ตลอดเวลาที่อยู่ที่นี่เฉินหลี่เจินนางได้ว่าจ้างให้คนส่งข่าวเกี่ยวกับคนตระกูลเฉินอยู่เสมอ และในวันนี้ข่าวที่ถูกส่งมาทำให้นางตัดสินใจลอบเข้าไปในตัวอำเภอเพราะความแค้นที่อัดแน่นอยู่ในอก เพียงรับรู้ว่าคนพวกนั้นอยู่ดีมีสุขนางก็รู้สึกโกรธแค้นมากพอแล้ว แต่เื่นี้กลับทำให้นางเจ็บแค้นแทบกระอัก เมื่อ เฉินอวี่จู น้องสาวต่างมารดาที่นางเกลียดชังอีกฝ่ายเข้ากระดูก นางได้ตบแต่งให้กับคุณชายตระกูลใหญ่ที่ตนเองเคยผูกสัมพันธ์ก็ยิ่งสร้างความเกลียดชังและคับแค้นใจแก่นาง จนต้องมาให้เห็นกับตา ภาพเกี้ยวเ้าสาวที่ถูกประดับตกแต่งอย่างงดงามและขบวนสินเดิมยาวเหยียด ทำให้นางคับแค้นจนหลั่งน้ำตา แต่กลับไม่อาจทำสิ่งใดได้ ได้แต่ยืนมองความพ่ายแพ้ของตนเองอย่างเจ็บช้ำ
นางกลับมายังเรือนโกโรโกโสหลังนั้นด้วยความแค้นที่อัดแน่นสุมอก ใช้สุราดับไฟร้อน หมกตัวอยู่แต่ในเรือน นางกลายเป็สตรีติดสุรา ปล่อยเนื้อปล่อยตัวไม่สนใจรูปโฉมที่นางภูมิอกภูมิใจหนักหนา ผิวพรรณที่เคยผ่องใสนั้นดูแห้งกร้าน ใบหน้าหมองคล้ำอมทุกข์
"หยุดดื่มได้แล้ว"
หยางซานตงเดินเข้ามาแล้วแย่งจอกสุราออกจากมือของนาง มิหนำซ้ำเขายังเอาไหสุราของนางเททิ้งจนหมด แม้อยากจะอาละวาดเพื่อระบายอารมณ์แต่ก็ไม่อาจที่จะทำได้มากนัก สายตาแข็งกร้าวของเขาทำให้นางเลือกที่จะสงบคำ แล้วเดินกระทืบเท้าเพื่อบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่านางไม่พอใจเข้าเรือนไป
หยางซานตงได้แต่เฝ้ามองนางอยู่เช่นนั้น เขาเคยหวังว่าในวันหนึ่งนางจะยอมรับในตัวเขาได้ และหวังที่จะได้ใช้ชีวิตครอบครัวกับนาง แม้นางจะไม่มีความรู้สึกดีๆ ให้แก่กัน แต่ก็อยากที่จะให้บุตรชายมีครอบครัวที่อบอุ่น แต่ยิ่งนานวันเขาก็ได้รู้ว่ามันไม่อาจที่จะเป็ไปได้ สตรีนางนี้ปล่อยให้ความโกรธแค้นกัดกินใจของนาง จนหาความสุขในชีวิตไม่เจอ ในเมื่อเขาเตือนแล้วนางไม่รับฟัง เขาก็ช่วยสิ่งใดไม่ได้ แม้จะรู้สึกเจ็บอยู่ลึกๆ แต่เพราะเขามีบุตรตัวน้อยที่รักยิ่งต้องดูแล เขาจึงไม่อยากที่จะอ่อนแอ
อีกสามปีต่อมาเมืองซีโจวต้องเจอกับศึกใหญ่ ท่านเ้าเมืองจึงได้มีประกาศออกมาให้คัดเลือกชายที่มีอายุระหว่างสิบแปดถึงสี่สิบปีที่มีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรงทั่วทั้งเมืองซีโจวเข้าร่วมกับกองทัพ เพราะกำลังทหารไม่เพียงพอ เพื่อไปเป็ทัพเสริมต้านศัตรู รอทัพใหญ่จากเมืองหลวงและหัวเมืองต่างๆ ที่กำลังยกทัพมา หยางซานตงเขาจำต้องเข้าร่วมกองทัพ แม้ใจนั้นจะเป็ห่วงบุตรชายที่ยังเล็กเป็อย่างมากและไม่อยากที่จะเหยียบไปยังเมืองแห่งนั้นอีก แต่ก็ไม่อาจที่จะหลีกเลี่ยงได้ เขาหวังเพียงศึกใหญ่ในครั้งนี้จะจบลงโดยเร็ว ก่อนจากไปเขาได้อ้อนวอนมารดาของเด็กน้อยให้ช่วยดูแลบุตร เขาหวังว่านางจะเมตตาสายเืของนางบ้าง แม้ที่ผ่านมานางจะไม่เคยทำหน้าที่ของมารดาก็ตาม เฉินหลี่เจินเพียงพยักหน้ารับส่งๆ นางได้แต่ภาวนาให้ชายเก็บฟืนผู้นี้ตกตายในา ชีวิตของนางจะได้เป็อิสระเสียที เพราะเมื่อนางให้กำเนิดบุตรของเขา ไม่ว่านางจะเสนอเงินทองให้เขามากขนาดไหนชายชั่วผู้นั้นก็ยืนยันว่าจะไม่ยอมหย่าให้นาง
ตอนนี้นางกลายเป็สตรีขี้เมาภรรยาของชายเก็บฟืนที่คนในหมู่บ้านต่างรู้จักเป็อย่างดี เมื่อเมามายไม่ได้สติก็จะพูดว่าตัวเองนั้นเป็คุณหนูใหญ่มีบิดาเป็นายอำเภอ เหล่าชาวบ้านก็จะพากันหัวเราะแล้วส่ายหน้าให้กับความเพ้อฝันของนาง ไม่มีผู้ใดเชื่อนางหาว่านางโกหก มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่พอจะได้ยินข่าวลือนั้นมาบ้าง แต่ก็ได้เพียงมองนางอย่างเวทนา
เมื่อวันที่เหล่าชายฉกรรจ์ในหมู่บ้านจะต้องเดินทางมาถึง พวกเขาจะต้องไปรวมตัวกับคนอื่นในตัวอำเภอ หยางซานตงร่ำลาบุตรชายด้วยความอาวรณ์
เปาเป่าบิดาจะรีบกลับมา
แต่เพราะไม่อาจที่จะวางใจสตรีใจดำนางนี้ได้ เขาจึงเอ่ยกับนางก่อนจากไป
"ดูแลบุตรให้ดี หากเกิดสิ่งใดขึ้นกับบุตรชายข้า ข้าจะกลับมาฆ่าเ้า"
เฉินหลี่เจินมองตามขบวนของเหล่าชายฉกรรจ์ ได้แต่ก่นด่าอีกฝ่ายในใจ ก่อนคิดจะฆ่านางรักษาหัวตัวเองให้รอดก่อนเถิด ข้าขอให้เ้าถูกศัตรูบั่นคอตาย
นางปรายตามองเด็กชายตรงหน้าเพียงเล็กน้อย เด็กที่ดึงรั้งชีวิตของนางให้ยิ่งตกต่ำลง เด็กที่ทำให้นางทุกข์ทรมานแทบตายในตอนที่อุ้มท้อง เด็กที่ทำให้นางเ็ปแทบขาดใจในตอนที่เบ่งเขาออกมา ดวงตาใสซื่อบริสุทธิ์ที่จ้องมองนางทำให้นางรีบถอนสายตาที่เผลอจ้องมอง นางรู้สึกอึดอัดกับสายตากลมโตคู่นั้น ยื่นมือที่สั่นเทายกไหสุราขึ้นดื่ม ไม่ยอมหันไปมองเด็กน้อยผู้นั้นอีก
เปาเป่าน้อยได้แต่มองผู้เป็มารดาอย่างเศร้าหมอง ท่านแม่ไม่เคยกอดเขาเลยสักครั้ง เขาอยากให้มารดาโอบกอดเขาบ้าง
ั้แ่ผู้เป็บิดาไปร่วมรบ เปาเป่าน้อยก็อยู่อย่างอดๆ อยากๆ เขาไม่ได้รับความสนใจจากมารดา กลายเป็เด็กหิวโหย ได้รับเพียงเศษอาหารที่นางกินเหลือเพียงเท่านั้น เขาเป็เด็กน้อยที่อายุเพียงสามขวบ เมื่อหิวก็ร้องไห้ จึงถูกผู้เป็มารดาทุบตี เด็กน้อยหวาดกลัวมารดาของเขามาก นับจากนั้นชีวิตของเด็กชายตัวน้อยก็ยิ่งแย่ลง เขาคิดถึงบิดาจนแอบร้องไห้อยู่บ่อยครั้ง มองมารดาที่นอนกอดไหสุราอย่างโศกเศร้า เขากลายเป็เด็กเงียบขรึมไม่ร่าเริงเช่นเด็กในวัยเดียวกัน ผ่านไปไม่ถึงเดือนร่างกายเล็กๆ ที่เคยกลมป้อมกลับผ่ายผอมจนแทบจะปลิวลม
เฉินหลี่เจินเมื่อหยางซานตงไม่อยู่นางก็ดื่มสุราหนักขึ้นเรื่อยๆ ไม่สนใจบุตรชาย ไม่สนคำขู่ของอีกฝ่าย นางมั่นใจว่าชายผู้นั้นต้องตายในสนามรบแน่ๆ นางดื่มสุราอย่างหนัก จากโฉมสะคราญที่ผู้คนอิจฉาในรูปโฉม บัดนี้คล้ายดังสตรีเสียสติ ร่างกายสกปรกเหม็นสาบ และเป็นางที่ตกตายก่อนอีกฝ่าย นางรู้สึกเจ็บแน่นหน้าอกเป็อย่างมากและรู้ตัวว่านางกำลังจะจากไป สายตาเลื่อนลอยของนางมองเห็นเงาร่างเล็กที่เดินตรงมาหานาง เมื่อเห็นว่านางนั้นร้องไห้อย่างเ็ป
"ท่านแม่"
เสียงเล็กๆ นั้น เหตุใดเมื่อฟังแล้วยิ่งรู้สึกว่าน้ำตาของนางยิ่งหลั่งไหล นางเห็นความห่วงใยในดวงตากลมโตคู่นั้น ดวงตาที่นางพึ่งจะสังเกตว่าเหมือนกับนางเป็อย่างมาก เฉินหลี่เจินนางเผยอรอยยิ้มหยันออกมา ดูสิ ดูสิ่งที่นางกระทำต่อผู้เป็บุตรของนาง เขาตัวเล็กถึงเพียงนี้เลยหรือ นางมองมือเล็กๆ ที่เอื้อมมาหานาง มันสั่นน้อยๆ อย่างหวาดหวั่น นางเห็นความลังเลในดวงตาคู่นั้น แต่ในที่สุดเขาก็เอื้อมมาเช็ดน้ำตาให้กับนาง เฉินหลี่เจินนางยิ่งรู้สึกเ็ป ในอกนั้นจุกแน่น ลำคอข่มพร่าแข็งเกร็ง รู้สึกเสียใจอย่างที่สุด เขาน่ารักน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ แต่นางกลับไม่เคยทำหน้าที่ของมารดา พร่ำขอโทษบุตรชายอยู่ในใจ ตอนนี้ริมฝีปากของนางไม่แม้แต่จะเปล่งคำขอโทษบุตรชายออกมาได้ นางสำนึกได้ว่าสิ่งใดที่สำคัญกับนางก็เมื่อสายไปเสียแล้ว จึงได้เพียงอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้มีคนมาช่วยบุตรชายของนางให้อยู่รอด จนกว่าบิดาของเขาจะกลับมา หากไม่มีใครผ่านมาเด็กน้อยผู้นี้คงต้องตามนางไปเป็แน่
แต่แล้วก่อนที่นางจะสิ้นใจ นางก็ได้ยินเสียงของใครบางคนกำลังพร่ำเอ่ยคำภาวนา
หากเทพยาดามีจริง ชาติหน้าลูกขอให้เกิดมาเป็หญิงแท้ มีบุรุษที่รักมั่น มีบุตรให้อุ้มชู
นั่นทำให้นางยิ้มออกมาทั้งน้ำตา พยายามเอ่ยออกมาอย่างแ่เบา
"ไม่ว่าเ้าจักเป็ใคร ข้าขอความเมตตาให้เ้าทำหน้าที่ ที่ข้าไม่มีโอกาสได้ทำแทนข้าด้วย ฝากบุตรชายของข้าด้วย"
นั่นจึงทำให้เฉินหลี่เจิน นางจากไปอย่างสงบ