ไรท์ยังไม่ได้ตรวจทานหรือแก้คำผิดนะจ้า
#############################################
วันเดินทาง น้ำภัทรตัดสินใจเดินขึ้นเหนือโดยการขับรถยนต์ของเธอไปแบบค่ำไหน นอนนั้น เนื่องจากต้องเอาเ้าแมวแก่ของเธอไปฝากไว้กับเฮียดิน เพราะเธอมีโปรแกรมจะเดินทางไปเที่ยวแถบ12 ปันนา และอาจจะเลยไปถึงประเทศจีน หลังจากเสร็จสิ้นงานไหว้บรรพบุรุษ เพื่อพักผ่อนพร้อมกับหาข้อมูลงานวิจัยของเธอใน่วันหยุดยาวนี้ด้วย การขับรถกินเวลา3วันกว่าจะถึงบ้านเฮียดิน พี่ชายของเธอที่ตอนนี้อยุ่ในวัยใกล้จะเข้าเลข 5ในอีก2-3ปี
"ว่าไงยัยภ้ทร ถึงได้สักทีนะ ยัยฟ้ากับหลานๆบ่นถึงกันจะแย่แล้ว" เฮียดินเข้ามาทักทายพลางเดินเข้ามากอดไหล่น้องสาวเบาๆอย่างเคย
" แวะมาตลอดทางเลยค่ะ เลยมาถึงช้าหน่อย แต่ของกินมาฝากหลานๆเต็มหลังรถเลยนะคะ ให้พี่แจ่มมาเอาไปไว้ในครัวได้เลยนะคะ" น้ำภัทรเอ่ยพลางอุ้มเ้าแมวแก่ส่งให้เฮียดินอย่างคุ้นเคย
"คิดถึงเฮีย ยัยฟ้า กับหลานๆจังค่ะ" น้ำภัทรเอ่ยพร้อมกับยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงหลานๆวิ่งเข้ามาหา
"ว่าไงเ้าพวกแสบ อาซื้อขนมกับของกินอร่อยๆมาฝากเต็มเลยนะ ให้พี่แจ่มเอาไปแกะให้ลองชิมกันนะ"น้ำภัทร เอ่ยพร้อมกับก้มลงไปกอดหลานๆทีละคน พร้อมกับน้ำฟ้าน้องสาวของเธอที่เดินเข้ามาหา "เจ้ภัทรมาถึงแล้วหรอค่ะ กำลังเป็ห่วงกันอยู่เชียว ไม่ชอบให้ขับรถไกลๆแบบนี้เลยค่ะ" น้ำฟ้าทักทายพี่สาวคนสวยของเธอ สามคนพี่น้องต่างพาทักทายกันด้วยความคิดถึงเพราะไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน ห่างไกลเท่าไหร่ทั้งสามก็ยังรักและหวังดีต่อกันเสมอ
ในคืนก่อนงานไหว้บรรพบุรุษ ทั้งสามพี่น้องนั่งอยู่ในห้องพระ เฮียดินได้พูดขึ้นมาว่าวันก่อนได้เข้าไปทำความสะอาดที่บ้านเก่าแล้วเจอกล่องใบนี้ ที่เก็บเอาไว้ในตู้เสื้อผ้าของ ป๊า ม๊า เลยเปิดออกดูเห็นว่าเป็ของที่ป๊าม๊า ฝากไว้ให้พวกเราทั้งสาม พร้อมจดหมายที่ฝากใว้ให้ช่วยดูแล สิ่งของทั้ง3อย่างนี้ โดย เฮียดินป๊าฝากให้ดูแลป้ายหยกแกะสลักคำว่า "ป๋าย" ขนาดเท่าฝ่ามือไว้ ส่วนน้ำภัทร ได้กำไลหยกสีแดงสดแกะสลักเป็ลวดลายคล้ายหางจิ้งจอกสลักคำว่า"ป๋าย"เช่นกัน ส่วนน้ำฟ้า ได้สร้อยคอทองของม๊าที่เก็บติดตัวมาั้แ่อพยพ พร้อมทั้งจดหมายที่ฝากความหวังไว้ว่าสามพี่น้องจะรักใคร่ปรองดองกันตลอดไป หลังจากอ่านจดหมายจบทั้งสามคนต่างกอดกันน้ำตาคลอกันไปเลยทีเดียว
ในคืนนั้นเองน้ำภัทรได้เอากำไลที่ได้ มาใส่ที่ข้อมือพร้อมกับลูบคลำไปตามหางจิ้งจอกที่แกะสลักไว้ พูดตามตรงคือเธอชอบมันมากเพราะขนาดของกำไลไม่ได้ใหญ่เทอะทะ ไม่รุ้สึกรำคาญเวลาใส่เลยในขณะที่เธอกำลังลูบคำว่า ป๋าย ตรงกำไลก็ค่อยๆเคลิ้มหลับไป
ในภาพฝันอีกครา เธอได้เห็นเด็กสาวที่ถูกทุบตีคนนั่นอีกครั้ง ในความฝันนั้น น้ำภัทรพยามจะเข้าไปช่วย เธอกรีดร้องแต่ก็ไม่มีใครได้ยินเสียงของเธอเลย เด็กสาวถูกตีจนช้ำไปทั้งตัว แม้กระทั้งเืที่หัวของเด็กสาวก็ค่อยๆไหลลงมาอาบที่ใบหน้าของเธอทีละหยดๆ หญิงชราจึงได้หยุดทุบตี พร้อมกับส่งเสียงด่าดั่งลั่นว่า
"นังตัวอัปรีย์ นังเด็กไร้ประโยชน์ ดูซิต่อไปแกยังจะกล้าซ่อนเงินจากฉันอีกไหม? พวกแกสองแม่ลูก มันคือคนไร้ค่า คืนนี้อย่าให้ฉันรู้ว่าพวกแกจุดฟืนนอนนะ ข้าวก็ไม่ต้องกิน คนไร้ค่าอย่างพวกแกอย่ามาจุดฟืน กินข้าวให้เปลืองฟืน เปลืองข้าวของฉัน" พูดจบนางก็ถ่มน้ำลายลงพื้นแล้วมองอย่างมาเกลียดชัง
จากนั้นก็เป็ภาพของหญิงสาวที่เหมือนจะเป็แม่ของเด็กสาวคนนั้น ตะเกียกตะกายไปกอดเด็กสาวที่หมดสติไปแล้วพร้อมกับเสียงกรีดร้องที่ค่อยๆจางไป
ภาพในฝันตรงหน้าของน้ำภัทรเปลี่ยนไปอีกครั้งเป็ภาพงานศพเด็กสาวคนนั้น ที่เหมือนจะชื่อว่า "ชิงลู่ซือ" ในงานศพที่จัดแบบอนาถา แม่ของเด็กสาวนั่งเหม่อลอยดวงหน้าขาวซีด ดวงตาเคว้งคว้าง ตาจ้องไปที่หลุมฝังศพของเด็กสาวเท่านั้น
จากนั้นภาพก็ตัดไปอีกครั้ง เป็ภาพในยามค่ำคืนที่เหมือนจะดึกมากแล้ว แม่ของเด็กสาวที่กำลังจะผูกคอฆ่าตัวตายอยุ่ตรงประตูบ้านของสกุล "ชิง" สุดท้ายร่างของเธอห้อยลงมาพร้อมกับดวงตาที่เบิกโพล่งมองตรงไปข้างในของตัวบ้าน.... ในเวลานั้นน้ำภัทรพยายามจะห้ามเธอ พยายามจะกรีดร้องแต่เธอไม่สามรถช่วยอะไรได้เลย ในขณะที่กำลังเสียใจที่ไม่สามารถช่วยอะไรได้นั้น อยุ่ๆก็มีมือมาจับที่มือเธอเบาๆ เมื่อเธอหันกลับไปมองกลับพบว่าเป็เด็กสาวคนนั้น ชิงลู่ซือ มองมาที่เธอด้วยดวงตาโศกเศร้า พร้อมกับพูดเบาๆราวกับเสียงกระซิบว่า
"ได้โปรดช่วยแม่ของหนูด้วยนะคะ"
หลังจากนั้นน้ำภัทรก็สะดุ้งตื่นอีกครา..........
##########################################
ใกล้แล้วซินะ????????????????????????????????