จินวั่งซู่นิ่งอึ้ง“หนังสือของมารใหญ่มี่อี้เล่มหนึ่งเคยเล่าถึงเื่เ้า อ๊ะ! ไม่สิป่านนี้อายุของท่านน่าจะพอๆ กับท่านพ่อของข้า”
คุณชายจินนึกทบทวนบทบรรยายถึงฮูหยินไร้รอยครึ่งหน้าอดีตบุรุษผู้นี้คือหมอยาเทวดาผู้หนึ่งที่คลั่งไคล้ในการปรุงยาเพื่อการเป็ะยาหมอสำคัญที่เขาปรุงครั้งสุดท้ายเมื่อดื่มเข้าไปกลับทำให้ร่างบึกบึนล่ำสันกลายเป็สาวน้อยวัยใสบอบบางอ่อนเยาว์ทว่าเสียงและอวัยวะเพศยังคงเดิมแม้ความสามารถในการแก้พิษของนางจะถือเป็หนึ่งในใต้หล้าแต่การหาตัวนางกับยากเย็นราวงมเข็มในมหาสมุทร
“หึ!นับว่าเ้ายังมีความรู้เกี่ยวกับยุทธภพอยู่บ้างเอาเถิดาแของเ้าข้าไม่รักษายังไงก็ต้องหายในสามวันอยู่แล้วแต่ว่าการอยู่ที่รังโจรแห่งนี้มิได้ง่ายเท่าใดนัก”
จินวั่งซู่ซักไซ้ไล่เลียงได้ความว่าฮูหยินไร้รอยมาที่นี่เพราะบังเอิญช่วยเหลือชาวบ้านที่าเ็ผู้หนึ่งหัวหน้าค่ายโจรูเาเห็นนางคราแรกก็คิดว่าเป็สตรีคิดจะข่มเหงนางจึงวางยาเขานางข่มขู่คนทั้งค่ายด้วยยาพิษแสนร้ายกาจพวกเขาจึงจัดที่พักให้นาง
“ข้าอยู่ที่นี่เพราะเป็แหล่งสมุนไพรที่ข้าตามหาข้าอยากจะกลับคืนสู่ร่างเดิม มิใช่ภายนอกเป็สตรีเช่นนี้”
“ร่างสตรีของท่านงดงามจนข้าตื่นตะลึง”
“ข้าเป็บุรุษ”ฮูหยินไร้รอยตวาดเสียงเข้ม
จินวั่งซูจำยอมสารภาพความจริงกับนางฮูหยินไร้รอยจึงสัญญาว่าจะไม่เปิดโปงเขานางปรายตามองชายหนุ่มทั้งสองที่ลุกขึ้นนั่งบนเตียง
“หากเ้าคิดจะทำลายที่นี่ขอเพียงไม่แตะต้องเรือนยาของข้าข้าจะไม่ตามล้างแค้นเ้า” ฮูหยินไร้รอยกล่าวด้วยเสียงต่ำชวนขนลุก
“เื่เรือนยานี้ข้าจะรีบแจ้งมือปราบเสิ่นเขาเป็ผู้นำในการกำจัดค่ายโจรในครั้งนี้” จินวั่งซู่รีบรับปากโดยเร็ว“เ้าพอจะรู้หรือไม่ว่าผู้ใดอยู่เื้ัค่ายโจรนี้”
“ข้ามาอยู่ที่นี่ไม่กี่เดือนไม่เคยเข้าไปข้องเกี่ยวกับเื่นอกเรือนข้าทำหน้าที่ช่วยรักษาคนในค่ายและในหมู่บ้านแลกอาหารสองมื้อเท่านั้น”
“ท่านไม่เคยได้ยินผู้ใดพูดถึงคนที่สนับสนุนค่ายนี้เลยหรือ?”
“หากเ้าอยากรู้เื่พวกนี้จงไปหาคนคุยที่โรงครัวเถอะ”
“ฮูหยินคนงามท่านช่วยรักษาแผลข้าด้วยเถอะข้าอยากหายวันพรุ่งนี้เลย” จินวั่งซู่หันไปขอร้องนางฮูหยินไร้รอยได้ยินคำชมเช่นนั้นก็รู้สึกเคลิ้มไปชั่วขณะการอยู่ในร่างสตรีเพศมานานทำให้อารมณ์ความรู้สึกบางส่วนก็คล้อยตามเพศนี้ไปแล้ว
“ได้สิ!” นางหันไปหยิบขวดยาสีดำออกมาส่งให้จินวั่งซู่รับไปยื่นต่อให้กับ เฟิ่งหู่องครักษ์จึงเริ่มทายาให้เขาทีละรอย จากนั้นจินวั่งซู่ก็ทาให้กับเฟิ่งหู่บ้างฮูหยิน ไร้รอยนำเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาให้พวกเขาคนละชุด “ข้ามีชุดที่เก็บไว้สองชุดพวกเขาใส่แก้ขัดไปก่อนก็แล้วกัน พรุ่งนี้ค่อยไปหาเพิ่ม”
ทั้งสองพึมพำขอบคุณ “พวกข้าจะนอนที่ใดได้”
“คืนนี้ก็นอนห้องรักษาไปก่อนพรุ่งนี้คงจะมีคนจัดห้องพักให้พวกเ้า”
เช้าวันต่อมามีคนมาปลุกให้ตื่นั้แ่ฟ้ายังไม่สาง“ตื่นได้แล้ว พวกเ้าต้องไปตักน้ำผ่าฟืนช่วยทำอาหาร”
ชายร่างั์ทั้งสองโผล่พรวดเข้ามาในห้องยืนเท้าสะเอวเรียกอยู่ข้างเตียง
“าแของพวกข้ายังไม่หาย”
“ฮูหยินรักษาพวกเ้าแล้ว คืนเดียวก็เกินพอ”ชายผู้นั้นกระชากผ้าห่มของทั้งสองออกจากร่างมือแข็งแกร่งราวคีมเหล็กดึงเอาทั้งสองให้ลุกขึ้นจินวั่งซู่และเฟิ่งหู่ต้องถูกฉุดลากให้ตามชายทั้งสองมาถึงโรงครัว
พ่อครัวคนเดิมเห็นแล้วก็ร้องทัก“ฮูหยินรักษาพวกเ้าหายไวดีจริง มาๆ ข้ายังขาดคนช่วยต้มน้ำผ่าฟืน” ชายอ้วนหันไปสั่งร่างที่ก้มๆเงยๆ อยู่ใกล้ๆ “หลุน เ้าบอกงานพวกนี้เร็วเข้า”
ร่างบางในชุดเก่าสกปรกกวักมือให้พวกเขาเข้าไปใกล้“พวกเ้ามานี่! ข้า้าฟืนอีกเยอะเลย”
เมื่อจินวั่งซู่ขยับไปใกล้แล้วก้มลงพยายามมองหน้าหนุ่มน้อยผู้นั้นกลับไม่ยอมเงยขึ้น “อะ ได้!” เขากับเฟิ่งหู่จึงไปผ่าฟืนมาอีกสองหอบใหญ่เมื่อหอบมาถึงในครัวจึงได้เห็นใบหน้าของเด็กหนุ่มเต็มตา “ฮะ ฮู...”ร่างนั้นกระโจนพรวดเข้ามายืนต่อหน้า
“เงียบไว้! ข้าแอบเข้ามา”
จินวั่งซู่ลดเสียงลง “ฮูหยินจี ท่านแอบมาเช่นนี้หลี่เจี๋ยรู้หรือไม่?”
“ข้าเขียนจดหมายบอกท่านพี่ไว้แล้วว่าจะเข้ามาช่วยท่านสืบ”
ร่างของนางบางและเล็กคล้ายเด็กหนุ่มที่ยังไม่โตเต็มที่ใบหน้าทาของเหลวที่ทำให้ใบหน้าดูดำคล้ำ ทำผมรุงรังแต่งกายมอมแมมทำให้นางดูคล้ายเด็กหนุ่มจากหมู่บ้านใกล้ๆ
“ท่านเจอสิ่งใดบ้างหรือยัง?”
“ข้าได้ยินพ่อครัวบอกว่าบ่ายนี้จะมีคนขึ้นมาหาหัวหน้าพวกท่านต้องพยายามหาทางไปทำงานอยู่ใกล้ห้องของหัวหน้า”
“ได้!”จินวั่งซู่และเฟิ่งหู่รับคำแล้วรีบไปตีสนิทกับคนที่ดูแลเรือนของหัวหน้าพวกเขาอาสาช่วยยกอาหาร
“พวกเ้าสองคนเป็นักโทษปะาเมื่อวานนี่นา”
“ขอรับ ท่านหัวหน้าได้ช่วยพวกข้าเอาไว้เป็พระคุณอย่างยิ่ง ข้าจึงอยากจะตอบแทนท่านหัวหน้า”
“ดี! เช่นนั้นก็ตามข้ามา” ผู้ดูแลเรือนหัวหน้าค่ายโจรเมื่อเห็นจินวั่งซู่และเฟิ่งหู่ดูหน่วยก้านดีจึงนำตัวไปช่วยงานที่เรือนหัวหน้าค่าย ‘สองคนนี้หน้าตาสุภาพเรียบร้อยเอาไว้ช่วยหัวหน้าดูแลผู้มาเยือนก็เข้าท่าดี’
โรงครัวแห่งนี้จะทำอาหารเลี้ยงคนเพียงสองมื้อคือเช้าและเย็นเท่านั้นในตอนกลางวันจีลี่อิงจึงว่างงาน คนส่วนใหญ่จะไปฝึกอาวุธคนครัวจะไปงีบเอาแรงเพราะพวกเขาเตรียมอาหารก่อนฟ้าสาง ซ้ำยังต้องเริ่มทำอาหารเย็นใน่บ่ายนางสังเกตรอบข้างแล้วจึงเอาขนมที่ซ่อนไว้ในห่อผ้าออกไปแจกจ่ายเพื่อตีสนิทกับพวกที่เฝ้ายามเพื่อถามหาคลังอาวุธ
โจรท่าทางเซ่อซ่าที่หนีฝึกอาวุธมานั่งเล่นหลังค่ายเมื่อได้กินขนมไปสองชิ้นก็เห็นว่าเด็กหนุ่มหน้าดำเนื้อตัวมอมแมมอยู่โรงครัวผู้นี้ไม่มีพิษภัยจึงชี้ให้ดู“โน่นไงเรือนที่ใช้เก็บอาวุธหัวหน้าเราฉลาดนักไม่ยอมให้มีคนยืนเฝ้าด้านหน้าเพราะกลัวจะมีคนสังเกตเห็นว่าใช้เก็บอาวุธกับดินปืนที่ปล้นมาจากทางการเมื่อหลายเดือนก่อน”
ท่านหญิงจีตาโต “อะโห!ค่ายเรามีดินปืนด้วยหรือ?”
“อืม...ข้ายังได้ยินอีกว่าก่อนหน้านี้ส่วนใหญ่ขนย้ายไปที่เมืองฉู่จิ้งแล้ว”
“ขนไปทำไมกัน?”จีลี่อิงหูผึ่งหากมีการขนย้ายดินปืนพวกเขาอาจมิใช่เป็เพียงโจรูเาธรรมดา
“ข้าก็ไม่รู้แค่ได้ยินหัวหน้าคุยกับนายท่านที่มาหา มิใช่ขนแค่ดินปืน อาวุธอื่นที่ปล้นทางการมาได้ก็ขนไปด้วย”ยิ่งพูดยิ่งอยากจะโม้ในเื่ที่ตนเองรู้เพราะเด็กหนุ่มมอมแมมคอยหยิบขนมส่งให้เรื่อยๆ
“เ้าได้ยินหัวหน้าเรียกชื่อนายท่านผู้นั้นหรือไม่?”
“แค่ก! แค่ก! น้ำหน่อย”จีลี่อิงรีบหยิบถุงหนังเก็บน้ำยื่นให้ โจรเซ่อรีบกรอกลงปากไป“เมื่อกี้เ้าถามข้าว่าข้ารู้ชื่อนายท่านผู้นั้นหรือไม่สินะข้าได้ยินหัวหน้าเรียกคุณชายเฉิน”
ท่านหญิงสะดุ้ง ข้อสงสัยกลายเป็จริงแล้ว!นางต้องหาทางแจ้งข่าวท่านพี่โดยเร็ว
*********************
