ตอนที่10 ลูกครึ่ง
ท้องฟ้าอันมืดมิดไร้หมู่ดาว แม้นดวงจันทราซึ่งเคยสุกสกาวยังต้องหลบลี้ให้ไกลจากตัวเมืองทราซินเวีย
เพราะหายนะในทุกหนแห่งนั้นยากจะทนดู ทั้งสิ่งปลูกสร้างพังทลายด้วยเปลวเพลิงที่พร้อมจะคร่าสรรพชีวิตให้สิ้นลงจนส่งกลิ่นเหม็นไหม้ไปไกลเกินกว่าร้อยเมตร
แซมและเทียต่างยืนมองภาพของท้องฟ้ายามค่ำคืนอันสว่างไสวด้วยเปลวเพลิงจากขุมนรกก็ไม่ปาน ทำให้ความกังวลจนมิอาจอดกลั้นได้ผลักดันให้พวกเขาต้องรีบมุ่งหน้าต่อไป
"ตอนนี้อีชิลเดอร์อยู่ไหนงั้นรึ เทีย"
"ข้าเจออีชิลเดอร์ครั้งสุดท้ายที่ตัวปราสาท อาจจะยังอยู่ที่นั่น "
"พวกนางจะปลอดภัยดีรึเปล่านะ" แซมเอ่ยขึ้นด้วยใบหน้าอันหมองหม่นคล้ายกับคนไม่มีสติจนเทียต้องถอนหายใจอีกเฮือกใหญ่ เพราะตนก็เคยกล่าวเอาไว้ว่านางทั้งสองอยู่กับอีชิลเดอร์ผู้เป็ถึงเ้าเมืองแห่งทราซินเวีย แล้วเหตุใดยังคงกังวลไม่รู้จักเลิกรา
"ตัวปราสาทมีคุกใต้ดินที่สร้างจากธาตุสแคนเดียม พวกนางอยู่ใกล้แถวนั้นจะปลอดภัย"
"ห๊ะ!! แล้วเ้าพาเอ็มม่าไปใกล้ธาตุสแคนเดียมงั้นรึ เ้าจะฆ่านางหรืออย่างไร"
"มันแค่ทำให้อ่อนแรงลง ฉะนั้นตั้งสติแล้วรีบเดินทางกันเสียที "
เทียกล่าวด้วยความสงบนิ่ง ผิดกับแซมที่เผยความกังวลจนมิอาจสงบท่าที เพราะเปลวไฟที่ลุกโชนยังคงมอดไหม้ทุกสิ่งและไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงโดยง่าย หากเอ็มม่ากับเอนี่ต้องตกอยู่ในอันตรายมันคือตราบาปของเขาตราบจนวันตาย
จึงทำให้สองขาเริ่มก้าวยาวขึ้นด้วยใจที่เฝ้าห่วงแต่เอ็มม่าและเอนี่ซึ่งบัดนี้ได้นั่งอยู่ตรงเก้าอี้ไม้ตัวหรูอันนุ่มฟูพร้อมขนมหวานจานโตบนโต๊ะอันเงาวับจนส่องเห็นใบหน้าอันสดใสอย่างที่ควรจะเป็
แต่พวกนางกลับนั่งจับเจ่าอยู่ในคุกใต้ดินโดยไม่ยอมกินหรือพูดสิ่งใด พร้อมดวงตาที่เหม่อลอยไปแสนไกลเพราะไม่รู้ว่าสถานการณ์ข้างนอกนั้นเป็อย่างไรบ้าง
"อ๊ากกกกก!!!"
แต่แล้วเสียงกรีดร้องอันแสนทรมานก็ดังสะท้านออกมาจากหน้าประตู จนเอนี่ต้องยกมือขึ้นป้องหูด้วยความหวาดกลัว
เอ็มม่าจึงรีบพาตัวเอนี่มานั่งข้างปล่องไฟและใช้โต๊ะที่เต็มไปด้วยขนมหวานกั้นเป็กำแพงเพื่อป้องกันภัยร้ายจากภายนอก
แล้วเสียงร้องต่างๆ ก็เงียบลงจนชวนสงสัย ก่อนเสียงกลอนล็อกจะดังขึ้นพร้อมประตูที่ค่อยๆ เปิดอ้าอย่างเชื่องช้า ทำให้เอ็มม่ากุมมือเอนี่ไว้ด้วยความหวั่นใจ
"พวกเ้ารีบหนีออกจากที่นี่เร็ว ปีศาจมันกำลังมา!! "
สิ่งที่โผล่พรวดเข้ามาในห้องขังก็คือทหารแห่งทราซินเวียที่เต็มไปด้วยาแ แล้วเขาก็รีบเดินเข้ามาใกล้เพื่อนำตัวนางทั้งสองไปยังห้องขังพิเศษซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตรงนี้
เพียงแต่เส้นทางที่กำลังเดินไปนั้นมีปีศาจร้ายคอยยืนขวางกั้นมิให้ผู้ใดเล็ดลอดผ่านไปได้
และเมื่อดวงตาอันแดงฉานเริ่มจับจ้องมายังสาวน้อยวัยสิบห้า มันก็เดินหน้าเพื่อจับตัวเป้าหมายตามคำสั่งของผู้เป็นาย แต่มีหรือที่อัศวินแห่งทราซินเวียจะยอมให้เป็เช่นนั้น เมื่อเขาก็ได้รับมอบหมายให้ปกป้องทั้งสองนางด้วยดาบและศักดิ์ศรีของอัศวิน
ก่อนตัวเขาจะดับดิ้นด้วยแรงฟาดจากแขนอันทรงพลังที่ทำให้ร่างกายอันเปี่ยมล้นด้วยศักดิ์ศรีแหลกละเอียดในพริบตา
สร้างความตื่นตระหนกแก่สองนางที่มิอาจจะหลบหนีไปทางไหนได้อีก เพราะด้านหลังก็เป็ทางตันกับห้องแคบซึ่งไม่สามารถซ่อนเร้นจากปีศาจร้ายตัวนี้เป็แน่
"อย่ามายุ่งกับพวกเรานะ ไปให้พ้น!! " เอ็มม่าตะคอกใส่ปีศาจตนนั้นที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ก่อนตัวนางจะกระเด็นออกไปไกลด้วยแรงฟาดเช่นเดียวกับอัศวินผู้สิ้นใจ
"ท่านแม่!! "
เอนี่ร้องะโพร้อมกระโจนตัวเข้าหามารดาซึ่งถูกทำร้ายต่อหน้าต่อตาด้วยความร้อนใจ แต่นางกลับถูกขัดขวางด้วยแรงดึงมหาศาลจากมือขนาดใหญ่และยังสร้างความเ็ปแกสาวน้อยจนต้องเผยเสียงร้องสุดเวทนา
แม้เอนี่พยายามดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นจากมือที่บีบรัดร่างกายจนเืของนางเริ่มหลั่งริน ด้วยกรงเล็บที่ฉีกทึ้งแขนเสื้อสีแดงตัวโปรด
"อ๊ากกกก!! "
แต่แล้วปีศาจร้ายกลับส่งเสียงร้องอันแสนทรมานเพราะแขนซ้ายของมันถูกบางสิ่งบาดลึกเป็แนวยาวจากข้อมือจนถึงหัวไหล่ สร้างความสงสัยและงุนงงต่อเอนี่ที่บัดนี้นางถูกอุ้มด้วยสตรีร่างกายสีดำผู้มีดวงตาอันแดงฉาน พร้อมกรงเล็บอันแหลมคมที่รากยาว
"นั่น ท่านแม่ใช่รึเปล่า? "
"หมายความว่าอย่างไรทำไมแม่มันเป็ปีศาจ แล้วหลานเ้าเมืองนั่น เป็ลูกครึ่งรึ"
และทันทีที่เอ็มม่ารับฟังคำกล่าวของปีศาจตรงหน้า นางก็ปลดปล่อยพลังิญญาขั้นต้นระดับสูงออกมาด้วยโทสะ เพราะมันกำลังหมายตาเอนี่ไว้หาใช่สุ่มทำร้ายใครไปทั่ว
"เพียงแค่ขั้นต้นยังกล้าผยองต่อหน้าข้ารึ"
แต่ปีศาจร้ายหาได้กลัวเกรงต่อพลังของเอ็มม่า เมื่อมันปลดปล่อยพลังขั้นกลางระดับสูงพร้อมกับเริ่มรักษาาแบนแขนซ้ายจนหายสนิท เอ็มม่าก็รู้ทันทีว่าต้องรีบหาทางหนีเพราะตนมิอาจเอาชนะสัตว์ร้ายเช่นนี้เป็แน่
และระหว่างที่เอ็มม่ากำลังครุ่นคิด ปีศาจร้ายก็ได้ย่างสามขุมเข้ามาใกล้พร้อมโจมตีใส่ทั้งสองนางอย่างไม่ยั้งมือ
แต่มีหรือที่ผู้เป็แม่จะหวาดหวั่นต่อการโจมตีอันบ้าคลั่ง นางโอบกอดเอนี่ไว้ให้แนบกายและวิ่งเข้าใส่ด้วยการหลบมาทางซ้ายพร้อมไถลตัวผ่านระหว่างขาจนรอดผ่านไปอีกด้านหนึ่งของปีศาจ แล้ววิ่งตรงไปข้างหน้าเพื่อออกจากตัวปราสาทให้เร็วที่สุด
แต่เอ็มม่ากลับถูกทุบด้วยกำปั้นจากด้านหลังอย่างไม่ทันระวัง เพราะไม่คิดว่ารูปร่างใหญ่โตแบบมันจะเคลื่อนไหวได้เร็วถึงเพียงนี้
"ท่านแม่"
เอนี่จ้องมองใบหน้าของเอ็มม่าที่เ็ปจากการถูกทำร้ายพร้อมน้ำตา ก่อนเอ็มม่าจะถูกเท้าขนาดใหญ่เหยียบลงบนแผ่นหลังจนเผยเสียงร้องขึ้นอีกครั้ง แต่ทันใดนั้นนางก็ััถึงบางสิ่งที่อาจทำให้เอนี่ปลอดภัย
เอ็มม่าจึงใช้กรงเล็บอันแหลมคมฉีกทึ้งน่องขาของปีศาจอย่างรวดเร็วจนมันไม่สามารถสร้างเกาะป้องกันได้ทัน ทำให้ขาข้างนั้นต้องยกสูงขึ้นจนเอ็มม่าสามารถอุ้มเอนี่และวิ่งหนีไปยังห้องขังทางด้านซ้าย แล้วนางก็ล้มพับลงไปคล้ายกับคนหมดสติ
"แม่!! ท่านเป็อะไรไป" เอนี่มุดออกมาจากอ้อมแขนด้วยความตื่นตระหนก เมื่อเอ็มม่ามีท่าทีอ่อนแรงลงก่อนิัและดวงตาจะกลับมาเป็เหมือนมนุษย์ธรรมดา
"ธาตุสแคนเดียมงั้นรึ เหลี่ยมจัดนักนะนังบ้า" ปีศาจร้ายยืนค้ำประตูด้วยท่าทีโกรธเกรี้ยวโดยไม่เข้ามาใกล้พวกนางทั้งสอง ทำให้เอ็มม่าหันไปมองพร้อมรอยยิ้มที่สร้างความขุ่นมัวให้แก่มันเป็เท่าตัว
"เห้อ เปีศาจที่มีร่างกายอันแข็งแกร่ง กลับมาแพ้ของแบบนี้ช่างน่าเวทนานัก"
คำกล่าวจากบุคคลปริศนาดังขึ้นมาในเงามืด พร้อมเสียงผิวปากสุดเพลิดเพลินอย่างไม่หวั่นกลัวต่อศพทหารหรือปีศาจร้ายที่ยืนอยู่เลยแม้แต่น้อย
"เลิกพูดมากเสียที รีบมาจับตัวเด็กนี่ไปซะ ข้าเข้าไปไม่ได้"
"ไม่นะ อามันเต้ เ้ายังไม่ตายใช่ไหม"
และระหว่างที่ปีศาจกำลังออกคำสั่ง บุคคลปริศนาก็ร้องะโขึ้นพร้อมกับวิ่งตรงเข้าหาร่างอันไร้ิญญาของทหารแห่งทราซินเวีย
"โถ่ เย็นนี้เรามีนัดดื่มเหล้ากันด้วย เ้าฆ่าเขา!!! "
"จะฆ่าเ้าเป็ของแถมให้ด้วย หากยังโอ้เอ้อยู่แบบนี้"
"รับทราบนายท่าน" แม้ปีศาจร้ายจะกล่าวด้วยน้ำเสียงอันแข็งกร้าว แต่บุคคลปริศนาก็หาได้กลัวเกรงต่อท่าทีเ่าั้ แถมเขายังเดินผิวปากอย่างสบายอารมณ์พร้อมเดินตรงเข้าหาเอนี่ในทันที
"ไงแม่หนูน้อย เหมือนแม่เ้าจะไม่สบายนะ ให้ข้าพาออกจากที่นี่เถอะ " เสียงของชายปริศนาเผยออกมาพร้อมรอยยิ้มที่เป็กันเองเพื่อสร้างความใกล้ชิดกับตัวเด็กสาว แต่ก็ไม่ทำให้เอนี่ไว้วางใจชายคนนี้ได้แม้เขาจะสวมเครื่องแบบทหารทราซินเวียก็ตาม
"เอ้า? มาสิไม่ต้องกลัวเ้าปีศาจนั้นหรอก ดูนี่สิข้ามีขนมมาให้ด้วยนะ "
"อย่ามายุ่งกับนางนะ!! "
เอ็มม่าร้องะโเมื่อชายที่สวมเครื่องแบบทหารกำลังเข้ามาใกล้เอนี่อย่างไม่น่าไว้ใจ นางจึงพยายามลุกขึ้นเพื่อปกป้องมิให้ใครมาทำร้ายลูกของตน
"ดูสินายท่าน แม่หนูน้อยเป็ลูกครึ่งแต่ไม่แพ้ธาตุสแคนเดียมด้วยนะ ดูมีประโยชน์กว่าท่านเยอะเลย ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
"เห้ออ รีบๆ จับมันมาสักทีเถอะ"
ปีศาจเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเบื่อหน่าย ก่อนชายคนนี้จะยอมคว้าตัวเด็กสาวด้วยพละกำลังพร้อมกับบ่นพรึมพรำเพื่อล้อเลียนปีศาจตนนั้นอย่างสบายอารมณ์
"ไม่!! ปล่อยลูกข้าไป อย่ามายุ่งกับนาง " เอ็มม่าที่พยายามจะลุกขึ้นอย่างสุดกำลัง แต่มันก็ไร้ผลจนนางเริ่มสิ้นหวัง เมื่อเอนี่ถูกนำตัวไปจากห้องขังโดยการฉุดกระชากลากถูและทุบตีเพื่อให้เด็กสาวคนนี้ยอมจำนน
เอ็มม่าได้รับรู้ทุกเหตุการณ์แต่ไม่สามารถช่วยเหลือใดๆ ทำให้น้ำตาของผู้เป็แม่เริ่มหลั่งไหลออกมาพร้อมเสียงร้องที่พร่ำเพ้อถึงเพียงลูกสาวอย่างแสนทรมาน
และทุกอย่างก็อยู่ในสายตาของเจสสิก้าเด็กสาวผู้ซ่อนเร้นตนเองอยู่ในเงามืดกลางห้องขังจากธาตุสแคนเดียม
…………………………………………….
"ใบหน้าช่างงดงามเสียจริงๆ แต่น่าเสียดายที่ต้องมาตายตรงนี้นะ "
ไนท์อายถูกใบมีดที่เปื้อนเืจ่อมายังคอในสภาพอ่อนแรงและาเ็ไปทั่วทั้งกาย เช่นเดียวกับมิแลนด้าที่พยายามจะคลานเข้ามาช่วยไนท์อายจากคนทรยศทั้งหลาย แต่นางเองก็ไม่เหลือพลังมากพอจะต่อกรกับผู้คนมากมาย
"ถือเป็เกียรติเสียเถอะที่ตายด้วยน้ำมือบุรุษเช่นข้านะ ท่านไนท์อาย"
"ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า "
"มีสิ่งใดน่าขันรึ "
"หึ บุรุษงั้นรึ ฮ่า ฮ่า คนทรยศเช่นเ้าก็เป็ได้แค่ลูกหมูเท่านั้นแหละ ฮ่า ฮ่า"
เสียงหัวเราะเยาะของไนท์อายสร้างความโกรธเคืองต่อผู้ที่พาดคมมีดไว้บนคอ ก่อนเืจำนวนมากจะสาดกระเซ็นไปทั่วทุกหย่อมหญ้า และนี่คือเป็เสียงหัวเราะสุดท้ายที่มันจะได้ยินในค่ำคืนนี้ั