เช้าวันจันทร์ที่ออฟฟิศบรรยากาศกลับเงียบงันปนเสียงเปิดหน้ากระดาษและเสียงคลิกเมาส์ที่ดังแว่วเป็จังหวะ เครื่องปรับอากาศในแผนกพัดลมเย็นฉ่ำทว่ากลับทำให้มินตรารู้สึกหนาวสะท้านลึกเข้าไปในกระดูก หญิงสาวนั่งตัวลีบอยู่ตรงโต๊ะทำงานของตนเอง ดวงตากลมโตจับจ้องไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เปิดไฟล์งานค้างไว้ ทว่าสมองกลับไม่ได้รับรู้ข้อมูลตัวเลขหรือข้อความใด ๆ บนหน้าจอเลยแม้แต่น้อย ความเ็ปหน่วงหนักจากการเผชิญหน้ากับครอบครัวของปกป้องในงานวันกีฬาและครอบครัวของบริษัทเมื่อสองวันก่อนยังคงหลงเหลือเป็ตะกอนนิ่งในจิตใจ ตอกย้ำให้ตระหนักถึงสถานะอันไร้ตัวตนของตนเองในโลกความเป็จริงของชายหนุ่ม
รอบตัวของมินตรายังคงมีเสียงพูดคุยของพนักงานแผนกต่าง ๆ ที่เพิ่งเดินเข้ามาทำงาน หลายคนยังคงแลกเปลี่ยนความประทับใจเกี่ยวกับกิจกรรมครอบครัววันหยุดด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม โดยเฉพาะเื่ความน่ารักของลูกสาวตัวน้อยวัยเจ็ดขวบและลูกชายคนโตวัยเก้าขวบของปกป้องที่กลายเป็ขวัญใจของใครหลายคนในงาน ทุกประโยคชื่นชมจากเพื่อนร่วมงานคล้ายกับเป็แรงอัดกระแทกเบา ๆ ที่หน้าอกของมินตราจนหายใจไม่ทั่วท้อง หญิงสาวพยายามก้มหน้าต่ำ แสร้งทำเป็พิมพ์แป้นพิมพ์อย่างขะมักเขม้นเพื่อไม่ให้ใครสังเกตเห็นประกายน้ำตาที่เริ่มรื้นขึ้นมาคลอเบ้าตาอีกครั้ง
เวลาผ่านไปจนกระทั่งสาย ปกป้องเดินก้าวเข้ามาในแผนกด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเปี่ยมไปด้วยภูมิฐานตามปกติ เสื้อเชิ้ตสีเทาอ่อนที่พับแขนขึ้นจรดข้อศอกอย่างประณีตเรียบร้อยคู่กับกางเกงสแล็กสีดำขลับสะท้อนภาพลักษณ์ของผู้บริหารทีมที่พนักงานทุกคนให้ความเคารพยำเกรง ชายหนุ่มเดินผ่านโต๊ะทำงานของมินตราโดยไม่ได้เอ่ยทักทาย ทว่ามือที่ถือแฟ้มเอกสารกลับเกร็งขึ้นเล็กน้อย แววตาคมกริบคู่ใต้กรอบคิ้วเข้มเหลือบมองร่างบอบบางที่นั่งก้มหน้าอยู่ชั่วแวบหนึ่ง แววตาคู่นั้นสั่นไหวด้วยกระแสความรู้สึกผิดบาปและความกังวลใจอย่างปิดไม่มิด ก่อนที่ปกป้องจะขยับตัวก้าวเดินตรงไปยังห้องทำงานส่วนตัวของตนเองในทันที
ความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่กลางอากาศทำให้ห้องทำงานทั้งห้องดูแคบลงอย่างถนัดตา มินตราสูดลมหายใจลึกยาวเพื่อระงับความสั่นเทาของร่างกาย เธอรู้ดีว่าปกป้องเองก็กำลังทรมานไม่ต่างจากเธอภายใต้ความลับที่ต้องปกปิด ทว่าความทรมานของมินตรากลับแฝงไปด้วยความละอายแก่ใจที่สะสมเพิ่มพูนขึ้นทุกวินาที ภาพดวงตากลมโตใสซื่อของลูกสาวปกป้องขณะที่ยื่นมือมารับตุ๊กตากระต่าย และใบหน้าหวานเปี่ยมด้วยไมตรีจิตของรินรดาที่ส่งยิ้มให้เธอพร้อมคำอวยพรที่อบอุ่น ยังคงเด่นชัดในความทรงจำ มันไม่ใช่แค่ความอึดอัดแน่นอกจากการปิดบังความสัมพันธ์ธรรมดา แต่มันคือการยอมรับความจริงว่าตนเองกำลังแทรกซึมทำลายความสงบสุขของคนอื่นที่ไม่ได้ทำความผิดใด ๆ เลย
่บ่ายคล้อยของวัน เสียงฝีเท้าเบา ๆ และกลิ่นน้ำหอมหวานอ่อนละมุนที่คุ้นเคยปลุกให้มินตราต้องเงยหน้าขึ้นจากงาน ร่างระหงของหญิงสาวผู้มีกิริยาท่าทางงดงามสุภาพเดินก้าวเข้ามาในห้องทำงานของแผนก รินรดาในชุดเดรสสีครีมเรียบหรูสวมทับด้วยเสื้อคลุมผ้าไหมพรมบางเบาส่งยิ้มกว้างอย่างเป็มิตรให้แก่ทุกคนในแผนก ในอ้อมแขนของเธอโอบอุ้มกล่องกระดาษสีขาวผูกโบสีหวานมาด้วย ใบหน้าหวานใสกระจ่างสะท้อนถึงความสุขและจิตใจที่ได้รับการดูแลมาอย่างดีในครอบครัวที่อบอุ่น
“สวัสดีค่ะทุกคน วันนี้รินแวะมาหาพี่ป้องที่ตึกนี้พอดี เลยถือโอกาสเอาบลูเบอร์รีชีสพายที่เพิ่งทำเสร็จเมื่อเช้ามาแบ่งให้ทานกันค่ะ” รินรดาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานนุ่มนวลชวนฟัง ขณะที่วางกล่องขนมลงบนโต๊ะกลางของแผนก
เสียงพนักงานคนอื่น ๆ ร้องทักทายและแสดงความตื่นเต้นยินดีทันที แพรวเดินก้าวเข้ามาเป็คนแรกพลางช่วยรินรดาจัดแจงเปิดกล่องและแจกจ่ายจานกระดาษใบเล็ก “อุ๊ย คุณรินรดาน่ารักจังเลยค่ะ ทำเองอีกแล้วเหรอคะเนี่ย กลิ่นหอมฟุ้งไปทั้งห้องเลยค่ะ คุณปกป้องนี่โชคดีจังเลยนะคะที่มีภรรยาทั้งสวยทั้งเสน่ห์ปลายจวักเพียบพร้อมแบบนี้” แพรวเอ่ยประจบพลางปรายสายตามาทางมินตราคล้ายกับตั้งใจจะวัดปฏิกิริยา
รินรดาหัวเราะเบา ๆ แววตาโค้งลงด้วยความอ่อนโยน “ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะคุณแพรว รินก็แค่ชอบทำขนมยามว่างน่ะค่ะ พอดีเมื่อวานได้บลูเบอร์รีสดมาเยอะ ลูก ๆ ก็ชอบทานกัน รินเลยทำเผื่อทีมงานพี่ป้องด้วย ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ช่วยกันดูแลงานอย่างเหน็ดเหนื่อย”
ในระหว่างที่พนักงานคนอื่น ๆ กำลังเลือกหยิบขนมและเอ่ยปากชื่นชมรสชาติ รินรดากลับหันมามองทางมินตราที่ยังคงยืนนิ่งเกร็งอยู่ข้างโต๊ะทำงานของตนเอง หญิงสาวผู้เป็ภรรยาหลวงก้าวเดินเข้ามาหาเด็กสาวรุ่นน้องด้วยท่าทีอ่อนนุ่มและเป็กันเองสูงสุด
“น้องมินต์ใช่ไหมจ๊ะ?” รินรดาเอ่ยทักพลางยื่นบลูเบอร์รีชีสพายชิ้นหนึ่งที่จัดใส่จานกระดาษอย่างสวยงามส่งให้ “รินจำน้องมินต์ได้จากงานวันครอบครัวเมื่อวานซืน ที่น้องมินต์ช่วยดูแลซุ้มโยนห่วงและเลือกกระต่ายสีชมพูตัวใหญ่ให้ลูกสาวของรินน่ะค่ะ ยัยหนูชอบมากเลยนะ พอกลับถึงบ้านก็นอนกอดตุ๊กตาตัวนั้นไม่ยอมปล่อยเลย รินเลยตั้งใจนำชิ้นนี้มาให้หนูเป็พิเศษ ขอบคุณมาก ๆ เลยนะคะสำหรับความใส่ใจ”
คำพูดที่เป็มิตรไร้เดียงสาของรินรดา เปรียบเสมือนเข็มเล่มเล็กแหลมคมนับพันเล่มที่ระดมกรีดแทงลงบนแผ่นอกของมินตราจนเจ็บแปลบปลาบอย่างรุนแรง ความร้อนรุ่มแล่นพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่ลำคอทำให้หญิงสาวแทบจะเปล่งเสียงออกมาไม่ได้ รอยยิ้มแสนหวานและสายตาอบอุ่นที่ไร้ซึ่งการเสแสร้งปะปนของรินรดากลับกลายเป็กระจกบานใหญ่ที่สะท้อนให้เห็นเงาดำทมึนและรอยบาปบนตัวของมินตราเด่นชัดขึ้นจนน่าขยะแหยง มือบางขยับเอื้อมไปรับจานกระดาษมาด้วยความสั่นเทาจนขอบจานเบียดชิดกับนิ้วมือ ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มจนกลัวว่าอีกฝ่ายจะจับสังเกตได้
“ขะ...ขอบพระคุณมากค่ะคุณรินรดา มินต์จำได้ค่ะ ลูกสาวของคุณน่ารักมากจริง ๆ ค่ะ” มินตราเค้นเสียงพูดตอบกลับไปอย่างยากลำบาก ลำคอแห้งผากราวกระดาษทราย ความรู้สึกผิดทุบตีมโนสำนึกจนอยากจะก้มกราบขอโทษผู้หญิงตรงหน้าเสียตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่เธอก็ทำได้เพียงยืนฝืนยิ้มที่บิดเบี้ยวและไร้ชีวิตชีวาที่สุดในชีวิต
รินรดายื่นมือเรียวบางสะอาดสะอ้านไปแตะท่อนแขนของมินตราเบา ๆ ด้วยความเอ็นดู ััอันนุ่มนวลและเป็มิตรนั้นทำให้มินตรารู้สึกราวกับร่างกายของตนเองร้อนลวกคล้ายถูกไฟแผดเผา “ทานให้อร่อยนะจ๊ะน้องมินต์ ทำงานหนัก ๆ แบบนี้ต้องเติมพลังด้วยของหวาน ๆ หน่อย รินเห็นแก้มหนูซีด ๆ ไปนะ พักผ่อนบ้างล่ะ มีอะไรก็บอกรินหรือฝากบอกพี่ป้องได้เลยนะ รินยินดีช่วยเสมอค่ะ”
ทุกถ้อยคำมีความอ่อนโยนและเมตตา ทว่าสำหรับมินตราแล้ว มันคือทัณฑ์ทรมานที่แสนสาหัส หญิงสาวบริสุทธิ์ใจดีคนนี้กำลังมอบมิตรภาพและความรักให้อย่างจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่าเด็กสาวรุ่นน้องคนนี้คือคนที่คอยแอบแบ่งปันสามีของเธอในซอกหลืบมืดมิดของความสัมพันธ์ลับ
ประตูห้องทำงานส่วนตัวเปิดออกช้า ๆ ปกป้องก้าวเดินออกมาหลังจากได้ยินเสียงคุยกันด้านนอก ชายหนุ่มชะงักงันไปในทันทีเมื่อสายตาคมกริบปะทะเข้ากับภาพภรรยาของตนกำลังยืนพูดคุยสนิทสนมอยู่กับมินตรา ใบหน้าคมคายตึงเขม็งขึ้นมาโดยสัญชาตญาณ ดวงตาสั่นระริกด้วยความตระหนกและอุดอู้ใจสูงสุด ชายหนุ่มขบกรามแน่นจนเป็สันนูนข้างแก้ม สองมือที่ล้วงกระเป๋ากางเกงกำแน่นจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อ ร่างกายเกร็งกระตุกด้วยความเ็ปที่ไม่สามารถปกป้องหรือดึงมินตราออกจากสถานการณ์บีบคั้นจิตใจนี้ได้
“อ้าว พี่ป้อง ออกมาพอดีเลยค่ะ รินเอาชีสพายมาให้ทีมงานแล้วนะคะ ชิ้นนี้ของพี่ป้องค่ะ รินคัดชิ้นที่บลูเบอร์รีเยอะ ๆ ไว้ให้โดยเฉพาะเลย” รินรดาหันไปยิ้มให้สามีพลางก้าวเดินเข้าไปหาและยื่นจานขนมอีกชิ้นส่งให้
ปกป้องฝืนปรับสีหน้าให้กลับมาเรียบเฉย แววตาสลัดความระวนกระวายใจทิ้งไปอย่างรวดเร็วแล้วส่งยิ้มอ่อนโยนตอบกลับภรรยา “ขอบคุณครับริน ทำขนมมาเหนื่อย ๆ ไม่เห็นต้องลำบากเอามาส่งถึงออฟฟิศเลย” น้ำเสียงทุ้มต่ำอบอุ่นเอ่ยขึ้น ทว่าแววตาคมกริบกลับลอบกวาดมองไปที่มินตราซึ่งยืนก้มหน้านิ่งสนิท มือสองข้างถือจานขนมไว้แน่นราวกับเป็ที่พึ่งพิงสุดท้ายในชีวิต
มินตราก้มหน้าต่ำจนคางชิดหน้าอก ปลายผมร่วงหล่นลงมาบดบังสีหน้าซีดเผือด หญิงสาวรู้สึกถึงสายตาคมกริบของปกป้องที่มองมา แต่อารมณ์แน่นอกปนสะอื้นไห้ในใจกลับท่วมท้นจนเธอไม่กล้าสบตาชายหนุ่มอีกต่อไป หญิงสาวสะกดกลั้นน้ำตาอุ่น ๆ ที่ก้อนความรู้สึกพยายามจะดันให้ไหลออกมา เธอพยายามบังคับมือที่สั่นเทาใช้ช้อนตักเนื้อพายและชีสครีมเข้าปาก รสชาติบลูเบอร์รีที่ทั้งหวานละมุนและอมเปรี้ยวชุ่มฉ่ำกลับกลายเป็ความฝืดเฝื่อนและขมขื่นอย่างถึงที่สุดในลำคอ ทุกคำที่เคี้ยวและกลืนลงไปให้ความรู้สึกเหมือนเธอกำลังกลืนเศษแก้วและหนามแหลมคมเข้าไปทำร้ายร่างกายของตนเอง
“อร่อยไหมจ๊ะน้องมินต์?” รินรดาหันมาถามด้วยรอยยิ้มกระตือรือร้น
“อะ...อร่อยมากค่ะคุณรินรดา หวาน...หวานมากเลยค่ะ” มินตราตอบรับเสียงสั่น พยายามกดก้อนสะอื้นในลำคออย่างสุดความสามารถ ใบหน้าหวานพยายามฝืนยิ้มตอบกลับไปเพื่อประคองสถานการณ์ หญิงสาวอยากจะวิ่งหนีออกไปจากตรงนี้ อยากจะหนีไปให้พ้นจากความสว่างไสวที่สะอาดสะอ้านของรินรดาและความจริงที่กำลังบดขยี้เกียรติยศที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดของตนเองจนแหลกลาญ
ปกป้องเฝ้ามองภาพนั้นด้วยความรู้สึกลึก ๆ ที่ร้าวรานไม่แพ้กัน ชายหนุ่มรู้สึกถึงความไร้ความสามารถของตนเอง ความอ่อนโยนของภรรยาที่มอบให้ชู้รักของเขากลับเป็สิ่งที่กรีดแทงจิตใจของเด็กสาวจนแทบดับดิ้น และคนที่ก่อเื่ราวทั้งหมดนี้ขึ้นมาก็คือตัวเขาเอง ชายหนุ่มมองปลายนิ้วสั่นเทาของมินตราแล้วขบกรามแน่นยิ่งขึ้น ในอกสะท้อนความปวดร้าวทว่ากลับต้องทำตัวเป็หัวหน้าครอบครัวแสนดี เดินเข้าไปโอบเอวบางของรินรดาไว้หลวม ๆ เพื่อเบี่ยงเบนความสนใจของเธอออกมา “รินครับ เดี๋ยวไปคุยรายละเอียดเื่งานตกแต่งบ้านใหม่ในห้องทำงานพี่หน่อยดีกว่าครับ จะได้ไม่รบกวนเวลาทำงานของคนอื่น ๆ ด้วย”
“ได้ค่ะพี่ป้อง งั้นรินขอตัวก่อนนะคะทุกคน ทานให้อร่อยนะคะ” รินรดาหันมาโบกมือให้ทีมงานก่อนจะเดินเคียงข้างสามีเข้าห้องทำงานส่วนตัวไป โดยมีวงแขนของปกป้องโอบประคองอย่างทนุถนอมอยู่เคียงข้าง
ทันทีที่ประตูปิดลง มินตราวางจานขนมลงบนโต๊ะทำงานของตนเองอย่างรวดเร็ว ร่างกายบอบบางทรุดฮวบลงนั่งบนเก้าอี้ สองมือบางยกขึ้นกุมขมับและปิดใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอึดอัดแน่นในทรวงอก น้ำตาอุ่นร้อนไหลร่วงลงมาตามร่องนิ้วอย่างสุดจะกลั้น หญิงสาวสะอื้นแ่เบาไร้เสียงเพื่อไม่ให้เพื่อนร่วมงานหันมาสนใจ ความอบอุ่นและมิตรภาพที่จริงใจของรินรดาคือมีดสั้นแหลมคมที่กรีดเฉือนหัวใจของมินตราซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอกย้ำสำนึกผิดบาปว่า ความสัมพันธ์สีเทาที่เธอร่วมสร้างขึ้นนี้ กำลังจะทำลายผู้หญิงที่แสนดีและครอบครัวอันสมบูรณ์แบบนี้อย่างโหดร้ายที่สุด และเธอไม่มีวันปฏิเสธความจริงนี้ได้เลย