สระสัจจะไม่มีสัญญาณเตือน
ไม่มีป้ายบอก ไม่มีรั้วไม่มีกลิ่นหรือเสียงที่บอกว่าที่นี่แตกต่างจากส่วนอื่นของป่าแค่น้ำใสสีฟ้าอมเขียวในลานโล่งเล็กๆ ที่ต้นไม้รอบข้างขึ้นห่างออกไปเป็วงกลมเหมือนรู้ว่าควรถอยให้พื้นที่
เรนบอกให้เดินเงียบๆ ไม่พูด ผ่านให้เร็ว
หลินเดินเงียบได้สิบก้าว
ซึ่งถือว่านานมากสำหรับเธอ
"น้ำในนี้สวยมาก"เธอพูด ไม่ใช่เพราะอยากพูด แต่เพราะสมองผลิตสิ่งนั้นออกมาและปากก็พูดตาม"มันใสจนมองเห็นก้นเลยนะ ที่บ้านฉัน—"
"หยุด"เรนพูด หันมามองเธอ
หลินหยุดทั้งเดินและพูด "ทำไมล่ะฉันแค่—"
"นี่คือสระสัจจะ"เรนพูด เสียงต่ำกว่าปกติ ราวกับแม้แต่เขาก็ไม่อยากพูดดังในที่นี้"ที่นี่ฟังคำพูดทุกคำ และถ้าคำพูดนั้นไม่เป็ความจริง สระจะ—"
"ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"
เธอพูดออกมาโดยไม่ตั้งใจไม่ใช่เพราะ้าพูด แต่เพราะ "ฉันไม่กลัวอะไรทั้งนั้น"เป็สิ่งที่เธอพูดบ่อยในชีวิต เวลาที่รู้สึกว่าต้องแสดงท่าทีก่อนเวลาที่อยากให้คนอื่นคิดว่าเธอโอเค เวลาที่ตัวเองก็ไม่แน่ใจ
ป่าตอบสนองทันที
น้ำในสระหมุนวนเป็วงกลม ไม่แรงแต่สม่ำเสมอ เหมือนมีอะไรใต้น้ำกำลังตื่น
แล้วบ่วงน้ำก็ปรากฏ
ไม่ใช่เชือก ไม่ใช่สายโลหะแต่เป็น้ำที่หมุนแน่นเป็วงและพุ่งมาจากสระ รัดรอบข้อมือซ้ายของหลินในวินาทีเดียวเย็น แน่น และแน่นขึ้นเรื่อยๆ ทุกครั้งที่เธอขยับ
"โอ้โห!"หลินะโ "นี่คืออะไร นี่—"
"นิ่ง"เรนพูดตัดบท "ยิ่งขยับยิ่งแน่น"
หลินหยุดขยับ หัวใจเต้นเร็วมองบ่วงน้ำที่พันข้อมือ มองสระที่ยังหมุนวนอยู่มองเรนที่ยืนอยู่ห่างออกไปสองก้าวด้วยสีหน้า ที่หลินอยากเรียกว่า"บอกแล้ว"
"โอเค"เธอพูด เสียงสั่นนิดหน่อย "โอเค ฉันเข้าใจแล้ว ฉันพูดโกหก สระไม่ชอบนาคบาศออกมารัด วิธีแก้คืออะไร?"
"พูดความจริงของสิ่งที่เพิ่งโกหก"
หลินมองบ่วงน้ำ มองเรน "ง่ายมากฉันแค่พูดว่าฉันกลัว แค่นั้นเอง"
"ใช่"
"โอเค"เธอเคลียร์คอ "ฉัน—" หยุด "ฉัน..." หยุดอีกครั้ง
บ่วงแน่นขึ้นเล็กน้อย
---
ปัญหาคือสามตัวอักษรนั้น
ก-ล-ัว
ไม่ใช่ว่าหลินไม่รู้ว่าตัวเองกลัวเธอรู้ดี รู้ตลอดสองวันที่ผ่านมาว่าเธอกลัวมากกว่าที่แสดงออกรู้ว่ามุกและคำพูดที่ออกมาไม่หยุดเป็วิธีที่เธอใช้บอกตัวเองว่าทุกอย่างยังอยู่ในมือ
แต่การพูดออกมาตรงๆ ว่ากลัวเป็อีกเื่หนึ่ง
"บางทีฉันก็กลัวบ้าง"เธอพูด
บ่วงแน่นขึ้น
"โอ้โห"หลินส่ายหน้า "ไม่รับ 'บางที' ด้วย?"
เรนนั่งลงบนก้อนหินริมสระท่าทางของคนที่รู้ว่ากระบวนการนี้จะใช้เวลาสักพัก ไม่รีบ ไม่หงุดหงิด แค่รอ
"พูดแค่สิ่งที่จริงไม่ต้องมีเงื่อนไข"
"ฉันก็พยายามอยู่"
"เธอไม่ได้พยายามเธอกำลังหาคำที่ฟังดูจริงแต่รู้สึกปลอดภัยพอ"
หลินจ้องเรน "คุณฉลาดมากเลยนะ"
"ฉันรู้จักสระนี้มานานพอ"
บ่วงแน่นขึ้นอีก หลินรู้สึกได้ที่ข้อมือไม่เจ็บ แต่ตึง แน่นแบบที่บอกว่าถ้าไม่แก้ไขในที่สุดจะเจ็บ
เธอยืนอยู่กับความรู้สึกนั้น
คิดถึงอันคิดถึงโทรศัพท์ที่หมดแบตและหมดสัญญาณั้แ่วันแรกคิดถึงความรู้สึกที่นอนมองฟ้าเมื่อคืนก่อนและรู้ว่าเธอไม่รู้ว่าอันเป็ยังไงไม่รู้ว่าอันกำลังทำอะไร ไม่รู้ว่าอันรู้ว่าเธอหายไปหรือเปล่า
ทุกอย่างที่พยายามไม่นึกถึงเพราะถ้านึกถึงก็จะไม่สามารถเดินต่อได้
"ฉันกลัวว่าจะกลับไปหาอันไม่ได้"
ไม่ได้ตั้งใจจะพูดดัง แค่ออกมาเสียงสั่นนิดหน่อย ต่ำกว่าที่พูดปกติ ไม่มีมุก ไม่มีน้ำเสียงเล่นๆ แค่ประโยคนั้น
บ่วงหลุดออกจากข้อมือในทันที
เงียบ
น้ำในสระหยุดหมุนกลับมานิ่งใสสีฟ้าอมเขียวเหมือนเดิม แล้วกระเพื่อมเบาๆ หนึ่งครั้ง เหมือนได้ยินเหมือนขอบคุณ
หลินยืนถูข้อมือซ้ายที่แดงเล็กน้อยไม่พูดอะไร
เรนก็ไม่พูด แต่ลุกขึ้นมายืนข้างๆ เงียบๆ
---
พวกเขานั่งอยู่ริมสระอีกสักพักก่อนเดินต่อไม่ใช่เพราะ้าพักแต่เพราะทั้งสองรู้สึกโดยไม่ต้องพูดว่าควรนั่งอยู่นิดหนึ่งก่อน
สระสัจจะเงียบ ป่ารอบข้างเงียบแสงกรองลงมาสีทองอ่อนๆ
หลินนั่งมองน้ำมองเงาตัวเองที่สะท้อนในสระ ครั้งนี้เงาไม่ทำอะไรแปลก แค่เงาปกติที่ขยับตามเธอ
"เรน"
"อะไร?"
"ถ้าฉันพูดสิ่งที่กลัวออกมาแล้วบ่วงหลุด"หลินพูดช้าๆ "แปลว่าสระนี้ไม่ได้้าให้ฉันกลัวน้อยลงมันแค่้าให้ฉันยอมรับว่ากลัว"
เรนนิ่งอยู่ครู่ "ใช่"
"นั่นเป็มาตรฐานที่ยุติธรรมกว่าที่คิด"
"หิมพานต์ยุติธรรมแค่ยุติธรรมในแบบที่ไม่ใช่แบบของมนุษย์"
หลินมองน้ำต่อ"ฉันไม่เคยพูดว่ากลัวให้ใครฟังตรงๆ เลย" เธอพูดเบา ไม่ใช่บ่น แค่สังเกต"มันรู้สึกแปลกกว่าที่คิด"
"แปลกในทางไหน?"
"ไม่รู้"เธอพูด "ไม่ได้รู้สึกแย่ขนาดที่คิดว่าจะรู้สึก"
เรนไม่ตอบ แต่หลินรู้สึกว่าเขาได้ยิน
ครั้งแรกในการเดินทางที่ทั้งสองนั่งในความเงียบโดยไม่รู้สึกว่าต้องพูดอะไรเพื่อเติมความเงียบนั้น
เรนลุกขึ้น "เดินต่อยังไปไม่ถึงไหน"
หลินลุกตาม ครั้งนี้ไม่มีมุก ไม่ล้อแค่ลุกขึ้นเดิน
ป่าข้างหน้าเปิดออกรับพวกเขาในแสงบ่ายสีทอง
---