บทที่5-2 ลูกหลานตระกูลใด
หวังิซินมิอยากให้พ่อค้าชาวต่างชาติต้องลำบากใจเพราะนางเป็คนทำการค้าเช่นเดียวกัน จึงเข้าใจดีว่า ผู้ค้าต้องปวดหัวมากเพียงใดเวลาต้องเจอกับลูกค้าที่เอาแต่ใจเช่นนี้นางจึงยอมเป็ฝ่ายถอยให้
“ขอบคุณมากขอรับคุณหนู” ปีเตอร์ก้มหัวหนึ่งครั้งให้หวังิซินเพื่อเป็การขอบคุณหญิงสาว แล้วเดินนำทางทุกคนไปที่เรือ
ในขณะที่หญิงสาวผู้นั้นเดินนำหน้าไปที่เรือเพื่อดูสินค้าชายหนุ่มหน้าตาสะอาดสะอ้าน หล่อเหลา รูปร่างสูง แต่งตัวดีที่มากับหญิงสาวผู้นั้นได้กล่าวกับหวังิซินว่า
“ข้าต้องขอโทษแทนน้องสาวของข้าด้วยที่ทำกิริยาไม่งามต่อคุณหนู ขอคุณหนูอย่าได้ถือสา”
“ไม่เป็ไรหรอกเ้าค่ะมิใช่เื่ใหญ่อันใด”
“ขอบคุณคุณหนูเช่นนั้นเชิญคุณหนูลงเรือก่อนเถิด ข้าจะลงเรือตามหลังท่าน”
“ขอบคุณเ้าค่ะ”
ชายหนุ่มรู้สึกไม่ดีที่น้องสาวของเขากระทำการไร้มารยาทต่อหญิงสาวผู้นี้ด้วยน้องสาวของเขาเป็ลูกคนเล็ก บิดาและมารดาตามใจนางั้แ่เด็ก นางจึงไม่เคยไว้หน้าผู้อื่นคิดถึงแต่ตนเองเป็ใหญ่ อยากได้สิ่งใดก็ต้องได้ แลเมื่อวานซืนนางได้ข่าวว่า มีเรือสินค้าของชาวต่างชาติเข้ามาจอดเทียบท่าขายของที่ท่าเรือเมืองเฉิงตือ นางจึงขออนุญาตบิดามายังเมืองเฉิงตือด้วยเหตุนี้เขาเป็คนรับหน้าที่พาน้องสาวมายังท่าเรือ โดยเข้าพักที่บ้านของครอบครัวในเมืองเฉิงตือั้แ่เมื่อวาน
หวังิซินกำลังเดินตรวจดูสิ่งของที่นางสั่งซื้อไว้ผ่านไปสักพักนางได้ยินเสียงดังโวยวายของหญิงสาวคนเดิม ที่กำลังต่อว่าพ่อค้าชาวต่างชาติอยู่
“เหตุใด ข้าจะซื้อของพวกนี้ไม่ได้ท่านนำสิ่งของมาขายมิใช่หรือ” หญิงสาวเอ่ยถามด้วยความไม่พอใจ
“ปากกา ดินสอ และสมุดพวกนี้มีคนสั่งซื้อไว้ล่วงหน้าขอรับ” พ่อค้าชาวต่างชาติอธิบายเหตุผลให้กับหญิงสาว
“เชียนเอ๋อร์ พอเถอะอย่าทำให้ท่านพ่อค้าต้องลำบากใจเลย พวกเราไปดูสินค้าอย่างอื่นดีหรือไม่”พี่ชายของหญิงสาวเอ่ยด้วยความหนักใจ
“ไม่ ข้าอยากได้ของพวกนี้ใครที่เป็คนสั่งซื้อ ท่านพ่อค้าบอกข้ามา ข้าจะไปขอซื้อต่อจากคนผู้นั้นเอง”หญิงสาวยังยืนกรานที่จะซื้อของให้ได้
เมื่อหวังิซินได้ยินคำพูดของหญิงสาวจึงกล่าวออกไปว่า
“เป็ข้าเอง ที่สั่งซื้อของพวกนั้น”
“เป็เ้าเองหรือดีแล้วข้าจะได้ไม่ต้องเหนื่อยไปหาที่อยู่ของเ้า ข้าเห็นเ้าสั่งซื้อของหลายอย่างคงเป็คนของตระกูลพ่อค้า ที่ซื้อสินค้าจากชาวต่างชาติแล้วนำไปขายต่อสินะข้า้าซื้อของพวกนี้ เ้าจะต้องยอมขายให้ข้า อยากได้เงินเท่าใดบอกข้ามา”
“เหตุใดข้าต้องขายให้เ้าด้วย”ิซินย้อนถามหญิงสาวที่ยืนอยู่ตรงหน้า
“เ้ารู้หรือไม่ว่า ข้าเป็ใคร”
“ข้าจะไปรู้ได้อย่างไรว่า เ้าเป็ใครเ้าไม่ได้มีหน้าตาที่งดงามหรือมีความสามารถมากล้นจนทำให้เ้ามีชื่อเสียงโด่งดังเป็ที่รู้จักของทุกคนได้”
“จ...เ้า!”หญิงสาวใช้มือชี้หน้าหวังิซินด้วยความโกรธ แล้วกล่าวต่อว่า
“หึ!ข้าชื่อโจวจื่อเชียนเป็ลูกของท่านรองเ้าเมืองหลูโจวเมืองที่อยู่ติดกับเมืองเฉิงตือ”
“ส่วนผู้ชายคนที่มากับข้าเขาคือพี่ชายของข้าชื่อโจวจวิ้นอี้และเขาเพิ่งสอบได้อันดับเก้าของการสอบระดับประเทศในปีนี้อันที่จริงถ้าเขาอยากรับตำแหน่งเป็ขุนนางใหญ่ที่เมืองหลวงในตอนนี้ก็ย่อมได้แต่พี่ชายข้าอยากจะเข้าสอบอีกครั้งในการสอบครั้งหน้าเพราะ้าได้อันดับที่ติดหนึ่งในสามของทั้งประเทศ”
“เ้าก็รู้แล้วว่า ข้าคือใครจะยอมขายของพวกนั้นให้ข้าได้หรือยัง”
หวังิซินมองท่าทางโอหังของหญิงสาวที่เชิดหน้าขึ้นสายตาเปล่งประกายที่บ่งบอกถึงความภาคภูมิใจ จึงได้กล่าวไปว่า
“สอบได้อันดับเก้าของประเทศแล้วอย่างไรท่านนายอำเภอคนใหม่ของเราสอบได้อันดับที่สาม ดีกว่า เก่งกว่า เหนือกว่ายังไม่เคยใช้อำนาจของตนเองมาบีบบังคับผู้อื่นเช่นนี้”
“แต่ที่พี่ชายของเ้าเหนือกว่าเขา ก็ตรงที่บิดาของท่านนายอำเภอเป็แค่ชาวสวนชาวไร่ส่วนบิดาของพวกเ้าเป็ท่านรองเ้าเมืองถึงได้กล้ามาอวดอ้างบารมีต่อหน้าผู้อื่นอย่างไรเล่า”
“ข้าขอบอกกับเ้าตรงนี้ว่า ข้าไม่สนใจหรอกว่าพี่ชายและพ่อของเ้าจะเป็ใคร ข้าจะไม่ขายของให้กับเ้าอย่างแน่นอน”
“อ่อ ข้าลืมบอกไปว่า ท่านนายอำเภอไม่ได้มีพ่อเป็ท่านรองเ้าเมืองเหมือนพวกเ้าแต่เขาเพียงแค่มีท่านปู่เป็ท่านอัครมหาเสนาบดีเท่านั้นเอง”ิซินแสยะยิ้มอย่างสะใจให้กับหญิงสาว แล้วหันไปกล่าวกับพ่อค้าชาวต่างชาติว่า
“ข้าจะให้คนงานที่ร้านมาขนของ และข้าต้องได้ของครบทุกชิ้นตามที่ข้าสั่งไป”
“ได้ขอรับคุณหนู”
“แต้งกิ้ว มิสเตอร์ปีเตอร์”(ขอบคุณคุณปีเตอร์)
“แต้งกิ้วยูทู มิสหวัง ซียูอะเกน”(ขอบคุณเช่นกัน คุณหวัง แล้วพบกันใหม่)
“ซียูอะเกน บายบ๊าย” (แล้วพบกันใหม่ลาก่อน)
เมื่อกล่าวจบหวังิซินได้ลงจากเรือ แล้วเดินไปขึ้นรถม้าเพื่อกลับจวนท่านนายอำเภออู่โหว
ทางด้านชายหนุ่มที่สอบได้อันดับเก้าของประเทศรู้สึกประทับใจในตัวหญิงสาวที่สามารถเอาชนะน้องสาวของตนเองได้หญิงสาวมีหน้าตาสะสวย กิริยามารยาทดี ดูมีสง่าราศี ฉลาด พูดจาคล่องแคล่วและยังพูดภาษาของชาวต่างชาติได้ ชายหนุ่มจึงได้สอบถามพ่อค้าชาวต่างชาติว่า
“ข้ารบกวนสอบถามท่านว่าแม่นางผู้นั้นเป็ลูกหลานของตระกูลใดหรือ”
“แม่นางท่านนั้นคือคุณหนูหวังิซินขอรับเป็น้องสาวของท่านนายอำเภออู่โหว มีพี่เขยเป็ท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือและเป็หลานปู่ของท่านอัครมหาเสนาบดีขอรับ”
ชายหนุ่มนิ่งอึ้งไปสักพักกว่าจะหาเสียงของตนเองเจอ แล้วกล่าวออกไปว่า
“ขอบคุณท่านมากที่ตอบคำถามของข้า”
“ยินดีขอรับ”
‘น้องสาวของเขา เจอคนที่เหนือกว่าแล้ว’
ตระกูลของเขานับได้ว่า เป็ตระกูลใหญ่ของเมืองหลูโจวในมณฑลเสฉวนก็ยังถือว่ามีหน้ามีตาอยู่มากโข คนในตระกูลของเขาต่างรับราชการเป็ขุนนางมีตำแหน่งอยู่ตามหัวเมืองต่างๆในมณฑลเสฉวน ทำให้น้องสาวของเขาหยิ่งผยองคิดว่าตัวเองเป็หญิงสาวสูงศักดิ์มีหญิงสาวไม่กี่คนในมณฑลนี้ที่เทียบเคียงนางได้หนึ่งในนั้นคือคุณหนูหลี่กุ้ยชิงที่มีพี่ชายเป็จอหงวน มีบิดาเป็ผู้ตรวจการมณฑลเสฉวนและมีญาติเป็เสนาบดีอยู่ที่เมืองหลวง
แต่ในวันนี้น้องสาวของเขาได้เจอกับหญิงสาวผู้สูงศักดิ์อย่างแท้จริง แค่ตำแหน่งท่านปู่เล็กของคุณหนูหวังิซินที่ดำรงตำแหน่งเสนาบดีกรมโยธาก็สามารถเหยียบย่ำความภาคภูมิใจของน้องสาวเขาได้แล้ว มิต้องพูดถึงตำแหน่งอัครมหาเสนาบดีซึ่งเป็ตำแหน่งที่ใหญ่ที่สุดของขุนนาง
(ลำดับส่วนการปกครอง จากเล็กไปหาใหญ่คือหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ เมือง มณฑล)