ระบบบรรพบุรุษหลังโลกาวินาศ 23 กระจุยกระจาย
[แจ้งเตือน! ทายาทรุ่นที่ 7 หัวหน้าตระกูลพีไรซ์กำลังตกอยู่ในอันตรายถึงแก่ชีวิต โปรดช่วยเหลือโดยด่วน!]
เสียงของระบบดังขึ้นทำเอาร่างิญญาที่กำลังจ้องมองเหตุการณ์ผ่านยันต์ติดตามกระวนกระวายจนอยู่ไม่สุข
ตอนนี้เขาไม่มียันต์ผู้พิทักษ์เหลืออยู่ในช่องเก็บของแม้แต่ใบเดียว และเื่ราวทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันก็รวดเร็วมากจนเขาเตรียมตัวไม่ทัน
ใครจะไปคิดว่าจี้ห้อยคออันเล็กๆ จะสร้างร่างจำลองัทองแบบนั้นขึ้นมาได้
นี่จะว่าิญญาบรรพบุรุษอย่างจินก็ไม่ได้ เพราะยุคสมัยที่เปลี่ยนไปทำให้หลายๆ สิ่งหลายๆ อย่างไม่เหมือนกับยุคที่เขายังมีชีวิตอยู่
สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือฝากความหวังเอาไว้ที่เครื่องรางป้องกันภัย แม้มันจะเป็ระดับต่ำก็ตาม แต่อย่าได้ดูถูกสิ่งของจากระบบเชียว เพียงสิ่งของที่ระบบระบุว่าเป็ [ระดับต่ำ] ก็ไม่ใช่สิ่งที่อเวกระดับที่เก้าจะต้านทานได้
ทันใดนั้นดวงตาของจินก็มองเห็นแสงสว่างสีเงินลอดออกมาจาก่ลำคอของมาคัส
มันสว่างจ้าจนทั่วบริเวณเหมือนถูกย้อมไปด้วยแสงสีเงิน
ร่างัทองที่อยู่ตรงหน้ามาคัสค่อยๆ สลายหายไป
แต่เส้นแสงสีเงินยังไม่หยุดเพียงเท่านั้น มันพุ่งทะลุร่างัทอง ตรงเข้าหาชายชุดทองที่อยู่ด้านหลัง
พลังจากแสงสีเงินนั้นทั้งรวดเร็วและรุนแรง ตัวของชายชุดทองเองไม่แม้แต่จะทันได้ตอบสนอง แสงสีเงินพุ่งทะลวงร่างของมันไปในชั่วพริบตา
ความรุนแรงจากพลังทำเอาร่างทั้งร่างของมันะเิกระจายเป็เศษเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อย ไม่อาจจะจำสภาพก่อนตายได้เลย เป็การตายอย่างน่าอนาถเป็ที่สุด ต่อให้ตระกูลของมัน้าจะนำร่างกลับไปก็ค้นหาชิ้นส่วนร่างกายกลับไปไม่ครบเป็แน่
พลังของเครื่องรางป้องกันภัย (ระดับต่ำ) ที่จินมอบเอาไว้ก่อนที่มาคัสจะออกเดินทางช่างยอดเยี่ยมอย่างยิ่ง
[ขอแสดงความยินดี ภัยร้ายได้รับการกำจัดแล้ว ระบบกำลังประเมินผลความสำเร็จ]
[ระบบประเมินผลงานของผู้ใช้เรียบร้อย]
[กำลังส่งมอบของรางวัล]
[ได้รับ : ยันต์ค่าประสบการณ์x20, ยันต์เข้าฝันx1 และคัมภีร์เคล็ดวิชาหมัดแปดทิศx1]
เพียงพริบตาเดียวปัญหาทุกอย่างก็ถูกกำจัดไปอย่างสมบูรณ์โดยที่จินไม่ต้องลงมือทำอะไรด้วยซ้ำ
เขาลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ แม้ว่าตนเองจะมีความมั่นใจในไอเทมจากระบบเป็อย่างมาก แต่ในสถานการณ์ความเป็ความตายของสมาชิกตระกูลเช่นนี้ไม่มีทางที่บรรพบุรุษอย่างเขาจะไม่กังวลหรอก
หลังจากได้ยินประกาศจากระบบ เขาก็รีบเปิดดูช่องเก็บของทันที เห็นรายการใหม่เพิ่มเข้ามาเป็ที่เรียบร้อย ช่างเป็ภาพที่ทำให้ชุ่มชื่นหัวใจได้ดีจริงเชียว
ร่างโปร่งใสไม่รอช้ากดใช้งานยันต์ค่าประสบการณ์ทั้งยี่สิบใบในทันที
ละอองแสงพุ่งวาบเข้าไปในร่างิญญา ประสบการณ์มากมายปรากฏขึ้นในหัว กายละเอียดทุกสัดส่วนบีบรัดตัวราวกับกำลังฝึกฝนอย่างขะมักเขม้น เส้นสายพลังงานภายในร่างเพิ่มพูนไม่หยุดหย่อน
ปัง!
พลังงานทั้งหมดพุ่งสูงขึ้นจนยกระดับิญญาของจินให้กลายเป็อเวกระดับที่เจ็ดในทันที
หลังจากซึมซับพลังงานและประสบการณ์ทั้งหมด จินก็ค่อยๆ ลืมตาขึ้น
เขารู้สึกได้เลยว่าหนทางต่อไปจะยิ่งยากเย็นขึ้น ขนาดเขาใช้ยันต์ค่าประสบการณ์ไปทั้งสิ้นยี่สิบใบ มันยังไม่สามารถผลักดันตัวเขาไปถึงอเวกระดับที่แปดเลยด้วยซ้ำ เห็นได้ชัดว่ายิ่งระดับสูงมากเท่าไหร่ก็ยิ่งพัฒนาต่อได้ยากขึ้น
เมื่อก่อน กว่าเขาจะกลายเป็อเวกระดับที่แปดได้ก็ยากเย็นแสนเข็ญไม่น้อย ใช้เวลาไปเป็สิบๆ ปี
สุดท้ายก็ค้างเติ่งอยู่ตรงนั้นไม่อาจจะก้าวข้ามผ่านไปได้อีก อาจจะเป็เพราะวิธีการฝึกฝนที่ไม่ดีพอ หรือไม่ก็เป็พร์ของเขาเองที่ไม่สูงมากพอ
แต่ทั้งหมดนั้นมันก็เป็เพียงแค่อดีต ในตอนนี้เขาเกิดใหม่อีกครั้งในสภาพร่างิญญา พร้อมกับพลังพิเศษที่ถูกปลุกให้ตื่น
เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเขาก็เกือบจะถึงระดับเดียวกับ่ชีวิตก่อนที่ตรากตรำฝึกฝนมานับสิบปี และนั่นไม่ใช่จุดจบ ใน่ชีวิตนี้ อนาคตของจินและตระกูลพีไรซ์ยังไปได้อีกไกล ไกลเกินกว่าที่ร่างิญญาผู้นี้จะจินตนาการถึงเสียด้วยซ้ำ
แววตาที่ดูมุ่งมั่นของจินค่อยๆ เลื่อนกลับมามองสิ่งของที่ยังเหลืออยู่ในช่องเก็บของ
ยันต์เข้าฝันหนึ่งใบ...ถือว่าเอามาทดแทนของที่ใช้ไปครั้งก่อน
ส่วนคัมภีร์เคล็ดวิชาหมัดแปดทิศ เป็หนังสือเล่มสีเทา หน้าปกดูเรียบๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจ จินหยิบมันออกมาจากระบบแล้วพลิกเปิดดู
ทันใดนั้นรายละเอียดเคล็ดวิชาทั้งหมดก็พุ่งเข้ามาในหัว ทำให้จินพยักหน้าตามเล็กน้อย วิชานี้มีความเรียบง่ายเหมือนกับหน้าปกของมันจริงๆ แต่เรียบง่ายก็ไม่ได้หมายความว่ามันไม่ทรงพลัง
เคล็ดวิชาหมัดแปดทิศ เป็วิชาหมัดมวยอันทรงพลัง หยิบยืมกำลังมาจากพื้น ส่งแรงด้วยการกระแทกเท้า ใช้ออกด้วยการเคลื่อนไหวรวดเร็วฉับพลัน จู่โจมศัตรูในระยะประชิด ทั้งยังปัดป้อง เกาะติด และติดตามเข้าไปซ้ำเติมศัตรูได้โดยง่ายอีกด้วย
เป็เคล็ดกระบวนท่าที่ดูรุนแรงก้าวร้าว แต่แฝงไว้ด้วยความนุ่มนวลอ่อนไหวภายใน
หลังจากทบทวนรายละเอียดวิชาแล้ว ร่างิญญาบรรพบุรุษตระกูลพีไรซ์ก็ยกยิ้มขึ้นอย่างพอใจ วิชานี้เรียบง่ายนัก ไม่จำเป็ต้องเป็อัจฉริยะก็สามารถเข้าใจได้ เพียงแค่ต้องฝึกฝนให้มากเข้าไว้ก็สามารถแสดงพลังอันดุดันของวิชานี้ออกมาได้แล้ว
เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับตระกูลพีไรซ์ที่ไม่ได้มีวิชาประจำตระกูลอะไรที่โดดเด่น หากมอบเคล็ดวิชาหมัดแปดทิศนี้ออกไป จะต้องกลายเป็วิชาหลักที่ทุกคนสามารถใช้ป้องกันตัวได้เป็อย่างดี
จินหมายมั่นว่าจะส่งต่อเคล็ดวิชาหมัดแปดทิศนี้ในการเข้าฝันสมาชิกตระกูลในครั้งต่อไป หลังจากนี้วิชาการต่อสู้ของตระกูลพีไรซ์จะไม่ใช่การจู่โจมทื่อๆ เหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว
เมื่อตรวจสอบทุกอย่างเสร็จสิ้น จินก็เลือกที่จะพับปิดหน้าต่างระบบ วันนี้เขาเฝ้าดูกลุ่มของมาคัสเดินทางมาทั้งวันไม่ได้ลุกเดินออกไปไหนเลยเพราะเสียดายยันต์ติดตามที่ใช้ไป
หากผู้ใช้ยันต์ไปทำกิจกรรมอย่างอื่น ผลของยันต์จะถูกยกเลิกไปโดยปริยาย นั่นจึงเป็เหตุให้จินนั่งเฝ้ามองกลุ่มของมาคัสเดินทางอยู่ตลอดเวลาจนรู้สึกอ่อนล้า เป็ิญญาใช่ว่าจะเหนื่อยไม่เป็เสียเมื่อไหร่เล่า!
ร่างิญญาโปร่งใสบิดี้เีเล็กน้อย ก่อนจะลุกเดินออกไปชมสวนดอกไม้ภายในตระกูล
----------
หลังจากชิ้นส่วนร่างกายของชายชุดทองกระจายไปทั่ว
ทุกคนในที่เกิดเหตุต่างก็ตื่นตะลึง ไม่มีใครคาดคิดว่าเหตุการณ์จะกลับตาลปัตรได้ถึงเพียงนี้
ร่างจำลองของัทองที่น่าหวาดผวาพุ่งจู่โจมแทบจะถึงตัวของมาคัสอยู่แล้ว แต่แสงปริศนากลับทำลายมันจนสิ้นซาก สิ้นสง่าราศี ทั้งยังพุ่งต่อไปด้านหลังทำเอาชายชุดทองร่างะเิออกเป็ก้อนเนื้อชิ้นเล็กชิ้นน้อย
ทั้งกลุ่มโจร ทั้งสมาชิกตระกูลพีไรซ์ต่างนั่งคุกเข่าอยู่กับพื้น ดวงตาสั่นระริก
มีเพียงมาคัสเท่านั้นที่ยืนหยัดอยู่ได้ในตอนที่ัทองปรากฏตัวออกมา และก็เป็เขาอีกครั้งที่ฟื้นจากความใได้ก่อน
ปฏิกิริยาแรกของมาคัสคือเอื้อมมือขึ้นมาแตะบริเวณรอบลำคอ
เครื่องรางป้องกันภัยจากบรรพบุรุษหายไปแล้ว......
ทุกอย่างในหัวลงล็อกอย่างพอดิบพอดี สิ่งของที่บรรพบุรุษเตรียมไว้ ช่วยชีวิตเขาให้รอดจากภัยอันตรายทั้งหลายทั้งปวงที่ประสบในวันนี้
ทั้งเกราะอ่อน ทั้งชุดคลุม ไหนจะเครื่องรางป้องกันภัยที่เพิ่งใช้งานไปเมื่อครู่อีก พลังของมันเหนือจินตนาการจนศัตรูใดที่เข้ามาแผ้วพานต้องอันตรธานหายไป น่าเสียดายที่มันใช้ได้แค่เพียงครั้งเดียว
ความรู้สึกตื้นตันเอ่อล้นอยู่ภายในใจของมาคัส เพียงแต่เขาไม่ได้แสดงมันออกมา
หลังจากระลึกถึงบรรพชนได้สักพักหนึ่ง มาคัสก็หันหน้าไปด้านข้างแล้วะโออกไปเสียงดังให้คนโดยรอบได้รับรู้
“รั้งพวกมันเอาไว้ อย่าให้หลบหนีไปได้แม้แต่คนเดียว!”
เมื่อพูดจบ มาคัสก็ถีบร่างตนเองพุ่งเข้าหากลุ่มโจรเต่าเขียวที่ล้อมกรอบตนเอาไว้
เพียงชั่วอึดใจ กลุ่มโจรเต่าเขียวที่ยังไม่หายจากอาการตกตะลึงก็ทิ้งร่างนอนเป็ศพไปกว่าสามชีวิต
เมลิก มาร์ล คาคัส และเคนมองเห็นเืที่พุ่งกระฉูดออกจากหัวของศพทั้งสามร่างก็พลันได้สติ ลุกขึ้นฉับพลันแล้วพุ่งเข้าไปขัดขวางโจรเต่าเขียวที่อยู่ใกล้ตนเองที่สุด
แม้ทั้งสี่คนจะขัดขวางกลุ่มโจรเต่าเขียวไว้ได้ แต่นั่นก็เป็เพียงบางส่วนเท่านั้น เพราะยังมีโจรเต่าเขียวอีกสามคนที่ได้สติและพุ่งตัวหลบหนีออกไปได้ทัน
แต่ต่อให้เร็วแค่ไหน ก็ไม่อาจเร็วไปกว่าอเวกระดับห้าที่ได้รับผลเพิ่มความเร็วจากการสวมใส่เสื้อคลุมเคลื่อนคล้อยดารา
ศพที่หนึ่ง!
ศพที่สอง!
แม้โจรทั้งสามจะทะยานร่างกันไปคนละทิศ แต่ความเร็วของพวกมันยังคงไม่เพียงพอ สองในสามถูกมาคัสสังหารหลังจากที่พวกมันเคลื่อนที่ออกไปได้ไม่กี่ก้าว
เหลืออีกเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นที่หลบหนีไปคนละทิศกับคนที่เหลืออย่างสิ้นเชิง
“รั้งพวกมันไว้! เดี๋ยวข้ากลับมา” เสียงแว่วลอยมาตามลม ส่วนร่างของมาคัสนั้นพุ่งทะยานติดตามโจรที่หลบหนีไปได้สักระยะหนึ่งแล้ว
เหล่าโจรที่ไม่สามารถหลบหนีได้ทันต่างก็ขนลุกชัน พากันชักอาวุธเข้าต่อสู้กับสมาชิกตระกูลพีไรซ์อย่างสุดชีวิต เพราะรู้ดีว่าหากพวกตนยังอยู่ตรงนี้ก่อนมาคัสกลับมา พวกมันคงนอนตายกลายเป็ศพตามเพื่อนของพวกมันไปอย่างแน่นอน
สมาชิกตระกูลพีไรซ์ทุกคนต่อสู้กันอย่างเต็มที่ คงจะมีเพียงเคนเท่านั้นที่รับมือกลุ่มโจรได้ทุลักทุเลกว่าคนอื่นหน่อย เนื่องด้วยยังเป็อเวกระดับที่สามซึ่งไม่ได้ต่างไปจากพวกโจร ทว่าประสบการณ์ในการฆ่าฟันกลับต่ำมาก ลำพังแค่ต้านรับการโจมตีของเหล่าโจรก็เต็มกลืนแล้ว
าแบนร่างของเคนมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะถูกหลอกล่อด้วยประสบการณ์ที่เหนือชั้นกว่า หากให้ฝืนทนต่อไปอาจจะต้องาเ็สาหัส
“ฉึก”
ร่างของโจรเต่าเขียวที่กำลังเงื้อดาบฟาดฟันใส่เคนพลันแข็งค้างไป ก่อนทั้งร่างจะค่อยๆ อ่อนยวบตัวงอพับลงไปกับพื้น
ปรากฏร่างของเมลิกในลานสายตาแทนร่างของโจรเต่าเขียวที่เพิ่งร่วงลงไป ในมือถือดาบที่เป็สินาจากกลุ่มโจรเอาไว้
“ขอบคุณท่านลุง” เมื่อมองสถานการณ์โดยรอบที่สงบลงเรียบร้อย เคนก็ประสานมือขอบคุณเมลิกด้วยใจจริง หากฝืนนานกว่านี้ตัวเขาอาจจะทนไม่ไหวก็เป็ได้
คาคัสที่เพิ่งจะบั่นหัวโจรเต่าเขียวคนหนึ่งเสร็จก็เดินเข้ามารวมกลุ่มพร้อมกับมาร์ล
เนื้อตัวของทั้งสี่คนต่างเปรอะเปื้อน ชุ่มโชกไปด้วยเื แต่ทุกคนก็ยังรอดมาได้
ทั้งสี่มองหน้ากันด้วยความเบาใจ ภารกิจครั้งนี้อันตรายนัก แต่อย่างน้อยก็ยังอยู่รอดปลอดภัยกันทุกคน ถือเป็เื่น่ายินดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้แล้ว