ต้นยามเหม่า (หรือยามเถาะ 05.00 - 06.59 น.)เกวียนวัวของถังเสียนก็มาหยุดรับจ้าวอิงที่หน้ารั้วบ้านระหว่างที่เดินทางออกจากหมู่บ้าน นางได้ปรึกษาเื่การทำรั้วบ้าน รวมถึงประตูเข้าลานบ้านขึ้นใหม่
เพราะบ้านเก่าหลังนั้นถูกทิ้งร้างมาหลายปีรั้วเดิมที่ทำจากไม้ไผ่ได้ผุพังไปหมดแล้วบัดนี้ไม่มีสิ่งใดป้องกันสายตาจากคนภายนอกได้เลย
ซึ่งถังเสียนเองก็เห็นปัญหานี้เช่นกันแต่มิกล้าเอ่ยปากเพราะเห็นใจครอบครัวของลู่ซานถิงนี้ การแยกบ้านที่ไม่ยุติธรรมแบบนั้นหมู่บ้านเล็กๆไม่มีทางที่จะปิดบังได้
เขาคิดว่าเงินที่นำมาซ่อมแซมบ้านเวลานี้เกรงว่าจะเป็เงินตำลึงก้อนสุดท้ายของบ้านนี้แล้ว เขาจึงกล่าวกับจ้าวอิงว่า
“การซ่อมแซมรั้วบ้านนั้นง่ายมากหากอาการพ่อสามีเ้าดีขึ้นก็สามารถตัดไผ่ที่เขาหลังบ้านพวกเ้ามาทำได้”
เขาบอก
จ้าวอิงเข้าใจดีว่าเขาพูดแบบนี้เพราะห่วงเื่การเงินของครอบครัวนาง
“เข้าใจแล้วเ้าค่ะเมื่อท่านพ่อหายดีพวกเราก็จะช่วยกันทำรั้วบ้านใหม่”
จ้าวอิงเพียงตอบรับเท่านั้น
นางรู้ดีว่าหากจู่ ๆ ครอบครัวที่ยากจนจะร่ำรวยขึ้นอย่างกะทันหัน ล้วนแต่จะเป็การเพิ่มปัญหาก็เท่านั้น แม้นตัวนางเองไม่ใส่ใจแต่คนอื่นก็ใช่ว่าจะคิดแบบเดียวกัน
เดินทางไม่ถึงชั่วยามก็มาถึงกำแพงเมืองชั้นในของตำบลประหยัดเวลามากกว่าที่นางเดินมาเองเกือบครึ่งเลยทีเดียว
เมื่อนัดหมายเวลากันแล้วจ้าวอิงจึงแยกกับถังเสียนที่หน้าผประตูเมืองไปคนละเส้นทาง
จ้าวอิงไม่ได้ไปที่โรงหมอชุ่ยจู๋อีกเพราะหากนางขายเห็ดหลินจือในเวลาใกล้เคียงกันจะเป็ที่ต้องสงสัยได้วันนี้นางจึงได้เดินสำรวจที่ทางให้ทั่ว ชดเชยที่ครั้งก่อนนางไม่ได้ดูอะไรสักเท่าไหร่นักเมื่อเดินสำรวจร้านค้าในตำบลก็ทราบหมดแล้วว่าร้านค้าที่้าอยู่ตรงไหนบ้าง
ที่แรกนางตรงไปที่ร้านผ้าแต่ครั้งนี้นางเปลี่ยนไปเข้าร้านอื่นที่มิใช่ร้านที่ดูใหญ่โตครั้งก่อนอีก ครั้งนี้นางมาเพื่อหาซื้อผ้าฝ้ายหยาบสามพับเป็สีออกเทาสีคราม และสีแดงก่ำเหมาะกับสตรีอย่างจางซื่อและนางไม่ลืมซื้อผ้าโปร่งสำหรับทำผ้าม่านรวมถึงฝ้าฝ้ายแบบนิ่มมาทำเป็เครื่องนอนใหม่ให้ทั้งสองห้อง
ของเดิมที่ใช้อยู่ตอนนี้ช่างเก่าและเริ่มขาดแล้วส่วนของไส้ในของผ้าห่มและที่นอนนางเลือกใช้ของเดิมไปก่อนก่อนมานางได้สอบถามจางซื่อแล้วว่าผ้าอะไรควรใช้ที่ไหน แบบไหนจึงจะเหมาะสมวันนี้นางจึงได้บอกความ้าแกผู้ดูแลอย่างคล่องแคล่ว
วันนี้นางจ่ายค่าผ้าเหล่านี้ไปถึงสิบสองตำลึงด้วยกันและยังไม่ลืมที่จะเพิ่มเข็มกับด้ายเข้าไปด้วย แต่นางไม่เคยเย็บปักอะไรแบบนี้เลยจึงไม่รู้ว่าต้องซื้อมากเท่าไหร่
แต่คนดูแลในร้านผ้าอัธยาศัยดีมาก เขาแนะนำสีและปริมาณที่เหมาะสมให้นางดังนั้นนางจึงไม่ได้ขอลดราคาผ้าแม้สักนิด
เมื่อเลือกผ้าได้ครบแล้วนางก็หอบผ้าทั้งหมดออกมานอกร้าน แล้วมันใส่กระบุงที่แบกมาทำให้ผู้ดูแล้วร้านผ้าที่เมื่อวันก่อนนางไปซื้อ แต่เขาไม่สนใจและยังทำท่าดูถูกนางคนนั้นมองมาที่กองข้าวของอย่างเสียดายเป็ที่สุด
แต่จ้าวอิงไม่ได้สนใจเขาอีกนางเดินไปหาที่ลับตาเพื่อโยนเข้าไปในห้วงมิติ คงไม่แบกให้หนักไปตลอดทางแน่นอนมีเครื่องอำนวยความสะดวกแล้วจะไม่ใช้ได้อย่างไร
หลังจากนั้นนางเดินไปยังร้านขายเนื้อ ก่อนจะซื้อกระดูกและเครื่องในเนื้อแดง รวมถึงมันหมูมาด้วยจำนวนหนึ่งเพิ่มเติมจากที่ซื้อมาเมื่อวันก่อนนางไม่กลัวพวกมันเน่าเสียเพราะของที่เก็บในห้วงมิติของนางไม่เน่าไม่เสียเลย
และตามธรรมเนียมของที่นี่ นางต้องเลี้ยงอาหารช่างหนึ่งมื้อหลังจากเสร็จสิ้นงานซ่อมแซมบ้านนางจึงตั้งใจทำเครื่องในตุ๋น คราแรก้าทำให้ดีกว่านี้ แต่ใคร ๆต่างก็รู้ว่าสถานการณ์การเงินของบ้านนางกำลังแย่อยู่การเลี้ยงด้วยเครื่องในย่อมเป็ทางเลือกที่เหมาะสม แถมยังอร่อยมากอีกด้วย
จากนั้นก็ซื้อข้าวสารเครื่องปรุงรสเพิ่มอีกจากนั้นไปหาซื้อเมล็ดธัญพืช แต่ก็ได้มาเพียงเมล็ดผักกวางตุ้ง หวงกวาหรือฟักทองแตงกวาหรือที่เรียกว่าหนานกวา หัวผักกาดและผักชี เท่านั้น
ที่สุดท้ายจึงได้วนกลับไปที่โรงหมอชุ่ยจู๋เพื่อหาเมล็ดพันธุ์ของสมุนไพรแต่ต้องผิดหวังเพราะพวกเขาไม่ได้มีไว้เช่นกัน
“จ้าวซื่อท่าน้าเมล็ดพันธุ์ไปทำอันใด”
ผู้ดูแลหลิวถาม
“ข้าคิดว่าจะปลูกสมุนไพรไว้ขายเ้าค่ะ ที่ดินหลังบ้านข้ามีพื้นที่น้อยปลูกสมุนไพรจะเหมาะกว่า”
ตอนนั้นเองเถ้าแก่ฟางเดินออกมาพอดีและได้ฟังบทสนทนาของจ้าวอิงกับผู้ดูแลหลิวเขาก็คิดว่ามันน่าสนใจ
เขาก็รับปากว่าจะเสาะหามาให้เพื่อให้นางปลูกแล้วนำมาจำหน่ายให้เขาจ้าวอิงย่อมยินดีอย่างแน่นอน
หลังจากขอบคุณคนทั้งคู่แล้วก็ได้เวลานัดหมายกับถังเสียนเพื่อกลับบ้านพอดีระหว่างทางกลับบ้านทั้งสองคุยกันเื่ปรับปรุงบ้านและขุดบ่อน้ำเล็กน้อยและสอบถามเื่ทั่วไปของหมู่บ้านและพื้นที่รอบ ๆเท่านั้น
เกวียนของพวกเขาถึงบ้านก็เป็เวลาบ่ายแล้วถังเสียนแยกตัวไปจัดการเื่มุงกระเบื้องต่อเพื่อคืนนี้คนทั้งบ้านจะได้เข้านอนหลับพักผ่อนได้
ส่วนบ่อน้ำยังต้องรอก่อนเพราะถังเต๋อที่รับจ้างขุดบ่อน้ำยังติดงานที่ภายนอกหมู่บ้านอยู่ ซึ่งนี่ก็ไม่ได้เป็ปัญหาแต่อย่างใด
จางซื่อและเสี่ยวเป่าที่เห็นจ้าวอิงแบกข้าของมากมายจึงเข้าไปช่วยและเดินตามกันเข้าไปในครัว
เมื่อไม่มีคนนอกแล้วจ้าวอิงจึงกระซิบบอกเื่เงินขายเห็ดหลินจือว่าได้เงินหกร้อยตำลึงเงิน ซึ่งนั้นน้อยกว่าความเป็จริงที่นางขายได้ถึงหนึ่งพันสองร้อยตำลึงแต่ตอนนั้นนางขายโสมด้วยจึงไม่นับเป็เื่โกหกแต่อย่างใดอย่างไรเสียนางก็ต้องเหลือไว้ให้ตัวเองเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉินบ้าง
จ้าวอิงยื่นเงินที่เหลืออีกห้าร้อยกว่าตำลึงให้แก่จางซื่อแต่จางซื่อไม่รับทั้งยังดันกลับคืนมาทำอย่างไรจางซื่อนางก็ไม่เก็บไว้เด็ดขาด นางกลัวจะทำมันหายไป
“อาอิงอย่าให้ข้าเก็บเงินมากมายขนาดนั้นเลยมีมากขนาดนี้ข้าคงอยู่ด้วยความหวาดระแวงว่ามันจะหายไป”
จ้าวอิงจนใจที่จางชื่อไม่ยอมเก็บเงินไว้ดังนั้นจ้าวอิงจึงให้นางเก็บไว้ห้าสิบตำลึง
“งั้นท่านเก็บไว้ห้าสิบตำลึงนี้เ้าค่ะหากช่างหรือท่านพ่อ้าเบิกจ่ายเพื่อซื้อของท่านจะได้หยิบให้พวกเขาได้เลย”
จ้าวอิงยัดเงินก้อนขาว ๆใส่มือของจางซื่อแม่สามีของนาง
“เข้าใจแล้ว”
จางซื่อรับเงินห้าสิบตำลึงนั้นใส่ในสาบเสื้อพร้อมถอนหายใจ และตบอกตรงที่เก็บเงินไว้เบาๆ เพื่อความแน่ใจว่าก้อนเงินนั้นยังคงอยู่
“ท่านแม่สิ่งใดที่สมควรจ่ายก็จ่ายมันเถิดเ้าค่ะข้ายังมีช่องทางหาเงินอีกส่วนเงินที่เหลือนี้ ข้าจะแบ่งส่งให้ท่านพี่หกสิบตำลึงและเป็ค่าซ่อมแซมบ้านขุดบ่อน้ำ พวกเราหาเงินมาต้องใช้ เพื่อชีวิตที่ดีขึ้นหากมีไม่ใช้ก็ถือว่าเสียเปล่าแล้วเ้าค่ะ”
จางซื่อจึงได้แต่พยักหน้ารับ แต่ในใจนางยังอยากเก็บเงินไว้อยู่ดีมีเงินในมือยิ่งมั่นใจ แต่ที่จ้าวอิงพูดก็ถูกต้องเช่นกันเงินที่ได้มาก็เพื่อให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีขึ้น หากไม่ใช้ก็เท่ากับไม่มีเงินวันคืนแห่งความลำบากและอดสูในบ้านใหญ่นั้นกำลังจะจางหายไป
“เอาละข้าเอาตามที่เ้าว่าวันนี้หากมุงกระเบื้องแล้วก็จบงานซ่อมแซม เราสามารถย้ายกลับไปอยู่ห้องเดิมได้แล้ว แต่ยังต้องเลี้ยงข้าวช่างที่มาทำงานด้วยในมื้อเย็น”
จางซื่อกล่าว
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าเตรียมข้าวสารและเครื่องในมาเพื่อตุ๋นและมีผักอีกหลายกำนำมาผัดเป็เครื่องเคียงได้”
“เครื่องในได้อย่างไรกันเรามีเงินแล้วควรทำด้วยเนื้อหมูหรือไม่”
จางซื่อรีบเอ่ยขัด
จ้าวอิงไม่ได้หงุดหงิดใจเพราะที่จางซื่อกล่าวออกมาก็เป็ความซื่อตรงของคนชนบทเท่านั้นจ้าวอิงยิ้มน้อยๆ แล้วกล่าวว่า
“ท่านแม่เ้าคะเรามีเงินแต่คนอื่นไม่ทราบนี่นาหากเราเผยออกไปว่ามีเงินมาก เมื่อคนไม่หวังดีทราบเข้าท่านคิดว่าเราจะได้อยู่อย่างเป็สุขหรือเ้าคะ”
จางซื่อเมื่อได้ฟังก็ใจนเบิกตาโตพูดละล่ำละลัก
“นี่ ๆ ข้าประมาทเกินไปแล้วหากบ้านใหญ่รู้เข้าเงินนี้คงไม่ได้ใช้แล้ว เป็อาอิงที่รอบคอบข้าเอาตามที่เ้าว่า”
จางชื่อคิดถึงบ้านใหญ่ที่เพิ่งจากมา นางยิ่งใจสั่นและหวาดกลัว
จ้าวอิงเห็นหน้าแม่สามีนางเริ่มซีดลง นางจึงเปลี่ยนเื่
“ใช่เ้าค่ะภายนอกเรายังต้องแสดงออกไปว่าไม่มีเงินเช่นเดิม แต่เราจะแสดงเพียงภายนอกเท่านั้นหลังท่านพี่กลับมาเราค่อยปรึกษากันอีกทีว่าจะทำอย่างไรต่อ ท่านช่วยข้าทำเนื้อตุ๋นได้ไหมเ้าคะวันนี้เราต้องทำหมอใหญ่ทีเดียว”
จางซื่อดึงสติกลับมาแล้วเข้ามาช่วยงานทันทีจ้าวอิงแนะนำเครื่องตุ๋นแต่ละชนิด และนำผ้าขาวบางให้จางซื่อห่อเครื่องตุ๋นจางซื่อนางค่อนข้างรู้จักเครื่องเทศดีและมีพร์ในการทำอาหารที่เดียวจ้าวอิงจึงแนะนำอย่างไม่หวงวิชา แล้วให้นางดูแลในครัว
ส่วนนางแยกไปล้างเครื่องใน พร้อมขี้เถ้ากองใหญ่เสี่ยวเป่าที่นั่งแทะผิงกั๋วรอผู้ใหญ่ทั้งสองสนทนากันเงียบ ๆก็ลุกขึ้นเดินตามจ้าวอิงไปที่ริมน้ำด้วย
ในที่สุดนางก็ได้เห็นการพัฒนาไปในทางที่ดีแล้ว ....
•─────❅❀❅─────•