หลังจากที่มาถึงโรงแรมแสงราตรีไลท์ก็จองห้องนอนเพิ่มอีกห้องซึ่งเป็ห้องของเดซี่
ภายในห้องของเดซี่
เวลานี้เธอมองไลท์ด้วยความเขินอาย นี้เป็ครั้งแรกที่เธออยู่กับผู้ชายสองต่อสองในห้อง
“ เธอเคยทดสอบพลังเวทย์ไหม? ” ไลท์ถามขึ้น
เดซี่ส่ายหน้า “ ครอบครัวของฉันเป็ครอบครัวยากจนทำงานตลอดทั้งชีวิตทำให้ไม่มีเวลาไปทำอย่างอื่นหรอก ”
“ งั้นหรอ ”
ไลท์หยิบคริสตัลทดสอบพลังเวทย์ออกมาจากแหวนมิติและยื่นให้เดซี่
“ เธอลองััดู ”
เดซี่หยิบคริสตัลทดสอบพลังเวทย์ขึ้นมา ไม่นานคริสตัลสีขาวก็ค่อยๆเปร่งแสงสีทองสว่าง
“ ธาตุแสงงั้นหรอ? ” ไลท์มองไปยังคริสตัลบนมือของเดซี่ด้วยความประหลาดใจ
ผ่านไปไม่นานเดซี่ก็ค่อยๆลืมตาขึ้น
“ อาจารย์ดูเหมือนว่าฉันจะเป็จอมเวทย์ได้!! ” เดซี่ะโอย่างตื่นเต้น ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความสุข
“ แล้วเธอได้สกิลอะไรมาบ้างล่ะ? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เวลาที่จอมเวทย์สามารถปลุกพลังเวทย์ได้พวกเขาจะสามารถเรียนรู้สกิลบางอย่างมาได้ทันที บางคนก็หนึ่งสกิลบางคนก็สองสกิล แต่น้อยมากที่จะมีถึงสามสกิลขึ้นไป ส่วนท่าอื่นๆของจอมเวทย์ส่วนมากก็เป็การนำสกิลต่างๆมาประยุกต์ใช้
“ ฉันสามารถรักษาอาการาเ็และฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้และฉันยังสามารถล้างคำสาปของจอมเวทย์ธาตุมืดได้อีกด้วย ” เดซี่พูดขึ้น
ดวงตาของไลท์เปร่งประกาย ความสามารถด้านการรักษาแถมยังฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้นี้มันจะโกงเกินไปแล้ว เกรงว่าต่อให้อยู่ในกิลด์จอมเวทย์สถานะของเดซี่ก็ถือว่าอยู่ในระดับสูง เพราะเท่าที่ไลท์รู้มาสายรักษานั้นหาได้ยากมากๆ นอกจากนี้ความโกงที่แท้จริงคือการล้างคำสาปของจอมเวทย์ธาตุมืด
ใครๆก็รู้ว่าจอมเวทย์ธาตุมืดสายคำสาปนั้นอันตรายอย่างมาก การที่จะรักษาได้จำเป็ต้องให้นักบวชแห่งสภาจอมเวทย์หรือจอมเวทย์ธาตุแสงที่มีสกิลล้างคำสาปเป็ผู้ล้างคำสาป ไม่อย่างนั้นคำสาปจะติดตัวของคนๆนั้นไปจนตาย
ส่วนเื่การต่อสู้ไม่ต้องเป็ห่วงถ้าหากเดซี่ได้ฝึกฝนลมปราณด้วยล่ะก็เกรงว่าจะกลายเป็สายต่อสู้ที่สามารถฮีลและฟื้นฟูความเหนื่อยล้าของตัวเองได้ แค่นี้ก็ทำให้ไลท์ขนลุกแล้ว
“ ดูเหมือนว่าฉันจะเก็บเพชรเม็ดงามได้สินะ ” ไลท์หัวเราะอย่างยินดี ส่วนทางด้านเดซี่ก็ได้แต่ก้มหน้าลงด้วยความอาย
“ เอาละจากนี้ไปฉันจะถ่ายทอดวิชาบางอย่างให้กับเธอ ฉันเชื่อว่าในอนาคตเธอจะต้องแข็งแกร่งขึ้นอย่างแน่นอน ” ไลท์พูดขึ้น
เดซี่พยักหน้าอย่างหนักแน่น
ไลท์คิดอยู่สักพักเขาก็เลือกทักษะที่เหมาะกับเดซี่ที่สุด
เมื่อคิดได้แล้วไลท์ก็ยกมือขึ้นและชี้นิ้วชี้ไปตรงกลางระหว่างคิ้วของเดซี่ ครู่เดียวก็มีลำแสงสีทองค่อยๆไหลที่ระหว่างคิ้วของเดซี่
เดซี่เหม่อลอยอยู่สักพักก่อนที่จะกลับมามีสติเหมือนเดิม
“ นี้มัน.. ” เดซี่มองมาที่ไลน์ด้วยความตื่นตระหนก เพราะความรู้ที่เธอได้รับมานั้นเกิดความคาดหมายของเธอมาก
“ เธอจะต้องฝึกฝนให้ดีและก็อย่าลืมใช้หนี้ฉันด้วยละ ” ไลท์หัวเราะ
“ ฉันเข้าใจแล้วอาจารย์ ” เดซี่พูดอย่างหนักแน่น
“ นอกจากนี้ฉันจะฝึกฝนการใช้ดาบให้กับเธอด้วย ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบอาจารย์ ”
หลายวันผ่านไป
ณ ป่าแห่งหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเมืองหลวงแสงจันทร์
“ ขยับร่างกายให้มากกว่านี้หน่อย ”
“ กำลังแขนของเธอน้อยเกินไปแล้ว ”
“ ขาน่ะขยับบ้างไม่ใช่ยืนอยู่กับที่เฉยๆแล้วเธอจะหลบการโจมตีแบบนี้ได้อย่างไง ”
ไลท์ที่ถือดาบไม้กำลังแนะนำเดซี่อย่างจริงจัง
ไม่นานเดซี่ก็ลงไปนอนกับพื้นด้วยความเหนื่อย แม้ว่าเธอจะสามารถฟื้นฟูความเหนื่อยล้าได้แต่นั้นก็ขึ้นอยู่กับสภาพของเดซี่ด้วยเช่นกัน เวลานี้เดซี่แทบจะไม่มีแรงลุกขึ้นแล้วทำให้เื่การใช้เวทย์ฟื้นฟูก็ไม่ต้องไปคิดเลย
“ พักหน่อยแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหาที่นั่งใต้ต้นไม้เพื่อหลบแดด
ไม่นานเดซี่ก็ลุกขึ้นมานั่งก่อนที่จะมองมายังไลท์ด้วยแววตาไม่พอใจ
“ อาจารย์นี้ฉันเพิ่งจะเริ่มฝึกเองนะมันไม่โหดไปหน่อยหรอ! ” เดซี่ถามด้วยความไม่พอใจ ตอนเช้าเธอก็ต้องออกกำลังกายเพื่อเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ตอนบ่ายก็ฝึกการต่อสู้กับไลท์ ตอนกลางคืนก็บ่มเพาะพลัง
“ เอาน่าเดี๋ยวไม่นานร่างกายเธอจะคุ้นชินไปเอง ” ไลท์หัวเราะ
“ นี้ฉันเป็เพียงผู้หญิงตัวน้อยๆนะอาจารย์ ” เดซี่แทบจะร้องไห้แล้ว
“ ถ้าเธอฝึกเยอะๆเธอก็จะเก่งเหมือนกับฉันนะ ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
“ เหอๆ ฉันไม่เชื่อหรอก อีกอย่างอาจารย์ก็ไม่เคยแสดงฝีมือให้ฉันเห็นเลยนะ ” เดซี่ส่ายหน้า
“ เธอคิดว่าคนที่สามารถล่าอาชญากรระดับAได้เป็คนธรรมดางั้นหรอ? ” ไลท์ยิ้ม
เดซี่ได้แต่นิ่งอึ้ง
“ อาจารย์เคยล่าอาชญากรระดับAเลยงั้นหรอ ” เดซี่ถามด้วยความสงสัย
ไลท์พยักหน้าและพูดขึ้นว่า “ แล้วเธอคิดว่ามานาคริสตัลที่เธอใช้ฉันเสกขึ้นมางั้นหรอ มานาคริสตัลก็ก้อนละห้าล้านแล้วนะที่เธอเอาไปฝึกฝนน่ะ ”
เดซี่ยิ้มแห้งๆ “ ดูเหมือนว่าอาจารย์จะแข็งแกร่งจริงๆสินะ ”
“ ก็ต้องเป็อย่างนั้นสิ ” ไลท์หัวเราะ
ไม่นานเขาก็ฝึกฝนการต่อสู้ให้กับเดซี่ต่อซึ่งเป็การต่อสู้แบบมือเปล่า
เสียงร้องของเดซี่ดังขึ้นตลอดทั้งบ่าย
“ เดซี่เธอชอบใช้อาวุธแบบไหนหรือว่ามีอาวุธที่ถนัดหรือเปล่า? ” ไลท์ถามหลังจากที่ทั้งสองพักเบรกการฝึกซ้อม
“ ฉันยังไม่มีอาวุธที่ชอบเลย ” เดซี่ส่ายหน้า
“ หรือว่าเธอจะใช้ดาบแบบฉัน? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ฉันคิดว่าดาบแบบอาจารย์ก็ดีเหมือนกันนะ ” เดซี่เห็นด้วย
“ งั้นไว้ฉันหาช่างฝีมือตีดาบให้เธอโดยเฉพาะแล้วกัน ” ไลท์พูด
“ ขอบคุณอาจารย์มากเลย ” เดซี่ยิ้มอย่างมีความสุข นี้เป็ครั้งแรกที่เธอรู้สึกมีความสุขมากหลังจากที่เธอต้องเสียแม่ไป เวลานี้ไลท์เปรียบเสมือนกับครอบครัวเพียงคนเดียวของเธอและยังคอยดูแลเธอทุกอย่าง
พริบตาเดียวก็ผ่านไปสี่เดือน
ไลท์นอนบนกิ่งไม้พร้อมกับดูเดซี่ร่ายรำดาบอย่างต่อเนื่อง การเคลื่อนไหวรวดเร็วและทรงพลังราวกับผีเสื้อที่อยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้
เพลงดาบที่ไลท์ให้เดซี่ฝึกฝนคือเพลงดาบผีเสื้อร้อยบุปผา ซึ่งสอดคล้องกับทักษะดาบร้อยบุปผาที่เดซี่กำลังฝึกฝน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้ทำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเดซี่คนธรรมดาไม่สามารถมองทันได้
ผ่านไปครู่หนึ่งเดซี่ก็หยุดลง
“ เป็ไงบ้างอาจารย์ ” เดซี่ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้น
“ ไม่เลวเลย ดูเหมือนว่าความแข็งแกร่งของเธอจะเพิ่มขึ้นอีกแล้วนะ ” ไลท์ชื่นชม
เวลานี้เดซี่ฝึกฝนดาบอยู่ในระดับชำนาญแล้ว แถมพลังบ่มเพาะของเธอก็อยู่ในระดับจิตวิถี์ ทั้งนี้ก็ต้องขอบคุณไลท์ที่หาเงินมาซื้อมานาคริสตัลระดับสูงให้กับเดซี่หลายก้อน ซึ่งความเร็วนี้เร็วกว่าที่ไลท์ฝึกฝนตัวเองที่หมู่บ้านโกแลนซ์เสียอีก
นอกจากนี้เดซี่เองก็ยังได้รับทักษะกายาเทพอสูรอีกด้วย ซึ่งตอนนี้ร่างกายของเดซี่อยู่ในระดับกายาทอง ซึ่งถือว่าพัฒนาได้อย่างรวดเร็วหรือไม่ก็เป็พร์ของเดซี่
ส่วนทางด้านไลท์เองก็ไม่ได้อยู่เฉยๆ เขาก็ฝึกฝนตัวเองด้วยเช่นกัน แถมตอนนี้ทักษะกายาเทพอสูรของเขาก็อยู่ในระดับศักดิ์สิทธิ์ที่เกือบจะทะลวงอยู่ในระดับกายาะแล้ว
เดซี่ที่ได้รับคำชมจากไลท์ก็ะโไปมาอย่างมีความสุข
“ แต่เธอก็ยังต้องฝึกฝนอีกเยอะเพราะยังห่างไกลจากฉันมาก ” ไลท์ดับความสุขของเดซี่
“ ใช่สิใครจะไปเก่งเหมือนกับอาจารย์กันล่ะ ” เดซี่ส่ายหน้า มีอยู่ครั้งหนึ่งที่ไลท์พาเธอออกไปดูเขาล่ากลุ่มโจรที่มีค่าหัวหนึ่งร้อยสามสิบล้านจีเซลและรองหัวหน้าที่มีค่าหัวแปดสิบเก้าล้าน นอกจากยังมีลูกสมุนอีกสองคนที่มีค่าหัวสามสิบล้านและยี่สิบห้าล้าน
มันไม่เรียกว่าการต่อสู้แต่มันคือการสังหารหมู่อยู่ฝ่ายเดียวเพราะแม้แต่อาชญากรค่าหัวร้อยล้านก็ยังถูกไลท์ฆ่าตายในพริบตา มันทำให้เดซี่รู้ว่าไลท์แข็งแกร่งแค่ไหนและที่สำคัญมันก็ทำให้รู้ว่าไลท์หาเงินได้ง่ายแค่ไหน เพราะการฆ่ากลุ่มโจรกลุ่มเดียวไลท์ก็มีเงินสูงถึงสองร้อยเจ็ดสิบกว่าล้านและเมื่อรวมกับสมบัติต่างๆแล้วก็มีเงินสูงถึงสามร้อยล้าน
เมื่อยิ่งคิดถึงเื่นี้มันก็เป็แรงกระตุ้นให้เดซี่ขยันฝึกฝนมากขึ้นเรื่อยๆ
ตอนนี้ไลท์และเดซี่ได้ตั้งกลุ่มนักผจญภัยของตัวเองขึ้น ชื่อกลุ่มว่าเดธปาร์ตี้ หรือที่แปลว่างานเลี้ยงแห่งความตาย ซึ่งเป็ความตายสำหรับอาชญากรนั่นเอง
แม้ว่าจะมีเพียงแค่สองคนแต่ก็ไม่มีใครในสมาคมนักผจญภัยเมืองหลวงแสงจันทร์ดูถูกทั้งสอง เพราะไลท์สามารถฆ่าอาชญากรที่มีค่าหัวหลักร้อยล้านได้ ซึ่งนักผจญภัยที่เมืองหลวงแสงจันทร์ส่วนมากก็ยังทำไม่ได้ แม้กระทั้งมีคนขอเข้าร่วมกลุ่มกับไลท์ แต่ไลท์ปฏิเสธไป
นอกจากนี้ชื่อเสียงของไลท์ก็โด่งดังอย่างมากฉายาของไลท์คือยมฑูตสีทอง ที่มาของฉายานี้ก็เนื่องมาจากชุดที่ไลท์ใส่มันเหมือนกับชุดยมฑูต ส่วนสีทองก็มาจากดาบปราณที่ไลท์ชอบเรียกออกมาบ่อยๆจึงทำให้กลายเป็ยมฑูตสีทอง
ทางด้านเดซี่เองเธอยังไม่ได้แสดงฝีมือจึงทำให้ยังไม่มีคนสนใจเธอสักเท่าไร
“ เอาล่ะเดซี่ตอนนี้เธอยู่ในระดับวิถี์แล้ว ความแข็งแกร่งของเธอก็น่าจะเพียงพอที่จะไปสู้กับอาชญากรที่มีค่าหัวหลักล้านแล้วถึงเวลาลงสนามจริงแล้วล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น
เดซี่ได้ยินดังนั้นก็ตัวสั่นด้วยความกลัวเพราะนี้เป็การต่อสู้ครั้งแรกของเธอ แถมยังต้องไปสู้กับอาชญากรที่มีค่าหัวสูงถึงหลักล้าน
“ อย่าไปคิดมากถึงยังไงฉันก็อยู่ด้วยเธอไม่เป็อะไรหรอก ” ไลท์พูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม
เดซี่จึงเริ่มสงบสติอารมณ์ของตัวเองได้
“ ฉันจะพยายามเต็มที่ ” เดซี่พูดอย่างจริงจัง
ไลท์ยิ้มอย่างพึงพอใจก่อนที่จะหยิบสมุดล่าค่าหัวออกมา
ไม่นานไลท์ก็กำหนดเป้าหมายได้แล้วซึ่งก็คือกลุ่มโจรหมาป่าโลหิต
หัวหน้ากลุ่มโจรคือแวงก้า ค่าหัวสามล้านจีเซล เป็จอมเวทย์ผสานร่างหมาป่าสีชาด สามารถพ่นไฟออกมาจากปากได้และยังมีความเร็วสูงอีกด้วย
“ ไปกันเถอะ ” ไลท์ลุกขึ้นยืน
เดซี่เองก็เดินไปยืนด้านหลังไลท์
จากนั้นไลท์ก็ใช้ลมปราณของเขาห่อหุ้มเดซี่ก่อนที่จะบินไปยังทิศทางที่เป็เป้าหมายของพวกเขา
เดซี่ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวเหมือนกับตอนแรกที่ไลท์ทำแบบนี้กับเธอ ในครั้งแรกนั้นเธอร้องลั่นตลอดเวลาที่อยู่บนท้องฟ้า พอนานเข้าเธอก็คุ้นชินจนตอนนี้เธออยู่ในระดับจิตวิถี์เธอก็สามารถลอยบนฟ้าได้บ้างแล้วแต่ก็บินอยู่ได้เพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น
เพียงแค่หนึ่งชั่วโมงไลท์ก็มาถึงค่ายโจรหมาป่าสีชาด ซึ่งเป็ค่ายโจรขนาดเล็กตั้งอยู่บนูเาแห่งหนึ่ง
ไลท์ค่อยๆลงมาที่พื้น
“ เอาละเดซี่ถึงเวลาที่เธอจะกลายเป็ตัวหลักแล้ว ” ไลท์พูดขึ้นก่อนที่จะหายตัวไปอย่างรวดเร็ว
เดซี่ที่เห็นไลท์หายตัวไปก็ตื่นตระหนก แต่ก็มีเสียงของไลท์ดังขึ้นที่ข้างหูของเธอ
“ ไม่ต้องหวาดกลัวไปฉันอยู่ข้างๆเธอตลอดเวลา ถ้าหากเธอไม่ไหวก็แค่ะโเรียกก็พอ ”
เมื่อได้ยินคำพูดของไลท์เดซี่ก็กลับมามั่นคงอีกครั้ง เธอสูดลมหายใจเข้าลึกๆและพยายามนึกถึงคำสอนที่ไลท์ได้สอนเธอมาตลอดหลายเดือน
“ ฉันจะต้องไม่ทำให้อาจารย์ผิดหวัง!! ” เดซี่พูดอย่างจริงจังก่อนที่จะหยิบดาบออกมาจากแหวนมิติและเดินตรงไปยังค่ายโจร
บนกำแพงไม้ โจรหลายคนเดินเฝ้ายามกันเป็ระเบียบ แต่เมื่อพวกโจรเห็นเดซี่ที่มีรูปร่างดีและมีใบหน้าน่ารักก็ทำให้พวกมันรู้สึกตื่นเต้น
จากนั้นพวกมันก็เริ่มพูดคุยกันก่อนที่บางส่วนจะเปิดประตูค่ายและเดินมาหาเดซี่ด้วยความหื่นกระหาย
“ ว่าไงจ๊ะสาวน้อย ” น้ำเสียงของพวกโจรทำให้เดซี่รู้สึกรังเกียจ
“ โอ๊ะสาวน้อยคนนี้ถือของอันตรายด้วยหรอ เธอควรวางมันไว้กับพื้นดีกว่านะ ” โจรอีกคนมองเดซี่ด้วยแววตาจริงจัง แม้ว่าจะเป็หญิงสาวแต่เมื่อถืออาวุธก็ต้องระวังตัวเป็พิเศษ
“ เห้ยแกอย่าไปทำให้น้องสาวตัวน้อยของฉันกลัวสิว่ะ ” โจรอีกคนตบหัวโจรที่พูดแบบนั้นทันที
เดซี่มองดูพวกโจรที่หยอกล้อเธอด้วยแววตารังเกียจถึงขีดสุด
“ ทำไมพวกผู้ชายแบบนี้ทำไมถึงไม่หมดไปจากโลกกันนะ จริงสิยกเว้นอาจารย์ไว้คนหนึ่งแล้วกัน ” เดซี่พึมพำออกมา
เดซี่หายไปจากสายตาของพวกโจร
พวกโจรประหลาดใจที่เดซี่หายตัวไปต่อหน้าต่อตา
“ ผี!! ” พวกโจระโขึ้น ก่อนที่หันหลังกลับไปมองก็พบว่าเดซี่เดินผ่านพวกเขาไปแล้ว ทันใดนั้นพวกเขาก็รู้สึกเจ็บและสติของพวกมันก็ค่อยๆดับไป
เดซี่ที่ฆ่าคนครั้งแรกก็รู้สึกอยากจะอาเจียนออกมา แต่เธอก็ได้ยินเสียงอาจารย์ของเธอบอกว่าแค่คิดว่าพวกโจรเป็เพียงสัตว์หรือแมลงชั้นต่ำก็พอไม่ต้องไปคิดมาก
เดซี่ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะกลับมาเป็ปกติ
“ ฆ่าคนครั้งแรกมันเป็ความรู้สึกที่ไม่น่าอภิรมย์เลยจริงๆ ” เดซี่ส่ายหน้าจากนั้นเธอก็กัดฟันเดินไปยังค่ายโจรต่อ
ไม่นานเสียงการต่อสู้ก็ดังขึ้น
ไลท์ยืนอยู่บนท้องฟ้ามองการต่อสู้ของเดซี่ด้วยท่าทีพึงพอใจ
ในตอนแรกที่เดซี่สู้กับแวงก้าดูเหมือนว่าเธอจะยังจับหลักไม่ได้แต่พอนานๆไปเธอก็เริ่มที่จะตั้งหลักได้และเริ่มทำให้แวงก้าเสียเปรียบ จนในที่สุดเดซี่ก็สามารถสังหารแวงก้าได้แม้ว่าเธอจะได้รับาเ็ก็ตาม แต่อย่าลืมว่าเดซี่เป็จอมเวทย์สายรักษาเพราะฉะนั้นเธอจึงรักษาตัวเองได้สบายๆ
ใน่สามเดือนที่ผ่านมาพลังเวทย์ของเดซี่ก็เพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย ตอนแรกไลท์ไม่แน่ใจว่าพลังเวทย์กับลมปราณมันเหมือนกันหรือไม่ ปรากฏว่ามันไม่เหมือนกัน เพราะเดซี่บอกกับไลท์ว่าตัวเธอรู้สึกถึงพลังเวทย์และลมปราณที่อยู่ในร่างกายของเธอ แม้ว่ามันจะไม่สามารถรวมกันได้แต่มันก็ไม่ปฏิเสธกัน