ยามบ่ายคล้อย แสงแดดเริ่มอ่อนลงทิ้งเงายาวทอดไปตามทางดินเลียบป่า เสียงแมลงร้องระงมเป็จังหวะสม่ำเสมอ
ภูผาเดินอยู่เพียงลำพัง
ในมือไม่มีอาวุธ มีเพียงกายและสติ
ลมหายใจนิ่ง สายตากวาดมองรอบตัวอย่างไม่ประมาท
ั้แ่วันที่เขาช่วยเรือนแก้วไว้เขารู้ดีว่า…เื่ยังไม่จบ
และวันนี้—ลางสังหรของเขาบอกว่ามีบางอย่าง “ไม่ปกติ”
เสียงฝีเท้า…เบาเกินไป
ลม…เงียบเกินไป
เขาหยุด
ช้า ๆ
“ออกมาเถอะ”
น้ำเสียงเรียบ
ไม่มีความตื่นตระหนก
ความเงียบกินเวลาชั่วขณะ
ก่อนที่—
ฟึ่บ!
เงาห้าสายพุ่งออกมาจากรอบด้าน
ปิดล้อมทันที
ภูผาขยับเท้าเล็กน้อย ตั้งจังหวะ
สายตาไล่มองทีละคน
ห้าคน
ร่างกายแข็งแรง มีพื้นฐานการต่อสู้ แต่งกายอย่างรัดกุมต่างสะพายขัดดาบสองเล่มไว้ด้านหลัง
และที่สำคัญ—
อาวุธสั้นมือนั้น แปลกตายิ่งนัก
“เด็กวัดคนนั้นใช่ไหม”
หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้น เสียงเย็น
ภูผาไม่ตอบ
อีกคนหัวเราะเบา ๆ
“กล้าดีนะ ไปแตะต้องคนของพวกข้า”
ภูผาหรี่ตาเล็กน้อย
“อย่าเปลืองวาจาเลย.…รับเถอะ ข้ารอนานแล้ว”
ชายคนนั้นยิ้ม
“แน่นอน ที่เ้าควรจะกลัวแต่ดูเหมือนว่าเ้าไม่เป็เช่นนั้น”
“แต่ช่างเถอะ ยังไงวันนี้เ้าคงต้องตาย”
คำพูดนั้น…ชัดเจนพอ
ลูกหลานขุนนางกังฉิน
มีอำนาจ
และไร้ความปรานี
ภูผายังดูสงบนิ่ง เพียงกำมือแน่นเล็กน้อย
ในใจนั้น ประเมินสถานการณ์แล้ว
ห้าคนมีอาวุธประสบการณ์เหนือเด็กวัด
“สู้ตรง ๆ ไม่รอด…”
ข้อสรุปชัดเจนในหัว
งั้นก็ต้อง—
“วางแผน”
“จะยืนเฉยอีกนานไหมวะ!”
หนึ่งในนั้นพุ่งเข้ามา
ดาบฟาดลงมาอย่างรวดเร็ว
ฉับ!
ภูผาถอยหลบ
คมดาบเฉียดหน้าไปเพียงเสี้ยว
อีกสองคนเข้าประกบ
ปิดทางหนี
ปัง! ฉับ! ตึง!
การโจมตีต่อเนื่อง ไม่มีช่องว่าง
ภูผาหลบ
สวน
ถอย
ทุกก้าว…คำนวณ
ทุกจังหวะ…มีเป้าหมาย
“ถอยไปทางซ้าย…อีกนิด…”
เขาขยับทีละน้อย
เหมือนถูกกดดัน
เหมือนกำลังเสียเปรียบ
แต่ความจริง—
เขากำลัง “พาตัวเอง” ไปยังที่หมาย
เสียงน้ำเริ่มดังขึ้น
แม่น้ำอยู่ไม่ไกล
“อย่าคิดหนีเลย วันนี้ย่อมไม่มีทางรอด จงสู้อย่างผู้กล้าและตายอย่างผู้กล้าเถิด!”
เสียงเยาะเย้ยดังขึ้น
ภูผาไม่ตอบ ในใจกับคิดเพียงเขาที่รู้ว่าความตายเป็เช่นไร …
ดังนั้นต้องมีชีวิตรอดเท่านั้น จึงจะมีความหมาย
เพียงหายใจลึก
ลม…นิ่ง
ใจ…นิ่ง
อีกคนพุ่งเข้ามา แทงทวนตรงกลางลำตัว
ฉับ!
ภูผาบิดตัวหลบ
แต่ปลายทวนเฉียดแขน แล้วกริชสั้นเล่มนั้นแทงมาอย่างแม่นยำ ปิดทางขยับหนีของเขาไว้ได้
เืซึมทันที
ความเจ็บแล่นขึ้นมา
แต่เขาไม่สน
“ใกล้อีกนิด…”
พื้นดินเริ่มชื้น
เสียงน้ำชัดขึ้น
ชายคนหนึ่งยิ้ม
“จนมุมแล้ว”
ภูผาหยุด
หันหน้าเข้าหาพวกมัน
ลมหายใจช้าลง
ดวงตานิ่ง
“ใช่…”
“จนมุมแล้ว”
คำพูดนั้นทำให้ทั้งห้าชะงักเล็กน้อย
เสี้ยววินาที—
พอแล้ว
ภูผาก้าวเข้าใส่ทันที
ปัง!
หมัดตรงเข้าใบหน้าคนที่ใกล้ที่สุด
อีกฝ่ายเซ
ช่องเปิด
เขาผลักร่างนั้นออกเต็มแรง
แล้ว—
หันหลัง คล้ายจะหลบเข้าไปในป่ารกทึบด้านข้างนั้น.
“ระวัง”
“มันจะหนี!”
เสียงะโดังขึ้น “สามคนดักด้านป่าทึบอีกคนตามหลังมาอย่างกระชั้นชิด
แต่ช้าไปแล้ว
ตูม!
ร่างของภูผาพุ่งลงแม่น้ำแต่สายตาของเขายังมองเห็นอาวุธสั้นอีกอัน มันชี้มาทางเขา แล้วเปล่งแสง …พรึ่บ
แต่ไม่ทันเขาแล้ว
สายน้ำกระแทกตัวแรง
ความเย็นแล่นไปทั่วร่าง
แต่เขาฝืน
กลั้นหายใจ
ปล่อยให้กระแสน้ำพาไป
เสียงฝีเท้าบนฝั่งดังแว่ว
“ไปไหนแล้ววะ!”
“หา!”
แต่ไม่มีใครเห็น
เพราะเขา—
“จมหายไปแล้ว”
ไม่รู้เวลาผ่านไปนานแค่ไหน
ภูผาค่อย ๆ โผล่ขึ้นมาอีกฝั่ง
หอบ
ร่างกายเต็มไปด้วยาแ
แขนยังมีเืไหล
ขาสั่นเล็กน้อย
แต่—
ยังมีชีวิต
เขาคลานขึ้นฝั่ง
นอนหงาย มองท้องฟ้า
“รอด…อย่างหวุดหวิดคราวหน้าคงจะยากรับมือเช่นอย่างครานี้”
เขาครุ่นคิดทบทวน มีบางเื่สกิดใจของเขาอย่างมาก แสงสุดท้ายนั่น คงเป็อาวุธลับหากพวกมันใช้ในระยะใกล้ คงยาก ที่จะรอดจากอาการบาทเจ็บ หรือตายได้
หากครั้งนี้ พวกมันไม่ประมาท เขาคงไม่รอด..ต่อจากนี้ ต้องพร้อมกว่านี้ต้องฝึกอีก
ค่ำวันนั้น ในป่าช้า
อรชุนมองร่างของภูผาที่นั่งพิงต้นไม้
เืแห้งติดตามตัว
าแหลายจุด
“เกือบตายสินะ”
ภูผาหัวเราะเบา ๆ
“นิดเดียว”
อรชุนพยักหน้า
“ดี”
คำตอบนั้นทำให้ภูผาเลิกคิ้ว
“ดี?”
“คนที่ไม่เคยเกือบตาย…จะไม่รู้จักคำว่า ‘ระวัง’”
เขาเดินเข้ามา
โยนห่อสมุนไพรให้
“ใช้สิ่งนี้”
ภูผารับไว้ เปิดดู
กลิ่นแรงเล็กน้อย
“สมุนไพร?”
“ใช่”
อรชุนนั่งลง
“โลกนี้…ไม่ได้มีแค่ดาบกับหมัด”
“ยังมี ‘ยา’”
เขาหยิบใบไม้บางชนิดขึ้นมา
“นี่ลดอักเสบ”
“นี่ห้ามเื”
“นี่…ช่วยฟื้นกำลัง”
ภูผาฟังอย่างตั้งใจ
ทุกคำ—สำคัญ
“จำไว้”
อรชุนมองเขานิ่ง
“วันหนึ่ง…สิ่งพวกนี้จะช่วยชีวิตเ้า”
ภูผาพยักหน้า
“ครับ”
เขาเริ่มทำแผลเอง
ช้า ๆ
ตามที่อรชุนบอก
ความเจ็บยังมี
แต่ใจ—
นิ่งกว่าเดิม
ลมพัดผ่านป่าช้า
เงียบงัน
ภูผามองมือของตัวเอง
“วันนี้…ถ้าพลาดนิดเดียว…”
เขาไม่พูดต่อ
แต่รู้ดี
คำตอบคืออะไร
เขากำมือแน่น
ดวงตาแข็งขึ้น
“ครั้งหน้า…”
“ฉันจะไม่หนี”
เสียงลมพัดแรงขึ้น
เหมือนตอบรับ
……….
ในเงามืดของเมือง ชายคนหนึ่งยืนอยู่
ฟังรายงาน
“มันหนีไปได้?”
น้ำเสียงเย็น
“ขออภัยขอรับ…”
เงียบไปครู่หนึ่ง
ก่อนเสียงนั้นจะดังขึ้นอีกครั้ง
“ไม่เป็ไร”
“เด็กวัดนี่…น่าสนใจยิ่งนัก”
ในใจกลับสนใจยิ่งนัก ห้าคน พร้อมอาวุธ ที่เขาส่งออกไปนั้น หากเป็ทหารระดับหัวหมู่ รับรองว่า ไม่มีทางรอด
มุมปากของเขายกขึ้น
“น่าสนุกขึ้นแล้วสิ”
เงานั้นหายไปในความมืด
ทิ้งไว้เพียง—
“พายุที่กำลังก่อตัว”