
ตอนที่52 คาถาดาบอสูรนาคี
"ก็แล้วแต่องค์ชายสิบสี่ตัดสินใจก็แล้วกันลูกรักของแม่..เจ้าว่าเยี่ยงไร.."
หญิงสาวหันไปถามลูกชายที่กำลังดูพวกญาติโยมทั้งหลายเถียงกันเป็นฟืนเป็นไฟ โดยเขายืนมองทำตาปริบๆ แค่ไอ้ไข่ใบเดียวพลังอะไรก็มีน้อยนิดแต่กลับ เถียงแย่งชิงกันวุ่นวาย เขาจึงไม่อยากเข้ามาในราชวัง ตั้งแต่ทีแรกเพราะเหตุผลแบบนี้นี่เอง
"เอาอย่างนี้เถอะพระบิดาหม่อมฉันไม่ต้องการไข่ใบนี้หรอกหม่อมฉันคืนให้พระบิดาก็ได้ และหม่อมฉันก็ไม่อยากจะประลองกับองค์หญิงใหญ่ด้วย พวกเรากลับกันเถอะเสด็จแม่..."
กริชเพชรสรุปลงง่ายๆ จนทุกคนต้องหันกลับมามองเขาแทบไม่เชื่อหูตัวเองเลยว่า เรื่องที่ทุกคนกำลังทุ่มเถียงกันเพื่อเอาชนะ จนได้ข้อสรุปโดยให้เขาประลองกับองค์หญิงใหญ่ สุดท้ายถูกเด็กหนุ่มตัดบท ยกไข่คืนให้แบบไม่มีปี่มีขลุ่ย ทำเอาอาหญิงของเขาต้องตะลึงงัน
"องค์ชายสิบสี่หลานว่ายังไงนะ ไม่ได้เด็ดขาด สิ่งนี้เป็นสิ่งสำคัญ มันเป็นอนาคตของอาณาจักรอสูรวารีน้ำจืดของเราเลยนะ มันต้องอยู่กับผู้ที่มีบุญบารมี เจ้าต้องพิสูจน์เรื่องนี้ก่อนว่าใครเข้มแข็งกว่ากัน อย่ามายกของที่สำคัญขนาดนี้ให้ผู้อื่นง่ายๆ มันไม่ถูกต้องนะ..."
เสียงพระนางเจ้าเฟยพูดเตือนกริชเพชรอย่างร้อนรน หันกลับมาเขย่าแขนเขาและที่ตามมาอีกคนคือองค์ฮองเฮาพระนางจิงจง
"ลูกรักในวังนี้ผู้มีอำนาจเท่านั้นถึงจะอยู่รอดปลอดภัย ถ้าลูกอ่อนแอพวกเขาจะไม่หยุดข่มเหงรังแกเจ้าหรอกนะ องค์ชายโจวเจ้าต้องแสดงความเข้มแข็งให้พวกเขาประจักษ์ ไม่อย่างนั้นแม้แต่ชีวิตเจ้า พวกเขาก็จะข่มขู่เอาไปจนได้..."
องค์ฮองเฮาฝ่ายขวากระซิบบอกลูกชาย ทั้งที่แท้จริงแล้ว นางก็ไม่ต้องการให้องค์ชายสิบสี่ต่อสู้ประลองอะไรกับใคร
เพราะนางห่วงกังวลชีวิตของเขาแต่ในโลกอสูรทุกคนย่อมรู้ดีว่าผู้ที่เข้มแข็งกว่าจึงจะสามารถอยู่รอดได้ ไม่ใช่รักสงบเหมือนบุตรชายของนางกำลังทำอยู่นี้
"คิกคิก..เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้วน้องข้าเพราะอาวุธมันไม่มีหูมีตา ถ้าเกิดพี่สาวของเจ้าคนนี้ทุบตีเจ้าจนพิการ ก็ไม่มีใครเอาผิดกับพี่สาวผู้นี้ได้หรอก เจ้าถอนตัวแต่เนิ่นๆ ย่อมเป็นการดี เอาไข่ใบนั้นมาให้พี่สาวเถอะ ต่อไปพี่หญิงใหญ่จะปกป้องคุ้มครองเจ้าเอง ไม่ให้ผู้ใดรังแกถือว่าเจ้าอยู่ในอาณัติของพี่หญิงใหญ่ก็แล้วกัน มาๆ เอาไข่มาให้พี่หญิงใหญ่..."
องค์หญิงเจ้าลีหมิงหัวเราะอย่างเย้ยหยันนางรู้สึกถึงความอ่อนแอ ที่องค์ชายสิบสี่แสดงออกทำให้หญิงสาวสะใจ ความอับอายเมื่อตอนแข่งขันหมากแปดทิศหมดสิ้นไป นางหัวเราะร่วนอย่างมีความสุขพร้อมขยับตัวมาจะรับไข่จากท่านปู่
"เมื่อครั้งนั้นองค์ชายสิบสี่เจ้าเคยขอพระบิดา ให้ไปนอนพระตำหนักองค์ฮองเฮาฝ่ายขวา ในฐานะบุตรพระมารดาฝ่ายซ้ายข้าจะขอพระบิดาบ้าง ในฐานะที่ข้าชนะเจ้าในวันนี้ข้าจะไม่ให้พระบิดา ไปบรรทมที่ห้องของมารดาเจ้าตกลงตามนี้ละกัน..."
เมื่อจอมกษัตริย์กับองค์ฮองเฮาฝ่ายซ้ายได้ยินยกยิ้มสูงขึ้นอย่างยินดี ไหวพริบปฏิภาณขององค์หญิงใหญ่ทั้งเฉียบแหลมพูดไม่กี่คำ ก็สามารถได้ไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาล และยกเลิกคำสัญญาขององค์กษัตริย์กับองค์ชายสิบสี่ เรื่องพระมารดาของเขาแบบเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ทีเดียว สร้างความปลาบปลื้มใจให้กับองค์ฮองเฮาเจ้าลีหงษ์แบบสุดๆ
กริชเพชรขมวดคิ้วไข่เขาไม่เสียดายหรอกแต่คำสัญญา ที่พระบิดาที่มีไว้กับเขามันสูงค่ากว่ามากมาย เพื่อตอบแทนพระมารดาที่โศกเศร้ามาหลายปี เขาต้องการคำสัญญาของกษัตริย์ ในเรื่องนี้มากกว่าสิ่งอื่นใด กริชเพชรยกยิ้มขึ้น
"องค์หญิงใหญ่ท่านพูดและกระทำอย่างนี้รู้หรือไม่ว่าท่านทำให้ข้ากลัวใจท่านแล้วนะ ..."ชายหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยทำให้ทุกคนตกตะลึงไม่รู้ว่าเขาหมายความว่าอย่างไร
"เรื่องไข่ข้าไม่สนใจ แต่เมื่อท่านจะยกเลิกสัญญาของพระบิดาข้าก็จะเล่นกับท่านในลานประลองอสูรเสียดฟ้านั้นดูสักตั้ง ดูซิว่าท่านมีอะไรคู่ควรให้ข้ากลัวหรือไม่..."
กริชเพชรไม่ชอบสุดๆ สำหรับคนที่กดดันเขา รังแกไม่เลิกราจึงรับคำท้า
"ฮ่าๆ มันต้องอย่างนี้สิ ข้าไม่ต้องการแค่ไข่ใบนั้นและคำสัญญาหรอกข้าต้องการสั่งสอนเด็กถือดีอย่างเจ้าด้วย เจ้าตัดสินใจถูกต้องแล้วองค์ชายสิบสี่
พวกเราไปลานประลองอสูรเสียดฟ้ากัน ท่านปู่รอข้าสักพักนะเดี๋ยวข้าจะกลับมาเอาไข่ใบนี้ ท่านแม่ข้าจะลบล้างคำสัญญาของพระบิดาต่อองค์ฮองเฮาฝ่ายขวามาเป็นรางวัลให้กับท่าน .."
ฉับพลันองค์หญิงใหญ่ก็กลายร่างเป็นงูขนาดยักษ์ลายสีน้ำเงิน รูปร่างเหมือนพญานาคี เลื้อยขึ้นสู่อากาศไปด้านบนทันที มุ่งสู่ทิศตะวันออก กริชเพชรมองตามหลัง
'ตกลงเราจะไปยังไงละเนี่ย...'
กริชเพชรมองซ้ายมองขวา เขาไม่สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ชายหนุ่มไม่เคยเรียนคาถาแบบนี้มาก่อน
'หนิงหนิงเอาไงดีนางเหาะไปแล้ว ข้าจะไปยังไงล่ะ ลานประลองอสูรเสียดฟ้าอยู่ตรงไหนข้าก็ไม่รู้....'
กริชเพชรกระซิบถามภูตสาวที่อยู่ในดวงจิตแก่นแท้ของเขา
"ข้าขอโทษด้วยนะนายน้อยข้าเป็นอสูรวารีระดับสี่ไม่เคยเรียนคาถาแปลงกายเหาะเหินเดินอากาศ เลยไม่ได้สอนนายน้อยเอาไงดีล่ะทีนี้..."
หนิงหนิงจนปัญญาเพราะนางก็ทำไม่ได้เหมือนกัน
"หลานยังไม่ไปเหรอ..."
พระนางเจ้าเฟยหันมาถามหลานชายที่ตอนนี้ยังยืนงงไม่ยอมขยับตามองค์หญิงใหญ่ไป
"พระเจ้าอาคือว่า..ข้าเหาะไม่เป็นน่ะ..."
กริชเพชรพูดเสียงต่ำเบาๆ แบบเขินๆ กับท่านอาหญิง
พระนางเจ้าเฟยขมวดคิ้วอย่างงวยงงเพราะรู้สึกว่าเขามีความสามารถเก่งกาจกายอสูรก็อยู่ในระดับหกขึ้นแน่นอนและพลังดวงจิตแก่นแท้ก็ไม่ต่ำชั้นกว่ากายอสูร ทำไมชายหนุ่มเหาะเหินไม่ได้ หรือเขาไม่เคยเรียนคาถานี้
"องค์หญิงเจ้าเฟิงเจ้าจงไปส่งน้องที่หอเสียดฟ้าซิ เขาไม่รู้จัก..."
พระนางไวปัญญาหันไปบอกลูกสาว กลัวคนอื่นจะดูหมิ่นหลานชายสุดที่รัก จึงแอบบอกนางให้ไปส่งอ้างว่าเขาไม่รู้จักลานประลองอสูรเสียดฟ้า ซึ่งมันก็เป็นความจริง
"ได้พระเจ้าค่ะ..เสด็จแม่.."
เจ้าเฟิงกลายร่างเป็นนางนาคีตัวมหึมาสีน้ำเงินม้วนหางยก กริชเพชรวางขึ้นบนสันคอนาง แล้วโบยบินขึ้นสู่อากาศ นางหัวเราะคิกคิกอย่างรู้ทัน
"นี่เจ้าไม่เคยเรียนคาถาเหาะเหินเลยหรอช่างขายหน้าจริงๆ แล้วตกลงเจ้าจะสู้พี่หญิงใหญ่ได้ไหมเนี่ย หรือว่าเจ้าจะไปเป็นกระสอบทรายให้เขาทุบตีจนหนำใจ ข้าละยอมใจเจ้าจริงๆ เลยนะน้องข้า ถ้าเจ้ากลับลงไปเดี๋ยวพี่สาวจะสอนคาถานี้ให้ ..."
นางพูดพร้อมกับเหาะทะยานมุ่งตรงไปลานประลองอสูรเสียดฟ้า มันทะลุเมฆไปหลายชั้นจนสิ้นสุดที่หอตั้งตระหง่านเสียดฟ้าจริงๆ
บนปลายภูเขาที่เป็นทรงแหลมทะลุฟ้านี้มีลานประลองตั้งตระหง่านอยู่ องค์หญิงเจ้าเฟิงวางกริชเพชรลง เขากระโดดไปบนลานประลองมีองค์หญิงใหญ่ยืนรออยู่ ยิ้มเยาะอย่างสมเพช
"คาถาพื้นๆ แบบนี้เจ้าก็ยังใช้ไม่เป็น นี่คิด จะมาต่อกรกับพี่ใหญ่ เจ้าช่างไม่เจียมตัวเลยนะ..."
เสียงของนางพูดเย้ยหยันพร้อมกับโบกมือไปที่แท่นประลอง ทันใดนั้นม่านบาเรียก็ห่อหุ้มลานประลองเป็นทรงสี่เหลี่ยมเหมือนกระจกใสๆ
"เมื่อใครเข้าสู่ลานประลองนี้แล้วไม่สามารถออกมาได้จนกว่าจะมีผู้ชนะถอนป้ายประกาศิตตรงนั้นออกไปรายงานตัว องค์ชายสิบสี่ ผลแพ้ชนะปรากฏเมื่อใดแล้วพี่หญิงจะขึ้นมารับเจ้านะ..."
องค์หญิงเจ้าเฟิง บอกกริชเพชรมองด้วยสายตาห่วงใยปรารถนาดีต่อเขา ญาติผู้น้องคนนี้น่าสนใจมากๆ ถ้าสามารถเอาชนะในศึกการประลองครั้งนี้กับองค์หญิงใหญ่ได้องค์ชายสิบสี่ก็เป็นที่น่าสนใจสำหรับนางมากขึ้น
เพราะหญิงสาวชาตินักรบชอบผู้ชายที่เก่งกาจอยู่แล้ว นางหันกลับแล้วขยับตัวพร้อมกับเหาะขึ้นกลางอากาศแล้วทะยานดิ่งลงไปด้านล่าง ปล่อยให้ทั้งสองประจันหน้ากันอยู่บนเกาะกลางเวหาลานประลองอสูรเสียดฟ้าตามลำพัง
"น้องชายพวกเรามาเล่นกัน ข้ารู้ว่าพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของเจ้า ต้องมีถึงระดับหกจึงสามารถชนะองค์ชายเก้าได้ แม้ข้าจะมีบอลดวงจิตระดับต่ำกว่าเจ้า แตกายอสูรของข้าสูงล้ำเกินกว่าเจ้าไปหลายขั้น
มาดูกายอสูรระดับเจ็ดของข้าที ว่าจะกำราบเด็กยังเจ้าได้หรือไม่ .."
องค์หญิงใหญ่เจ้าลีหมิงพูดท้าทายเย้ยหยันและเชื่อมั่น
เด็กหนุ่มยิ้มกริ่มเมื่อรู้ว่าหญิงสาวแม้มีกายอสูรระดับเจ็ด มันก็เป็นระดับเดียวกับเขาและพลังบอลดวงจิตแก่นแท้ของนางก็ยังไม่ผ่านระดับหกขึ้นมาเลย ทำให้ชายหนุ่มคิดหยอกเย้านาง แกล้งต่อสู้กับหญิงสาวให้ได้รับชัยชนะเล็กน้อย แล้วก็จะกลับลงไปรับไข่สัตว์เลี้ยงบรรพกาลแค่นั้น ก็หมดภารกิจวันนี้ เขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยวุ่นวาย กับพี่สาวต่างมารดาผู้นี้ ไม่อยากจะเล่นอะไรกับนางมากเกินไป
"คาถาดาบอสูรนาคี.."
ฉับพลัน หญิงสาวก็ร่ายคาถาถอดอาวุธประจำตัวมาจากเกล็ดที่รวบรวมสร้างขึ้นเป็นดาบนาคี กายอสูรระดับเจ็ดขึ้นไปแล้วสามารถผลิตอาวุธประจำตัวมาฆ่าศัตรูได้
ฉับพลันร่างกายของหญิงสาวก็เปล่งรัศมีเป็นเกล็ดสีน้ำเงินอมดำ แล้วไหลลื่นมารวมตัวเป็นดาบเล่มยาว แหลมเปี๊ยบลวดลายโบราณ
'นายน้อยองค์หญิงใหญ่ร่ายคาถาเรียกอาวุธประจำกายออกมาแล้ว เสียดายนายน้อยยังไม่เคยเรียนคาถา เรียกอาวุธออกมาใช้เลย เรากลับลงไปแล้วไปหาคาถาเรียกอาวุธมาใช้กันสักบทเถอะ คาถาพวกนี้มันเป็นคาถาชั้นสูงต้องกายอสูรระดับหกขึ้นไปจึงจะสามารถใช้ได้ นายน้อยใช้พลังเล็บอสูรของท่านต่อกรกับนางไปก่อนนะ คาดว่ากายอสูรระดับเจ็ดของนายน้อยสามารถกำราบนางได้แน่นอน
แต่ก็อย่ารุนแรงกับนางเกินไป เพราะข้าก็ไม่สามารถประเมินได้เลยว่านายน้อยจะมีพลังโจมตีหนักแน่นขนาดไหน เพราะพลังดวงจิตแก่นแท้ของนายน้อย มันได้รับพลังสายฟ้ามาจากเสาศิลา ในห้องแปดเหลี่ยม มันมีความบริสุทธิ์มาก จนประเมินพลังโจมตีที่บริสุทธิ์นี้ได้ยาก..'
หนิงหนิงพูดแนะนำให้คำปรึกษาแก่ชายหนุ่มนายน้อยของนาง
กริชเพชรพยักหน้ารับรู้ เขามีประสบการณ์ในครั้งที่ตบหน้านางภูตอสูรร้ายตัวนั้นมาแล้ว จึงตั้งใจจับองค์หญิงใหญ่มัด แล้วหิ้วไปให้จอมกษัตริย์ดูเล่นแค่นั้นเอง
"มามะ..มาให้แม่สับซะดีๆ ..เจ้าเด็กที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง..."
เสียงองค์หญิงเจ้าลีหมิงคำรามก้อง นางทะยานขึ้นกลางอากาศร่ายรำด้วยวิชาดาบโบราณ มันเป็นแพพลิ้วกระจายส่งเสียงหวีดหวิวทั่วพื้นฟ้า
ควับๆ ๆ ๆ!
"จ๊ากกกกก!! "
ฉิวๆ ๆ ๆ!! ฉับๆ ๆ ๆ!!
ครอบลงบนหัวกริชเพชรอย่างรวดเร็ว นางกะจะฟันชายหนุ่มเพื่อลองเชิงก่อน หญิงสาวเรียนรู้การต่อสู้อย่างช่ำชองแม้ว่าปากของนางจะแข็งกล้าเย้ยหยัน แต่การโจมตีกับระมัดระวังไม่ได้ประมาทบู่มบ่าม
กริชเพชรเมื่อเห็นนางพุ่งวาบกระจายเพลงดาบมาเหนือฟ้า ทุกทิศทางมันดูรุนแรง และควบคุมทุกสารพางค์กายของเขา แต่ในสายตาของชายหนุ่มมันกลับมีช่องโหว่มากมาย
เพราะพลังดวงจิตแก่นแท้ของกริชเพชรขึ้นสู่ระดับเจ็ดขั้นสูงสุด และบริสุทธิ์มากๆ จึงมองดูองค์หญิงใหญ่ร่ายรำเพลงดาบ เหมือนพวกเด็กๆ มัธยมต้นเรียนรำกระบี่กระบองยังไงไม่รู้
มันเชื่องช้าเป็นช่องโหว่อ่อนช้อยจนเขาแทบอยากจะเข้าไปคล้องพวงมาลัย ให้รางวัลในความสวยงามอ่อนละมุนเหมือนนางรำพัดไม่มีผิด
ควับบบบบ!!
หมับ!
กริชเพชรขยับตัวเข้าหาหญิงสาวคิดในใจจะจับนางมัดให้จบเรื่องจบราวไปเร็วๆ เมื่อเขาเร้าพลังสูงสุด ความรวดเร็วของประสาทสัมผัสและร่างกายสอดคล้องจนความเคลื่อนไหวของทั้งคู่ต่างกันราวฟ้ากับดิน เหมือนเด็กอนุบาลแข่งกระบี่กระบองกับพี่มอหกชัดๆ
วูบ! ควับบบ!
"อ่ะ!!? "
องค์หญิงใหญ่ตะลึงลานนางแทบไม่เชื่อสายตา ร่างของชายหนุ่มกับหายวับไป มาปรากฏกายอยู่ข้างนาง มันรวดเร็วจนหญิงสาวจับเค้าลางไม่ถูก เหมือนตัวเขาเป็นปลาไหลขนาดยักษ์ที่เลื้อย ผ่านม่านดาบของนางเข้ามาจนยืนประกบอยู่ด้านข้าง
ควับๆ ๆ ๆ ๆ ๆ!! วูบๆ ๆ ๆ!! ฉับๆ ๆ ๆ!!
หญิงสาวเอียงตัวพยายามสะบัดแขนร่ายรำเพลงดาบชั้นสูงที่นางเล่าเรียนมาพร้อมกับอ้าปากซัดอาวุธลับที่ผนึกไว้ในปาก พุ่งเข้าหาใบหน้าขององค์ชายสิบสี่ที่ยืนประจันหน้ากับนางมันเป็นเคล็ดวิชาที่นางใช้ปลิดชีพศัตรูมานับครั้งไม่ถ้วน
สวบ! หวิวววว!!
ควับ!!
ด้วยความที่ไม่มั่นใจว่าองค์ชายสิบสี่จะถูกนางโจมตีด้วยท่าไม้ตายนี้หรือไม่ หญิงสาวตวัดเท้าเตะผ่าหมาก ชายหนุ่มเต็มกำลังด้วยท่าไม้ตายของนางอีกกระบวนท่าหนึ่ง
........................................................................................................................................................................................