ตอนที่ 16 ชุดหยกสวรรค์
หลังจากเนี่ยฟงจากไป หญิงสาวในชุดกี่เพ้าก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก ก่อนจะเดินเข้ามาหาเสมียนชาย และกระซิบที่ข้างหูอย่างแผ่วเบา “ตาแก่นั้นคือใครกัน ทำไมผู้จัดการถึงเอาใจมันเยี่ยงนี้” เสมียนชายปิดสมุดลง จ้องมองไปยังหญิงสาว โดยที่สายตาทั้งคู่ของมัน มิได้จ้องมองใบหน้าแต่อย่างใด แต่กลับมองเนินหน้าอกที่อยู่ตรงหน้า “เอาเถอะข้าจะบอกเจ้าก็ได้ ถึงยังไงผู้จัดการก็มิได้สั่งห้ามไว้ ชายผู้นั้นคือหมอเทวดา ดรรชนีเอกเบิกตะวัน ถังต้าเหลียน ในบันทึกกล่าวไว้ว่า ด้วยดรรชนีของเขา สามารถเปิดจุดชีพจรบนเรือนร่างได้ดุจพลิกฝ่ามือ และยังกล่าวอีกว่าไม่มีโรคภัยไข้เจ็บใด ที่เขาไม่สามารถรักษาได้ แม้แต่คนเกือบตายเขาก็สามารถทำให้หายได้เป็นปลิดทิ้ง แต่ในบันทึกก็บอกว่าเขาได้สูญหายไปร้อยกว่าปีแล้ว ข้าคิดไม่ถึงจริงๆ ว่าเขาจะมาปรากฏตัวในเมืองเล็กๆ แห่งนี้” เมื่อพูดถึงจุดนี้ร่างกายของหญิงสาวก็สั่นเทาอย่างรุนแรง ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเอ่ยถามออกไป “เจ้าพูดปดหรือเปล่า คนอะไรมีชีวิตยืนยาวมาหลายร้อยปี และตอนที่ข้าอยู่ใกล้กับมัน ถึงสัมผัสได้แค่พลังลมปราณขั้นก่อกำเนิดขั้นต้นเท่านั้น” “เจ้ายังอ่อนหัดนัก” เสมียนยกยิ้มที่มุมปาก ก่อนจะเดินสองมือไพล่หลังดูคล้ายกับบัณฑิตที่รู้แจ้ง “ในบันทึกได้กล่าวไว้ว่า ถังต้าเหลียนนั้น บรรลุลมปราณไปถึงชั้นราชันย์ขั้นปลาย การที่ตัวเขาจะมีชีวิตที่ยืนยาวหลายร้อยปี จึงไม่ใช่เรื่องแปลก และถ้าโจรผู้ใดจะไปดักปล้นชิงเขา ก็เหมือนเอาไข่ไปกระทบกับภูผา และด้วยพลังลมปราณขนาดนั้น จะซุกซ่อนพลังที่แท้จริงไว้ก็คงไม่ยากเย็น” “เจ้าว่าอะไรนะ!! ราชันย์ขั้นปลาย มีคนในระดับนี้อยู่บนโลกได้อย่างไรกัน หากข่าวนี้เพ่งพายออกไป...” “หุบปากได้แล้ว! พวกเจ้าไม่มีงานการทำกันหรือไง” หูเกอปรากฎตัวขึ้น พร้อมกับจ้องมองไปยังคนงานทั้งสอง ร่างกายของพวกมันก็สั่นเทาด้วยความหวาดกลัว “การที่ท่านผู้เฒ่าปกปิดตัวตน นั่นหมายความว่าท่านต้องการความสงบ หากข่าวนี้เพ่งพายออกไป ข้าจะถือว่าหลุดออกมาจากปากพวกเจ้า หากเป็นเช่นนั้นพวกเจ้าเตรียมหางานใหม่ไว้ได้เลย” คนงานทั้งสองต่างแยกย้ายไปทำงานในส่วนของตน รอยยิ้มปรากฏขึ้นที่มุมปากของหูเกอทันที มันรู้สึกยินดีเป็นอย่างมากที่ได้ช่วยคนระดับนั้น และมันยังสร้างหนี้น้ำใจก้อนใหญ่ให้กับเขาอีกด้วยหลังจากออกมาจากสมาคมจันทรา เนี่ยฟงไม่ได้ไปไหนไกลเลยแม้แต่น้อย เพียงแค่ใช้ทักษะเท้าวายุกลับมาที่ซอกหลืบเดิมที่แปลงโฉม ก่อนจะลบคราบการปลอมแปลงออก และเดินกลับไปยังโรงแรมที่จากมา ตลอดทั้งสั้นทางยังคงมีผู้คนคับคลั่ง เขาใช้เวลาถึงสองก้านธูป จึงสามารถกลับมาที่โรงแรมได้ ทันใดนั้นเถ้าแก่เนี้ยก็ทักเขาขึ้นมาทันที“ว่ายังไงพ่อหนุ่ม? ตกลงเจ้าจะร่วมห้องกับข้าหรือไม่ คิกคิก!” “เถ้าแก่เนี้ย...ขอโทษด้วยที่ข้าต้องทำให้ท่านผิดหวัง นี่คือเงินค่าห้อง สิบเหรียญเงินไม่ขาดไม่เกิน ขอขอบคุณสำหรับความหวังดีของท่าน” “น่าเสียดายยิ่งนัก นี่คือกุญแจห้อง ห้องของเจ้าอยู่ห้องที่สองริมบันได อยู่ติดกับห้องของข้านั่นแหละ ดึกๆ ก็ใส่กลอนดีๆล่ะ คิกคิก!” รอยยิ้มแสนจะยั่วยวนปรากฏบนใบหน้าของเถ้าแก่เนี้ย เนี่ยฟงยิ้มเจื่อนๆ รับพร้อมกัยเดินขึ้นไปยังห้องพัก เขาต้องการพักผ่อนให้เต็มที่ เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเดินทาง ซึ่งในจังหวะที่ก้าวเดินขึ้นบันได เนี่ยฟงเอะใจบางอย่าง จึงได้ถามเถ้าแก่เนี้ยออกไป “เถ้าแก่เนี้ย ในเมืองเขามีงานอะไรกัน ถึงได้มีผู้คนมากมายเช่นนี้ หรือว่าเป็นเรื่องปรกติของเมือง” “อ้อ!! ไม่ปรกติหรอก พอดีวันพรุ่งนี้หลานของเทพกระบี่จะประลองเลือกคู่ คนถึงได้แห่มากันอย่างคับคลั่ง หากเจ้าสนใจสามารถไปเข้าร่วมได้ที่กลางเมือง เวทีประลองถูกจัดที่นั่น” เถ้าแก่เนี้ยพูดโดยไม่หันไปมอง นางกำลังดีดลูกคิดเพื่อเก็บเงินลูกค้า “ไม่ ข้าเพียงถามดูเท่านั้น ขอบคุณท่านมาก” เมื่อเนี่ยฟงเข้ามาภายในห้อง เขาก็ลงกลอนอย่างนานหนา เมื่อเห็นเตียงที่ถูกจัดอยู่ตรงหน้า เขาก็กระโดดขึ้นไปนอนแผ่หลาทันที สัมผัสที่นุ่มนวลทำให้เขาเผื่อยิ้ม ตลอดหลายวันที่ผ่านมา เขาต้องทนลำบากนอนกลางดินกินกลางทรายมาหลายมื้อ ในห้วงคำนึงของเขาปรากฏภาพของหลิงเอ๋อรางๆ ก่อนที่ดวงตาทั้งสองข้างจะพลันปิดลง “ข้าคิดถึงเจ้า....หลิง...เอ๋อ...” กาลเวลาได้เดินผ่านไปอย่างรวดเร็ว เสียงนกร้องไก่ขันต่างโห่ร้องยามเช้า แสงตะวันที่อบอุ่นและเจิดจ้า สาดส่องเข้ามาภายในห้อง ปลุกให้เนี่ยฟงตื่นจากหลับใหล เขาลุกขึ้นบิดขี้เกียจสองสามครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นมานั่งที่ขอบเตียง ทันใดนั้นที่เบื้องหน้าของเขา ก็ปรากฏอ่างน้ำที่บรรจุน้ำอุ่นไว้เต็มถัง เมื่อเนี่ยฟงเห็นดังนั้นก็รีบสำรวจเสื้อผ้าที่สวมใส่ทันที โชคยังดีที่เสื้อผ้าไม่ถูกปลดออก เขาถอนหายใจด้วยความโล่งอก ก่อนจะจัดแจงล้างหน้าล้างตา แล้วก้าวเดินออกจากห้องเมื่อลงมาถึงด้านล่างก็พบกับเถ้าแก่เนี้ย ที่นั่งอยู่ที่เดิมพร้อมกับดีดลูกคิดอย่างรวดเร็ว “ท่านเข้าไปในห้องข้างได้อย่างไร?” รอยยิ้มปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเถ้าแก่เนี้ย “เจ้าไม่ได้ปิดหน้าต่าง แต่ไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่ได้ทำมิดีมิร้ายกับเจ้า ข้าไม่ชอบสู้รบกับขอนไม้สักเท่าไร อีกอย่างอ่างล้างหน้ายามเช้า ก็เป็นบริการจากโรงเตี๊ยมของข้า ที่ต้องเตรียมให้กับลูกค้าทุกเช้า เจ้าต้องการอาหารเช้าหรือไม่” เนี่ยฟงขบคิดในใจ ครั้งต่อไปเขาต้องไม่ประมาทเฉกเช่นนี้ หากนางเป็นมือสังหาร นั่นหมายความว่าเขาได้ตายไปแล้ว เนี่ยฟงพยักหน้าเบาๆ ก่อนจะไปนั่งที่โต๊ะเพื่อรออาหารเช้า ซึ่งในขณะนั้นเอง ที่โต๊ะด้านหน้าของเขานั้น มีชายหลายคนพูดคุยกันถึงเรื่องงานประลองเลือกคู่ “ปัง! วันนี้ล่ะข้าต้องเป็นเขยของตระกูลซุนให้ได้” ชายหนุ่มรูปงามตบโต๊ะเสียงดังสนั่น พร้อมกับผู้ติดตามที่ปรบมือเสียงดังลั่น “เหอะ!! รูปร่างอย่างเจ้า โดนนางออกไม่กี่กระบวนท่า คงได้ไปนอนกองอยู่ที่พื้น หรือแล้วหรือไงนางเป็นถึงหลานของเทพกระบี่เชียวนะ” โต๊ะอีกฝั่งพูดออกมาเสียงดังสนั่น รูปร่างของมันผู้นั้น ไม่ต่างอะไรจากนักเพาะกายมืออาชีพ สีผิวที่เข็มจนเกือบจะดำ มันยิ้มโชว์ฟันที่ขาวราวกับผ้าไหม บวกกับหมัดกล้ามที่มันวาว ทำให้เนี่ยฟงเผลอสำลักข้าวออกมา รูปร่างของมันผู้นั้นไม่ต่างอะไรจากกล้าในอดีตชาติ เมื่อมองเห็นมันทำให้เนี่ยฟงคิดถึงตนเองในอดีต “พวกเจ้ากินกันเงียบๆ ไม่ได้หรือไง! ข้าจะคิดเงิน” เถ้าแก่เนี้ยตะโกนเสียงดัง ภายในโรงเตี๊ยมเงียบสงัดราวกับโรงเตี๊ยมร้างทันที เนี่ยฟงไร้ซึ่งอารมณ์จะกินข้าวเช้า เขาเตรียมตัวจะกลับขึ้นห้องทันที “เจ้าไม่ไปงานประลองเลือกคู่จริงๆ รึ” เถ้าแก่เนี้ยทักออกมา เนี่ยฟงส่ายหน้า “เช่นนั้นเจ้าก็ควรไปหาซื้อเสื้อผ้าใหม่ใส่ เสื้อผ้าของเจ้ามีกลิ่นตุๆ หรือว่าเจ้าไม่ได้กลิ่นของมัน” เมื่อเถ้าแก่เนี้ยร้องทักเขาจึงรู้สึกได้ เมื่อลองสูดดมดูกลิ่นของมันก็เตะเข้าที่จมูกทันที เขาจึงตั้งใจจะออกไปหาซื้อเสื้อผ้าสวมใส่ทันที เนี่ยฟงเดินไปทั่วทั้งเมืองเพื่อหาซื้อชุดใหม่ แต่กลับไม่มีชุดใดที่ถูกใจเขาเลยแม้แต่ชุดเดียว เนี่ยฟงนั่นไม่ใช่คนที่เรื่องมากเรื่องแต่งกายสักเท่าใด แต่เขาต้องการชุดที่ใส่แล้ว สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างคล่องแคล่ว เนี่ยฟงจึงไปยังสมาคมการค้าจันทราอีกหน เผื่ออาจจะมีชุดที่เขาต้องการ และครั้งนี้เขาไม่ลืมที่จะซื้อหมวกม่านปิดบังใบหน้า ทันทีที่ก้าวผ่านประตูเข้ามา ก็ปรากฏร่างของหญิงสาวคนเดิม “คุณชายท่านต้องการซื้อหรือขาย” เนี่ยฟงตอบกลับอย่างรวดเร็ว “ซื้อ! ข้าต้องการซื้อชุดที่เหมาะสมกับการฝึกยุทธ” หญิงสาวพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม “เชิญท่านตามข้ามาทางนี้” นางเดินนำเนี่ยฟงมายังห้องห้องหนึ่ง ซึ่งภายในห้องนั้นมีชุดมากมาย ที่แขวนเรียงรายไปทั่ว ซึ่งแต่ละชุดนั้นก็มีความสวยงามและวิจิตเป็นอย่างมาก “เชิญนายท่านเลือกตามสบาย ข้าจะไปเตรียมน้ำชาไว้ให้ท่าน” เนี่ยฟงเดินดูชุดแล้วชุดเล่า ก่อนจะมาสะดุดกับชุดชุดหนึ่ง ที่ถูกแขวนแยกออกมาจากชุดอื่นๆ ก่อนจะหยุดดูมันอย่างจริงจัง “ชุดหยกสวรรค์ มันถูกถักทอขึ้นจากไหมของหนอนไหมฟ้า และยังประดับด้วยทองคำถูกรีดจนมีขนาดเท่าเส้นไหม อีกทั้งภู่ของมันยังฝังด้วยผลึกลมปราณ สามารถขจัดคราบสกปรก และให้ความอบอุ่นได้ทุกฤดู ไม่เพียงแค่นั้นมันยังเหมาะกับผู้ฝึกลมปราณเป็นอย่างมาก ด้วยสัมผัสที่นุ่มนวลของมันและความงดงาม ราคาของมันจึงอยู่ที่แปดร้อยเหรียญทอง” หูเกอปรากฎตัวขึ้นพร้อมกับแนะนำเสื้อที่อยู่ตรงหน้า แต่ว่าเขาก็ไม่ได้อยู่ในสายตาของเนี่ยฟงแม้แต่น้อย หากเวลานี้ใครเห็นหน้าของเนี่ยฟง จะเห็นเม็ดเหงื่อที่หลั่งไหลไปทั่วทั้งใบหน้า “บัดซบ!! แพงเกินไปแล้ว!!!” เนี่ยฟงบ่นพึมพำในใจ ใครจะคาดคิดว่าชุดเพียงหนึ่งชุดจะแพงได้ถึงขนาดนี้ เมื่อไปดูชุดอื่นๆ มูลค่าของมันต่ำสุดก็ห้าร้อยเหรียญทอง แต่คุณสมบัติของพวกมันก็ไม่ดีเท่ากับชุดนี้ เนี่ยฟงจึงต้องยอมกัดฟันซื้อมันมา จากตอนแรกเนี่ยฟงคิดว่าการมีเงินสองพันเหรียญทองของเขานั้น รู้สึกเหมือนกับว่าเขาเป็นเศรษฐีมือใหม่ ที่สามารถซื้อได้ทุกอย่าง แต่เมื่อมาเจอกับราคาเอหนึ่งชุด แทบทำให้เขาหมดเงินไปเกือบครึ่ง“คุณชายรับน้ำชา” หญิงสาวคนเดิมหยิบถ้วยชามาส่งให้กับเนี่ยฟง พร้อมกับส่งสายตาที่ยั่วยวน “คุณชายท่านสามารถเปลี่ยนชุดในห้องนี้ได้ ไม่มีใครมาเห็นใบหน้าของท่านแน่นอน ท่านต้องการเปลี่ยนมันเลยหรือไม่” เมื่อหญิงสาวบอกเช่นนั้น เนี่ยฟงก็ถอดชุดเก่าของเขาออกทันที เผยให้นางเห็นเรือนร่างที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม เมื่อถอดหมวกม่านออก เผยให้เห็นใบหน้าดวงตาทั้งสองข้างของนางก็พลันเปิดกว้างทันที เนี่ยฟงไม่สนใจสายตาของนางที่จับจ้อง สวมใส่ชุดหยกสวรรค์ราคาแพงทันที ราวกับเทพบุตรที่ตกจากสรวงสรรค์ ผิวพรรณของเนี่ยฟงถูกขับด้วยชุดทำให้ผุดผ่องขึ้นหลายเท่า แล้วมันยังกระชับเรือนร่าง ทำให้ขยับได้อย่างคล่องตัว ทำให้เขาชื่นชอบมันเป็นอย่างมาก หลังจ่ายเงินเสร็จเขาก็ออกไปจากสมาคมทันทีที่ประตูด้านหลัง เพื่อไม่ให้ผู้อื่นพบเห็นหวั่นเกรงอันตรายต่อผู้ซื้อ เนี่ยฟงจากไปนานพอสมควร แต่หญิงสาวก็ยังตกตะลึงเป็นเวลานาน จนหูเกอสั่งให้นางไปหางานทำตามเดิม เนี่ยฟงเดินไปตามท้องถนนที่มีผู้คนคับคลั่ง ยิ่งวันนี้มีมากกว่าเมื่อวานถึงเท่าตัว “หรือพวกเขาจะไปงานประลองหาคู่? กว่าจะถึงเวลาที่นัด ข้ายังมีเวลาอยู่มาก เช่นนั้นไปดูเสียหน่อยคงไม่เสียหาย ถือซะว่าเป็นการฆ่าเวลาไปในตัว” เนี่ยฟงเดินตามฝูงชนที่ขับเคลื่อน แม้จะไม่รู้เส้นทางก็สามารถมาถึงโดยง่าย ไม่นานเขาก็มาถึงเวทีใหญ่กลางเมือง ที่เนืองแน่นไปด้วยผู้คน เมื่อเห็นหญิงสาวบนเวทีประลองพร้อมกับกระบี่คู่ใจ เม็ดเหงื่อก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าทันที “เป็นนาง!!!”