โซดาอยู่ในชุดเสื้อยืดสีน้ำตาลกับกระโปรงยีนยาวพอดีเข่าดูเข้ากับรองเท้าผ้าใบคู่เซอร์ที่สวมประจำ เธอยืนเหงา ๆ อยู่ในมิตติ้งเล็ก ๆ ที่จัดขึ้นหลังเสร็จการอบรม หลายคนต่างแลกเปลี่ยนเบอร์มือถือหรืออีเมล์กันสนุกสนาน คงมีแต่สาวน้อยโซดาที่ยืนอยู่มุมห้องตามลำพังกับจานคุกกี้ในมือ
...ไม่ว่ายังไงความรู้สึกเหงาๆ มันก็ยังโอบกอดเธออยู่...
“ทำหน้าไม่สนุกเลยนะคะ”
“พี่ปกรณ์” โซดาถึงกับสะดุ้งเมื่อร่างสูงโปร่งของนักเขียนสุดปลื้มมาทักทายพร้อมยื่นแก้วน้ำหวานสีแดงสดใสให้เธอ
“คิดอะไรอยู่ มีเื่ไม่สบายใจอะไรหรือเปล่า”
“เปล่าค่ะโซดาคิดเื่งานที่พี่ปกรณ์ให้ทำค่ะ” พูดเอาหน้าไปอย่างนั้นแหละ อย่างน้อยเขาจะได้รู้ว่าเธอปลื้มเขามากแค่ไหน
“ไม่ต้องรีบร้อนหรอกค่อย ๆ คิดค่อย ๆ ทำอย่าเค้นเผื่อจะเขียนงาน ให้รู้สึกจากภายในแล้วค่อยจรดปลายปากกาเขียนเป็เื่ ไม่ต้องห่วงนะ พวกพี่ ๆที่นี่ยินดีและรออ่านผลงานของน้องโซดาว่าที่นักเขียนหน้ามือใหม่ในอนาคต”
“ค่ะพี่ปกรณ์”
โซดายิ้มปลื้มตัวแทบจะลอยติดเพดาน ปกรณ์ขอตัวไปถ่ายรูปกับคนอื่นๆ พอดีกับที่ประตูห้องเปิดต้อนรับร่างของไอดอลหนุ่มสุดฮิตแห่งยุคปลายศรเดินเข้ามาทักทายกับคนอื่นด้วยท่าทางวางตัวเหมือนเคยโซดานึกอยากแหวะท่าทางแบบนี้ แต่พึ่งนึกอะไรบางสิ่งได้ก็รีบหยิบเสื้อยืดในกระเป๋าเป้แล้วจำใจเดินเข้าไปขอลายเซ็น
‘ขนาดหมวกยังทำหาย ไม่รู้เสื้อจะทำหายเพราะไม่ใส่ใจหรือเปล่านะ’
“นี่ถ้าน้องไม่ได้อบรมคอร์สนี่พี่คงไม่ให้ลายเซ็นของพี่อยู่บนเสื้อน้องแน่ๆ ยกเว้นแต่บนปกซีดีหรือปกหนังสือของพี่เท่านั้น”
“ค่ะต้องขอบคุณพี่ปลายหักเอ๊ยปลายศรมาก ๆ ที่กรุณานะคะ”
โซดาใช้นิ้วหยิบเสื้อยืดขึ้นมาด้วยท่าทางขยะแขยงนิดๆ เมื่อดารานักร้องหนุ่มเ้าของหนังสือเบสเซลเลอร์ของร้านหนังสือชั้นนำในเครือสำนักพิมพ์ั์ใหญ่เป็สายส่งหนังสือเดินจากไปแล้ว
‘อย่าทำหายอีกนะโซดาไม่งั้นแกโดนพี่น้ำหวานดุแน่ ๆ’
งานเลี้ยงเลิกราแล้วหลายคนนัดไปเที่ยวต่อมีเพียงโซดาที่ได้แต่ยืนโบกมือลาหน้าตึกเช่นเคย วันนี้ไม่มีใครมารับ ตั้มตาหยีติดช่วยงานที่อู่ซ่อมรถ พี่ชายก็ทำงานที่ร้านอาหาร เธอเองก็ไม่อยากเป็ภาระให้เขาที่ต้องทำงานเหนื่อยเผื่อส่งเสียให้เธอร่ำเรียน งานพ่อครัวในร้านอาหารหรูหราแบบนั้น ทำให้เบียร์มีเวลาหยุดพักผ่อนไม่เหมือนคนอื่น แต่ละสัปดาห์จะเข้างานเป็กะอาทิตย์เข้ากะเช้า อาทิตย์หน้าเข้ากะบ่าย เพราะอย่างนี้ละมั้งพี่ชายสุดหล่อมาดเข้มของโซดาถึงยังไม่มีแฟนเสียที
เอานะ!ไม่เป็ไรหรอกสายรถเมล์ที่ต้องนั่งกลับบ้านก็จดไว้เรียบร้อยแล้วแต่วันนี้ขอแวะร้านหนังสือก่อนกลับบ้าน เพิ่งบ่ายสองโมงกว่า รถราไม่ติดมากนักเพราะ่นี้ยังปิดเทอมใหญ่อยู่ เอ๊ะ!นั้นซิอีกไม่กี่วันกี่เดือนนะมหาวิทยาลัยจะเปิด เธอยกนิ้วขึ้นนับวันนี้สิ้นเดือนเมษายนพอดี มหา’ลัยเปิดเดือนมิถุนายน ถ้าอย่างนั้นก็เหลือเวลาให้เธอเขียนนิยายอย่างจริงจังแค่เดือนกว่าเท่านั้นเอง ยังไงก็ต้องรักษาสัญญากับพี่ชายว่าเปิดเทอมเมื่อไหร่ต้องทุ่มเทเวลาให้กับการเรียนให้มากที่สุด แถมวันจันทร์หน้าก็ต้องเริ่มไปทำงานพิเศษที่ร้านหมูหยองอินเตอร์เนทแล้วด้วย
“ฉันจะต้องกลับมาที่นี่อีกแน่ๆ แต่จะมาในฐานะนักเขียนพร้อมต้นฉบับนิยายเื่แรกของฉัน”
ยังไม่ทันที่เท้าจะก้าวไปไหนสายตาก็เหลือบไปเห็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่ง เขาสวมแว่นทรงกลมกรอบเงินยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามเช่นทุกที โซดายิ้มให้นิดนึงก่อนหมุนตัวกลับถึงจะหน้าตีดีแต่ไม่รู้เป็พวกโรคจิตรึเปล่า เด็กสาวฝืนทำเป็ไม่ใส่ใจ นั้นซิใครจะมาใส่ใจผู้หญิงหน้าจืด ๆอย่างเธอได้นะ เธอสะบัดหัวไปมาไล่ความคิดที่สับสนออกไป ก่อนถอนหายใจเฮือกและกระชับเป้ที่คล้องไหล่อยู่แล้วเดินไปสู่จุดหมายของวันนี้
ร้านหนังสือมีผู้คนเข้ามาเลือกหนังสือบางตาอาจเป็เพราะยังเป็่เวลาทำงาน ผู้คนที่เข้ามาบ้างก็เข้ามาเพียงเพื่อหลบลมร้อนรับแอร์เย็นฉ่ำ บางคนเข้ามารอถึงเวลานัดหมายกับเพื่อนหรือคนรักบางคนก็ตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือเหมือนจะให้จบเล่มโดยไม่ต้องเสียเงินแม้แต่ค่าเช่าหนังสือก็ตาม
โซดาไล่สายตาดูหนังสือนิยายปกใหม่ของดุจตะวันเธอมีไม่ครบทุกเล่มแต่อ่านมาเกือบหมดแล้วเพราะหาเช่ามาอ่านเมื่อครั้งที่อยู่ขอนแก่น หนังสือนิยายแบบนี้ในห้องสมุดของโรงเรียนไม่มีให้อ่าน พอเห็นหนังสือใบหน้าและรอยยิ้มอบอุ่นของเ้าของนามปากกาที่เธอสุดปลื้ม ก็เผลอยิ้มคนเดียวอย่างไม่รู้ตัว เธอเลือกพลิกอ่านดูหนังสือเล่มใหม่ที่ออกมาอวดโฉมเรียงบนชั้น นึกอยากหาที่นั่งอ่านกับพื้นเหมือนทุกครั้ง แต่วันนี้เธอสวมกระโปรงยีนแต่งตัวตามที่พี่น้ำหวานแนะนำให้ทุกอย่างถึงแม้ตั้มจะชมว่าน่ารักแต่เธอกลับรู้สึกขัดเขินไม่เป็ตัวของตัวเองนัก
“แพงจังเลยรอก่อนนะพี่ดุจตะวัน ได้เงินจากทำงานพิเศษเมื่อไหร่จะมาซื้อไปนอนกอดด้วยทั้งคืนเลย”
โซดาบนพึมพำเบา ๆ ยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาเธอยังไม่มีโทรศัพท์มือถือเป็ของส่วนตัว ถึงเบียร์บอกให้รอเงินเดือนออกจะซื้อให้ แม้จะอยากได้มากแค่ไหนแต่เธอก็อดเกรงใจไม่ได้อยู่ดี เย็นนี้พี่ชายให้ไปหาที่ทำงานและรอกลับบ้านพร้อมกัน บางทีมีขนมอร่อย ๆหรืออาหารห่อใส่ถุงกลับมากินด้วย โซดาเดินมาตรงเคาน์เตอร์รอรับเป้ที่ฝากไว้สายตาเธอก็ปะทะกับร่างสูงโปรงที่เริ่มคุ้นตา
‘ผู้ชายที่เจอหน้าตึกบริษัทR&Mบ่อย ๆ นิน่า… เขามาทำอะไรแถวนี้…หรือว่าจะตามมา’
โซดาหลบสายตาของเขาวูบคงบังเอิญเสียมากกว่า ร้านหนังสือใหญ่อย่างนี้ใครจะเข้ามาเลือกหนังสือดี ๆสักเล่มสองเล่มไม่เห็นแปลก เราไม่รู้จักกันเขาจะตามมาทำไม
เด็กสาวรู้สึกใจคอไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเธอกอดกระเป๋าเป้แน่นอย่างไม่รู้จะทำอะไรได้มากกว่านี้ และรีบออกจากร้านหนังสือตรงดิ่งขึ้นรถเมล์สายที่จะพาเธอมาหาพี่ชายที่ร้านชื่นบุรีเมื่อมาถึงที่หมาย โซดาเดินหลบเข้าหลังร้าน เธอรู้จักพนักงานที่นี่แต่จำชื่อได้ไม่กี่คน แต่เมื่อพี่ชายเดินออกหาก็เห็นน้องสาวยืนหน้าซีดผิดสังเกต
“เป็อะไรรึเปล่า”
“เปล่าค่ะ เอ่อพี่เบียร์มีอะไรให้โซดาช่วยไหม” เธอตอบอย่างตะกุกตะกักและฝืนยิ้มให้เป็ปรกติ
“ไม่หรอก รอตรงนี้แหละเดี๋ยวจะหาอะไรให้กิน จะอ่านหนังสือหรือทำอะไรค่อยพี่ก่อนก็ได้”
“พี่เบียร์ไม่ต้องเป็ห่วงหรอก”
โซดาทำเป็หยิบสมุดบันทึกออกมาเหมือนจะเขียนหนังสือ พี่ชายลูบผมเบา ๆก่อนเดินหายเข้าไปในห้องครัว เธอรู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากเมื่อจิตใจกลับสู่สภาวะปกติ เธอก็นั่งดูสิ่งที่เคลื่อนไหวในห้องครัวที่กว้างเท่ากว่าห้องนอนของเธอด้วยซ้ำไป
ทุกคนดูวุ่นวายกับหน้าที่ของตนเองแต่ก็ทำงานกันอย่างเป็ระบบอย่างไม่น่าเชื่อ จวบจนถึงเวลาเลิกงาน ท่าทางเขาอ่อนเพลียอย่างมาก โซดาจึงอาสาช่วยหิ้วถุงขยะไปวางไว้ที่ถังขยะข้างหลังร้าน แต่ยังไม่ทันจะทำงานเสร็จ สายตาของเธอก็ผสานกับสายตาอ่อนโยนปนเหงาหลังแว่นตาทรงกลมคู่นั้น
“คุณตามฉันมาเหรอ” โซดาเผลอะโออกมาด้วยความใ
“เอ่อ...คือผม...ผม...คุณมองเห็นผมใช่ไหม”
“จะบ้าเหรอไม่ใช่แมวนะจะได้มองไม่เห็น”
“คุณมองเห็นผมจริง ๆ ด้วย” ชายหนุ่มแปลกหน้ายิ้มกว้างและสืบเท้าเข้ามาใกล้ แต่โซดาถอยหลังหนีจนตัวเธอชนถังขยะและล้มลง
“เอ๊ะ!รึว่าจะพวกโรคจิต อย่าเข้ามาใกล้ฉันนะ”
“เปล่าครับ ไม่ใช่ครับ คือ…ว่า ผม...ผม...”
“ใครก็ได้ช่วยด้วยค่ะคนโรคจิตจะลวนลามค่ะ พี่เบียร์ พี่เบียร์ช่วยโซดาด้วย”
เด็กสาวะโโหวกเหวกโวยวายลั่น พี่ชายเปิดประตูหลังร้านออกมาได้ยินเสียงน้องสาวพอดีจึงรีบวิ่งมาหาน้องที่นั่งหมดสวยอยู่ข้างถังขยะ
“พี่เบียร์ช่วยด้วยไอ้โรคจิตนี่ตามโวดามาั้แ่เลิกเรียนแล้ว” โซดาผวาเข้ากอดพี่ชายแน่น
“อะไร ใครที่ไหนโซดา ทำใจดี ๆก่อน” พี่ชายโอบไหล่น้องสาวอย่างปกป้อง
“ก็ไอ้หมอนี่ไง” เธอชี้นิ้วไปที่ชายแปลกหน้ายืนอยู่ แต่หน้ายังซบอกพี่ชายเพื่อนพนักงานสองสามคนที่ได้ยินเสียงออกมายืนดูด้วยความเป็ห่วง
“ใจเย็น ๆ มองหน้าพี่แล้วค่อยๆ เล่าให้พี่ฟังว่าเกิดอะไรขึ้น” น้ำเสียงของพี่ชายทำให้โซดาค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นสบตาแววตาอาทรและห่วงใยทำให้เธอหายตื่นตระหนก
“มีคนตามโซดามาั้แ่เสร็จมิตติ้งแล้วค่ะโซดาเห็นเค้าที่ร้านหนังสือก็ยังไม่แน่ใจแต่เมื่อกี้โซดาก็เห็นเขาตอนที่เอาขยะมาทิ้ง”
“แล้วไอ้หมอนั้นไปไหนแล้วพี่จะจัดการมันปล่อยไว้ไม่ได้หรอกไอ้พวกนี้ถึงโซดาจะปลอดภัยแต่มันอาจไปทำอันตรายคนอื่นได้ ภัยสังคมชัด ๆ” เบียร์ขบกรามแน่นด้วยความโมโห
“นั่น...นั่นไง มันยังยืนอยู่ตรงหน้าข้างหลังเพื่อนพี่ไง”
“ไหน ตรงไหน”
เพื่อนพนักงานของพี่ชายทำหน้างุนงงมองหน้ากันเลิกลั่ก พี่ชายมองตามนิ้วมือของน้องสาวก็เห็นเพียงเพื่อนพนักงานในร้านอาหารด้วยกันที่เพิ่งเดินตามมาทีหลัง
“ไม่ใช่พี่สองคนนี่ก็ผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างหลังไง คนที่ใส่แว่นกลม ๆ เสื้อฟ้า ๆ นะ” โซดาโวยวายเสียงดังทำไมเธอถูกมองด้วยสายตาประหลาดแบบนี้นะ
“พี่ไม่เห็นมีใครเลย”
“มีซิค่ะพี่เบียร์”
“ตรงนี้มีคนยืนอยู่แค่สี่คนเท่านั้น”
โซดาชี้หน้าผู้ชายที่ยืนยิ้มแหย ๆตรงนั้นแต่เหมือนเขาเป็อากาศธาตุที่ไม่มีใครเห็น เอ๊ะ!ไม่มีใครเห็น ผู้ชายตัวโตออกปานนั้นไม่มีใครเห็น
“พี่ว่าเรามีกันแค่สี่คนเท่านั้นเหรอค่ะ”โซดาหันมาถามพี่ชายด้วยน้ำเสียงแ่เบา
“ใช่ก็มีพี่กับโซดาแล้วก็เพื่อนพี่ที่เป็พนักงานเสิร์ฟอีกสองคนเท่านั้น”
“ไม่จริ๊งงง”
โซดาอ้าปากค้างแต่ไม่มีเสียงใดหลุดออกมา เอ๊ะสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็นแต่มีบางคนเท่านั้นที่มองเห็นแบบนี้ และที่สำคัญถ้าไม่ใช่คน..ก็ต้องเป็…ผ...ผ..ผี