ตอนที่ 5 — คลื่นสงบในใจลูก
ฉาก: โต๊ะอาหารมื้อค่ำ บ้านของเฉิน — เวลา 19.30 น.
แสงไฟสีนวลตาขับให้บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเต็มไปด้วยความอบอุ่น กลิ่นหอมของต้มยำปลากับผัดผักสดๆ ลอยอบอวล "อาเจียง" (อายุ 28 ปี) ลูกชายของเฉินและกิมหลวน นั่งเคี้ยวข้าวด้วยสีหน้าอิดโรย ไหล่ห่อเหี่ยว ั์ตาแฝงความตึงเครียดอย่างเห็นได้ชัดจากภาระงานในออฟฟิศ
กิมหลวนตักเนื้อปลาชิ้นใหญ่ใส่จานลูกชาย ยิ้มอย่างอ่อนโยน ั์ตาของเธอไม่มีความกังวลหรือความแผดเผาเหมือนแต่ก่อน เหลือเพียงความสงบและเมตตาที่ซึมซับมาจากเฉิน
กิมหลวน:
"เจียง... กินปลาเยอะๆ สิลูก ่นี้ทำงานเหนื่อย หน้าตาดูไม่ค่อยสดใสเลย มีเื่อะไรที่ออฟฟิศกวนใจอยู่หรือเปล่า?"
อาเจียง:
(ถอนหายใจยาว วางช้อนลง)
"ก็หัวหน้างานผมสิแม่... ชอบใช้อารมณ์ข่มกลางที่ประชุม วันนี้ผมทำเลกเชอร์สรุปงานไปตั้งหลายวัน เขาแค่มองผ่านๆ แล้วก็แขวะผมต่อหน้าทุกคนว่าทำงานใช้ไม่ได้ เหมือนด่ากระทบกระแทกผมตลอดเวลา ผมเจ็บใจจนไม่อยากมองหน้าเขาแล้ว อยากจะยื่นใบลาออกให้มันจบๆ ไปเลย"
กิมหลวนฟังแล้วนึกถึงตัวเองเมื่อก่อน ถ้าเป็เมื่อก่อน เธอคงจะร่วมผสมโรงด่าหัวหน้างาน และยุให้ลูกชายไปต่อรองหรือลาออกด้วยความโกรธ แต่คราวนี้... จิตใจของเธอกลับนิ่งสงบ ไม่กระเพื่อมไปตามความร้อนรุ่มของลูก
กิมหลวน:
(ยิ้มบางๆ แตะมือลูกชายอย่างอบอุ่น)
"เจียงฟังแม่นะ... ตอนที่หัวหน้าเขาพูดจาไม่ดีใส่เจียง นั่นคือ 'ขยะ' ของเขา เขาโยนขยะออกมา แต่ใจเราดันไปรับขยะก้อนนั้นมากอดไว้เอง ถึงได้เหม็นและร้อนอยู่แบบนี้ไงล่ะ"
อาเจียงชะงัก มองหน้าแม่ด้วยความแปลกใจ เพราะไม่เคยเห็นแม่พูดจาด้วยสติและความสงบแบบนี้มาก่อน
เฉิน:
(วางแก้วน้ำลง พูดเสริมด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำและนุ่มนวล)
"เจียงลองสังเกตดูนะลูก... เวลาที่หัวหน้าเขาใช้อารมณ์ ใจของเขากำลังร้อนด้วยไฟโทสะ เขาทำบาปและสร้างความทุกข์ให้ตัวเองั้แ่คำพูดหลุดจากปากแล้ว แต่พอเจียงเก็บเอาคำพูดเขามากร่อนใจตัวเองทั้งวัน มันกลายเป็ว่าเจียงกำลังเผาตัวเองซ้ำรอบสอง"
อาเจียง:
(ก้มมองจานข้าว น้ำเสียงอ่อนลง)
"แต่พ่อครับ... มันอดไม่ได้จริงๆ พอเขาเริ่มแขวะ ใจผมมันแป้ก มันตึง แล้วความโกรธก็พุ่งขึ้นมาอัตโนมัติเลย ผมพยายามบอกตัวเองให้เย็นลง แต่มันยิ่งแน่นในอก"
เฉิน:
"เพราะใจเจียงมันมีความคุ้นชินกับการโกรธตอบไงลูก พอมันโดนจี้จุด จิตมันเลยประมวลผลเร็วปานสายฟ้าแลบ... เวลาที่ใจเราเหนื่อยล้า หรือโดนชนตรงๆ การฝืนทำใจให้ว่างฉับพลันมันทำยาก ถ้าทำไม่ไหว สิ่งที่เจียงต้องทำคือ 'หยุดสู้' ก่อน"
อาเจียง:
(ขมวดคิ้ว สงสัย)
"หยุดสู้เหรอครับพ่อ?"
เฉิน:
"ใช่ลูก... ปล่อยวางกิจกรรมหรือคำพูดตอบโต้ตรงหน้าลงชั่วคราว ไม่ต้องไปต่อความยาวสาวความยืด ถอยออกมาพักทำใจให้สงบและว่างเท่าที่พอจะทำได้ สูดลมหายใจยาวๆ ให้สติและกำลังใจมันกลับมาก่อน พอใจได้พัก 'ประกายความว่าง' มันจะเกิดขึ้นมาแป๊บหนึ่ง... แล้วเสี้ยววินาทีนั้นแหละ ที่ความโกรธจะถูกตัดขาดลงเองโดยไม่ต้องไปเฆี่ยนตีตัวเองเลย"
กิมหลวน:
(ยิ้มให้ลูก)
"แม่ก็เพิ่งลองทำดูนะเจียง พอเราไม่รับไฟของเขามาเผามือเรา ใจเราก็นิ่งขึ้น แล้วเราจะมองเห็นวิธีแก้ปัญหาด้วยปัญญา โดยไม่ต้องเอาอารมณ์ไปแลกเลย"
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารเงียบลงชั่วขณะ แต่เป็ความเงียบที่เต็มไปด้วยความสงบเย็น คลื่นความเมตตาและสติจากเฉินและกิมหลวน แผ่โอบอุ้มหัวใจที่ร้อนรุ่มของอาเจียงไว้
อาเจียงนั่งนิ่ง ลมหายใจค่อยๆ ยาวและผ่อนคลายลง ความตึงเครียดบนใบหน้าเริ่มคลายออก ไหล่ที่เคยห่อเหี่ยวขยับขยายขึ้น อาเจียงรู้สึกได้ถึงกระแสพลังงานบางอย่างที่ไม่เคยััมาก่อนในบ้านหลังนี้... เป็พลังแห่งความปลอดภัยและความจริงแท้
อาเจียง:
(หยิบช้อนขึ้นมา ยิ้มออกมาได้ในที่สุด)
"ถอยออกมาพักใจก่อน... แล้วค่อยใช้ปัญญาจัดการ ไม่รับขยะมาถือไว้... ผมจะลองดูครับพ่อ คุณแม่"
เฉินและกิมหลวนสบตากันด้วยความปลื้มใจ...
กิจกรรมกินข้าวเย็นในวันนั้น กลายเป็จุดเริ่มต้นเล็กๆ ที่ 'คลื่นแห่งสติ' จากศูนย์กลางคือเฉิน ได้แผ่ซึมซับเข้าไปในจิตใจของลูกชายทีละน้อย โดยที่เ้าตัวไม่รู้ตัวเลยว่า นิสัยและระบบความคิดในการรับมือกับความทุกข์ของตนเอง... กำลังเริ่มหมุนเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นแล้ว