อคิณวางแก้วนมลงบนโต๊ะข้างเตียง ก่อนจะคว้ามือเรียวของมุกดาขึ้นมาจับ หลุบสายตามองมือเนียนนุ่มก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตาเธอ
ความอบอุ่นที่ส่งผ่านมาจากผู้เป็แม่ทำให้เขาอยากจะกอดเธอเอาไว้ให้แน่นๆ อยากจะบอกว่าเขาไม่ได้อยากหนีไปไหนเลย แต่สิ่งที่ทำได้ดีที่สุดก็คงมีเพียงวิธีนี้เท่านั้น
“ถ้าแม่เหงา... โทรหาผมได้ตลอดเลยนะครับ” อคิณสบตากับคุณแม่คนสวย
“่ที่ผมไม่อยู่ แม่ต้องสัญญานะครับว่าจะดูแลตัวเองให้ดี อย่าหักโหมจนลืมพักผ่อน” มุกดายิ้มให้กับท่าทางของอคิณ นึกเอ็นดูในความห่วงใยของลูกชาย
“จ้ะลูก… แม่จะดูแลตัวเองให้ดีที่สุดเลย”
“…แล้วระหว่างที่ผมไม่อยู่… ก็อย่ายอมให้ผู้ชายที่ไหนเข้ามาวุ่นวายกับแม่ หรือเข้ามาในบ้านของเรานะครับ”
อคิณพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังก่อนจะเบาลงอย่างหงอยๆ แม้เขาจะเป็คนเลือกเดินออกไปเพื่อใช้ระยะเวลาและระยะทางเยียวยาจิตใจ แต่เขาก็ไม่้าให้ใครมาแบ่งปันหัวใจของแม่ไป เพราะนั่นเป็สิ่งที่เขาคงทำใจรับไม่ได้
มุกดาหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ กับความขี้หวงของลูกชาย ก่อนจะยกมือขึ้นลูบผมเขาอีกครั้ง
“อคิณ… แม่ก็ทำงานหัวหมุนอยู่ทุกวัน จะมีเวลาไปหาใครที่ไหนล่ะ ฮึ”
“ผมพูดจริงนะครับแม่…” แววตาสั่นระริกคู่นั้นแฝงไปด้วยความอ้อนวอนของเด็กหนุ่มที่กลัวถูกทิ้ง และความหวงแหนของผู้ชายคนหนึ่งที่ไม่อยากเสียเธอให้ใคร
“ก็แม่ทั้งสวย ทั้งเพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง… ผมกลัวว่า่ที่ไม่อยู่จะมีผู้ชายเข้ามาจีบแม่นี่ครับ”
“โถ ลูกแม่... คิดมากไปใหญ่แล้ว”
“สัญญากับผมได้ไหมครับ… ว่าแม่จะไม่ยกตำแหน่งของผมที่เป็ ‘คนที่สำคัญที่สุดในชีวิต’ ให้ใคร… รอผมกลับมานะครับ”
แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนเด็กหนุ่มที่หวงแม่ทั่วไป ทว่าแววตากลับซ่อนความรู้สึกข้างในไว้อย่างมิดชิด มุกดามองหน้าลูกชายด้วยความรู้สึกอบอุ่นและเอ็นดู เธอไม่เคยรู้เลยว่าลูกชายจะห่วงหาเธอมากขนาดนี้
“จ้ะลูก แม่สัญญา” เธอเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“แม่จะมีอคิณแค่คนเดียว… แม่จะรอวันที่ลูกชายของแม่กลับมาอยู่ด้วยกัน ตกลงไหม”
อคิณยิ้มออกมาด้วยความโล่งอก เขาค่อยๆ ดึงร่างสวยของผู้เป็แม่เข้ามากอด ซบหน้าลงกับลาดไหล่เนียนนุ่ม สูดดมกลิ่นหอมที่โหยหาไว้เต็มปอด
“ผมจะตั้งใจเรียนแล้วรีบกลับมา… รอผมนะครับ คุณมุกดาของผม”
เขากระชับกอดแน่น สัญญากับตัวเองว่าการเดินทางไกลครั้งนี้จะช่วยยุติความรู้สึกที่ผิดบาปนี้ลงเสียที และนี่คงเป็ครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เอ่ยปากพูดกับเธอเช่นนี้
“ลูกคนนี้นี่… เรียกแม่แบบนี้อีกแล้วนะ” มุกดาหัวเราะเบาๆ แม้จะชินกับการที่เขาแกล้งหยอกด้วยสรรพนามนี้หลายครั้ง แต่หัวใจเ้ากรรมกลับเต้นแรงราวกับจะหลุดออกมาจากอกทุกที
ทว่าครั้งนี้... เธอจะไม่ยอมโดนเขาแกล้งอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไปแล้ว เมื่อคิดได้ดังนั้น เธอก็เอ่ยตอบด้วยน้ำเสียงหวานระรื่น
“ค่ะ... มุกจะรอคุณกลับมาค่ะ คุณอคิณของมุก”
อคิณนั่งตัวแข็งทื่อ ไม่คาดคิดว่าจะได้ยินคำพูดหวานหยดนี้จากปากผู้เป็แม่ หัวใจเต้นระรัวจนเหงื่อซึมตามไรผม ใบหน้าร้อนผ่าวขึ้นสีแดงจัด มารู้ตัวอีกทีก็ตอนที่มุกดายื่นแก้วนมมาให้อีกครั้งตรงหน้า
“เอาล่ะ ดื่มนมแล้วก็รีบนอนนะลูก พรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เดี๋ยวแม่ไปส่งที่สนามบินเอง” เธอยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“คะ... ครับ” อคิณรับแก้วนมมาถือไว้ ยอมปล่อยมือเธอออกอย่างนึกเสียดาย สายตายังคงมองตามร่างระหงที่ค่อยๆ หมุนตัวเดินออกไป
บานประตูห้องนอนถูกปิดลงอย่างช้าๆ จนเกือบสนิท แต่จู่ๆ เสียงเรียกหนึ่งก็ทำให้มือบางต้องชะงักค้าง
“แม่ครับ!...” มุกดาเปิดประตูผางออกกว้างอีกครั้ง
“มีอะไรหรอลูก”
“ผมรักแม่นะครับ…”
รอยยิ้มละมุนระบายบนใบหน้าสวย
“แม่ก็รักลูกจ้ะ”
อคิณมองภาพหญิงสาวที่ตนรักหมดหัวใจเดินลับหายไปจากห้อง ความเ็ปหน่วงแน่นอยู่ในอก แต่เขาก็เลือกที่จะยิ้มรับและเก็บซ่อนความรู้สึกต้องห้ามนี้ไว้ให้ลึกที่สุด
การเดินทางไปต่างประเทศครั้งนี้ไม่ใช่แค่การไปเรียนบริหาร แต่คือ ‘การหนี’ หนีจากสายตา หนีจากกลิ่นกายอันคุ้นเคย และหนีจากความรู้สึกที่ผิดศีลธรรม เขาตั้งใจแน่วแน่ว่าจะใช้เวลาหลายปีในต่างแดนลบล้างความรู้สึกเหล่านี้ออกไป และกลับมาเป็ลูกชายที่ดีของเธอให้ได้
‘ไปเรียนให้จบ... แล้วลืมความรู้สึกบ้าๆ นี่ซะ’
‘กลับมาครั้งหน้า นายต้องเป็ลูกชายที่แม่ภูมิใจ... เป็แค่ลูกชายเท่านั้น’
อคิณตั้งมั่นในใจ แต่เขาหารู้ไม่ว่า...
ต่อให้พยายามพัดพาตัวเองไปให้ไกลแสนไกลแค่ไหน แต่สายใยความผูกพันและความโหยหาที่ถูกสะกดไว้ตลอดหลายปี กลับยิ่งปะทุและบีบอัดรุนแรงยิ่งกว่าเดิมในวันที่เขากลับมา…