ก่อนเยี่ยซิงเหอจะถามว่าตราเงินบนผ้าไหมหมายถึงอะไรเสียงคนด้านนอกก็ะโว่ามีผู้าเ็อยู่หน้าประตูใต้
ผู้เฒ่าโม่ปิดฝากล่องทันที เขาพันเชือกหนึ่งรอบโดยไม่มัดปมแล้วสอดกล่องไว้ใต้โต๊ะ มิได้กลับไปซ่อนใต้พื้นเช่นเดิม
“คำถามข้ายังอยู่” เยี่ยซิงเหอกล่าว
“หากคนด้านนอกยังมีลมหายใจ คำตอบของเขาเร่งกว่าของข้า”
ทั้งสองออกจากเรือนพร้อมกัน
หมอกยามเช้ายังเกาะเหนือหลังคา ประตูใต้ปิดสนิทชาวบ้านยืนบนแนวรั้วถือคันธนูและคราดเหล็ก นอกประตูมีม้าสีน้ำตาลล้มตะแคงชายผู้หนึ่งนอนคว่ำข้างมัน เสื้อคลุมขาดั้แ่หัวไหล่ถึงเอวเืซึมเป็ทางยาวบนหิมะ
“เขาขยับหรือไม่” ผู้ใหญ่บ้านถาม
คนเฝ้าประตูส่ายหน้า “เมื่อครู่ยกมือครั้งหนึ่ง แล้วนิ่ง”
“อาจเป็เหยื่อล่อ” ชาวบ้านอีกคนกล่าว “เมื่อคืนเพิ่งมีสายลับ”
ชายหนุ่มจากเมืองขึ้นไปยืนบนคานประตู เขาเพ่งรอยเท้านอกกำแพง“มีรอยม้าตัวเดียว ไม่มีรอยคนตาม แต่หิมะใหม่กลบได้มาก”
เสียงครางดังจากชายาเ็
มือของเขาขยับ ครูดหิมะเป็คำหนึ่งซึ่งอ่านไม่ออกก่อนหมดแรงอีกครั้ง
“เปิดช่องเล็ก” ผู้เฒ่าโม่สั่ง
“หากเส้นโลหิตติดตัวเขามา?” ผู้ใหญ่บ้านถาม
“จึงไม่ให้คนออกไปอุ้ม”
บานประตูถูกแง้มเพียงหนึ่งฉื่อชาวบ้านสอดเชือกคล้องข้อเท้าคนเจ็บแล้วลากเข้ามาบนแผ่นไม้ มิให้ร่างแตะธรณีประตูเกลือหยาบถูกโรยรอบตัว ก่อนผู้เฒ่าโม่ใช้เข็มเงินแตะเืสามแห่ง
เข็มแรกไม่เปลี่ยนสี
เข็มที่สองสั่น
เข็มที่สามตรงท้ายทอยดำทันที
“ปิดประตู!” ชายชราตวาด
คานไม้ตกลงพร้อมเสียงหนักม้าด้านนอกสะดุ้งครั้งสุดท้ายแล้วแน่นิ่ง
ผู้เฒ่าโม่พลิกร่างผู้าเ็เสื้อชั้นในมีรอยฝ่ามือสีดำประทับกลางหลังรอบรอยนั้นเส้นเืนูนเป็วงคล้ายรากไม้ไต่ใต้ผิว
“อย่าแตะเื” เขาสั่ง “พาแผ่นไม้ไปเรือนยา”
เยี่ยซิงเหอช่วยยกด้านหน้าโดยใช้มือซ้ายชายหนุ่มจากเมืองยกท้ายทั้งคู่เดินผ่านสายตาชาวบ้านซึ่งเพิ่งรู้ว่าศัตรูอาจส่งค่ายกลเข้ามาได้แม้ในร่างคนใกล้ตาย
ข่าวร้ายยังไม่ทันถูกเล่า ความกลัวก็มาถึงก่อนแล้ว
* * *
ชายาเ็ฟื้นหลังผู้เฒ่าโม่ถอนเข็มเล่มที่เจ็ด
เขาลืมตาข้างเดียว อีกข้างบวมปิด ริมฝีปากแตกจนคำแรกมีเพียงลม“น้ำ...”
เยี่ยซิงเหอยกถ้วย แต่ผู้เฒ่าโม่ขวางไว้ “บอกชื่อก่อน”
“ซ่ง...ซาน”
“มาจากที่ใด”
“ด่าน...ตะวันตก”
“ผู้ใดทำร้าย”
คนเจ็บพยายามกลืน เืตรงท้ายทอยสั่นตาม “ให้ข้าดื่มก่อน”
ผู้เฒ่าโม่แตะน้ำเพียงหยดที่ริมฝีปาก “หากเส้นดำถึงหัวใจน้ำทั้งบ่อก็ช่วยเ้าไม่ได้ ตอบ”
ความแข็งในน้ำเสียงมิใช่ความใจร้ายเขากำลังวัดว่าสติของคนตรงหน้ายังเป็ของตนหรือถูกสิ่งใดใช้ปาก
“คนชุดดำ” ซ่งซานกระซิบ “ธงไม่มีชื่อ มีวงเืเจ็ดแฉก”
ชายหนุ่มจากเมืองซึ่งยืนเฝ้าประตูเรือนกำทวนแน่น“นิกายโลหิตทมิฬ”
คนเจ็บสะดุ้งเมื่อได้ยินชื่อ “อย่าเอ่ยดัง”
“มันอยู่ที่ใด” เยี่ยซิงเหอถาม
“ทุกที่ซึ่งกลองดัง”
ผู้เฒ่าโม่ยื่นถ้วยให้หนึ่งอึก คราวนี้ซ่งซานดื่มได้เขาหอบอยู่นานก่อนเล่าต่อ
สามวันก่อน หมู่บ้านตามแนวชายแดนตะวันตกเห็นควันจากบนเขาคิดว่าโจรลงมา ทุกครัวเรือนจึงซ่อนข้าวกับเหรียญทองแดงแต่คนชุดดำผ่านยุ้งฉางโดยไม่เปิดแม้แต่บานเดียว
พวกมันตีฆ้องเรียกคนไปลาน
ผู้ใดหนีถูกเส้นเืใต้ดินรัดข้อเท้า
ผู้ใดต่อสู้ถูกทำให้หมดแรงก่อนคมอาวุธถึงตัว
เมื่อรุ่งเช้า บ้านยังอยู่ วัวควายยังอยู่ เงินยังอยู่แต่คนหนุ่มสาวหายไปกว่าครึ่ง
“พวกมันจับไปเป็แรงงานหรือ” ผู้ใหญ่บ้านซึ่งเพิ่งเข้ามาถาม
ซ่งซานส่ายหน้า ความกลัวในดวงตาหนักกว่าาแ“พวกมันไม่ได้้าทรัพย์สิน...มัน้าิญญา”
ไม่มีผู้ใดพูดต่อทันที
เยี่ยซิงเหอนึกถึงกวางซึ่งถูกดูดเืนึกถึงหมาป่าที่ถูกฝังโลหะ และค่ายกลใต้บ่อน้ำ ศัตรูไม่เพียงตามดวงตรามันเก็บชีวิตอื่นเป็เชื้อให้วิชาของตน
“คนที่หายยังมีชีวิตหรือไม่”
“ตอนถูกพาไปยังเดินได้ แต่ดวงตาเหมือนคนหลับพวกมันผูกกันด้วยเชือกแดง ไม่ให้เรียกชื่อ”
“เหตุใดเ้ารอด” ชายหนุ่มจากเมืองถาม
ซ่งซานหลับตา “ข้าไม่ได้รอด พวกมันปล่อย”
คำตอบทำให้ทุกคนมองรอยฝ่ามือกลางหลัง
เขาไม่ใช่ผู้หนีรอดแต่เป็ข่าวซึ่งศัตรูส่งมาโดยใช้คนเป็แผ่นไม้ไผ่
ผู้เฒ่าโม่พลิกฝ่ามือซ่งซาน พบจุดดำเจ็ดจุดใต้เล็บ“มันถามสิ่งใดระหว่างทาง”
“ทุกหมู่บ้านที่ผ่าน...มีเด็กไร้ปราณหรือไม่ มีศิลาร้าวหรือไม่มีคนแก่ถือไม้เท้าหรือไม่”
ผู้ใหญ่บ้านหน้าซีด “มันถามถึงโม่เหอ”
“เ้าได้บอกหรือไม่”
“ข้าไม่รู้ชื่อหมู่บ้านนี้ ข้าเพียงตามทางม้า”ซ่งซานมองรอบเรือน “แต่ม้ารู้”
ด้านนอกมีเสียงม้าล้มกระตุกกับหิมะ ทั้งที่มันตายแล้ว
ผู้เฒ่าโม่พุ่งออกไปก่อนใคร
* * *
รอยเืจากซากม้ากำลังไหลย้อนขึ้นเขา
มันมิได้ไหลตามลาด หากเลื้อยเป็เส้นบางผ่านหิมะมุ่งจากประตูใต้ไปยังแนวสนตะวันตก ทุก่ซึ่งเืผ่านรอยสลักที่ซ่อนใต้ดินสว่างตอบหนึ่งครั้ง
“มันกำลังบอกทางกลับ” ชายหนุ่มจากเมืองกล่าว
ผู้เฒ่าโม่ใช้ไม้เท้ากดเส้น เืแยกอ้อมปลายไม้ราวมีตา“ไม่ใช่เพียงทาง มันกำลังนับจุดค่ายกลของเรา”
“เผาซากเสีย” ผู้ใหญ่บ้านสั่ง
“ไฟทำให้เืเป็ควัน ควันอาจส่งไกลกว่าเดิม”
เยี่ยซิงเหอมองเส้นซึ่งผ่านธรณีประตูตรงตำแหน่งนั้นค่ายกลป้องกันของผู้เฒ่าโม่กับค่ายกลโลหิตัักัน หากตัดผิดจุดอาจเปิดช่องเหมือนที่ชายชุดดำทำตรงคอกม้า
“ตัดจากต้นทางในร่างคน” เขากล่าว
ผู้เฒ่าโม่หันมอง “รอยฝ่ามือฝังใกล้หัวใจผู้ใช้ปราณทั่วไปแตะไม่ได้”
“กระบี่รับเส้นโลหิตได้”
“และส่งปราณทองของเ้ากลับไปให้ผู้วางอ่าน”
“หากไม่ตัด มันก็รู้พิกัดหมู่บ้านจากม้า”
“แต่ยังไม่รู้ว่าเ้ากับหมู่บ้านเดียวกัน”
ผู้ใหญ่บ้านกล่าวช้า ๆ “มันถามถึงเด็กไร้ปราณกับคนถือไม้เท้าแล้วปล่อยคนมาตามทางนี้ ต่อให้ไม่เห็นพลัง พวกมันก็จะมา”
สิทธิ์คัดค้านมิได้อยู่กับผู้เฒ่าโม่เพียงคนเดียวอีกแล้วเมื่อภัยวางอยู่ใต้เท้าทุกคน ผู้ที่ต้องรับผลย่อมมีเสียงในทางเลือก
เยี่ยซิงเหอกลับเข้าเรือน หยิบกระบี่เงาดารา
ซ่งซานเริ่มชัก เส้นเืดำจากท้ายทอยไต่ถึงขมับเวลาสำหรับถกเถียงหดเหลือไม่กี่ลมหายใจ
“หากข้าตัด เขาอาจตาย” เยี่ยซิงเหอบอกผู้ใหญ่บ้าน
“หากไม่ตัด?”
ผู้เฒ่าโม่ตอบแทน “เขาตายแน่ และเส้นยังเดินต่อ”
ซ่งซานลืมตา เสียงเบาจนต้องก้มฟัง“ตัด...อย่าให้มันใช้ข้าพาไปหาอีกหมู่บ้าน”
การตัดสินใจเป็ของคนเจ็บเอง
เยี่ยซิงเหอชักกระบี่เพียงครึ่งคมวางสันกระบี่ทาบเหนือรอยฝ่ามือ มิให้คมแตะเนื้อผู้เฒ่าโม่ปักเข็มรอบหัวใจสี่เล่มและกดปราณไร้สีคุ้มเส้นชีพจร
“เ้ามีหนึ่งครั้ง” ชายชรากล่าว “หากปราณไหลเกินสามลมหายใจเ้าจะกลายเป็ต้นทางใหม่”
เยี่ยซิงเหอหลับตา เขาไม่ใช้เนตร ไม่เรียกหอคอยและไม่พยายามเปิดผนึกเพียงนึกถึงคำขอของซ่งซาน—อย่าให้ร่างหนึ่งพาภัยไปหาอีกหมู่บ้าน
ปราณทองไหลลงกระบี่
ลมหายใจแรก รอยฝ่ามือดำยกตัวจากผิวราวหมึกถูกความร้อนผลัก
ลมหายใจที่สอง เส้นเืซึ่งมุ่งออกประตูสั่นและหันกลับ
ฝ่ายศัตรูตอบทันที
จุดดำใต้เล็บซ่งซานะเิทีละจุด ชายาเ็แอ่นตัวเข็มเงินสองเล่มกระเด็น ผู้เฒ่าโม่กดไหล่ไว้พร้อมตวาด “อย่าหยุดกลางทาง!”
ลมหายใจที่สาม เยี่ยซิงเหอหมุนสันกระบี่ มิได้ตัดเนื้อแต่บีบรอยปราณให้แยกจากหัวใจ
เสียงคล้ายเส้นเอ็นขาดดังในห้อง
รอยฝ่ามือแตกเป็ควันดำ
นอกประตูใต้ เส้นเืบนหิมะหยุดห่างแนวสนเพียงสามจั้งก่อนแห้งเป็ผง
ซ่งซานหมดสติ แต่ยังหายใจ
เยี่ยซิงเหอเก็บปราณช้าไปครึ่งจังหวะ แสงทองจากกระบี่แตะควันดำควันหดตัวเป็จุดแดงแล้วพุ่งลอดหลังคาออกไป
ผู้เฒ่าโม่มองช่องซึ่งควันหาย “มันได้กลิ่นเ้า”
“ข้ารู้”
“รู้แล้วยังทำ”
เยี่ยซิงเหอมองคนเจ็บ “เขาเลือกไม่เป็ทางให้มันข้าเลือกช่วยให้ทางนั้นขาด”
ผู้เฒ่าโม่ไม่กล่าวว่าถูกหรือผิด ชายชราก้มตรวจชีพจรซ่งซานก่อนบอกว่าเขาจะรอดถึงค่ำหากไม่มีรอยใหม่เกิด
แต่ราคาของการช่วยเดินทางออกไปแล้ว
* * *
บนพื้นดินผู้ใหญ่บ้านใช้ถ่านวาดตำแหน่งหมู่บ้านซึ่งซ่งซานเอ่ยได้
จุดแรกอยู่ตะวันตกเฉียงใต้
จุดที่สองอยู่เหนือขึ้นมา
จุดที่สามคือหมู่บ้านซึ่งคนหายเมื่อคืน
เมื่อผู้เฒ่าโม่ลากเส้นเชื่อมจุดทั้งหมดโค้งรอบโม่เหอเหมือนคมเคียวที่กำลังหุบ
“มันมิได้เดินปล้นตามทาง” ชายหนุ่มจากเมืองกล่าว“มันกำลังปิดวง”
“และทดสอบแต่ละหมู่บ้านว่ามีพลังตอบหรือไม่” เยี่ยซิงเหอเสริม
ผู้เฒ่าโม่วางถ่านตรงโม่เหอ “เป้าหมายต่อไปคือที่นี่”
คำประกาศไม่เปิดช่องให้หวังว่าศัตรูจะผ่านไปทุกครัวเรือนจึงเริ่มย้ายฟืน น้ำ และเมล็ดพืชไปเรือนกลางคนที่คิดจะออกทางใต้ต้องตัดสินใจก่อนยามบ่ายเพราะหลังจากนั้นไม่มีผู้ใดรับรองว่าเส้นทางยังเปิด
เยี่ยซิงเหอออกมาช่วยยกถัง แต่แขนขวาหนักจนยกได้เพียงครึ่งผู้เฒ่าโม่สั่งให้เขานั่งพัก เขาไม่เถียงเพราะการใช้พลังเพื่อช่วยหนึ่งคนแล้วทำตนเป็ภาระอีกสิบคนมิใช่ชัยชนะ
แสงตะวันยังไม่พ้นหมอก เสียงหนึ่งก็ดังจากูเา
ตุ้ม
มิใช่ฆ้องของหมู่บ้าน เสียงต่ำกว่า หนักกว่าและลากสั่นอยู่ใต้ฝ่าเท้า
ชาวบ้านทุกคนหยุดมือ
ผู้ที่ถือถังหันไปทางประตูใต้พร้อมกันผู้ที่กำลังมัดฟืนกลับรัดเชือกให้แน่นกว่าเดิมไม่มีผู้ใดรู้ว่าเสียงนั้นเป็คำเรียก คำเตือน หรือการนับเวลา
ซ่งซานฟื้นขึ้นชั่วครู่ในเรือนยาเขาได้ยินเสียงผ่านผนังจึงคว้าข้อมือผู้เฒ่าโม่ “ตอนหมู่บ้านข้าถูกล้อมมันก็ตีกลองสามครั้ง”
“หลังครั้งที่สามเกิดสิ่งใด”
“หมอกปิดทางแล้วคนที่วิ่งออกไปเดินกลับมาเอง...แต่ดวงตาไม่รู้จักบ้าน”
ผู้เฒ่าโม่แกะมือเขาออกอย่างระวัง“เช่นนั้นยิ่งเปิดทางใต้ไม่ได้”
ผู้ใหญ่บ้านสั่งย้ายคนซึ่งเตรียมเดินทางกลับเข้าเรือนกลางถุงเสบียงที่เพิ่งขนขึ้นเกวียนถูกแบ่งเป็กองสำหรับรักษาคนเจ็บกับกองสำหรับเฝ้าประตู
เสียงที่สองดังตอบจากสันเขาอีกด้าน
ตุ้ม
ผู้เฒ่าโม่เงยหน้ามองหมอกซึ่งปิดยอดสน “ปิดทางใต้”
“ยังมีคนเตรียมออก” ผู้ใหญ่บ้านกล่าว
“ช้าไปแล้ว”
เสียงกลองลูกที่สามดังจากูเาเหนือโม่เหอ