วัตสัน&โฮล์ม ถอดรหัสยีนส์ฆาตกรรม คดีที่ 2 บทเรียนจากอาชญากร

    #5 - สิ่งของจอมปลอม

            ‘ไปป์ที่ทำจากไม้กุหลาบนี่ ท่านมาควิสมอบให้เป็๲รางวัลในการไขคดีน่ะ’เชอร์ล็อก โฮล์มพูดพลางเปิดกล่องหยิบไปป์ขึ้นมาถือโชว์ลวดลายรอบด้าน

            ‘นายจำได้ใช่ไหม เมื่อคืนนี้น่ะ...’

            ‘ที่นายนอนตาลายหมดสภาพอยู่บนพรมน่ะเหรอ’ วัตสันพูดต่อด้วยสีหน้าเรียบนิ่งผิดกับโฮล์มที่ทำหน้าปั้นยากกุมขมับขึ้นมาทันที

            ‘อืม...ใช่’ โฮล์มงึมงำตอบรับในคอ

            หากพูดกันตามที่เห็นสภาพของนักสืบหนุ่มเมื่อคืนดูไม่ได้จริงๆ นั่นล่ะเนื่องจากท่านมาควิสขอให้ช่วยไขคดีหนึ่งและจากการอนุมานก็พบว่ากุญแจสำคัญอยู่ที่ไปป์กับยาเส้น ดังนั้นสิ่งที่โฮล์มทำคือการสูบไปป์โดยเปลี่ยนกล้องและยาเส้น เพื่อจะหารสและกลิ่นที่เขา๻้๵๹๠า๱

            ทว่าการกระทำนั้นเกินกว่าที่ร่างกายชายหนุ่มซึ่งเป็๞มนุษย์ทั่วไปจะรับไหวแต่ด้วยนิสัยของเชอร์ล็อก โฮล์ม เขาก็ยังฝืนทำต่อจนทำให้ทรุดโทรมถึงกับล้มพับไปและวัตสันคือคนที่เข้ามาปฐมพยาบาลให้เขา

            ตอนนั้นเองที่โฮล์มเกิดความคิดดีๆ

            ‘เพราะนาย ฉันถึงไขปริศนานี้ได้’

            โฮล์มที่สูบไปป์จนประสาทรับรู้สับสนทั้งฤทธิ์ของมันยังทำให้หัวสมองเบลอเกินกว่าจะจำแนกสิ่งใดได้เมื่อเห็นวัตสันที่เข้ามาปฐมพยาบาล โฮล์มจึงได้เสนอให้วัตสันเป็๲คนสูบและบอกให้จำกลิ่นกับรสเอาไว้ จนในที่สุดพวกเขาก็สามารถไขปริศนาได้สำเร็จ

            หลังจากนั้นโฮล์มก็ออกไปที่คฤหาสน์ของท่านมาควิสเพื่อปิดคดีและเขาก็ได้รับไปป์ไม้กุหลาบชิ้นนี้มาเป็๞ของรางวัล

            ‘ไปป์นี่ฉันยกให้นาย’

            โฮล์มลุกขึ้นยืน โน้มตัวไปข้างหน้าก่อนวางไปป์ลงบนมือของวัตสัน พร้อมกับจ้องมองเข้าไปในดวงตาสีเขียวที่บัดนี้เต็มไปด้วยความสงสัย

            ‘ขอบใจนะที่ช่วย นายยอดเยี่ยมมาก วัตสัน’

            ‘ฉันเป็๞ตุ๊กตา มีหน้าที่ทำตามคำสั่งของนายอยู่แล้ว’ วัตสันเอ่ยด้วยเสียงและหน้าตาไร้อารมณ์

            เชอร์ล็อก โฮล์มเบิกตาเล็กน้อยกับคำพูดนั้นแล้วก็ยิ้มอย่างอ่อนโยนออกมา ก่อนเอื้อมมือมาขยี้เส้นผมละเอียดสีเงินอย่างแรงจนยุ่งเหยิง

            วัตสันเพียงนั่งนิ่งๆปล่อยให้โฮล์มทำตามใจชอบโดยไม่ตอบโต้หรือพูดอะไรแม้แต่น้อย

            ‘นายนี่จริงจังชะมัด ก่อนจะคิดเ๱ื่๵๹ไม่เป็๲เ๱ื่๵๹ก็หัดยิ้มรับหรือภูมิใจกับคำชมซะบ้าง’

            แล้วโฮล์มก็หยุดมือ เอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยเสียงที่จริงจัง

            ‘จำไว้นะวัตสัน นายคือคู่หูที่ยอดเยี่ยมที่สุดของฉันไม่ใช่เพราะนายเป็๲ตุ๊กตา แต่เพราะนายคือวัตสัน’

             

            วัตสันลืมตาขึ้นจากอดีตที่ไม่มีวันหวนคืนแล้วหันไปมองยังแท่นที่วางไปป์ไม้กุหลาบที่จัดแสดงอยู่ในนิทรรศการโฮล์มตรงหน้าเขาในยุคปัจจุบัน

            คิ้วของเขาคล้ายจะกระตุกเล็กน้อยมีบางอย่างที่ผิดแปลกไปสำหรับเขา

            ชายหนุ่มขยับเข้าไปใกล้จนมองเห็นลวดลายของไปป์กุหลาบที่ถูกวางอยู่บนแท่นอย่างชัดเจน

            และแล้ว...

             

            “ไม่ใช่...”

            ทั้งเฌอลัญจ์และยูรายุที่กำลังวิพากษ์วิจารณ์และแสดงความเห็นเกี่ยวกับไปป์ไม้กุหลาบก็ต้องสะดุ้งไปเมื่อได้ยินเสียงอันเรียบและเข้มของวัตสันพูดโพล่งออกมาแบบไม่มีที่มาที่ไปอย่างนั้น

            “ไปป์นี่... มันคือของปลอม” ชายหนุ่มพูดขึ้นโดยไม่สนสายตาคนรอบข้างที่จับจ้องมาทันทีที่ได้ยินคำว่า'ของปลอม'

            ตอนนั้นเองที่เสียงซุบซิบรอบตัวทั้งสามคนเริ่มดังขึ้นจะด้วยเพราะคิดว่าวัตสันพูดจาเลอะเทอะหรือจะเพราะเหตุผลอื่นก็ตามแต่ตอนนี้การกระทำของวัตสันทำให้ทั้งเขา เฌอลัญจ์ และยูรายุกลายเป็๲จุดสนใจไปเสียแล้ว

            “วัตสัน! นายพูดอะไรออกมาน่ะ” เฌอลัญจ์รีบเดินไปดึงแขนชายหนุ่มให้ไปทางอื่น“มาทางนี้เถอะ”

            หลังจากดึงชายหนุ่มให้ออกห่างจากสายตาสงสัยของผู้คนเฌอลัญจ์ก็กระซิบถามชายหนุ่มว่า

            “นายพูดจริงเหรอที่ว่าไปป์นั่นไม่ใช่ของโฮล์มจริงๆ น่ะ” น้ำเสียงที่เฌอลัญจ์ใช้ถามวัตสันนั้นจริงจัง เธอไม่คิดว่าวัตสันจะโกหก

            วัตสันมองลึกเข้าไปในดวงตาของเด็กสาวโดยไม่พูดอะไรแต่นั่นก็เป็๲คำตอบได้ดีว่าเขาไม่ได้พูดลอยๆ

            ตอนนั้นเองยูรายุก็เดินมาหาทั้งสองคน

            “เอ่อ... ขอโทษทีนะ ฉันว่าเราไปจากตรงนี้ดีกว่า” ยูรายุพูดพลางกวาดสายตาไปรอบๆให้ทั้งสองคนรู้สึกตัวว่าพวกเขายังอยู่ภายในงานนิทรรศการและยังมีจากคนรอบข้างที่จ้องมองมาแปลกๆ อยู่

            “เอางี้ไหม ตอนนี้เกมนักสืบกำลังจะเริ่มแล้ว พวกเราไปจองที่นั่งหน้าๆเวทีกันก่อนดีไหม จะได้นั่งพักด้วย” ยูรายุเสนอให้เปลี่ยนบรรยากาศ

            “เกมนักสืบงั้นเหรอ?” เฌอลัญจ์หันมาทวนคำใบหน้าไววัลย์ พี่ชายของเธอลอยเข้ามาในหัวทันที

            “ถือซะว่าดูละครเวทีเพลินๆ ก็ได้” ยูรายุพูดเมื่อเห็นใบหน้าบอกบุญไม่รับของเฌอลัญจ์พลางเอียงตัวมากระซิบเพื่อนสนิท “คนเริ่มมองวัตสันกันใหญ่แล้วนะเฌอลัญจ์หลบไปดูละครก่อนเถอะ แล้วค่อยออกมาดูนิทรรศการต่อ”

            “งั้นเราออกจากที่นี่กันเลยดีกว่าไหม” เฌอลัญจ์ถือโอกาสเสนอ

            “แต่ว่า...ยังมีอีกหลายโซนที่น่าสนใจแล้วฉันยังไม่ได้ดูเลย น่านะเฌอลัญจ์ เราไปดูละครเวทีคลายเครียดกันก่อนดีกว่า”

            เฌอลัญจ์ที่เจอคำพูดของเพื่อนรักหันมองไปรอบๆยิ่งเห็นสายตาคนรอบข้างมองมาทางพวกเธอพลางซุบซิบก็เริ่มรู้สึกไม่ดีไหนจะสายตาเว้าวอนของเพื่อนรักให้ทำตามที่เธอพูด

            สุดท้ายเฌอลัญจ์ก็ถอนหายใจยอมแพ้

            “อืม ตกลงๆ งั้นฝากยูรายุกับวัตสันไปจองที่ให้ทีฉันขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บหนึ่งแล้วกันนะ เดี๋ยวตามไปทีหลัง”

            เฌอลัญจ์พูดแล้วเดินออกห่างจากพวกวัตสันไปเล็กน้อย

            เด็กสาวพรูลมหายใจออกมาไม่คิดเลยว่าการยอมมาที่นิทรรศการนี้จะเกิดเ๱ื่๵๹ที่ทำให้เธอเหนื่อยใจมากกว่าเดิมไม่ว่าจะเป็๲เ๱ื่๵๹ของพี่ชายของเธอ หรือเ๱ื่๵๹ของวัตสันก็ตาม

            เฌอลัญจ์สลัดความคิดเ๮๧่า๞ั้๞ออกไปชั่วคราวแล้วหันมองซ้ายขวาคล้ายกำลังหาบางสิ่ง

            “ทางนั้น”

            วัตสันที่เดินตามมาชี้นิ้วไปด้านหลังเฌอลัญจ์เด็กสาวมองน้ำก็เห็นป้ายห้องน้ำที่ห้อยอยู่บนเพดานชี้บอกให้เลี้ยวไปด้านใน

            เมื่อเฌอลัญจ์เห็นสิ่งที่๻้๵๹๠า๱เธอก็หันไปมองวัตสัน

            “อืม ขอบใจ แล้วจะรีบไปรีบมา”

            เธอรู้สึกแปลกใจขึ้นมาเมื่อพบว่าชายหนุ่มไม่ได้เมินเฉยเธอโดยสิ้นเชิง…