บทที่สี่
ปะทะฝีปาก
“นี่ ปล่อยได้แล้ว” นิรณาเอ่ยพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าเดินออกมาจากบริเวณบ้านพอสมควรแล้ว ร่างเล็กพยายามที่จะดึงแขนของตัวเองให้หลุดจากการกอบกุม
“ก็ไม่ได้อยากจับนักหรอกแม่คุณ” สิงหราชยอมปล่อยอีกฝ่ายให้เป็อิสระ ก่อนจะเอ่ยพูดประชดประชันออกมา
ดวงตาคมคายกวาดสายตามองคนตัวเล็กั้แ่หัวจรดเท้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย ให้กับท่าทางรังเกียจของอีกฝ่ายที่มีให้กับตัวเอง
“แล้วมาจับทำไม” นิรณาที่ได้ยินอย่างนั้นก็ลมออกหู คนตัวเล็กยกแขนขึ้นมาเท้าสะเอว ก่อนจะเอ่ยถามออกไปอย่างเอาเื่
นิรณาเองแม้ดูภายนอก จะดูเป็คนหัวอ่อนไม่มีพิษมีภัยอะไรกับใคร หากแต่ในความเป็จริง ก็มีนิสัยส่วนตัวที่ไม่ชอบยอมลงให้กับใครเหมือนกัน และยิ่งได้รับสายตาที่ดูถูกดูแคลนจากสิงหราช ก็ยิ่งทำให้รู้สึกโมโหหนักเข้าไปอีก
“ก็แล้วทำไมจะจับไม่ได้” สิงหราชเอ่ยถามกลับไป อย่างนึกสนุก ร่างหนายกมือขึ้นเท้าเอวบ้าง
“ถือสิทธิ์อะไรมาแตะเนื้อต้องตัวคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต เสียมารยาท” นิรณาถลึงตาใส่คนตัวสูง ก่อนจะเอ่ยต่อว่าออกไปเสียงดังฟังชัด
ร่างเล็กลอยหน้าลอยตาใส่คนที่พึ่งโดนตัวเองต่อว่าไป ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายสีหน้าเปลี่ยนไป นิรณานึกปรามาสอีกฝ่ายอยู่ในใจ ว่าจริง ๆ แล้วก็เป็แค่ตาทึ่มคนหนึ่ง โดนด่านิดหน่อยก็นิ่งไปเสียแล้ว
“สิทธิ์ว่าที่ผัวของคุณยังไงล่ะคุณหนู” สิงหราชเอ่ยพูดตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะอย่าง้าที่จะยั่วโมโหคนตัวเล็ก
สิงหราชปรายตามองคนที่โกรธจนหน้าแดงก่ำเพราะคำพูดของตัวเองอย่างคิดตลกขบขัน ใครจะไปคิดว่านักเรียนจบนอก จะมาคิดเล็กคิดน้อยกับเื่แตะต้องตัวเอากับว่าที่สามีของตัวเองเสียได้
“หยาบคาย” นิรณาที่โกรธจนเป็ฟืนเป็ไฟ เอ่ยพูดออกไปด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ร่างเล็กกระทืบเท้าด้วยความโกรธ
“ก็ไม่เถียง” สิงหราชหยักไหล่ขึ้น ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยคำพูดที่ยียวนกวนใจคนฟัง
นิรณาได้แต่สะบัดหน้าที่คนที่ยั่วโมโหไปอีกทาง ก่อนที่ดวงตากลมโตจะเบิกกว้างขึ้น เมื่อเห็นว่าไกลออกไปด้านหลังของบ้านใหญ่โตโออ่าหลังนี้เป็ทะเลกว้างสุดลูกหูลูกตา
“สิ้นคิด” สิงหราชที่มองตามคนตัวเล็กไป ได้แต่ยกยิ้มเยาะเย้ยออกมากับตัวเอง ร่างหนาใช้ลิ้นเดาะกระพุ้งแก้มเล่น ก่อนจะเอ่ยพูดเหน็บแนมหญิงสาวตรงหน้าออกไปอีกครั้ง อย่างอดใจเอาไว้ไม่อยู่
เพราะหลงเข้าใจว่านิรณากำลังรู้สึกตื่นตาตื่นใจกับความร่ำรวยของครอบครัวตัวเองจนเก็บอาการเอาไว้ไม่อยู่ จากแรกที่มีอคติอยู่แล้วก็ยิ่งรู้สึกอคติกับคนตัวเล็กเข้าไปอีก ที่สนใจแค่เื่ทรัพย์สินเงินทองมากกว่าความสุขของตัวเอง
ยอมมาแต่งงานกับคนที่ไม่ได้รู้จักกันมาก่อนไม่พอ ในวันนี้จะมีหน้ามาแสดงความโลภในทรัพย์สินของคนอื่นอีก ช่างเป็ผู้หญิงที่ไร้ยางอายเสียจริง ๆ
“คุณว่าใคร!” นิรณาหันขวับกลับมาทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบประโยค
“ใครเป็แบบนั้นก็รับไปสิ” สิงหราชเอ่ยตอบกำกวม ก่อนจะสาวเท้าไปทิ้งตัวลงบนโขดหินใต้ร่มไม้
“นี่! มาคุยกันให้รู้เื่นะคุณสิงหราช” นิรณารีบสาวเท้าเดินตามคนตัวสูงไป
“ถามจริง ๆ เถอะ คิดสั้นอะไรขนาดนั้น ถึงได้ยอมเอาตัวเข้าแลกกับหนี้” หลังจากที่พูดยั่วโมโหกันอยู่นาน ในที่สุดสิงหาราชก็ยอมที่จะเอ่ยถามอีกฝ่ายอย่างตรงไปตรงมา
“เื่ของฉัน” นิรณาที่สะอึกไปเล็กน้อยกับคำถาม เชิดใบหน้าขึ้นอย่างถือดี ก่อนจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ
จะให้พูดได้อย่างไรว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ล้วนแล้วเธอนั้นไม่ได้เต็มใจที่จะให้เกิดขึ้นเลยสักนิด ในเมื่อตอนนี้เธอแบกความหวังของครอบครัวเอาไว้เต็มบ่า ขืนบุ่มบ่ามพูดไปเรื่อย มีหวังสิงหราชคงได้หยิบเอาคำพูดของเธอ มาเล่นงานตัวเธอเองในภายหลัง
“เื่ของคุณคนเดียวมั้งคุณหนู คุณจะปิดงานนี้ยังไง ถ้าไม่มีน้ำเชื้อจากผม” ร่างหนาเอ่ยพูดสวนกลับไปในทันทีเช่นกัน น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย้ยหยัน
“มันจะมากไปแล้วนะคุณสิงหราช” นิรณาเอ่ยพูดเตือนสติให้คนตรงหน้าได้รู้สึกตัว ว่ากำลังพูดจาไม่ให้เกียรติเธออยู่
“มากไป แต่มันเป็ความจริงไหมล่ะ” สิงหราชเอ่ยถามกลับไป
“แล้วยังไง ถ้าคุณไม่อยากแต่งงานกับฉัน คุณก็ไปบอกแม่คุณนู่น” คนตัวเล็กเอ่ยพูดตอบกลับไปเร็ว ๆ จนลิ้นแทบจะพันกัน
สุดท้ายแล้วนิรณาก็โพล่งออกไปด้วยความโมโห มาคิดได้ก็เมื่อพูดจบประโยคไปแล้ว ในใจก็ได้แต่ภาวนาให้อีกฝ่ายไม่บ้าดีเดือด ทำตามที่เธอท้าออกไปจริง ๆ ไม่อย่างนั้นคนที่จะลำบากก็เห็นจะมีแค่เพียงเธอนี่แหละ
“ก็ถ้าค้านได้ คุณจะได้เสนอหน้ามายืนอยู่ตรงนี้หรือครับ” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงกวน ๆ
“ก็เพราะคุณมันไร้น้ำยาไงคุณสิงหราช แม่ของคุณเลยต้องบังคับให้ฉันมาแต่งงานและอุ้มท้องให้ลูกของคุณ” นิรณาเริ่มที่จะเอาคืนอีกฝ่ายอย่างเจ็บแสบ ด้วยการพ่นคำพูดดูถูกไม่ต่างกัน เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายก็ไม่ได้มีทางเลือกมากนัก
“มีน้ำยาไม่มีน้ำยา เอาไว้ให้คุณพิจารณาอีกทีตอนเข้าหอแล้วกันคุณหนู” สิงหราชผุดลุกขึ้น ก่อนจะสาวเท้าเข้ามาใกล้คนตัวเล็ก และใช้มือหนาเชยคางอีกฝ่ายขึ้นเล็กน้อย
“ไม่มีวัน” นิรณาสะบัดหน้าหนี ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่อวดดี
“คุณถ่อมาถึงที่ไหน ก็เพื่อที่จะมาผลิตทายาทของมยมราชพลีร่วมกันกับผม คุณคิดว่าในคืนวันเข้าหอ เราจะแค่นอนจับมือกันจริง ๆ น่ะหรือ” สิงหราชแกล้งโน้มตัวเข้าไปใกล้ ก่อนจะเอ่ยกระซิบถามขึ้นข้างใบหูของคนตัวเล็ก
“ลามก ไอ้บ้า ออกไปไกล ๆ นะ” นิรณาย่นคอหนี มือเล็กพยายามผลักไสสิงหราชให้ออกห่างจากตัวเอง
“ว้าย”
“เฮ้ย”
แต่แล้วนิรณาที่พยายามออกแรงผลักคนที่ตัวหนากว่าตัวเองเป็เท่าตัวก็สู้แรงไม่ได้ ขาเล็กที่เหวี่ยงไปด้านหลังเพื่อออกแรงผลักกลับเสียหลัก จนเกือบทำให้ร่างเล็กหงายหลังล้มลงไป
หากแต่สิงหราชที่อยู่ใกล้กลับมือไว คว้าเอวคอดเข้าหาตัวจนกลายเป็ว่าคนตัวเล็กตกอยู่ในอ้อมแขนของตัวเอง มือหนาพยายามประคองคนในอ้อมแขนเอาไว้ไม่ให้เสียหลักล้มลงไปทั้งคู่
“ฉวยโอกาส” นิรณาเอ่ยพูดขึ้นหลังจากหายใ ร่างเล็กพยายามที่จะดิ้นหนีให้หลุดจากอ้อมกอดของคนที่ชอบพูดจาไม่ดีใส่ตัวเอง
“ว้าย” สิงหราชเมื่อกลายเป็คนทำคุณบูชาโทษ ปล่อยให้คนตัวเล็กเป็อิสระทันที โดยที่ไม่ได้สนใจว่าอีกฝ่ายจะตั้งหลักยืนด้วยตัวเองได้แล้วหรือยัง
“คุณสิงหราช!!” นิรณาที่ล้มลงไปกองอยู่กับพื้น เอ่ยเรียกอีกฝ่ายขึ้นเสียงดังด้วยความเจ็บใจ
ร่างเล็กจ้องมองไปที่คนตัวสูง ด้วยสายตาที่ราวกับจะกินเืกินเนื้อ ทั้งรู้สึกโกรธและรู้สึกเสียหน้าไปพร้อม ๆ กัน ที่สุดท้ายก็เป็ตัวเองที่แพ้ ไม่ว่าจะเป็ในเื่ของฝีปากหรือพละกำลัง
“สมน้ำหน้า คนตั้งใจจะช่วยเหลือ แต่แล้วก็ยังจะมาปากดีใส่อีก” สิงหราชเท้าสะเอวขึ้นมองร่างเล็กที่นั่งอยู่กับพื้น ก่อนจะเอ่ยพูดขึ้น
“จิ๊” นิรณาเมื่อเถียงสู้ไม่ได้ก็ได้แต่สะบัดหน้าหนีไปอีกทางด้วยความเจ็บใจ
ร่างเล็กยกมือขึ้นกอดอก นิสัยที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองตามประสาลูกคนเล็ก เริ่มผุดขึ้นมาให้ว่าที่สามีอย่างสิงหราชได้เห็นด้วยตาของตัวเอง นิรณานั่งพึมพำบ่นอยู่คนเดียวจนลืมที่จะลุกขึ้นยืน
“ลุก” สิงหราชได้แต่ส่ายหน้าไปมากับความดื้อเงียบของอีกฝ่าย ย่อตัวลงเล็กน้อย ก่อนจะส่งมือของตัวเองไปตรงหน้าของอีกฝ่าย
“ไม่” ร่างเล็กเอ่ยตอบกลับอย่างดื้อดึง ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความแง่งอนอย่างเห็นได้ชัด
“อย่ามาดื้อกับผมนะคุณหนู” สิงหราชเริ่มเป็ฝ่ายที่จิ๊ปากบ้างแล้ว เอ่ยพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเข้ม
“ชื่อเอิงเอย ไม่ได้ชื่อคุณหนู” นิรณาเอ่ยแก้ให้ด้วยความหงุดหงิด กับการที่อีกฝ่ายเอาแต่เรียกขานเธอว่าคุณหนูอยู่แบบนั้น
“ลุกขึ้นมาเอิงเอย” สิงหาราชยอมที่จะเอ่ยเรียกชื่อของอีกฝ่ายเสียใหม่
“ก็แค่นั้น” ร่างเล็กเอ่ยพูดพลางยกยิ้มอย่างผู้ชนะ ก่อนจะยอมยื่นมือออกไปจับมือของอีกฝ่าย และดันตัวเองลุกขึ้นยืน
“ตัวเท่าลูกแมว ทีหลังก็อย่าทำเป็เก่ง” สิงหราชเอ่ยพูดขึ้น หลังจากที่โดนสะบัดมือหนีอย่างไม่ไยดี
“ใครมันจะตัวเท่าั์อย่างนายหัวสิงหราชเล่า” นิรณาที่โดนสบประมาทว่าตัวเล็กไม่รอช้าที่จะสวนกลับไป
“ชื่อสิงห์ เรียกสั้น ๆ ก็พอ” สิงหราชไม่ได้ผูกใจเจ็บที่อีกฝ่ายบอกว่าตัวเองตัวใหญ่เหมือนั์ หากแต่เอ่ยบอกชื่อเล่นของตัวเองออกไปทื่อ ๆ
“นายหัวั์ แบร่” นิรณาเอ่ยล้อ แลบลิ้นปลิ้นตาใส่คนหน้าบึ้งไปหนึ่งครั้ง ก่อนจะวิ่งหนีกลับไปยังตัวบ้าน ทิ้งให้คนที่ถูกเรียกว่าั์ยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตามลำพัง
“ตัวแสบ” สิงหราชเอ่ยไล่หลังคนที่วิ่งหนีไป ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมา เมื่อคิดว่าขนาดตัวของเขาเมื่ออยู่ใกล้กับอีกฝ่ายก็ดูเหมือนั์ปักหลั่นจริง ๆ นั่นแหละ
“ยิ้มอะไรของมึงไอ้สิงห์ เพี้ยนไปกันใหญ่” ร่างหนาเอ่ยพูดขึ้นกับตัวเอง เมื่อเริ่มรู้ตัวว่าตัวเองนั้นกำลังยิ้มกว้างออกมาตามลำพัง
………………………………………………….
เอาสิ เื่ปากก็ไม่มีใครยอมใคร พระเอกเราก็ทรงห่ามเกิน เขาจะสามารถอบอุ่นได้กี่โมงคะคุณหญิงย่า
อ่านแล้วอย่าลืมคอมเม้นท์ส่งฟีดแบคกลับมาหานักเขียนอย่างเลดี้หน่อยนะคะ อยากบอกว่ามันเป็แรงผลักดันในการอัปเดตนิยายมาก ๆ เลย
และอย่าลืมกดเข้าชั้น กดหัวใจ และที่สำคัญอย่าลืมกดติดตามนามปากกาอิสตรีเริงรมย์กันเอาไว้นะคะ เพราะตอนนี้กำลังเร่งสานต่อพล็อตมากมายที่ได้ทำการดองเอาไว้ในไหแบบเร่งด่วน และแพลนที่จะปล่อยงานในตอนนี้ก็ยาวทั้งปี ฮือออ