บนเตียงไม้ไม่เก่าไม่ใหม่ขนาดประมาณ 5 ฟุต มีหญิงสาวนอนหลับอย่างสงบ ด้วยลมหายใจสม่ำเสมอ เวลาผ่านไปไม่เกิน 2 เค่อ มีเสียงบรรเลงกู่เจิงดังมาแต่ไกล ตามสายลมท่วงทำนองไพเราะชวนให้อยากนอนต่อเป็ไหนๆ ในเวลา่ยามเหม่า ทำให้หญิงสาวที่นอนอยู่บนเตียงไม้หลับอยู่ รู้สึกตัวและค่อยๆ ลืมตาขึ้น และลุกขึ้นจากเตียงจัดการทำธุระส่วนตัวของตัวเอง เสียงบรรเลงกู่เจิงที่ได้ยิน เป็เสียงที่ใช้กันในสำนักเพื่อบอกว่าอีกประมาณครึ่งชั่วยาม ทุกคนต้องมารวมตัวกันเพื่อทานอาหารเช้า ในกระจกทองเเดงสะท้อนรูปร่างหญิงสาวใบหน้ารูปไข่เรียวสวย เรือนผมดำงามยาวถึงกลางหลัง ครึ่งบนถูกรวบขึ้นเป็ทรงสวย มีเครื่องประดับรูปดอกไม้เล็กๆ ตกแต่งไม่มากจนเกินงาม และมีปิ่นปักผมรูปผีเสื้อเล็กๆ สีครามปักที่เรือนผม คิ้วหนาดำเรียงตัวจัดทรงสวยโดยไม่ต้องขีดเขียนคิ้วเพื่อความสวยงาม ดวงตาสีฟ้าครามอมเขียว ขนตางอนยาวเพิ่มให้ดวงตาดูน่ารักน่าเอ็นดู และน่าทะนุถนอม จมูกโด่งรั้นเล็กน้อยเข้ากับใบหน้า ปากบางกระจับได้รูปสีเเดงรื่นดูมีน้ำมีนวล ผิวขาวอมชมพูดูสุขภาพดี สวมชุดสีฟ้าครามสลับสีฟ้าอ่อนที่เป็สีของสำนัก ยิ่งทำให้ดูสง่างามและหวานไปพร้อมกัน
เฮ้อออ หญิงสาวในกระจกถอนหายใจอย่างหนักหน่วง นี่ก็ผ่านไป 7 วันแล้ว ที่เธอเข้ามาอยู่ในร่างของซูเชี่ยว แค่ชื่อก็สามารถบอกถึงภาพลักษณ์ของหญิงสาวได้ดี ซูเชี่ยว ที่แปลว่า สรวง์อันงดงาม แต่เธอกลับไม่รู้เื่อะไรเกี่ยวกับร่างนี้ โลกใบนี้ที่เธอมาอยู่เลยสักนิด ความทรงจำต่างๆ ในร่างนี้ก็ไม่มีเหลืออยู่เลย และที่เธอเข้ามาอยู่ได้อย่างไรเป็สิ่งที่เธอพยายามหาคำตอบมาโดยตลอด 7 วันที่ผ่านมา หญิงสาวลุกจากเก้าอี้ไม้ที่อยู่หน้ากระจกที่เธอนั่งเมื่อกี้ และเตรียมตัวเพื่อเดินไปทานอาหารเช้า ที่นี่คือดินแดนที่คนที่นี่เรียกว่าดินแดน 5 มหาธาตุ ซึ่งประกอบไปด้วย 5 สำนักได้แก่ 1.สำนักวารีหยก พลังภายในคือน้ำ 2.สำนักเพลิงอัคคี พลังภายในคือไฟ 3.สำนักวายุทลาย์ พลังภายในคือลม 4.สำนักพฤกษชาติ พลังภายในคือไม้ 5.สำนักกาลพิภพพลังภายในคือดิน และทั้ง5 สำนักถูกปกครองโดยกษัตริย์แผ่นดิน และสำนักที่เธอกำลังอยู่เรียกว่าสำนักวารีหยก ในดินแดนแห่งนี้ผู้คนที่นี่มีพลังภายในเป็ของตัวเองซึ่งจะถูกปลุกขึ้นเมื่อมีอายุ 7 ขวบขึ้นไป พลังภายในเกิดจากการส่งต่อจากพ่อและแม่ที่มีพลังอยู่ก่อน หากพลังของพ่อและแม่คนใดคนหนึ่งที่แข็งแกร่งกว่าก็มีโอกาสกว่า 80%ที่จะส่งต่อพลังนั้นมาที่ลูก หลังจากถูกปลุกขึ้นแล้วทางครอบครัวก็มักจะส่งลูกหลานไปที่สำนักต่างๆ เพื่อร่ำเรียนในทางที่ตัวเองถนัด แต่ก็มีแค่40% ในแผ่นดินนี้ที่เกิดขึ้นเพียงเท่านั้น ที่ทุกคนสามารถมีพลังภายในได้ ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีพลังได้ ในการปลุกพลังภายในตอนอายุ7 ขวบ คนที่สามารถฝึกต่อไปได้ต้องมีพลังระดับปานกลางขึ้นไปเท่านั้นถึงเรียกว่ามีพลังภายใน ที่เหมาะสำหรับฝึกฝนขั้นต่อไป พลังแบ่งออกเป็ ไม่มีพลัง พลังระดับต่ำ พลังระดับปานกลาง พลังระดับสูง และพลังระดับสูงสุด
ซูเชี่ยว เดินมาทานอาหารเช้าที่ห้องอาหารรวมของสำนัก โดยคนที่อาศัยอยู่ที่นี่ราวๆ 170คน ที่นี่มีศิษย์ร่วมสำนักประมาณ 80 คน คนอื่นๆ นอกจากเ้าสำนักและอาจารย์ที่ช่วยสอนแล้วก็มี บ่าวรับใช้ที่คอยดูแลเื่ต่างๆ แบ่งออกตามหน้าที่ของตัวเอง ห้องอาหารเป็ห้องโถงกว้างใหญ่ดูหรูหรางดงาม ด้านหน้าสุดและบนสุดเป็เ้าสำนักที่นั่งอยู่ไล่ลงมาตามลำดับอำนาจต่างๆ ในที่นี่จัดเรียงเป็ชั้นปี แบ่งเป็ 5 ปี ก็สามารถจบการศึกษาได้ ชูเชี่ยวอยู่ปีที่ 4 แล้วถึงทำให้เธอได้นั่งใกล้ด้านหน้า ทันทีที่เธอเดินเข้ามาก็ได้ยินเสียงดังออกมา
“ยังกล้ามาอีกเหรอ เป็ข้าเื่น่าอายขนาดนั้น ป่านนี้ข้าไม่มีหน้าอยู่ต่อแล้วล่ะ หนีกลับบ้านไปแล้ว”
ได้ยินเสียงเเหลมเล็กแต่ไม่ดังมาจากกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง
“นั้นน่ะสิ นั้นสิ ใช่ ใช่ “เสียงสนับสนุนดังออกมาจากแล้วคนแล้วคนเล่าช่วยเสริมว่าสิ่งที่ผู้หญิงคนนั้นพูดเป็สิ่งที่ถูกต้อง
เสียงฝีเท้าดังออกมาจากด้านหน้าของห้องโถง ทำให้เสียงทุกเสียงพลันเงียบลง และทุกคนถอยกลับประจำที่ของตัวเอง ที่นี่ทุกคนจะทานอาหารพร้อมกันทุกเช้า แต่่เที่ยงและเย็นทุกคนสามารถเลือกทานได้เอง
“คารวะเ้าสำนัก” เสียงของทุกคนกล่าวขึ้นมาพร้อมกัน พร้อมทำท่าโดยเอามือประสานกันยกขึ้นด้านหน้าพร้อมโค้งคำนับ
“ทุกคนเริ่มทานได้” เสียงทุ้มเรียบดังออกมาอย่างหนักแน่น
“ขอบคุณเ้าสำนัก” ทุกคนกล่าวขอบคุณและนั่งทานอาหาร โดนไม่มีใครพูดคุย
ซูเชี่ยวนั่งทานอย่างไม่สนใจบรรยากาศโดยรอบ เื่น่าอายที่ทุกคนพูดเมื่อสักครู่ เป็เื่ที่เ้าของร่างเดิมก่อไว้เมื่อ7วันก่อน ก่อนที่เธอจะมาอยู่ร่างนี้ เธอชอบลี่หยาง เ้าสำนักวารีหยกแห่งนี้ เธอตามรังควานผู้หญิงและศิษย์ผู้หญิงทุกคนที่พยามเข้าใกล้หรืออยู่ข้างกายลี่หยาง ด้วยความที่เธอเป็ลูกสาวของท่านแม่ทัพ ซึ่งทำให้ทุกคนต้องเกรงใจเธอ แถมเธอยังมีพี่ชายที่เป็เพื่อนสนิทกับลี่หยางเ้าสำนัก ทั้งที่เธอมีพลังภายในอยู่ในระดับที่ต่ำ แต่กลับสามารถเข้ามาเรียนในที่แห่งนี้ได้ ก็เพราะงานเลี้ยงราชสำนักที่เธอได้พบกับลี่หยาง ก็ทำให้หญิงสาวปักใจรัก ถึงขนาดขอบิดามาเรียนที่นี่ให้ได้ และด้วยความที่พ่อเธอมีอำนาจจึงทำให้เข้ามาเรียนได้และทำให้เธอได้ใจใหญ่ ครั้งล่าสุดพอเธอรู้ว่า แม่นางฮุ่ยซิ่วลูกสาวของเ้าสำนักพฤกษชาติ เข้ามาพบลี่หยางด้วยเื่ยาสมุนไพรที่ให้นำมามอบให้ เพราะสำนักพฤกษชาติเชี่ยวชาญด้านการรักษาและยาสมุนไพรต่างๆ แต่ซูเชี่ยวกลับคิดว่านางพยายามมาอ่อยลี่หยางชายในดวงใจของนาง จึงวางแผนเพื่อทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วผลัดตกน้ำ โดยการแสร้งทำเป็ว่าเดินหกล้มเข้าไปชน ทำให้แม่นางฮุ่ยซิ่วตกน้ำ ก่อนที่จะได้เข้าไปพบเ้าสำนักวารีหยกซึ่งบริเวณที่นางเลือกและได้วางแผนคือสะพานข้ามสระบัวลึกเป็ทางที่จะเดินข้ามไปจวนเ้าสำนัก และเธอได้ใช้น้ำมันที่เธอหาได้ใกล้ตัวแอบเทไว้อยู่แล้ว แต่ใครจะคิดว่าอุบัติเหตุที่เธอตั้งใจเตรียมไว้อย่างรอบคอบ ในจังหวะที่แม่นางฮุ่ยซิ่วจะตกและหงายหลังมือไปเกี่ยวกับสร้อยคอที่เธอใส่ ทำให้เธอพลัดตกไปด้วยอีกคน แม่นางฮุ่ยซิ่วว่ายน้ำเป็จึงทำให้รอดมาได้และไม่เป็อะไรมาก แม่ซูเชี่ยวในร่างเก่ากลับว่ายน้ำไม่เป็ ทั้งที่เป็ศิษย์ของสำนักวารีหยก ที่มีพลังภายในคือน้ำ แต่เหตุผลนี้ทุกคนรวมถึงนางรู้ดีเพราะนางมีพลังภายในระดับต่ำมาก จนไม่สามารถที่จะฝึกฝนในการใช้พลังได้เลย ทำให้ซูเชี่ยวในร่างเก่าสลบไปถึง 3 วันเต็มๆ และด้วยเหตุการณ์นี้ทำให้เธอเข้ามาอยู่ในร่างนี้
เวลาผ่านไปประมาณ 4 เค่อทุกคนก็ทานอาหารจนเสร็จ และเริ่มที่จะทยอยลุกออกไป
“ทุกคนที่ทานอาหารเสร็จแล้วให้แยกย้ายไปฝึกและเรียนตามปกติ ส่วนซูเชี่ยวไปพบข้าที่ห้องผดุงคุณธรรม” เสียงเข้มกล่าวออกมา และมองมาทางซูเชี่ยว เป็เสียงของรองเ้าสำนักเฟยซิ่น หนุ่มวัยกลางคนอายุ 36 ปี หน้าตาดูสุขุมนิสัยเ้าระเบียบและใจดี มีเมตตาที่ทำหน้าที่เป็ทั้งมือขวาลี่หยางและรองเ้าสำนัก
“เ้าค่ะท่านรองเ้าสำนัก” ซูเชี่ยวตอบออกไปเสียงเรียบและย่อกายเล็กน้อย จากนั้นเดินไปรอที่ห้องผดุงคุณธรรม
——————————
เวลาในภาษาจีน
1 เค่อ คือ15 นาที
1 ชั่วยาม เท่ากับ 2 ชั่วโมง
1 ชั่วยามมี 8 เค่อ
1วันมี 100 เค่อ
ยามจื่อ คือ 23.00 - 24.59 น.
ยามโฉ่ว คือ 01.00 - 02.59 น.
ยามอิ๋น คือ 03.00 - 04.59 น.
ยามเหม่า คือ 05.00 - 06.59 น.
ยามเฉิน คือ 07.00 - 08.59 น.
ยามซื่อ คือ 09.00 - 10.59 น.
——————————
ไรท์จะพยายามลงทุกวันน๊าาาทุกคน คอมเม้นเป็กำลังใจให้ไรท์ด้วยน๊าาา????