บทที่ 1 การรุกรานจากต่างดาว
ตอนที่ 1 รูที่ถูกเปิดออก
วันที่ 1 มกราคม ค.ศ 2021
โลกมนุษย์… ได้พบกับปรากฏการที่แปลกประหลาด
แผ่นดินสั่นไหวทั่วทั้งโลกพร้อมกับอย่างไร้ซึ่งสัญญาณเตือนภัย
แม้แต่แผ่นดินที่ไม่ตั้งอยู่บนรอยเลื่อนที่มีพลัง ก็ยังสั่นไหวรุนแรง
ประหนึ่งดั่งว่าโลกทั้งใบจะแตกแยกออกเป็ชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เหล่าผู้คนต่างตื่นตระหนก ต่อปรากฏการธรรมชาติที่ไม่อาจอธิบายนี้ได้
เมื่อหลังสิ้นซึ่งแผ่นดินไหว
โลกที่มนุษย์รู้จักก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาล
***ณ ใจกลางมหาสมุทรแฟซิฟิก ใกล้หมู่เกาะฮาวายขึ้นไปทางเหนือราว 300 กิโลเมตร
เวลา 0:01 น.
บนผืนของเหลวสีน้ำเงินที่เคยสงบนิ่ง มีบางสิ่งกำลังผุดขึ้นมาจากในที่ว่างของอากาศ
สายลมโหมกระหน่ำ พัดผืนน้ำเป็วงเกลียวขึ้นเป็กำแพงสูง
วังวนสีดำกำลังบิดเบือนมิติไหลเวียนทวนเข็ม บิดผืนราตรีให้โกลาหล
มวลดินมหาศาลเคลื่อนคล้อยไหลผ่าน ทิ้งดิ่งทะลวงโลกา ก่อเกิดแผ่นดินขึ้นเหนือผืนมหาสมุทร
หลังความวิบัติที่ผิดเพี้ยนกฏแห่งธรรมชาติได้จักยุติลง สิ่งมีชีวิตกลุ่มหนึ่งก็เริ่มมุดลอดผ่านวังวนสีดำนั้นออกมา
พวกมันมีร่างกายเป็เกล็ดหนา สูงใหญ่ราวสองเมตร รูปร่างคล้ายซาลามานเดอร์ที่ยืนสองขา และมีแววตาดั่งจระเข้ที่ดุร้ายน่ากลัว
ในมือถืออาวุธรูปทรงคล้ายปืน แต่เป็ปืนที่ไร้ซึ่งรังเพลิงให้ลั่นะุ
พวกมันสวมชุดที่ดูแปลกตา เป็เสื้อหนังสีดำรัดรูปหุ้มทั้งตัว
กลุ่มของสิ่งมีชีวิตที่แปลกประหลาดนี้ มีด้วยกันอยู่สิบตัว
“#@@$! #@----? ”
พวกมันตัวหนึ่งพูดด้วยภาษาที่ไม่ใช่ของโลกมนุษย์
อีกตัวหนึ่งส่ายหัวไปมา พร้อมกับะโสูงราวกับจะทดสอบแรงดึงดูดของโลกใบนี้
อีกตัวก้มเก็บเศษดิน น้ำ และอากาศกลับลงไปในถ้วยโปร่งแสงขนาดเล็ก ก่อนจะถูกแรงบางอย่างบีบอัดจนกลายเป็ก้อนเหล็กขนาดเล็กเท่าเมล็ดถั่ว
พวกมันทำการสำรวจสิ่งแวดล้อมโดยรอบ ก่อนจะเริ่มหันเหไปทางวังวนสีดำที่เริ่มปะทุแสงไฟออกมา
ภายในวังวน กำลังมีสิ่งมีชีวิตอีกกลุ่มผุดออกมาจำนวนสามตัว
พวกมันมีลำตัวยาวกว่าสี่เมตร มีหางคมกริบดังดาบ มีกรงเล็บที่แหลมดั่งหอก และมีใบหน้าเรียวยาวดั่งอสูรกาย
ดวงตาของมันเป็สีเงินที่ไร้ซึ่งลูกตาดำ มีผิวกายสีเงินทั่วทั้งตัว และมีร่างกายที่คล้ายกับเอาโครงกระดูกภายในผุดออกมาอวดโฉมอยู่ภายนอก
บางตัวคลานสี่ขาแนบพื้น บางตัวยืนสองขาพร้อมกับกางกรงเล็บข่มขู่เหล่าแขกที่มาก่อนหน้าพวกเขา
“@$$@---?!? ”
เหล่าซาลามานเดอร์ที่ยืนสองขารับรู้ถึงความเป็ปฏิปักษ์ของกลุ่มที่พึ่งปรากฏตัว
พวกเขาใช้อาวุธที่คล้ายปืนในมือ ยิงโจมตีใส่ศัตรูที่คล้ายอสูรสีเงินโดยไม่คิดจะตั้งคำถามพูดคุย
ปืนในมือของทั้งสิบคน ถูกหันไปต้อนรับเหล่าแขกทั้งสาม ก่อนจะเริ่มเกิดคลื่นเสียงแหลมสูงดังลั่น พร้อมกับแผ่นดินที่ยุบตัวลงอย่างรวดเร็ว
สัตว์ร้ายสีเงินตัวหนึ่งถูกอัดจมดินด้วยน้ำหนักที่มหาศาล
ร่างกายแตกละเอียด เืสีเงินสาดกระเซ็นกระจาย พร้อมกับส่งกลิ่นเหม็นเปรี๊ยวฉุนลอยออกมา
เพื่อนของมันอีกสองตัว รีบกระโจนหนีถอยห่างออกมาอย่างรวดเร็ว
มันะโสลับข้างบนแผ่นดินที่แห้งแล้ง ย่ำเท้าอย่างรุนแรงบนทรายหยาบที่ตนไม่รู้จัก แล้วถีบพุ่งตัวอย่างรุนแรงเพื่อเข้าประชิดตัวกลุ่มของซาลามานเดอร์ยืนสองขา
ตัวหนึ่งพุ่งตรงไปที่กลุ่มเป้าหมายอย่างแม่นยำ
ส่วนอีกตัว กลับพลาดท่าพุ่งไปผิดทิศผิดทางด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนก หลุดออกจากแผ่นดิน แล้วจมลงไปในคลื่นมหาสมุทรที่อยู่ข้างหลังแทน
“#@$@! ”
ซาลามานเดอร์ยืนสองขาจำนวนสี่คนต่างสิ้นชีพในทันทีที่ถูกเข้าประชิดตัวได้
สองคนกลายเป็เหยื่อของหอกกรงเล็บทั้งสองข้าง
อีกคนถูกปากอันคมกริบกัดทะลุเข้าไปในร่างกายจนกระดูกแหลกละเอียด
และคนสุดท้ายถูกหางที่คมเหมือนดาบตัดหัวขาดออกจากร่างกาย
สารเหลวจำนวนมากไหลบ่าทะลักอาบเยิ้ม แต่งแต้มแผ่นดินที่แห้งแล้งให้กลายเป็สีเขียวเข้มด้วยหยาดเืของพวกเขา
“###!! ”
ซาลามานเดอร์ยืนสองขาที่อยู่ใกล้กับสัตว์ร้ายสีเงิน หันปลายปืนไปที่มัน พร้อมกันลั่นไกใส่
พริบตานั้น แรงกดมหาศาลก็ทุบลงใส่ร่างของสัตว์ร้าย จนแตกละเอียดราวกับมีค้อนที่มองไม่เห็นถูกทุบลงมาใส่จากท้องฟ้า
เป็อีกครั้งที่เืสีเงินแตกกระจายเปรอะเปื้อนไปทั่ว
“!?! ”
แต่ทว่าเืในคราวนี้ มันกระเด็นไปอาบร่างของซาลามานเดอร์ยืนสองขาที่ยิงใส่มันด้วย
ทันทีที่อาบเืสีเงินนั้น เขาก็เริ่มร้องโหยหวนออกมาอย่างเ็ป
เืสีเงินเริ่มกัดกร่อนชุดของเขา ทะลุเข้าไปในเกล็ดที่ซ่อนอยู่ข้างใน ละลายทุกสิ่งพร้อมส่งกลิ่นเหม็นเปรี๊ยว กับเสียงไหม้กัดกร่อน ก่อนจะล้มตายลงด้วยสภาพที่อนาจไม่น่าดู
“...”
เหล่าซาลามานเดอร์ยืนสองขายืนมองร่างของสหายด้วยความรู้สึกที่หวาดกลัว
พวกมันรีบแบ่งเป็สองกลุ่ม
กลุ่มหนึ่งเก็บศพของเพื่อนกับของศัตรู ก่อนจะวิ่งกลับเข้าไปในน้ำวนที่หมุนลอยอยู่เหนือพื้น หายกลับไปสู่อีกฟากของหลุมดำ
ส่วนอีกกลุ่มที่มีจำนวนอยู่สามคนนั้น
“! @#%@”
กำลังกล่าวอำลาด้วยภาษาที่ไม่รู้จักให้แด่สหายในวังวนหลุมดำ ก่อนจะหันหน้าสู่มหาสมุทรที่บ้าคลั่งตรงหน้าแทน
***เวลา 2:00 น.
วังวนที่นิ่งสงบเริ่มมีการเคลื่อนไหวอีกครั้ง
ประกายแสงสีเงินสุกสว่าง พร้อมกับปรากฏร่างของผู้มาเยือนกลุ่มใหม่
คราวนี้ มันมาเป็ยานเหาะรูปร่างแปลกประหลาด
มันมีรูปร่างคล้ายปลากระเบนสีเงิน
ปีกทั้งสองของมัน กางครอบคลุมวังวนที่ที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางสามสิบเมตรได้อย่างสบาย และมีลำตัวที่ยาวมากถึงสี่สิบเมตร
มันส่งเสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มรุนแรง ก่อนจะเริ่มเบาลงจนกระทั้งเงียบสนิท ในตอนที่ตัวยานผ่านพ้นวังวนสีดำออกมาแล้ว
ตัวยานลำนี้ มันเต็มไปด้วยรอยแผลถลอกยาวจำนวนมาก อีกทั้งยังส่งกลิ่นไหม้รุนแรง ราวกับว่าพึ่งถูกใครโจมตีมา
มันหยุดนิ่งอยู่ใจกลางอากาศชั่วขณะ ก่อนจะพุ่งทะยานบินขึ้นท้องฟ้า หายเข้าไปในหมู่เมฆอย่างเร็วในเวลาถัดมา---
***เวลา 12:00 น. หมู่เกาะฮาวาย
บนชายหาดหน้าโรงแรมที่เงียบสงบ
“เหมือนความฝันเลยแฮะ”
ชายวัย 32 คนหนึ่งกำลังนอนเอกเขนกอยู่บนม้านั่งตัวยาวริมหาดทรายอย่างผ่อนคลาย
เสียงเพลงพื้นถิ่นที่ไพเราะดังมาจากมือถือที่วางอย่างสบายอารมณ์ข้างลำตัว
ปลายสายตาคือหาดทรายขาวที่เต็มไปด้วยผู้คน กับลูกแฝดทั้งสองคนที่วิ่งเล่นด้วยรอยยิ้มพร้อมกับภรรยาชายไทยที่น่ารักน่าเอ็นดู
“นึกว่าวันนี้จะไม่ได้ออกมานอนเล่นที่ชายหาดเสียแล้ว~”
ชายวัย 32 คนที่ว่ากำลังพูดกับตัวเองด้วยน้ำเสียงที่ผ่อนคลาย
เขาเป็ชายร่างกำยำที่ดูไม่เหมือนกับพนักงานออฟฟิตทั่วไป มีกล้ามเนื้อที่ถูกฝึกมาอย่างดี
มันเป็รูปร่างของคนที่เคยผ่านศึกโชกโชนมาก่อน
ร่างกายสูงใหญ่ถึง 185 เิเ ไหลและหน้าอกกว้างเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ สมส่วนปราดเปรื่องสมกับที่เป็อดีตทหารชั้นนำ
มีดวงตาสีฟ้าสวยงาม และมีผมสีน้ำตาลทองทรง ครูว์ คัต ที่เข้ากับใบหน้า
ชายผู้นี้มีชื่อว่า [ฮาร์ดี ชาร์สเซอร์]
“มาฉลองปีใหม่ทั้งที มันต้องได้พักผ่อนสิจริงไหม? ”
เขาหยิบเครื่องดื่มน้ำมะพร้าวหอมข้างตัวมาจิบให้ปลายลิ้นััถึงความหอมหวาน ซึบซับมันเข้าสู่ร่างกายอย่างช้า ๆ
เขามาเที่ยวกับครอบครัวที่ฮาวายหลังจากที่ยื่นใบลาออกจากงานเสี่ยงอันตรายดั้งเดิม
เขาปราถนาที่จะใช้ชีวิตกับครอบครัว ท่องเที่ยวทั่วโลก ใช้ชีวิตหลังเกษียณที่เร็วเกินควรด้วยเงินที่สะสมมาหามาได้
และวันนี้ วันขึ้นปีใหม่ของปี ก็คือก้าวแรกของเขาที่กำลังจะเริ่มต้นชีวิตสุขสันต์ที่ว่า
แต่ทว่าเพียงแค่วันแรกของการเดินทางรอบโลก กลับพบภัยธรรมชาติที่ไม่คาดฝัน
แผ่นดินไหวที่สั่นอย่างบ้าคลั่งตอนจุดพลุปีใหม่ ทำให้การนับถอยหลังที่ตั้งตารอต้องยุติลง
ถูกต้อนขึ้นที่สูงเพื่อเตรียมรับมือซึนามิที่อาจโถมเข้าฝั่ง ไม่ได้หลับนอนเกือบทั้งคืนจนกระทั้งรุ่งสาง
ดังนั้น ต่อให้จะมีแสงแดดสาดส่องเผ่าไหม้ผิวกาย มีเสียงของผู้คนเล่นน้ำหนวกหูเพียงใด เขาก็ขอใช้่เวลานี้นอนหลับพักให้เต็มที่ให้ได้!
ด้วยเหตุนี้ เปลือกตาทั้งสองเขาจึงเริ่มหนักอึ้ง ก่อนจะค่อย ๆ ปิดม่านลงอย่างเชื่องช้าจนแนบสนิท
“ราตรีสวัสดิ์”
แล้วเข้าสู่ห้วงนิทราที่แสนสุขสันต์ไป---
***เวลา 13:00 น.
“---Zzz”
“ก-ดด--! ”
“Zzz”
“กรี๊ดดด--! ”
“ZzZz”
“กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดด! ”
“หนวกหู---!?! ”
สารเหลวเหม็นกลิ่นเหล็กลอยกระเด็นมาเปื้อนใบหน้า
แขนที่คุ้นตาลอยกระเด็นมาตกอยู่บนหน้าตัก
แหวนแต่งงานที่ตัวเองเป็ผู้สวมประทับลงบนนิ้วของสตรีอันเป็ที่รัก กำลังปรากฏอยู่บนแขนข้างนั้น
"---? "
บางทีอาจจะกำลังฝันอยู่
เขาขยี้ตาตัวเอง
นิ้วชี้ที่เปื้อนเืสีแดง ถูกทาทับลงบนดวงตาทั้งสองของเขา
ััได้ถึงกลิ่น
ััได้ถึงไออุ่น
ััได้ถึงการมีตัวตนของแขนตรงหน้า
"..."
เขาเบนสายตามองออกไปที่ต้นเหตุของความวุ่นวาย
ที่ตรงนั้น มีสิ่งมีชีวิตสีเงินยืนอยู่ตัวหนึ่ง
รอยเปียกน้ำ บอกให้เขารู้ว่ามันขึ้นมาผืนมหาสมุทร
แต่มันไม่ใช่สัตว์ที่เขารู้จัก
มันมีรูปร่างที่น่าเกลียด ตัวสูงใหญ่ยาวถึงสี่เมตร เป็สัตว์ประหลาดที่ราวกับหลุดมาจากหนังสยองขวัญที่เขาเคยดู
เสียงของผู้คนที่กรีดร้องโหยหวน
เืที่ย้อมผืนทะเลให้กลายเป็สีแดงฉาน
ชิ้นส่วนมนุษย์ถูกทิ้งระเนระนาดทั่วทั้งวิสัยทัศน์ดวงตามองเห็น
หาดทราย์ ได้กลายเป็ขุมนรกที่น่าหวาดหวั่นเพียงแค่ชั่วหลับหนึ่งตื่นนอน
กำลังฝันอยู่เช่นนั้นหรือ?
เขาคิดเช่นนั้น
"ไม่สิ … กำลังถ่ายหนังอยู่สินะ? "
เขาชี้ไปที่อสูรกายตรงหน้า
"แขนกับร่างกายที่อยู่ในปากของมัน… คงเป็แค่หุ่นปลอมสินะ…? "
เขาพยายามหาเหตุผลให้กับภาพที่เห็น
หันรีหันขวางมองหากล้องกับทีมงานถ่ายหนัง
แต่กลับไม่พบสิ่งที่คาดหวังตั้งอยู่รอบกาย
"กรรร? "
เ้าสัตว์ร้ายหันมาทางเขา
ลำไส้ที่เปื้อนเื ถูกผูกติดระหว่างปากของมัน กับครึ่งท่อนบนของสตรีคนหนึ่ง
เธอคนนั้นเป็สตรีชาวไทยที่มีผมสีดำ กับดวงตาสีดำที่สวยงาม
แต่ดวงตาคู่นั้น มันไม่บ่งบอกถึงสัญญาณชีวิตใด ๆ ปรากฏให้เขาได้เห็น
เป็ที่แน่ชัดว่าภรรยาที่รักยิ่งของเขาได้เสียชีวิตไปแล้ว
“... อ๊ะ? ”
ในหัวของเขาเริ่มขาวโพล้น
เต็มไปด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย พร้อมกับไร้ซึ่งการรับรู้และไม่รู้สึกถึงสิ่งใด
ปฏิเสธที่จะเชื่อความจริง และยอมรับที่จะเชื่อความจริงตรงหน้าไป
ความจริงกับจินตภาพที่ปราถนาอยากให้เป็ กำลังตบตีกันอยู่ภายในสมองของเขาเอง
“อั๊ก!?! ”
ความเ็ปที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน ดึงเขาให้กลับมาสู่ความเป็จริง
ร่างกายที่นั่งอยู่บนม้านั่งตัวยาว ถูกปลายหางแหลมแทงเข้าที่ช่องท้องเต็มแรง
ต้องขอบคุณกล้ามเนื้อที่ถูกฝึกมาเป็อย่างดี จึงทำให้ร่างกายของท่อนบนกับท่อนล่างยังคงอยู่ติดกันไม่หลุดแยกออกเป็สองส่วน
แต่กระนั้น าแที่ได้ก็เกินกว่าที่มนุษย์ทั่วไปจะทนรับไหว
“อ๊ากกกกก! ”
ความเ็ปทางกายกับทางใจเข้าจู่โจมสู่สมองพร้อมกัน
มือกุมหน้าท้องที่เปิดเป็แผลยาวโดยสัญชาตญาณ
พยายามใช้มือทั้งสองข้างปิดน้ำสีแดงที่ไหลบ่าทะลักอย่างสุดชีวิตจะหาไม่
ขบฟันบนล่างสุดแรงเกิด สู้ความเ็ปเพื่อประคองสติมิให้ดับสิ้นลง
“แก----! ”
แต่เ้าสัตว์ร้ายสีเงิน้าชีวิตของเขา
มันเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตถึงสี่เมตร
น้ำลายไหลยาวอย่างน่าเกลียด ราวกับ้าชีวิตเพิ่มเพื่อเข้าไปเติมเต็มท้องที่ว่างเปล่าของมัน
ชูหางที่คมกริบขึ้นฟ้า วาดเป็เส้นโค้งมาจ่อลงตรงต้นคอของเขา
เพียงอีกแค่ 3 มิลลิเมตร ชีวิตของเขาจะถูกจบลง
พริบตานั้นเอง ที่เกิดแสงสีฟ้าพุ่งตรงลงมาจากหมู่เมฆ พร้อมกับประกายแสงสีดำ วิ่งตัดผืนนภาเป็เส้นตรงลงสู่ปฐี
เ้าสัตว์ร้ายสีเงินรีบะโย่างก้าวถอยหนีอย่างรวดเร็ว
เกิดะเิฝุ่นทรายลอยคลุ้งขึ้นสูง บดบังวัตถุที่ถูกทิ้งลงมานั้น
“อะไร---”
ชายผู้าเ็ไม่อาจทำความเข้าใจหรือเรียบเรียงเหตุการณ์ในสมองได้ทัน
ไม่สิ
เขาเข้าใจดีว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อีกส่วนหนึ่งของสมองกลับยังปฏิเสธความจริงตรงหน้าอยู่
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น มันออกจะดูน่าเหลือเชื่อกว่าสามมัญสำนึกที่เขาเคยรู้จักในชีวิตนี้
หลังฝุ่นทรายบางตาลง ก็มีอีกสิ่งมีชีวิตที่เขาไม่รู้จักปรากฏขึ้นตรงหน้า
ดวงตาคมสีเทา
สวมหมวกเกราะสีแดง
เขาสีเื
ผมสีม่วงยาวทอประกาย
ผิวสีเขียวอ่อนนวลราวกับปุยฝ้าย
สวมชุดเกราะโบราณสีดำดั่งอัศวินชั้นสูง
รูปร่างสูงใหญ่ผิดมนุษย์เกินกว่าสองเมตรจนถึงราวสามเมตร
เป็สตรีเพศที่มีความสง่างามหาใครเปรียบ
ราวเป็ตัวตนที่หลุดมาจากออกมาจากในตำนานนอร์ส
ตัวตนที่ถูกเรียกขานว่า
“...วัลคีรี่? ”
***เวลา 13:05 น.
“วัลคีรี่? ”
ตัวตนประหลาดที่ปรากฏตัวต่อหน้า ไม่สนใจเขาที่เต็มไปด้วยาแ แต่ดวงตาจับจ้องไปที่สัตว์ร้ายสีเงินแทน
เธอตั้งท่าร่างดาบสีดำด้วยมือทั้งสองข้าง วางขายื่นออกไป ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าไปจนเต็มปอด
ในขณะเดียวกัน ฝั่งเ้าสัตว์ร้ายสีเงิน เริ่มพยุงตัวยืนขึ้นอย่างสั่นเทา ราวกับกำลังถูกแรงดึงดูดที่ไม่คุ้นชินของโลกกดทับเอาไว้
ชาวบ้านที่ยืนจับจ้องเหตุการณ์ ต่างใช้โอกาสนี้วิ่งหนีออกห่างจากสัตว์ร้าย
ชายหนุ่มผู้าเ็ ถูกช่วยเหลือออกมาปฐมพยาบาล
และแล้ว--- สายลมก็เริ่มโหมกระหน่ำพัดเข้าชายฝั่ง เป็ดั่งสัญญาณเริ่มเปิดศึก
ฝั่งสัตว์ร้าย ใช้ความรวดเร็ว วิ่งทิ้งรอยเท้าบนผืนทราย พุ่งใส่วัลคีรี่ด้วยแรงทั้งหมดที่มี
ง้างกรงเล็บ พร้อมกับสบัดหาง ฟาดฟันใส่ดั่งสัตว์คลั่ง
“---! ”
ฝ่ายวัลคีรี่รับมือด้วยความเยือกเย็น เธอเพียงแค่สะบัดดาบดำเล่มโตอย่างเชื่องช้า ปัดปลายหางที่พุ่งใส่ แล้วฟันสวนกลับไปราวกับเป็บทละคร
เพียงหนึ่งเพลงดาบ หางของสัตว์ร้ายจักขาดแยกออกจากร่าง
เืสีเงินพร้อมกับกลิ่นเหม็นเปรี๊ยวลอยฉุนกระจายไปทั่วบริเวณ
เพียงแค่ได้กลิ่น เธอก็สามารถรับรู้ได้ว่าเืนั้นอันตราย
วัลคีรี่รีบะโถอยห่างหนีออกมาจากระยะของเืในทันที
ในเวลาเดียวกัน เธอก็ฟันดาบออกไปอีกหนึ่งบทเพลงจากระยะไกล โดยไม่คิดปล่อยให้ศัตรูของเธอได้หยุดพักหายใจ
ทุกคนในเวลานั้นต่างมองไปที่ดาบดำซึ่งถูกวาดเป็วงโค้งในอากาศอย่างไร้ความหมาย
แต่แล้วจักต้องตาโตด้วยความตื่นตะลึง เพราะดาบดำเล่มนั้น กลับสร้างแสงสีฟ้าประหลาด เป็คมดาบลอยพุ่งตรงออกไป
คมดาบนั้นวิ่งฝ่าร่างของสัตว์ร้ายสีเงินจนขาดออกเป็สองส่วน
เ้าสัตว์ร้ายได้สิ้นชีวิตลงแล้ว…
***เวลา 13:10 น.
ไม่มีใครกล้าขยับตัว
ต่อให้เห็นสัตว์ร้ายตายตรงหน้า แต่กลับไม่มีใครที่กล้าขยับตัวเอง
เพราะพวกเขาไม่รู้ ว่าวัลคีรี่ตรงหน้า คือมิตรหรือศัตรู
ไม่รู้… ว่าเธอคนนี้คือ [มนุษย์โลก] หรือไม่
ร่างกายที่สูงเกินมาตรฐานมนุษย์
ชุดที่แปลกประหลาด
ผิวกายสีเขียว
แล้วยังเขาสีแดงบนหัวคู่นั้น
พอตั้งสติมองอีกรอบ ไม่ว่าจะคิดยังไง เธอผู้นี้ก็ช่างเหมือนกับ [ั์] มากกว่าจะเป็ [วัลคีรี่] ในตำนานของพวกเขาชาวมนุษย์โลก
“@! #@$”
วัลคีรี่สีดำพยายามสื่อสารกับพวกเขา
“@! #@$@%... มนุษย์ @! #! $”
ไม่มีใครรู้ว่าเธอกำลังจะพูดอะไร แต่ภายใต้ภาษาที่ไม่รู้จักนั้น มีคำที่พวกเขารู้จักหลุดปะปนออกมาอยู่ด้วย
“...”
ราวกับว่าเธอยอมแพ้ที่จะสื่อสารกับพวกเขา
ตอนนั้น ร่างกายของวัลคิรี่สีดำก็ได้เรืองแสงสีฟ้า
ร่างกายของเธอวูบหายไปในอากาศ พุ่งกลับขึ้นสู่ผืนนภาที่กว้างใหญ่
ทุกคนต่างเงยหน้ามองขึ้นไปพร้อมกัน
เงยหน้า--- พร้อมกับเบิกดวงตากว้างอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง
มันคือยานขนาดั์รูปร่างปลากระเบน ที่ดูยังไง ก็ไม่สามารถคิดได้ว่าเป็สิ่งที่เกิดขึ้นมาได้จากเทคโนโลยีของมนุษย์โลก
มันเผยตัวตนออกมาในตอนที่สตรีวัลคิรี่หายขึ้นไปพร้อมกับแสง
“มนุษย์--- ต่างดาว? ”
นั่นคือสิ่งเดียวที่พวกเขาคิดออกมาได้
ราวกับจะเป็การตอกย้ำข้อสันนิษฐาน ยานปลากระเบนได้ปลดปล่อยไข่สีดำออกมาเป็จำนวนมาก
พวกมันพุ่งออกมาจากยาน กระจายตัวไปทั่วฟ้ามัวดิน
บินพุ่งชนอาคาร ดูดกลืนวัตถุและสิ่งก่อสร้างตามพื้น
เก็บซากศพที่ล้มตายบนชายหาด เก็บร่างของสัตว์ร้ายสีเงินกลับขึ้นไปในยาน
พฤติกรรมของมัน ช่างดูราวกับว่า---
“พวกมัน… จะมาจับพวกเราไปทดลองอย่างงั้นหรือ!? ”
“หนะ--- หนีเร็ว! ”
“พวกกองทัพมันทำอะไรอยู่! ทีเวลาแบบนี้ละมาช้าจริง! ”
ฝูงคนต่างตกอยู่ในความวุ่นวายโกลาหล
บางคนยืนถ่ายรูป
บางคนวิ่งหนีอย่างไม่คิดชีวิต
ท่ามกลางความวุ่นวาย มีเพียงชายหนุ่มวัย 32 เพียงคนเดียว ที่กำลังพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นมาวิ่งสวนทางฝูงชน
“ลูก… พวกลูกอยู่ที่ไหน! ”
พอได้สติกลับมา เขาก็เริ่มคิดขึ้นมาได้
ลูกของเรา… หายไปไหน?
เขาจำได้ว่าไม่ได้เห็นศพของลูกแฝดตัวเอง
เขา… จำเป็จะต้องออกค้นหาลูก!
“เทร่า! เวลคิน! ”
เขากรีดเสียงดังท่ามกลางฝูงชน ทั้งที่หน้าท้องของตัวเองยังคงเืไหลไม่หยุด
เดิน… เดินอย่างเ็ปเพื่อตามหาลูกชายกับลูกสาวแสนรักให้เจอ
แต่เขาหาไม่เจอ
“เทร่า! เวลคิน! พวกลูกอยู่ที่ไหน! --- แค๊ก!?! ”
เดินจนกระทั้งผู้คนวิ่งหนีหายจนบางตา
ะโแผดเสียงจนปากแผลฉีกขาดกว้าง
ทำถึงเพียงนี้ เขาก็ยังไม่พบวี่แววลูกของตัวเอง
ไม่พบตัวเลยสักที่บนหาด์แห่งนี้---
ในวันขึ้นปีใหม่ของโลกมนุษย์ ปี ค.ศ 2021
รูหนอนประหลาดขนาดใหญ่ได้เปิดกว้างขึ้นบนเหนือผืนมหาสมุทธแปซิฟิก
เป็วันที่มีผู้คนหายสาบสูญไปมากถึงหนึ่งร้อยคน
มนุษย์ได้เผชิญหน้ากับการรุกรานจาก [มนุษย์ต่างดาว] เป็ครั้งแรก
พร้อมกับที่ [มนุษย์โลก] ได้เตรียมประกาศเปิดากับชาวต่างดาวที่รุกราน
“เทร่า! เวลคิน! พ่อ… จะพาลูกกลับมาใหได้! ”
ชายที่ชื่อ [ฮาร์ดี ชาร์สเซอร์] เชื่ออย่างสุดหัวใจว่าลูกของตัวเองถูกเหล่าเอเลี่ยนลักพาตัวไป
การต่อสู้เพื่อทวงคืนลูกของ [ฮาร์ดี ชาร์สเซอร์] ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว