ตุบ...ตุบ...ตับ...ปัก...ปึกก!
ท่ามกลางราตรีสายลมโอนโชยศิลายังคงใช้มือเปล่าบวกกับเท้าเขาศอกปะทะกับหมีลายเสือดาวไปจบสิ้นสภาพร่างกายมีเืไหลปรายๆแต่พลังโจมตีของหมีลายเสือดาวก็ยังถือว่าไม่มากพอที่จะสร้างาแสาหัสให้กับเขาได้
ศิลาเองก็ไม่สามารถจัดการมันลงได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งหรือสองครั้งผ่านไปราวๆสองชั่วโมงศิลาพึ่งจะสังหารหมีลายเสือดาวไปได้เก้าตัว
ย๊าก...
ปึก...ปึก...ปึก...ปึก....
ศิลาะโเหงียบไหลของมันพร้อมกับระดมหมัดซ้ายขวาซ้ายขวาใส่หน้าของหมีเข้าตัวหนึ่งที่เข้ากำลังสู้แบบไม่ยั้งมือก่อนที่ร่างของมันจะล้มลง
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะต่อสู้มือเปล่าระดับ16”
เสียงจากระบบดังขึ้นทันพร้อมกับศิลารีบเปิดดูค่าวถานะพลังโจมตีของเขาก็พบว่าพลังโจมตีมือเปล่าเพิ่ม360หน่วย
จากนั้นศิลาจึงใช้เวลาอีกทั้งคืนในการไล่สังหารหมีลายเสือดาวจนยามเช้ามาเยือนเข้าได้กลับเข้ามาในถ้ำพร้อมกับนั่งพัก
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ระดับเพิ่มเป็26...30...33...34...35”
ศิลาได้รู้ความจริงเกี่ยวกับแหวนตะกละที่ความสามารถมันคือย่นระยะหากเขาใช้สกิลนี้ในการฝึกมันจะช่วยลดย่นเวลาและสำเร็จเร็วขึ้นห้าสิบเปอร์เซนเป็อีกหนึ่งความสามารถที่โกงเอาเื่ ต่อไปนี้ไม่ว่าเขาจะฝึกวิชาอะไรมันก็จะสำเร็จเร็วขึ้นเป็เท่าตัวและด้วยเหตุนี้เลเวลของเขามันถึงดีดขึ้นมาสูงอีกรอบ
ศิลานั่งพักปิ้งเนื้อหมูพร้อมกับนั่งทานอย่างเอร็ดอร่อยนั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นแสงแดดที่ส่องกระทบทิวสนระยับตาสีแดงสดสีฟ้าสดสีส้มสดใส่ยิ่งดูสวยงามขึ้นไปอีก
“เอาล่ะคงใช้ได้และมั้ง”
ศิลาก่อแท่นขึ้นจากหินทันทีพร้อมกับเดินไปที่เตาหลอมจากนั้นเขาก็ค่อยๆคลุมพลังธาตุดินจนกลายเป็มือดินไปคว้าจับเอากระดูกของฟีนิกซ์ออกมาซึ่งมันเป็สีส้มแดงฉานแสดงถึงความร้อน
จากนั้นเขาก็ค่อยๆวางมันลงบนแท่นข้างกายคือถังน้ำ มือขวาถือค้อนเหล็กยาวสิบเิเกว้างสี่เิเสีน้ำตาล
จากนั้นศิลาก็ค่อยๆทุบรอบกระดูกที่กำลังร้อนจนสภาพของมันเปลี่ยนไปตามแรงทุบของศิลา
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะสร้างสรรค์ระดับ20...21...22...24”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะเล่นแร่แปลธาตุระดับ13...15...16...17...20”
เสียงจากระบบดังขึ้นแต่ทว่าศิลานั้นไม่ได้สนใจเขาทำเพียงทุบแล้วก็ทุบไปเลือยๆจากนั้นก็เอามันแช่น้ำแล้วก็ทุบจากนั้นก็นำกลับเขาเตาหลอมแล้วก็นำออกมาทุบทำซ้ำไปซ้ำมาภายในถ้ำก้องไปด้วยเสียง
เคร้ง...เคร้ง....เคร้ง....เคร้ง...
ศิลาเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงไปคือจากตอนแรกที่เขาทุบเสียงมันเมื่อกระทบกันจะดังตุบๆแต่มาถึงตอนนี้มันคล้ายกับเสียงโลหะกระทบกันไม่มีผิด
เขาใช้เวลาไปทั้งหมดหกชั่วโมงเต็มก่อนที่เสียงจากระบบจะดังขึ้น
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ได้รับอาวุธระดับAที่ไม่มีในสารระบบกรุณาตั้งชื่อคะ”
“เหอเสร็จสักทีแต่ว่ายังใช้ไม่ได้”
ศิลายืนปาดเหงือที่ชุ่มตัวราวกับอาบน้ำเอ่ยขึ้นพร้อมกับเก็บดาบที่พึ่งตีเสร็จเข้าคลังสมบัติเขาไป
“คงต้องให้สกิลสร้างสรรค์เพิ่มมากกว่านี้สินะวัตถุดิบคงไม่มีปัญหาเพราะมันระดับSแต่กลับสร้างได้ของระดับAแสดงว่าเป็ที่เรา มีผลึกธาตุมีหินเวทมนต์ ถ้าเอาเืของสัตว์อสูรใส่ไปในเตาหลอมด้วยล่ะน่าลอง”
ศิลาเอ่ยขึ้นแววตาแสดงถึงความสนุกสนานอย่างชัดเจนก่อนที่เขาจะกางเต๊นแล้วผล้อยหลับไปด้วยความเหนื่อยอ่อน
เวลาค่อยๆเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆเนิ่นนานทุกชีวิตในโลกDemonlordก็กำลังดำเนินไปตามวิถี
ในโลกความจริง
“เห่ยไอ้นี่มันฆ่าสัตว์อสูรระดับราชันย์ไปอีกแล้วเรอะมันเห็นสัตว์อสูรระดับสูงเป็ของเล่นหรือไง” ชายวัยกลางคนหน้าตาดุดันประธานเ้าเก่าเอ่ยขึ้นโดยข้างกายมีหญิงสาวอายุราวสิบเก้ายี่สิบหรือสิบแปดดวงตาสุกสระกราวกลมโตจ้องมองจอมอนิเตอร์ที่ฉายภาพบันทึกของศิลาที่สู้กับเซออนฟินิกซ์ในร่างคนอย่างดุเดือด
“ไม่ใช่แค่นั้นน่ะครับท่านประธานเข้าได้เลือกอาชีพที่โกงที่สุดเก่งที่สุดเพอร์เฟ็คทั้งพลังโจมตีและพลังป้องกันนักเวทย์ดาบคู่สะด้วย”
หนุ่มแว่นชิงหลงเอ่ยขึ้นยิ่งทำให้ประธานอดยิ้มไม่ได้เมื่อเจอคนน่าสนใจก่อนจะหันไปมองลูกสาวสุดหวงที่กำลังดูศิลาใช้ชีวิตในถ้ำ
“อ่าวแล้วนี่มันมาใช้ชีวิตมนุษย์ถ้ำทำไมเนี่ย”
“นี่แหละครับประธานที่ผมกังวลเข้ากำลังสร้างอาวุธที่ไม่มีในสารระบบออกมานะสิครับไม่สิต้องบอกว่าสร้างออกมาแล้วแต่เขายังไม่พอใจเขากำลังจะสร้างสิ่งที่เกินความขาดหมายของพวกเราถ้าหากเขาสร้างอาวุธระดับSขึ้นมาสำเร็จล่ะก็”
ชิงหลงอธิบายพร้อมกลับประธานที่เริ่มหน้าซีดไม่แปลกเลยเพราะถ้าหากศิลาสร้างอาวุธนะดับSขึ้นมาได้จริงๆแล้วเกิดมีคนรู้หรือศิลาได้สอนการทำอาวุธให้กับใครแล้วข่าวที่ว่าอาวุธระดับSมันถูกสร้างขึ้นมาเองได้หลุดไปถึงผู้เล่นจำนวนมากและด้วยความหายากของมันเมื่อมันสร้างเองได้ทุกคนก็จะพยายามสร้างคนราวๆพันล้านคนสร้างอย่างน้อยสุดมันต้องมีคนสร้างอาวุธระดับSได้สักสองร้อยล้านถึงสามร้อยล้านคนซึ่งมันเยอะมากแถมยังเป็อาวุธระดับสูงสุดของเกม
และถ้าขืนพวกเขาทำขายมันจะะเืเกิดความไม่สมดุลในอำนาจของโลกDemonlord
“ชิงหลงจัดการขึ้นบัญชีดำไอ้หมอนี่เป็ตัวอันตรายสะ”
ประธานเอ่ยหน้าเคียดแต่ลูกสาวกลับยิ้มอย่างถูกใจก่อนจะเอ่ยขึ้น
“ป๋า ฟ้าครามสนใจเขาจริงๆเขาดูมีความสุขสนุกไปกับเกมใช้ชีวิตต่างจากผู้เล่นทั่วไปหนูอยากจะ?..”
ตัดมาทางด้านศิลาที่ตอนนี้กำลังตื่นนอนพร้อมบิดตัวไปมาซึ่งเป็เวลาเย็นพอดีจากนั้นเขาก็จัดแจงทานอาหารน้ำดื่ม จัดการเตาหลอมก่อนจะเดินออกมาเพื่อลุยกับหมีลายเสือดาวอีกละลอก
ปึก...ปัก..
ศิลาไม่รอช้าเปิดก่อนได้เปรียบเข้าไปนัวทันที
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะต่อสู้มือเปล่าระดับ17...19...23...26...30...33...37”
ศิลายังคงสู้กับหมีลายเสือดาวทั้งคืนเมื่อตะวันขึ้นเขาก็จะกลับเข้าถ้ำราวกับเป็ค้างคาวหรือสัตว์ออกล่ายามราตรีจากนั้นภายในถ้ำก็จะเกิดเสียงดังของโลหะกระทบกันก้องกังวาลอีกราวๆ6-7ชั่วโมง
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะสร้างสรรค์ระดับ26...28...30...33...36”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข ทักษะเล่นแร่แปลธาตุระดับ21...23...26...28...30”
“ยัง! แค่นี้มันยังใช้ไม่ได้”
ศิลายังคงไม่พอใจในผลงานหากเป็คนอื่นสร้างอาวุธระดับเอได้คง
ปรื่มดีใจตัวแตกไปแล้วทว่าศิลากลับคิดว่าตัวเขาสามารถทำมันได้ดีกว่านี้สามารถพัฒนาทักษะการสร้างสรรค์ไปได้อีกเขาจึงยังคงทำต่อไปแบบไม่รู้จักเบื่อหน่าย
ศิลาทำแบบนั้นวนไปมาจากสามวันเป็สี่วันจากสี่วันเป็ห้าวันเป็หนึ่งอาทิตย์จนเวลาผ่านไปสองอาทิตย์เขาได้สังหารสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าครบหกพันตัวไปั้แ่สองวันที่แล้วเขาจึงใช้เวลาอีกสองวันในการสร้างอาวุธ
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับอาวุธระดับSที่ไม่มีในสารระบบกรุณาตั้งชื่อค่ะ”
“โว๊ยยยยสำเร็จ....”ศิลาะโลั่นสุดเสียงดีใจตัวลอยเต้นไปมาในถ้ำราวคนบ้าด้วยความดีใจถึงขีดสุดก่อนที่เขาจะหยิบดาบรูปทรงคล้ายปีกอินทรีด้านสันดาบมีปีกนกสีส้มขึ้นเรียงกันั้แ่ที่คั่นดาบจนสุดปลายดาบตัวใบดาบสีส้มฟ้ามีเส้นตัดตรงกลางเป็สีดำถึงจะบอกว่ามันคือดาบแต่มันคล้ายกับกริชเสียมากกว่าเพราะความยาวของมันยาวเพียงศอกกว่าๆเท่านั้น
“โหยหา”
ศิลาหยิบขึ้นมาอย่างภาคภูมิใจพร้อมกับตั้งชื่อให้กริชเล่มใหม่คู่ใจ
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับกริชโหยหาอาวุธระดับSค่ะ”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับอาวุธระดับSที่ไม่ทีในสารระบบกรุณาตั้งชื่อค่ะ”
และเสียงจากระบบก็ดังขึ้นอีกครั้งเมื่อบนแท่นตีดาบของเขาท่อแสงสีส้มดำสว่างวิบวับวูบวาบเมื่อมองไปก็จะพบกลับโซ่สองเส้นสีดำคาดลายสีส้มสุดลึกล้ำ
“คร่ำครวญ”
“ผู้เล่นศิลา ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไขได้รับอาวุธระดับSคร่ำครวญค่ะ”
จากนั้นศิลาก็หยิงกริชโหยหาขึ้นมาอ่านค่าสถานะทันที
*กริชโหยหา พลังโจมตี2100 หน่วย
(Passive skill) พายุหะธาตุ์
ผู้ใช้สามารถโจมตีด้วยพลังธาตุทั้งเจ็ดได้ เมื่อโจมตีพลังธาตุผ่านอาวุธนี้พลังทำลายเพิ่มขึ้น50%
เมื่อโจมตีเวทมนต์ผ่านอาวุธนี้พลังทำลายเพิ่มขึ้น50% เมื่อผู้ใช้ผนึกพลังธาตุลงในอาวุธพลังโจมตีของธาตุนั้นจะเพิ่มขึ้น100%
(Active skill) ิญญาแค้น สามารถสร้างอาณาเขตกักกันขึ้นมาได้เป็เวลา3ชั่วโมง ผู้ที่อยู่ในอาณาเขตและรับรู้ว่าเป็ศัตรูจะเสียพลังชีวิต200หน่วยทุกๆ10วินาทีพลังทุกอย่างตามสามารถทุกอย่างทักษะทุกอย่างลดลง50%เเละมาเพิ่มให้ผู้ใช้50%
*โซ่ตรวนคร่ำครวญ เพิ่มความเร็วพลังธาตุพลังเวทมนต์ขึ้น70%
(Passive skill) ไม่ปรากฎ
(Active skill)ไม่ปรากฎ
เมื่อศิลาอ่านคร่าวๆเขาก็ได้นำโซ่คร่ำครวญยาวห้าสิบเซนสองเส้นไปติดที่ปลายดาบร่ำไห้และกริชโหยหาสีดำส้มของโซ่เข้ากลับอาวุธทั้งสองชิ้นอย่างกลมกลืนคล้ายว่ามันเกิดมาคู่กันก็ไปปานจากนั้นค่าสเตตัสของคร่ำครวญก็ปรากฎทันที หากเขาใช้อาวุธทั้งสองที่ติดอยู่กับคร่ำครวญโจมตีโดนศัตรูจะทำให้ศตรูเคลื่อนไหวช้าลง50%และหากภายในสี่วินาทีเข้าโจมตีซ้ำได้อีกศัตรูจะถูกหยุดแบบไม่มีเงือนไขใดๆลบล้างได้เป็เวลา1.75วินาทีและจะเพิ่มขึ้นเลื่อยๆหากเขายิ่งโจมตีซ้ำและยังเพิ่มพลังโจมตีทุกอย่างขึ้นอีก20%
เมื่อศิลาถืออาวุธทั้งสองไว้ในมือบวกกับพลังโจมตีมือเปล่าที่ทักษะสู้มือเปล่าระดับ90 ทำให้เขามีพลังโจมตีแบบเพียวๆมากถึง6500หน่วยพ่วงด้วยเจาะเกราะ50%เจาะทะลุ100%
ทำเอาศิลายิ้มกว้างหัวเราะลั่นอย่างสมใจก่อนที่เขาจะเก็บอาวุธเข้าคลังไปและเมื่อเขาลองเรียกใช้อีกครั้งพบว่าครั้งนี้อาวุธทั้งสองออกมาไม่เหมือนเดิมมือขวาถือร่ำไห้มือซ้ายถือโหยหาส่วนโซ่คร่ำครวญรัดพลันั้แ่ข้อมือทั้งสองข้างขึ้นมาแขนจนถึงหัวไหล่และผาดลงไปที่บ่าด้านหลังทั้งสองข้าง กลายเป็ว่าแขนซ้ายและขวาของเขามีโซ่สีดำส้มสุดล้ำลึกพันรอบแขนบวกกับชุดเกราะดำคาดแดงยิ่งทำให้ศิลาดูน่าเกรงขามเกินบรรยาย
การที่มีโซ่รัดแขนแทนที่เขาจะขยับแขนไปมาลำบากมันกลับรู้สึกเบาสบายราวกับสายไหมมารัดพันแต่กลับแข็งแกร่งดุจเหล็กไหล
จากนั้นเมื่อได้ทุกอย่างสมใจชื่นชมจนหายอยากศิลาก็จัดแจงะเิถ้ำทิ้งมันเสียเลยเพื่อไม่ให้ใครมาเจอล่องลอยการใช้ชีวิตและสืบว่าที่นี่เคยใช้ทำอะไร
“คงต้องเข้าเมืองหาซื้อของเตรียมพร้อมรับศึกหนักเสียงแล้ว”
ศิลาพูดกับตัวเองพร้อมกับเดินผิวปากสะบายใจไปตามทางมองดูผู้เล่นสู้กับสัตว์อสูรด้วยลอยยิ้มอิ่มสุขในภาพที่เห็นไม่ใช่เขาเยาะเย้ยแต่อย่างใด้เพราะผู้เล่นเ่าั้แค่มองเขาก้รู้ว่าเป็ผู้เล่นอิสระเพราะพวกเขาสนุกไปกับการเล่น มันเลยทำให้ศิลาอดคิดถึงวันแรกของเขาเสียไม่ได้
ใช้เวลาไม่นานเขาก็มาถึงหน้ากำแพงเมืองมนตราที่ตอนนี้หน้าประตูมีผู้เล่นราวๆสองร้อยคนศิลาคิดว่าน่าจะเป็กิลด์ใดกิลด์หนึ่งทั้งหมดยืนตั้งแถมเรียงหน้ากระดานมีผู้เล่นทุกอาชีพทุกสายดูแล้วน่าจะไปล่าสัตว์อสูรระดับาาขึ้นไปแน่นอนเพราะล้วนแล้วแต่มีแต่ผู้เล่นที่แค่มองดูก็รู้ว่าไม่ธรรมดา
แต่คนเ่าั้ดันยืนขวางหน้าประตูเมืองจนผู้เล่นผ่านเข้าออกไม่ได้พร้อมกับหัวหน้าพูดปราศัยปลุกใจลูกน้องถึงขีดสุดแต่ในเวลาเดียวกันมันก็สร้างความไม่พอใจให้บรรดาผู้เล่นทั่วไป ศิลาเลือกที่จะยืนรออยู่ชายป่าเพราะการจะเข้าเมืองนั้นต้องเขาทางประตูเพียงอย่างเดียวเพราะต้องจ่ายค่าผ่านเข้าเมือง
ศิลายืนรอสองนาทีเป็สามนาทีห้านาทีครึ่งชั่วโมง จนความอดทนเขาถึงขีดสุดเพราะเขาคิดว่ามันไม่ใช่เื่อะไรที่ผู้เล่นทั่วไปจะต้องมารออะไรแบบนี้ แต่ผู้เล่นทั่วไปก็ไม่กล้าหือถึงทางนั้นจะมีราวๆสองร้อยแต่ระดับมากกว่าผู้เล่นทั่วไปเอาการแถมยังมาเป็กิลด์พวกเขาต่างไม่มีกิลด์ไม่มีใครคุ้มหัว มันเลยต่างกัน
ทว่าไอ้พวกกิลด์นั้นไม่รู้เลยว่าอสูรร้ายที่พวกมันกำลังจะไปล่ามันจะกลายเป็ลูกแมวน้อยไปเลยถ้าเทียบกับไอ้ตัวที่กำลังเดินย่ามสามขุมั์ตาคมกริบสีน้ำเงินสดดุร้ายเดินเข้าประชิดมาเลื่อยๆอย่างเงียบงัน