บทที่ 15 ฟัดแก้มเ้าก้อนแป้งเสร็จก็พลิกหน้าเปลี่ยนท่าที
มีเพียงจูจูคนเดียวเท่านั้นที่คุ้นเคยกับการกระทำนี้เป็อย่างดี สีหน้าเล็ก ๆ ของนางดูจนใจยิ่งนัก นางชูแขนเล็ก ๆ ทั้งสองข้าง ปล่อยให้เขาฟัดแก้มอยู่พักหนึ่ง ก่อนจะเอ่ยถามอีกครั้งว่า
"ท่านลุงใหญ่?"
ฮ่องเต้ิซี... ฟัดแก้มเด็ก...
จูจูรออีกครู่หนึ่ง แล้วพยายามโน้มมือเล็ก ๆ ไปเขี่ยศีรษะของเขา
"ท่านลุงฮ่องเต้?"
ฮ่องเต้ิซี... ฟัดแก้มเด็ก...
เมื่อก่อนเคยเห็นแล้วเกิดความอยากแต่ไม่เคยได้ฟัดเลย นาน ๆ ทีจะจับตัวได้ แถมเด็กน้อยยังไม่ร้องไห้ ฮ่องเต้ิซีจึงฟัดจนหนำใจ
จนกระทั่งแม่ทัพใหญ่เซี่ยทดสอบฝีมือเสร็จสิ้นและพาคนเข้ามาข้างใน ฮ่องเต้ิซีก็ยังฟัดไม่เลิก
จากนั้นเ้าก้อนแป้งน้อยก็หันไปถามว่า "ท่านลุงใหญ่ พี่ชาย..."
ฮ่องเต้ิซีกลัวว่าจะฟัดจนเด็กน้อยร้องไห้ แต่ที่สำคัญกว่าคือกลัวว่าเซี่ยหวยเจิ้งจะชิงตอบก่อน จึงเงยหน้าขึ้นกล่าวว่า
"พี่เจ็ดของเ้าแรงเยอะไม่ใช่หรือ ดังนั้นจึงให้ลุงของเ้าช่วยสอนเขาเสีย"
ดวงตาของจูจูเป็ประกาย "ท่านลุงฉอนพี่ชาย?"
นางเรียกร้องอย่างมีเหตุผลว่า "จูจูจะเยียนด้วย"
ทว่าฮ่องเต้ไม่ใช่บิดาของนาง และไม่ใช่ลุงของนาง ฮ่องเต้เป็คนหน้าไม่อาย พอฟัดแก้มเด็กเสร็จก็พลิกหน้าเปลี่ยนท่าทีไม่รู้จักทันที เขาจึงกล่าวว่า
"ไม่ได้ เ้าเรียนไม่รู้เื่หรอก"
จูจูรีบเถียง "เยียนยู้เยื่อง!"
ฮ่องเต้ิซีหัวเราะ "ถ้าอย่างนั้นก็ได้ เ้าก็เข้าวังมาเรียนทุกวันเถิด"
จูจูต่อรอง "จูจูเยียนที่บ้าน"
"ทำเช่นนั้นได้อย่างไร" ฮ่องเต้ิซีไม่ตกลง "เ้าจะเข้าวังมาเรียน หรือจะไม่เรียนเลย เรียนที่บ้านเ้าไม่ได้ ข้าไม่อนุญาต"
จูจูเบิกตากว้างพลางจ้องหน้าเขานิ่ง
ฮ่องเต้ิซีถูกเหล่าขุนนางแสดงละครใส่ทุกวัน การจ้องหน้ากันเช่นนี้เขาชินเสียแล้ว เรียกว่านิ่งสงบดุจขุนเขา
จากนั้นจูจูก็ครุ่นคิด แล้วงัดไม้ตายออกมา
นางลงจากอ้อมกอดของฮ่องเต้ิซีโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เดินเตาะแตะไปกลางตำหนัก แล้วหมอบลงกับพื้นอย่างชำนาญ โก่งก้นเล็ก ๆ แล้วเริ่มแสร้งร้องไห้ เสียงดังสนั่นหวั่นไหว
เซิ่งิหลินตะลึง
เขาคิดไม่ถึงจริง ๆ ว่าเขาเพิ่งจะปลอบประโลมเสร็จ เ้าก้อนแป้งน้อยนี่ก็กล้าเล่นแง่กับฮ่องเต้เสียแล้ว
เซิ่งิหลินใ รีบหันไปมองผู้ใหญ่้า เห็นเพียงฮ่องเต้ที่ยิ้มกริ่ม สีหน้าบอกว่า ‘ฮ่า ๆ น่าสนุกจริง ๆ’ ไม่มีท่าทีว่าจะตำหนิเลยแม้แต่น้อย
ส่วนฮองเฮาแม้จะจนใจ แต่ก็ยังมีความรู้สึกประหลาดว่า ‘จูจูน่ารักจริง ๆ’ แม้แต่พระชายาตวนอ๋องก็ไม่ได้ลุกขึ้นขอพระราชทานอภัย เห็นได้ชัดว่าชินเสียแล้ว
เซิ่งิหลินกุมขมับเงียบ ๆ ดูเหมือนเขาจะเข้าใจขึ้นมาทันทีว่า ทำไมในอนาคตจูจูถึงเติบโตเป็เด็กแสบ
นางหน้าตาสวยเกินไป ดังนั้นไม่ว่าจะทำอะไรก็ดูน่ารักไปหมด แม้แต่ฮ่องเต้และฮองเฮายังตามใจนาง ไม่กล้าลงโทษ แล้วจะมีใครกล้าสั่งสอนนางเล่า?
เด็กที่ว่าว่านอนสอนง่ายที่สุด หากถูกตามใจก็คงกลายเป็เด็กแสบได้เหมือนกันใช่หรือไม่?
พริบตาต่อมา ฮ่องเต้ผู้ขี้เล่นก็เริ่มก่อน
เขากระแอมไอครั้งหนึ่ง ลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงไปทางจูจูไม่กี่ก้าว
เสียงร้องไห้ปลอม ๆ ของจูจูหยุดลงเล็กน้อย นางแอบเงยหน้าขึ้นมองเขา
ฮ่องเต้ที่เพิ่งฟัดแก้มเด็กน้อยเสร็จ ทำราวกับว่าไม่เคยทำอะไรมาก่อน เขาไพล่มือไว้ข้างหลัง ทำหน้าดุ ตัวสูงใหญ่ขนาดนี้ เท้าใหญ่ราวกับเรือ เพียงก้าวเดียวก็สามารถเหยียบจูจูจนแบนได้!
เ้าก้อนแป้งสะดุ้งโหยง จากนั้นก็ค่อย ๆ ขยับหนีไปด้านข้าง แล้วเริ่มแสร้งร้องไห้อีกครั้ง
ฮ่องเต้ิซีค่อย ๆ ก้าวเดินไปทางนั้นอีกก้าว จูจูก็ลืมเื่แสร้งหลั่งน้ำตาไปเสียสนิท นางทำตัวเหมือนปูตัวน้อย แขนขาเล็ก ๆ ขยับไหวพัลวัน ย้ายร่างหลบไปด้านข้างอย่างลนลานพลางส่งเสียงฮึดฮัดขัดใจ...
ในที่สุดนางก็ขยับไปจนชิดกำแพง ไม่มีที่ให้หนีแล้ว ใบหน้าเล็ก ๆ หันเข้าหากำแพง ตัวสั่นเทา
ฮ่องเต้ิซีก้าวไปข้างหน้าอีกก้าว เท้าแทบจะแตะมือของนาง
จูจูรีบชักมือเล็ก ๆ กลับอย่างรวดเร็ว ฮ่องเต้ิซีมีสีหน้าสนุกสนาน กระแอมไอสองครั้ง แล้วใช้เท้าดันไปข้างหน้าอีกนิด
เ้าก้อนแป้งถูกบีบคั้นจนทนไม่ไหว ลุกขึ้นนั่งทันทีแล้วะโเสียงดัง
"ท่าน ท่านมะใช่ฮ่องเต้หยอ?"
ฮ่องเต้ิซีหัวเราะ "ใช่ ข้าคือฮ่องเต้ แล้วอย่างไรเล่า?"
เสียงของเ้าก้อนแป้งน้อยเบาลงหลายระดับ "ฮ่องเต้รังแกเด็กตัวเย็ก ๆ ไม่ด้าย"
ฮ่องเต้ิซีกระแอมไอ สำหรับฮ่องเต้แล้ว ความกระอักกระอ่วนเล็กน้อยนี้ถือว่าไม่มีอยู่จริง ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างหน้าไม่อายทันทีว่า
"ข้ารังแกเ้าตอนไหน? เจิ้นเพียงแต่เดินอยู่ในตำหนัก เป็เ้าที่ขวางทางข้าเอง"
เ้าก้อนแป้งน้อยถึงกับพูดไม่ออก
จากนั้นฮ่องเต้ิซีก็เลิกชายฉลองพระองค์แล้วย่อตัวลง พูดโดยไม่กะพริบตาว่า
"อีกอย่าง ชีหลางเป็ลูกของข้า..."
เ้าก้อนแป้งน้อยรีบพูดทันที "แต่จูจูก็เป็ลูกของท่านเหมือนกัน!"
ฮ่องเต้ิซี "???"
เ้าก้อนแป้งน้อยกล่าวว่า "ท่านแม่บอกว่า ฮ่องเต้รักราษฎรดั่งบุตร! ฮ่องเต้เป็ท่านพ่อของทุกคน จูจูและพี่จ๋า พี่เจ็ด พี่สี่ เป็ลูกของท่านหมดเยย!"
หากพูดเช่นนี้ ก็ถือว่าไม่ผิดจริง ๆ
ฮ่องเต้ิซีลูบเครา
เ้าก้อนแป้งเห็นว่าเขาถึงกับพูดไม่ออก ก็มีกำลังใจขึ้นมาทันที
"เื่ของเด็ก ผู้ใหญ่ห้ามยุ่ง! จูจูจะเอาพี่เจ็ดกลับบ้าน!"
องค์ชายเจ็ดเอ่ยขึ้น "เสด็จพ่อ ลูกไม่อยาก..."
ทว่าทั้งสองคนไม่ได้สนใจเขาเลย
ฮ่องเต้ิซีกล่าวว่า "ถ้าอย่างนั้น ทำไมพวกเ้าไม่ย้ายมาอยู่ในวังด้วยกันเล่า? ในเมื่อล้วนเป็ลูกของข้า ก็ยิ่งควรจะมาอยู่ที่นี่กับข้า"
เ้าก้อนแป้งน้อยส่ายหัว "ไม่ได้ ๆ"
"เพราะเหตุใด?"
เ้าก้อนแป้งน้อยเอียงคอเหมือนแมวน้อย แล้วกล่าวอย่างจริงจังว่า
"ท่านไม่ยู้หยอ? ในวังหลวงมีผู้ใหญ่มามากมายทุกวัน วังหลวงเป็ที่ของผู้ใหญ่ บ้านของจูจูต่างหากที่เป็ที่ของเด็ก!"
ฮ่องเต้ิซี "..."
เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเสียงดัง จากนั้นจึงกล่าวว่า
"ตกลง เช่นนั้นก็ให้พี่เจ็ดของเ้าไปอยู่กับเ้าเถิด!"
องค์ชายเจ็ดอดไม่ได้ที่จะเอ่ยขึ้นอีกครั้ง "เสด็จพ่อ..."
แม่ทัพใหญ่เซี่ยตบไหล่เขาเบา ๆ
ฮ่องเต้ตรัสออกมาแล้ว เ้าจะพูดอะไร ฮ่องเต้ก็ไม่ทรงถอนคำพูดหรอก คิดว่าทุกคนมีหน้ามีตาพอจะเล่นแง่กับฮ่องเต้ได้หรือ?
องค์ชายเจ็ดก้มหน้าลงอย่างเงียบ ๆ
ดังนั้นเื่นี้จึงถูกตัดสินเช่นนี้ โดยที่ตัวการอย่างองค์ชายเจ็ดไม่มีสิทธิ์ออกความเห็นเลย
จูจูมีความสุขมาก ถึงขั้นที่ว่ายอมกอดท่านลุงฮ่องเต้เป็ครั้งแรก และมอบจุมพิตนุ่มนิ่มให้เขาหนึ่งที
ฮ่องเต้ิซีจากไปด้วยความพึงพอใจ
เขายังพาแม่ทัพใหญ่เซี่ย องค์ชายใหญ่ และองค์ชายสามไปด้วย ส่วนองค์ชายหกผู้รักการเรียนก็กลับไปอ่านหนังสือ ทว่าองค์ชายสี่ยังคงอยู่
เขานั่งลงจิบน้ำชาไปครึ่งถ้วย แล้วถามเซิ่งิหลินว่า
"เ้ากลับจวนเมื่อต้นเดือนหรือ?"
มาแล้วสินะ
เซิ่งิหลินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสหายเก่าในชาติก่อน ความรู้สึกจึงซับซ้อนเล็กน้อย เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า
"ขอรับ"
องค์ชายสี่ถามต่อ "เมื่อไม่กี่วันก่อน เหตุใดจูจูถึงได้รับาเ็?"
เื่นี้เซิ่งิหลินรู้ดี เพราะมีหลายคนอธิบายรายละเอียดให้เขาฟัง เขาจึงกล่าวว่า
"เมื่อไม่กี่วันก่อนจูจูปวดฟัน ท่านแม่ไม่อนุญาตให้นางกินลูกอมอีก จูจูจึงงอแง ขังตัวเองอยู่ในห้อง แต่ความจริงคือนางปีนหน้าต่างออกมา ตั้งใจจะไปหาท่านลุงที่ตระกูลเซี่ย แต่คงจะหลงทาง เดินไปถึงข้างูเาจำลองแล้วปีนขึ้นไป ข้าเดินผ่านตรงนั้นพอดี จูจูเห็นข้าจึงอยากมาหา ลืมไปว่ายังอยู่บนที่สูง จึงก้าวลงมาจากยอดูเาจำลองแล้วตกลงมาขอรับ"
เขาลดสายตาลง ทำท่าทางรู้สึกผิดและเสียใจ พร้อมกล่าวเสียงเบาว่า
"จูจูหมดสติไปครึ่งค่อนวัน"
องค์ชายสี่ฟังแล้วขมวดคิ้วมุ่น "พวกบ่าวรับใช้นั่น ควรถูกสั่งสอนให้หนัก! จูจูอายุเพียงสามขวบ กลับปล่อยให้นางอยู่ในห้องเพียงลำพัง แถมยังปีนหน้าต่าง? หากตกลงมาจะทำอย่างไร? อีกทั้งตอนออกจากเรือน ขึ้นูเาจำลองกลับไม่มีใครเห็น บ่าวรับใช้บกพร่องต่อหน้าที่อย่างร้ายแรง! สมควรต้องลงโทษสถานหนัก!"