ความเงียบสงัดเข้าปกคลุมห้องผู้ป่วยวีวีไอพีทันทีที่เสียงเล็กๆ ของเด็กหญิงเงียบลง เหลือเพียงเสียงลมหายใจเข้าออกที่เป็จังหวะสม่ำเสมอของน้องอันดา และเสียงสัญญาณชีพจรจากเครื่องมือแพทย์ที่ดัง ติ๊ด ติ๊ด อย่างมั่นคง ราวกับเสียงระฆังแห่งชีวิตที่เพิ่งถูกตีให้ดังขึ้นอีกครั้ง
บรรยากาศภายในห้องที่เคยตึงเครียดจนแทบจะะเิ บัดนี้ถูกแทนที่ด้วยความตกตะลึงพรึงเพริด ทุกสายตาไม่ว่าจะเป็ของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญระดับเอส พยาบาล หรือแม้แต่ศิรินทร์ ต่างจับจ้องไปที่ภาพเบื้องหน้าด้วยความรู้สึกที่บรรยายไม่ถูก มันเหมือนกับพวกเขาเพิ่งเห็นปาฏิหาริย์ที่แหกกฎฟิสิกส์และวิทยาศาสตร์การแพทย์ทุกข้อที่เคยร่ำเรียนมา
เกล็ดน้ำแข็งมรณะที่เคยเกาะกินร่างกายน้อยๆ ละลายหายไปจนหมดสิ้น ผิวพรรณที่เคยซีดเผือกจนน่ากลัวกลับมามีเืฝาดแดงระเรื่อ อุณหภูมิในห้องที่เคยลดต่ำจนติดลบเริ่มกลับมาอุ่นขึ้นอย่างช้าๆ แต่ทว่าความหนาวเหน็บในใจของใครหลายคนกลับยังคงอยู่ โดยเฉพาะบรรดาแพทย์ที่ยืนตัวแข็งทื่อ
กวินทร์ค่อยๆ ถอนมือออกจากหน้าผากของลูกสาว ร่างกายของเขาเซเล็กน้อยราวกับคนเมา ความเหนื่อยล้าจากการฝืนใช้พลังปราณเฮือกสุดท้ายถาโถมเข้ามาเหมือนคลื่นั์ เขารู้สึกเหมือนโลกกำลังหมุนคว้าง แต่เขากัดฟันแน่น เกร็งกล้ามเนื้อขาเพื่อยืนหยัดให้มั่นคง เขาจะล้มลงตอนนี้ไม่ได้เด็ดขาด อย่างน้อยก็ไม่ใช่ต่อหน้าศัตรูและคนรักที่กำลังจ้องมองเขาอยู่
ชายหนุ่มในสภาพมอมแมมขยับถอยหลังออกมาหนึ่งก้าว เพื่อเปิดทางให้คนเป็แม่ได้เข้าไปหาลูก
ทันทีที่กวินทร์ขยับตัว ศิรินทร์ก็เหมือนได้สติกลับคืนมา เธอถลาร่างเข้าไปที่ข้างเตียงทันที มือที่สั่นเทาของเธอเอื้อมไปแตะที่แก้มของอันดาอย่างกล้าๆ กลัวๆ ราวกับกลัวว่าภาพที่เห็นจะเป็เพียงภาพลวงตา
แต่ััที่ปลายนิ้วได้รับนั้นคือ ความอุ่น
ไม่ใช่ความเย็นะเืเหมือนซากศพ แต่เป็ไออุ่นจากเืเนื้อที่มีชีวิตชีวา น้ำตาเม็ดโตไหลร่วงเผาะลงมาจากดวงตาคู่สวยของศิรินทร์อีกครั้ง แต่คราวนี้มันคือน้ำตาแห่งความโล่งใจที่ท่วมท้นจนล้นอก
"อึก อันดา ลูกแม่"
เธอซบหน้าลงกับฝ่ามือเล็กๆ ของลูกสาว ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายใคร ความรู้สึกเหมือนยกูเาออกจากอก ความหวาดกลัวที่จะสูญเสียสิ่งสำคัญที่สุดในชีวิตไปถูกปัดเป่าจนมลายสิ้น
หัวหน้าแพทย์ระดับเอสขยับแว่นสายตาด้วยมือที่สั่นระริก เขาเดินเซๆ เข้ามาดูหน้าจอโฮโลแกรมแสดงผลชีพจร กวาดสายตามองค่าตัวเลขทุกตัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า หวังจะหาข้อผิดพลาดของเครื่องจักร
"เป็ไปไม่ได้ เป็ไปไม่ได้เด็ดขาด ค่าออกซิเจนในเืร้อยเปอร์เซ็นต์ อุณหภูมิร่างกายปกติ การเต้นของหัวใจสมบูรณ์แบบ นี่มันเื่บ้าอะไรกัน! เมื่อกี้คนไข้กำลังจะหัวใจหยุดเต้นแล้วชัดๆ!"
เสียงพึมพำของหมอเฒ่าทำลายความเงียบขึ้น แพทย์คนอื่นๆ เริ่มขยับตัวเข้ามามุงดูด้วยความอยากรูอยากเห็นและความอับอาย พวกเขาคือผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ ใช้เครื่องมือราคาหลายพันล้าน แต่กลับทำอะไรไม่ได้ ในขณะที่ชายจรจัดคนหนึ่งเดินเข้ามา ใช้แค่มือเปล่าๆ แตะหน้าผาก แล้วรักษาโรคร้ายหายในพริบตา
นี่มันเหมือนการตบหน้าวงการแพทย์ทั้งโลกฉาดใหญ่!
"แก แกทำอะไรลงไป! แกฉีดสารกระตุ้นอะไรให้เด็ก! หรือแกใช้วิชามารอะไร!"
หมอหนุ่มคนหนึ่งที่เคยจะไล่กวินทร์ ะโขึ้นมาด้วยน้ำเสียงกล่าวหาเพื่อกลบเกลื่อนความไร้น้ำยาของตัวเอง เขาชี้หน้ากวินทร์ด้วยความโกรธ
"สารรูปอย่างแกไม่มีทางรู้วิธีรักษาที่ถูกต้องแน่! แกอาจจะแค่กระตุ้นชีพจรชั่วคราว แต่จะทำให้คนไข้ทรุดหนักกว่าเดิมในภายหลัง! รปภ.! จับตัวมันไว้ เราต้องสอบสวนมัน!"
คำพูดของหมอหนุ่มปลุกระดมให้เ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เริ่มฟื้นตัวจากแรงกดดันเมื่อครู่ ขยับตัวเข้ามาล้อมกวินทร์ไว้อีกครั้ง
กวินทร์ปรายตามองหมอคนนั้นด้วยสายตาที่เ็ายิ่งกว่าน้ำแข็งที่เพิ่งละลายไป
"หุบปากซะ ถ้าไม่อยากลิ้นขาด"
น้ำเสียงราบเรียบแต่แฝงจิตสังหารรุนแรง ทำให้หมอหนุ่มหน้าซีดเผือกและหุบปากฉับทันที กวินทร์หันไปมองศิรินทร์ที่ยังคงกุมมือลูกสาวอยู่ เขาไม่สนใจพวกมดปลวกเหล่านี้ สิ่งที่เขาแคร์มีเพียงปฏิกิริยาของเธอเท่านั้น
ศิรินทร์ค่อยๆ เงยหน้าขึ้นจากมือลูกสาว เธอปาดน้ำตาทิ้ง แล้วลุกขึ้นยืนช้าๆ หันกลับมาเผชิญหน้ากับกวินทร์
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนจากความตื่นตะลึงเป็ความอึดอัดกดดันอีกครั้ง
สายตาของศิรินทร์ในยามนี้ช่างซับซ้อนเหลือเกิน มันเต็มไปด้วยความสับสนระคนใ ความดีใจที่ลูกรอดตายฉายชัดอยู่ในแววตา แต่ลึกลงไปนั้น เปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นและความชิงชังในอดีตยังคงลุกโชนไม่ดับมอด ยิ่งเมื่อกี้ลูกสาวของเธอเรียกผู้ชายคนนี้ว่า คุณพ่อ เต็มปากเต็มคำ ทั้งที่เธอไม่เคยเอารูปกวินทร์ให้ลูกดูเลยสักครั้ง
คำถามมากมายผุดขึ้นในหัวเธอ อันดารู้ได้ยังไง? ทำไมกวินทร์ถึงรักษาลูกได้? แล้วหายไปไหนมาห้าปี?
"ทุกคน ออกไปให้หมด"
ศิรินทร์เอ่ยเสียงเรียบ แต่เด็ดขาดและทรงอำนาจสมกับเป็ผู้นำตระกูลใหญ่
"แต่ว่าคุณศิรินทร์ครับ คนไข้เพิ่งฟื้น เราต้องตรวจ"
หัวหน้าแพทย์พยายามจะแย้ง
"ฉันบอกให้ออกไป! เดี๋ยวนี้!"
เธอตวาดลั่นจนหมอและพยาบาลสะดุ้งโหยง พวกเขารู้ดีว่าอารมณ์ของคุณนายตระกูลนี้เวลาโกรธน่ากลัวแค่ไหน จึงได้แต่ก้มหน้าและรีบถอยร่นออกจากห้องไปทีละคน แม้แต่บอดี้การ์ดก็ยังลังเล แต่เมื่อเห็นสายตาพิฆาตของนายหญิง พวกเขาก็จำใจต้องถอยออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูที่พังยับเยิน
ภายในห้องกว้างที่เต็มไปด้วยซากปรักหักพัง เหลือเพียงชายหนุ่ม หญิงสาว และเด็กน้อยที่นอนหลับใหล
ศิรินทร์สูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามระงับอารมณ์ที่พุ่งพล่าน เธอจ้องมองกวินทร์ั้แ่หัวจรดเท้า สภาพของเขาดูไม่ได้เลยสักนิด ผมเผ้ารุงรัง เสื้อผ้าขาดวิ่น มีกลิ่นโคลนสาบควายติดตัว แต่แววตาคู่นั้น แววตาสีดำสนิทที่เคยทำให้เธอตกหลุมรักเมื่อในอดีต ยังคงเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน
"นายทำได้ยังไง"
เธอถามเสียงแข็ง พยายามสร้างกำแพงน้ำแข็งขึ้นมาปกป้องหัวใจตัวเอง
"โรคนั้น หมอทั่วโลกบอกว่ารักษาไม่ได้ นายใช้วิธีอะไร"
กวินทร์ยืนนิ่ง มือไพล่หลังเพื่อซ่อนอาการสั่นเทาของมือจากการขาดพลังปราณ เขาตอบด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลที่แตกต่างจากตอนคุยกับหมอราวฟ้ากับเหว
"มันไม่ใช่โรค ริน มันคือคำสาป พลังงานด้านลบที่วิทยาศาสตร์โลกนี้อธิบายไม่ได้ ผมแค่ใช้พลัง ในแบบของผม ขับไล่มันออกไป"
"พลังในแบบของนาย?"
ศิรินทร์แค่นหัวเราะในลำคอ แววตาดูแคลนปรากฏขึ้นวูบหนึ่ง
"นายจะบอกว่านายไปฝึกวิชามางั้นสิ? หายหัวไปห้าปี ทิ้งฉันกับลูกไปเผชิญนรก เพื่อไปฝึกเป็หมอผีเนี่ยนะ!"
"ผมไม่ได้ทิ้งคุณ"
กวินทร์สวนกลับทันที น้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
"มันเป็อุบัติเหตุ ผมถูกดึงตัวไปที่ที่ไกลแสนไกล ไกลจนผมหาทางกลับมาไม่ได้ จนกระทั่งวันนี้ ทันทีที่ผมกลับมาได้ ผมก็รีบมาหาคุณกับลูกทันที"
"โกหก!"
ศิรินทร์ะโใส่หน้าเขา น้ำตาแห่งความคับแค้นรื้นขึ้นมาอีกครั้ง
"นายคิดว่าฉันจะเชื่อข้อแก้ตัวโง่ๆ แบบนั้นเหรอ! หายตัวไป? ฮอะ! นายมันก็แค่คนขี้ขลาดที่กลัวความรับผิดชอบ! พอรู้ว่าฉันท้อง นายก็หนีไป! ปล่อยให้ฉันต้องแบกรับทุกอย่างคนเดียว! รู้ไหมว่าห้าปีมานี้ฉันต้องเจออะไรบ้าง! ฉันต้องสู้กับตระกูลบ้าๆ นั่น ฉันต้องปกป้องลูกจากพวกที่จ้องจะทำร้าย แล้วนาย นายมีสิทธิ์อะไรกลับมาตอนนี้! กลับมาทำไม! มาทวงสิทธิ์ความเป็พ่องั้นเหรอ!"
คำต่อว่าของเธอเหมือนค้อนปอนด์ที่ทุบลงกลางใจกวินทร์ ทุกคำพูดคือความจริงในมุมของเธอ เขาเถียงไม่ออก เพราะความจริงที่ว่าเขาไม่อยู่ดูแลเธอนั้นคือเื่จริง ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลจักรวาลใดก็ตาม
กวินทร์ก้าวเข้าไปหาเธอช้าๆ ศิรินทร์ถอยหลังหนีด้วยความระแวง
"อย่าเข้ามานะ!"
"ริน ฟังผมนะ"
กวินทร์หยุดเดิน จ้องมองตาเธอด้วยความเว้าวอน
"ผมรู้ว่าผมผิด ผมจะไม่แก้ตัวเื่ในอดีต แต่ตอนนี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคืออันดา ลูกยังไม่หายดี"
คำพูดนั้นทำให้ศิรินทร์ชะงัก เธอหันขวับไปมองลูกสาวที่นอนอยู่บนเตียง
"หมายความว่ายังไง? ก็เมื่อกี้ ลูกตัวอุ่นแล้ว หมอก็บอกว่าปกติแล้ว"
"มันแค่ชั่วคราว"
กวินทร์พูดความจริงที่โหดร้าย
"สิ่งที่ผมทำเมื่อกี้ คือการทำลายเปลือกนอกของคำสาปและกดดันมันไว้ไม่ให้กำเริบ แต่รากเหง้าของมันยังฝังลึกอยู่ในิญญาของลูก พลังของผมตอนนี้ ยังไม่มากพอที่จะถอนรากถอนโคนมันได้ทั้งหมด อีกไม่นาน มันจะกลับมา และรุนแรงกว่าเดิม"
ใบหน้าของศิรินทร์ซีดเผือกอีกครั้ง ความหวาดกลัวเริ่มเกาะกุมจิตใจ
"แล้ว แล้วต้องทำยังไง? ต้องรักษายังไง?"
"ต้องใช้การรักษาที่ต่อเนื่อง และต้องใช้สมุนไพรพิเศษที่หาไม่ได้ในโรงพยาบาลทั่วไป และที่สำคัญที่สุด"
กวินทร์เว้นจังหวะ สายตาคมกริบจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของแม่ของลูก
"ต้องเป็ผมเท่านั้น คนอื่นทำไม่ได้ หมอพวกนั้นไม่มีทางมองเห็นพลังงานคำสาป และเครื่องมือพวกนั้นจะยิ่งกระตุ้นให้มันลุกลาม ผมเป็คนเดียวในโลกนี้ที่จะช่วยอันดาได้"
ศิรินทร์เม้มริมฝีปากแน่น สมองของเธอประมวลผลอย่างรวดเร็ว เธอไม่อยากจะเชื่อผู้ชายคนนี้ เธอเกลียดเขา เธอไม่อยากให้เขามาวุ่นวายในชีวิตเธออีก แต่ภาพที่เขาช่วยชีวิตลูกเมื่อครู่คือหลักฐานที่ปฏิเสธไม่ได้
เธอเป็นักธุรกิจ เป็ผู้นำตระกูล เธอรู้ดีว่าในสถานการณ์นี้ อำนาจการต่อรองไม่ได้อยู่ที่เธอ แต่อยู่ที่ยาจกตรงหน้านี้
"นาย้าอะไร"
ศิรินทร์ถามเสียงเ็า กลับมาสวมหน้ากากนางพญาผู้เย่อหยิ่งอีกครั้ง
"นายกุเื่ว่าลูกยังไม่หาย เพื่อจะมาต่อรองกับฉันใช่ไหม? นาย้าเงินงั้นสิ? เห็นฉันรวยขึ้น เป็ประธานบริษัท นายเลยซมซานกลับมาขอส่วนแบ่งงั้นเหรอ?"
เธอเดินไปหยิบกระเป๋าถือแบรนด์เนมที่วางอยู่บนโซฟา กระชากสมุดเช็คออกมาแล้วตวัดปากกาเขียนตัวเลขลงไปอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฉีกเช็คใบนั้นปาใส่หน้าอกกวินทร์
กระดาษแผ่นบางปลิวร่วงลงสู่พื้นแทบเท้าของจักรพรรดิเซียน
"สิบล้าน พอไหมสำหรับค่ายาผีบอกของนาย? หรือจะเอาห้าสิบล้าน? เขียนตัวเลขมาเลยก็ได้ ฉันจ่ายไม่อั้น แต่มีข้อแม้เดียว บอกวิธรักษานั่นมา แล้วไสหัวไปจากชีวิตพวกเราซะ!"
กวินทร์ก้มลงมองเช็คใบนั้น 'สิบล้าน' ตัวเลขศูนย์มากมายที่ทำให้คนธรรมดาสุขสบายไปทั้งชาติ แต่สำหรับเขา มันไร้ค่ายิ่งกว่าเศษฝุ่น
เขาไม่ได้ก้มเก็บมัน แต่เงยหน้าขึ้นมองศิรินทร์ด้วยแววตาที่เ็ปแต่แน่วแน่
'ริน คุณมองผมเป็คนแบบนั้นไปแล้วสินะ'
กวินทร์เข้าใจดีว่าเงินคืออาวุธเดียวที่เธอใช้ปกป้องตัวเองและลูกในวันที่ไม่มีเขา แต่เขาไม่้าเงิน เขา้าครอบครัวคืน
"ผมไม่้าเงินของคุณ"
"อย่ามาเล่นลิ้น! คนสภาพอย่างนายจะ้าอะไรได้อีกนอกจากเงิน! เสื้อผ้ายังไม่มีจะใส่ ข้าวยังไม่มีจะกิน จะมาศักดิ์ศรีสูงส่งอะไรตอนนี้!"
ศิรินทร์ตะคอกใส่ เธอเกลียดท่าทางสงบนิ่งของเขา มันทำให้เธอดูเหมือนคนบ้าคลั่งอยู่ฝ่ายเดียว
กวินทร์สูดลมหายใจเข้าลึก รวบรวมความกล้าทั้งหมดที่มี ยื่นคำขาดที่เป็ดั่งพันธสัญญาชีวิต
"ผมจะรักษาอันดาให้หายขาด ผมจะหายาสมุนไพรที่วิเศษที่สุดในโลกมาให้ลูก และผมจะปกป้องแกจากไอ้หน้าไหนก็ตามที่คิดจะทำร้ายแก"
เขาขยับเข้าไปใกล้เธออีกก้าว จนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอที่เขาคุ้นเคย
"แต่ข้อแลกเปลี่ยนของผมมีเพียงข้อเดียว และเป็ข้อเดียวที่ผมจะไม่ยอมถอย"
ศิรินทร์จ้องตาเขาเขม็ง หัวใจเต้นรัวด้วยความระทึก
"อะไร! รีบพูดมา!"
กวินทร์ยืดตัวตรง แม้ร่างกายจะอ่อนล้า แต่จิติญญาแห่งความเป็พ่อกลับลุกโชนสว่างไสวยิ่งกว่าดวงตะวัน เขาประกาศก้องด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นดั่งขุนเขา
"ผมขอแค่ได้ดูแลลูก แลกกับการรักษาที่เงินหมื่นล้านของคุณก็ซื้อไม่ได้"