เยี่ยชิงหว่านได้พูดไว้ว่า นางอยากเห็นว่าผู้ใดในอาณาจักรหย่าสือหลานที่คิดจะใช้บุปผาเทพโลหิตเพื่อหลอมโอสถโลหิต
ส่วนทางด้านเซี่ยฝูคุนนั้น ย่อมต้องตามติดเยี่ยชิงหว่านไปทุกแห่งหนอยู่แล้ว ส่วนชิงมู่เสวียนยิ่งไม่ต้องพูดถึง นางยังเป็เพียงเด็กหญิงตัวน้อย ย่อมไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากทำตามผู้ใหญ่
กว่าจะเดินทางกลับมาถึงเมืองหลวง เวลาก็ล่วงเลยไปอีกสองวัน
กลุ่มของเซี่ยฝูคุนพากันไปที่โรงอาบน้ำเพื่อชำระล้างร่างกายก่อนเป็อันดับแรก สถานที่อย่างหนองน้ำหมอกเร้นนั้นไม่ใช่ที่ที่มนุษย์ควรจะอยู่นานๆ เลยจริงๆ ตอนที่เซี่ยฝูคุนก้าวเข้าไปในห้องอาบน้ำแล้วมองดูตุ่มแดงที่เกิดจากแมลงกัดต่อยทั่วร่าง เขาก็ได้แต่ยิ้มขื่นออกมาอย่างจนใจ
เมื่อเดินออกมาจากโรงอาบน้ำ เซี่ยฝูคุนก็พบว่าเยี่ยชิงหว่านและชิงมู่เสวียนมารอเขาอยู่ก่อนแล้ว
ทั้งสองคนต่างก็เปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่
สำหรับชิงมู่เสวียนนั้นเซี่ยฝูคุนไม่ได้ใส่ใจเท่าใดนัก เพราะสายตาของเขาไม่ได้หยุดอยู่ที่นางแม้แต่น้อย ก็แค่ยัยหนูตัวกะเปี๊ยกคนหนึ่ง จะมีอันใดน่ามองกัน?
ในทางกลับกัน เยี่ยชิงหว่านในวันนี้ได้ถอดชุดสีขาวพลิ้วไหวชุดเดิมออก แล้วสวมใส่ชุดที่มีลักษณะคล้ายกับชุดกิโมโนจากโลกมนุษย์ บนเนื้อผ้าประดับประดาด้วยดอกซากุระสีชมพูเบ่งบาน ขับเน้นทรวงอกอวบอิ่มโดดเด่นสะดุดตา
อาจเป็เพราะเพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เส้นผมของเยี่ยชิงหว่านจึงยังไม่แห้งสนิทดีนัก เส้นผมเปียกชื้นบางส่วนทิ้งตัวลงบนไหล่ กลับยิ่งขับเน้นความงามและความเย้ายวนที่แปลกตาออกมาอย่างบอกไม่ถูก
“เ้ามองอันใด?”
เมื่อเห็นเซี่ยฝูคุนจ้องมองนางตาไม่กะพริบ สีหน้าของเยี่ยชิงหว่านก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงไม่พอใจนัก
“มองหญิงงาม...”
เพราะเริ่มจะชินชากับคำพูดตรงไปตรงมาของเซี่ยฝูคุนแล้ว เยี่ยชิงหว่านจึงไม่ได้ถือสาหาความอีก
ขณะที่ทั้งกลุ่มมาถึงสมาคมทหารรับจ้าง เยี่ยชิงหว่านได้หยิบหมวกสานคลุมหน้าออกมาสามใบ คราวนี้มีส่วนของเซี่ยฝูคุนด้วย ตอนที่รับหมวกมาจากมือของนาง เซี่ยฝูคุนััได้ถึงท่าทีที่เปลี่ยนไปของเยี่ยชิงหว่าน บนใบหน้าของเขาจึงพลันปรากฏรอยยิ้มแห่งความภาคภูมิใจออกมา
ทุกอย่าง—
กำลังดำเนินไปในทิศทางที่ดี!
ส่วนชิงมู่เสวียนที่ถูกเยี่ยชิงหว่านจูงมืออยู่นั้น ก็แอบชูนิ้วหัวแม่มือให้แก่เซี่ยฝูคุนอย่างลับๆ
พูดตามจริง นับั้แ่รู้จักกับเยี่ยชิงหว่านมานาน นางไม่เคยเห็นเยี่ยชิงหว่านแสดงความใส่ใจต่อบุรุษคนใดมาก่อนเลย
นี่คือสัญญาณที่ดี
ตอนนางไปเยือนตระกูลเยี่ยก่อนหน้านี้ นางได้พบเห็นยอดอัจฉริยะหนุ่มมากหน้าหลายตาที่พยายามตามเกี้ยวเยี่ยชิงหว่าน คนเ่าั้ล้วนวางท่าหยิ่งยโสจนน่ารำคาญ ชิงมู่เสวียนไม่ชอบคนพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย แม้ว่าบางครั้งเซี่ยฝูคุนจะดูน่าหมั่นไส้ไปบ้าง แต่ในสายตาของนาง เขายังดูน่าคบหามากกว่าพวกอัจฉริยะจอมปลอมเ่าั้มากนัก
นี่จึงเป็เหตุผลว่าเหตุใดนางถึงช่วยเซี่ยฝูคุนจีบเยี่ยชิงหว่าน
แน่นอนว่า สุดท้ายจะสำเร็จหรือไม่ ย่อมขึ้นอยู่กับเื่ของคนสองคน
ภายในห้องรับรองชั้นสองของสมาคมทหารรับจ้าง
ผู้ประกาศภารกิจตามหาบุปผาเทพโลหิต เมื่อทราบจากทางสมาคมว่ากลุ่มทหารรับจ้างที่ทำภารกิจสำเร็จปรารถนาจะส่งมอบของด้วยตนเอง ฝั่งผู้จ้างวานก็ไม่ได้ปฏิเสธแต่อย่างใด
เพราะสำหรับบุปผาเทพโลหิตดอกนี้ พวกเขาเองก็เฝ้ารอคอยมาเนิ่นนานแล้วเช่นกัน
เนื่องจากบุปผาเทพโลหิตเติบโตเฉพาะในเขตหนองน้ำหมอกเร้น ซึ่งบริเวณนั้นเต็มไปด้วยสัตว์อสูรที่ทรงพลังมากมาย การจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จจึงมีความยากลำบากอย่างมาก
ก่อนหน้านี้รางวัลสำหรับการเก็บบุปผาเทพโลหิตอยู่ที่หนึ่งพันศิลาิญญาเท่านั้น
หลังจากล้มเหลวมาหลายครั้ง รางวัลจึงพุ่งสูงขึ้นไปถึงหนึ่งหมื่นศิลาิญญา
ในไม่ช้า เซี่ยฝูคุนและพรรคพวกก็ได้เผชิญหน้ากับผู้ประกาศภารกิจบุปผาเทพโลหิต
สิ่งที่น่าแปลกคือ เซี่ยฝูคุนและพรรคพวกกลับไม่อาจััถึงความผันผวนของพลังงานใดๆ จากบุคคลผู้นี้ได้เลย
นั่นหมายความว่า ชายผู้นี้ไม่ใช่ผู้ฝึกยุทธ์!
เมื่อมองไปที่ชายวัยกลางคนรูปร่างท้วมศีรษะล้านผู้นี้ เซี่ยฝูคุนก็เหลือบมองเยี่ยชิงหว่านแวบหนึ่ง
ท่าทีของเยี่ยชิงหว่านยังคงสงบนิ่งเป็ปกติ
แม้เซี่ยฝูคุนจะมีระบบหลอมปีศาจอยู่กับตัว แต่หากพูดถึงประสบการณ์ในทวีปจิ่วโยวแล้ว เขาย่อมไม่อาจเทียบกับเยี่ยชิงหว่านได้
หลังจากที่ชายวัยกลางคนผู้นั้นปรากฏตัว เ้าหน้าที่ของสมาคมทหารรับจ้างก็เอ่ยขึ้นว่า
“ท่านทหารรับจ้างทั้งสาม ท่านผู้นี้คือผู้ประกาศภารกิจระดับ A ตามหาบุปผาเทพโลหิต ท่านปู้เฝิง พ่อค้าเหมืองทองรายใหญ่ที่สุดแห่งอาณาจักรหย่าสือหลานขอรับ”
เมื่อได้ฟังคำแนะนำจากเ้าหน้าที่ ข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับปู้เฝิงก็ผุดขึ้นในหัวของเซี่ยฝูคุนทันที
ปู้เฝิงคือผู้นำตระกูลปู้เฝิงคนปัจจุบันแห่งอาณาจักรหย่าสือหลาน ตระกูลของเขามีเหมืองทองในไม่ต่ำกว่าห้าแห่ง แม้มูลค่าของเหรียญทองจะไม่อาจเทียบได้กับศิลาิญญา แต่การจะค้นหาเหมืองศิลาิญญานั้นยากเย็นยิ่งกว่าเข็นครกขึ้นูเา ในอาณาจักรหย่าสือหลาน เหรียญทองจึงเป็สื่อกลางการแลกเปลี่ยนที่มีหมุนเวียนสูงกว่าศิลาิญญามากนัก
เซี่ยฝูคุนมองดูปู้เฝิงที่อยู่ตรงหน้า ชายผู้นี้สวมใส่เครื่องประดับทองเต็มตัว แม้แต่สายคาดเอวยังถูกหลอมขึ้นจากศิลาิญญา เพียงมองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็ผู้มั่งคั่ง
คนเช่นนี้จะ้าบุปผาเทพโลหิตไปเพื่อสิ่งใด?
ในขณะที่เซี่ยฝูคุนกำลังสงสัย ปู้เฝิงก็เอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้มละไม
เขาเดินเข้ามาจับมือกับเซี่ยฝูคุนและคนอื่นๆ อย่างเป็กันเอง ก่อนจะพูดว่า
“ท่านทหารรับจ้างทั้งสาม จริงๆ แล้ว ข้ามิอาจหาคำใดมาบรรยายความซาบซึ้งใจได้เลย ศิลาิญญาหนึ่งหมื่นก้อนนั้นเป็เพียงสินน้ำใจเล็กน้อย ตระกูลปู้เฝิงมีกิจการมากมายในอาณาจักรหย่าสือหลาน หากทุกท่านปรารถนา กิจการทั้งหมดของตระกูลปู้เฝิงพร้อมจะเปิดต้อนรับให้พวกท่านเข้าใช้บริการได้ฟรีเสมอ ทว่า...”
พูดถึงตรงนี้ รอยยิ้มของปู้เฝิงก็จางลงเล็กน้อย
“ข้าก็หวังว่า ท่านทหารรับจ้างทั้งสามจะช่วยรักษาเื่ภารกิจครั้งนี้ไว้เป็ความลับด้วย เพราะอย่างไรเสีย เื่ของบุปผาเทพโลหิตนั้นค่อนข้างจะเปราะบางอยู่สักหน่อย”
ต่างจากสมุนไพรล้ำค่าชนิดอื่น บุปผาเทพโลหิตมีประโยชน์เพียงอย่างเดียวคือใช้หลอมโอสถโลหิต ปู้เฝิงไม่เชื่อว่าคนที่สามารถเด็ดบุปผาเทพโลหิตมาให้เขาได้เช่นเซี่ยฝูคุนและพรรคพวกจะเป็คนโง่ ดังนั้นเขาจึงต้องเอ่ยเตือนไว้แต่เนิ่นๆ
เซี่ยฝูคุนได้ฟังก็เริ่มจะไม่สบอารมณ์ขึ้นมาทันที อะไรกัน พอได้ของไปแล้วก็คิดจะข่มขู่กันรึ?
แต่เขายังไม่ทันจะได้อ้าปาก เยี่ยชิงหว่านที่อยู่ข้างๆ ก็ชิงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า
“ท่านปู้เฝิงกล่าวเกินไปแล้ว พวกเราทั้งสามเป็ทหารรับจ้าง ย่อมยึดถือในกฎเกณฑ์ของวงการเป็อย่างดี”
เมื่อเยี่ยชิงหว่านพูด นางจงใจดัดเสียงให้ทุ้มต่ำเพื่อปกปิดฐานะ เซี่ยฝูคุนฟังแล้วรู้สึกแปลกประหลาด เพราะเขาเคยได้ยินน้ำเสียงอันไพเราะที่แท้จริงของนางมาก่อนแล้ว
“ฮ่าๆ เช่นนั้นก็ดี เช่นนั้นก็ดี”
หลังจากเร่งรัดให้เ้าหน้าที่สมาคมดำเนินการแลกเปลี่ยนให้เสร็จสิ้น ปู้เฝิงก็บอกลาเซี่ยฝูคุนและพรรคพวก ก่อนจะนำบุปผาเทพโลหิตจากไปในทันที
เมื่อมองตามแผ่นหลังของปู้เฝิงที่หายลับไป เซี่ยฝูคุนก็ขมวดคิ้วถามเยี่ยชิงหว่านว่า
“ตอนนี้เราก็รู้แล้วว่าปู้เฝิงคือผู้้าบุปผาเทพโลหิต เ้ามีแผนการอันใดต่อไปหรือไม่? ชายผู้นี้นับเป็มหาเศรษฐีอันดับต้นๆ ของอาณาจักรหย่าสือหลาน การจะจัดการกับเขานั้นเกรงว่ามิใช่เื่ง่าย”
คำพูดของเซี่ยฝูคุนไม่ผิดนัก หากเขาไม่เช่าสัตว์อัญเชิญที่ทรงพลังออกมา การจะต่อกรกับตระกูลปู้เฝิงย่อมไม่ใช่เื่ที่ทำได้โดยง่าย
“สะกดรอยตามเขาไปก่อนเถิด ข้าไม่คิดว่าเขา้าบุปผาเทพโลหิตไปใช้เอง เกรงว่าบุปผาเทพโลหิตดอกนี้ เขาคงจะเสาะหามาเพื่อมอบให้ผู้อื่นเสียมากกว่า”
เยี่ยชิงหว่านไตร่ตรองครู่หนึ่ง ก่อนจะพูดกับเซี่ยฝูคุน