สองสาวเดินทางไปจนถึงโรงรับจำนำแห่งหนึ่งในเมืองเปียงชาง
“พวกเรามาทำอะไรที่โรงรับจำนำงั้นหรือ”ตงตงสงสัย
“ท่านผู้เฒ่าหลีจู่อยู่ที่นี่แหละ” จูหลินกล่าว
“โห แถวยาวขนาดนี้ เมื่อไหร่จะได้พบท่านผู้เฒ่าล่ะ” ตงตงมองเห็นชาวบ้านต่อแถวเพื่อนำทรัพย์สินมาจำนำ
“กิจการโรงรับจำนำเป็ของหลานชายท่านหาก้าพบท่านผู้เฒ่าต้องไปหลังร้าน” จูหลินกล่าว
“ซับซ้อนจัง งั้นไปกันเถอะ” ตงตงเดินตามจูหลินไปหลังโรงรับจำนำ
หญิงสาวทั้งสองจึงได้พบกับเด็กรับใช้ที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าประตู
“พวกเรามาขอเข้าพบท่านผู้เฒ่าหลีจู่”จูหลินกล่าว
“ตามข้ามาสิขอรับ” เด็กรับใช้พาสองสาวเข้าไปนั่งในห้องโถงและกล่าวอีกว่า“นั่งรอที่นี่ก่อนนะแม่นาง ข้าจะไปตามท่านผู้เฒ่ามาให้ขอรับ”
“รบกวนท่านแล้ว” ตงตงกล่าว
ผ่านไปไม่นานเด็กรับใช้ก็ค่อยๆประคองตัวท่านผู้เฒ่าให้มานั่งบนเก้าอี้
“มีอะไรกับข้างั้นหรือ” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“ข้า้าตามหานักปราบอสูรฝีมือดีที่สามารถปราบอสูรร้ายกาจได้เ้าค่ะ”จูหลินกล่าวตามตรง
“นักปราบอสูรที่เก่งที่สุดก็คงจะเป็ท่านเ้าสำนักนักปราบอสูรน่าเสียดายที่เขาได้ตายไปแล้ว ถ้าฝีมือรองลงมาก็คงจะเป็ศิษย์เอกหญิงทั้งสามคนนั่นแหละ”ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“พวกนางเป็ใครบ้างงั้นหรือ และจะไปหาพวกนางได้ที่ไหนเ้าคะ” จูหลินเริ่มมีความหวัง
“ข้าไม่รู้หรอกว่าพวกนางอยู่ที่ไหน ข้ามีเพียงแต่ภาพวาดของพวกนางเท่านั้น”ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“ข้าขอดูได้หรือไม่เ้าคะ” จูหลินรู้สึกตื่นเต้น
“ได้สิ” แล้วท่านผู้เฒ่าก็เรียกเด็กรับใช้และกระซิบอะไรบางอย่าง
เด็กรับใช้พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องตำราจากนั้นเด็กชายผู้นั้นก็ถือม้วนภาพวาดส่งให้กับท่านผู้เฒ่า
“อะนี่ไงล่ะพวกเ้าดูเองเถิด” ท่านผู้เฒ่ายื่นม้วนภาพวาดทั้งสามม้วนให้กับจูหลิน
จูหลินคลี่เปิดดูทีละภาพ
“คนแรกสวยจัง” ตงตงเดินเข้าไปดูก็วิจารณ์โฉมของนักปราบอสูรคนแรก
“นางมีชื่อว่าเหรินซวง เห็นว่านางได้กลับไปอยู่ที่บ้านเกิดที่หลูโจวแล้ว”ท่านผู้เฒ่ากล่าวเมื่อจูหลินหันภาพให้ท่านผู้เฒ่าดู
จูหลินม้วนภาพกลับคืน แล้วคลี่ม้วนที่สองดู
“นางดูดุจัง” ตงตงวิจารณ์ลักษณะท่าทางของนักปราบอสูรคนที่สอง
“คนที่สองมีชื่อว่าปิงยี่ เห็นว่านางผจญภัยไปทั่วแคว้นจู่เสียนจึงไม่รู้ว่านางอยู่ที่ไหน” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
จูหลินเก็บม้วนที่สอง แล้วคลี่ม้วนสุดท้ายก็พบว่า
“ทะ ทำไมผู้หญิงในภาพเหมือนข้าเลยล่ะ” ตงตงใ
“ก็ภาพเ้าน่ะสิ ซานชิงข้าเองก็แปลกใจที่แม่นางจูหลินอยากตามหานักปราบอสูรแต่ความจริงคือแม่นางได้ร่วมทางกับนักปราบอสูรมือฉกาจเชียวนะ” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“เอ่อ ท่านผู้เฒ่า ข้าความจำเสื่อม ข้าจำอะไรไม่ได้เลยข้าคงช่วยจูหลินไม่ได้” ตงตงหรือซานชิงงง
“แล้วเ้าจะไถ่ของของเ้าตอนนี้เลยมั้ย” ท่านผู้เฒ่าเห็นเป็โอกาสเหมาะ
“ของของข้า มันคืออะไรงั้นหรือ” ซานชิงสงสัย
“ถ้าเ้าได้ตำราปราบอสูรมาแล้ว เ้าก็คงจะได้รับทองแท่งมาจากแม่เฒ่าที่เฝ้าถ้ำมาแล้วสินะ”ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์
“อ้อใช่ นี่ไงเ้าค่ะ ทองแท่งที่ว่า” ซานชิงยื่นถุงทองแท่งให้กับผู้าุโ
ท่านผู้เฒ่ารับทองแท่งมาเก็บไว้กับตัว แล้วสั่งให้ลูกน้องให้ไปนำสิ่งของมา
สองสาวจึงมองเห็นว่าเด็กรับใช้ได้นำกระบี่มาจากห้องนอนของท่านผู้เฒ่า
“อะนี่กระบี่ปราบมารของเ้าไง ซานชิง” ท่านผู้เฒ่ายื่นกระบี่คืนให้
ซานชิงรับกระบี่มาถืออย่างเหมาะมือ และรู้สึกคุ้นชินอย่างประหลาด
“ทำไมท่านถึงว่ากระบี่เล่มนี้เป็ของตงตงเอ้ย ซานชิงล่ะ” จูหลินสงสัย
“ก็ซานชิงนี่แหละที่เป็คนจำนำกระบี่ของตัวเองไว้ที่นี่เมื่อสองปีที่แล้ว”ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“ข้านึกอะไรไม่ออกเลย หรือข้าจะเป็ฝาแฝดของซานชิงกระมัง” ตงตงหรือซานชิงไม่แน่ใจ
“ซานชิงเป็ลูกคนเดียว และสืบทอดวิชาปราบอสูรประจำตระกูลมา เ้านั่นแหละคือซานชิงและเ้าก็เป็คนทำให้ตัวเองความจำเสื่อมเองด้วย” ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์
“จริงหรือ ทำไมข้าถึงต้องทำอะไรโง่เขลาเช่นนั้นล่ะ” ซานชิงสงสัย
“เพื่อลืมเื่ราวที่น่าะเืใจกระมัง” ท่านผู้เฒ่ายักไหล่เพราะไม่รู้
“แล้วมีวิธีทำให้ซานชิงฟื้นคืนความทรงจำหรือไม่เ้าคะ” จูหลินสงสัย
“ข้าไม่รู้หรอก ก็ลองไปหาหมอสิ” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“ข้าเคยไปหาหมอแล้ว เขาบอกว่าร่างกายข้าแข็งแรงดี แต่สำหรับเื่ความทรงจำหมอบอกว่าความทรงจำอาจจะฟื้นคืนขึ้นมาเอง แต่คงต้องใช้เวลาเ้าค่ะ” ซานชิงกล่าว
“ใช่สิ ตำราปราบอสูรนั่น ถ้าเ้าได้อ่าน เ้าอาจกลายเป็นักปราบอสูรเต็มตัวแต่น่าเสียดาย ซูฉีไม่น่าเผาทำลายตำราเลย” จูหลินรู้สึกเสียดาย
“ข้าขอโทษนะจูหลิน แต่ก็ยังมีเหรินซวงและปิงยี่ที่อาจช่วยเ้าได้ หากข้าเป็ศิษย์ร่วมสำนักจริงพวกนางอาจจะช่วยข้าก็เป็ได้” ซานชิงปลอบใจ
“อาจยากนะแม่นาง ข้าได้ข่าวว่าเ้ากับพวกนางไม่ถูกกัน” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“อ้าว! กรรม แล้วจะทำยังไงดี” ซานชิงนึกไม่ถึงว่าศิษย์ร่วมสำนักจะไม่ปรองดองกัน
“พวกนางอาจมีมโนธรรมยอมช่วยข้าก็เป็ได้” จูหลินกล่าว
“คงต้องลองเจรจาดูก่อนสินะ” ซานชิงกล่าว
“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ข้าขอตัวไปพักผ่อนก่อนนะ” ท่านผู้เฒ่าขอตัว
“ช้าก่อนท่านผู้เฒ่า ข้ามีเื่สงสัยท่านรู้เื่ตำราปราบอสูรที่อยู่ในถ้ำหรือไม่ตัวข้าเป็คนจัดการเื่ราวทั้งหมดอย่างนั้นหรือ” ซานชิงสงสัย
“ใช่แล้วล่ะแม่นางซานชิง ก่อนที่เ้าจะหายสาบสูญไปเ้าในสภาพตรอมใจได้นำกระบี่ปราบมารมาจำนำไว้กับข้าและเ้าก็ขอเป็ทองแท่งไม่ใช่อัฐ จากนั้นข้าคาดการณ์ว่าเ้าคงไปพบแม่เฒ่าที่ถ้ำใช้วิชาคืนคาถา โดยทำให้คาถาที่เ้าเรียนรู้มาทั้งหมดจารึกในตำราปราบอสูร นั่นจึงถือว่าตำราเล่มนั้นเป็ของเ้าเ้าฝากตำรานี้ให้แม่เฒ่าวางไว้บนแท่นหิน แล้วเขียนลายแทงเ้าคงหมายจะให้ชนรุ่นหลังฝึกวิชาจากตำราเล่มนี้ และที่เ้ามีสภาพความจำเสื่อมข้าคิดว่าเ้าคงใช้วิชาลืมอดีตดังนั้นเหตุที่เ้ามีสภาพเช่นนี้ล้วนเกิดจากความตั้งใจของเ้าเองทั้งสิ้น” ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์
“แล้วทำไมท่านถึงรู้ล่ะเ้าคะ” ซานชิงสงสัยอีก
“ข้าเองก็ศึกษาเื่เล่าของนักปราบอสูรมาหลายเล่มแล้ว” ท่านผู้เฒ่ากล่าว
“และที่ตำราไร้อักษรนั้นเกิดจากอะไร มันมีคนสับเปลี่ยนอย่างนั้นหรือ” จูหลินสงสัย
“ตำราที่เกิดจากอาคม หากเ้าของตำราััมันเองอักษรที่ปรากฏทั้งหมดจะส่งคืนให้กับเ้าของข้าคาดการณ์ว่าตอนนี้เ้าคงสามารถจดจำคาถาในตำราได้ทั้งหมดแล้วแต่ยังคงจดจำเื่ราวในอดีตไม่ได้เท่านั้นเอง” ท่านผู้เฒ่าคาดการณ์
“เป็ความจริงอย่างนั้นหรือเ้าคะ” ซานชิงแปลกใจว่าตนจะจดจำคาถาดังกล่าวได้ยังไง
“หากเป็เช่นนั้นจริง เ้าก็สามารถปราบอสูรได้แล้วน่ะสิข้าก็ไม่จำเป็ต้องไปเสาะหานักปราบอสูรจากที่ไหนอีก” จูหลินดีใจ
“ยังก่อนจูหลิน ถึงเป็เช่นนั้นจริงข้าก็ยังคงไม่รู้ว่าคาถาที่ข้าจำได้นั้นมันใช้ยังไง” ซานชิงกล่าว
“ข้าขอให้พวกเ้าเจอตัวแม่นางเหรินซวงและปิงยี่ก็แล้วกัน ข้าขอตัวนะ” ท่านผู้เฒ่า้าพักผ่อน
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพ่อเฒ่า”สองสาวทำท่าคารวะผู้าุโ
จูหลินและซานชิงหรือตงตงก็เลยเดินออกมาจากโรงรับจำนำและมุ่งหน้าไปพักโรงเตี๊ยมเพื่อวางแผนการใหม่แต่ทว่าอยู่ดีๆชายชุดดำที่คอยติดตามซานชิงก็มาดักหน้าหญิงสาวทั้งสองไว้
“ท่านเป็ใครและ้าอะไร เหตุใดต้องมาดักหน้าพวกเราด้วย”